เช้าวันที่ชื่อของใครบางคน กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
เช้าตรู่ของมหาวิทยาลัย☀️
อากาศสดใสเกินเหตุเหมือนตั้งใจกลบความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวทุกอย่าง
รถสีแดงสดคันหนึ่งแล่นเข้ามาในเขตมหาวิทยาลัยอย่างไม่รีบร้อน สีรถสะท้อนแสงแดดยามเช้าจนหลายสายตาหันมองโดยไม่รู้ตัว
คนขับลงมาเปิดประตูอย่างนอบน้อม ชายวัยกลางคนในสูทเข้มก้าวลงจากรถ ท่าทางภูมิฐาน สายตานิ่ง เต็มไปด้วยบารมีของคนที่คุ้นเคยกับการตัดสินใจเรื่องเงินระดับประเทศ
👉 อรรถพล วัฒนะ
และคนที่ก้าวตามลงมาติด ๆ คือชายหนุ่มร่างสูง ผมดำ
รอยยิ้มมั่นใจที่ไม่เคยขาด
👉 ชอน อัศวัฒนะ
ลูกชายคนเดียว ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่ถูกจับตามองมาตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงจากรถ สองพ่อลูกเดินเคียงกันเหมือนภาพที่ใครเห็นก็รู้ว่าไม่ใช่แค่ “มาเยี่ยมมหาวิทยาลัย”
ในเวลาไล่เลี่ยกัน รถไฟฟ้าหรูสีขาวอีกคันจอดอยู่ไม่ไกล เงียบ เรียบ แทบไม่ดึงสายตา
ไม่มีใครลงมาจากรถ นอกจากชายคนหนึ่งในสูทสีเทา ท่าทางสุขุม แววตาคม เดินตรงเข้าไปในอาคารประชุมด้วยท่าทางที่มั่นใจ
เขาไม่ใช่เจ้าของรถแต่ทุกคนรู้ว่าเขามาแทนใคร
เวลา 09:00 น.
ณ ห้องประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัย
บรรยากาศเงียบกว่าปกติ คณะกรรมการนั่งเรียงราย
เอกสารวางตรงหน้า ทุกสายตาจับจ้องไปยังหน้าจอใหญ่
การประมูลเริ่มขึ้นตัวเลขขยับช้าในตอนแรก ก่อนจะเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ราคาเพิ่ม มีมือยกป้ายขึ้น เสียงยืนยันดังฟังชัด ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนแต่แรงกดดันในห้องกลับสูงขึ้นเรื่อย ๆ
ฝั่งหนึ่ง คุณอรรถพลนั่งนิ่ง ไม่ได้รีบร้อนอะไร เหมือนรู้ว่าอยู่แล้วว่าตัวเองมีไพ่อะไรอยู่ในมือ
ฝั่งหนึ่ง ชายในชุดสูทสีเทายกป้ายตัวเลขอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ลังเล ไม่หันไปมองใคร
เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ตัวเลขสุดท้ายหยุดอยู่ที่ยอดที่ทำให้หลายคนต้องกลืนน้ำลาย
👉 ร้อยล้านบาท 🚩
ความเงียบปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง ก่อนเสียงประธานการประมูลจะดังขึ้นอย่างชัดเจน
“ผู้ชนะการประมูลหุ้นในสัดส่วนเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ได้แก่ -
ตระกูลวรเมธา”
ข่าวการประมูลกระจายไปทั่วมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว
เหมือนลมที่ไม่มีใครมองเห็นแต่ทุกคนรับรู้ได้
“ได้ข่าวยัง”
“เจ้าของหุ้น 70% คนใหม่มาแล้วนะ”
“ตระกูลวรเมธาเลยเหรอ”
ชื่อตระกูลหนึ่งถูกพูดซ้ำ ๆ ดังขึ้นเรื่อย ๆ
แพรไหมที่นั่งอยู่ในห้องเรียนชะงักเล็กน้อย ปลายปากกาหยุดค้าง
“วรเมธาหรอ..?” เธอพึมพำในใจ ชื่อคุ้น ๆ ในแบบที่ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้เหตุผล
แต่เสียงอาจารย์ดังต่อเนื่อง ความคิดเธอจึงถูกดึงกลับและชื่อคุ้น ๆ นั้นก็ค่อย ๆ ถูกวางไว้และหายไปกับความวุ่นวายของเรื่องเรียน
ในเวลาเดียวกันอีกฝั่งหนึ่งของเมือง
ภูผานั่งอยู่ในห้องทำงานไฟเช้าอ่อน ๆ ส่องผ่านกระจกบานใหญ่ โต๊ะทำงานเรียบ ๆ แก้วกาแฟยังไม่ถูกแตะ โทรศัพท์วางอยู่ตรงหน้า ยังเงียบเหมือนจงใจให้เขารอ
จนกระทั่งมันสั่น
เขาหยิบขึ้นมา ไม่รีบร้อน แต่มั่นใจ
“คุณผาครับ” เสียงเหมันต์ดังขึ้น แฝงความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด
“ผมทำได้สำเร็จแล้วครับ ประมูลมาได้แล้ว”
ภูผาหลับตาเพียงเสี้ยววินาทีก่อนยิ้มมุมปาก
“นายทำได้ดีมาก เหมันต์” เขาพูดเรียบแต่แววตาพอใจ
“เดี๋ยวฉันมีของจะให้เป็นรางวัลสำหรับภาระกิจวันนี้กับนาย”
ปลายสายหัวเราะเบา ๆ
“ขอบคุณครับคุณผา”
เขาวางสายไปภูผาพิงพนักเก้าอี้ สายตาเลื่อนมองเมืองด้านนอก
👉 เกมแรก 🚩
จบลงอย่างสวยงาม
บ่ายวันนั้น 🌕
แพรไหมเดินออกจากอาคารเรียน แสงแดดแรง ลมพัดเบา ๆ ณัฐชาเดินข้าง ๆ ยังคงพูดไม่หยุด
“แปลกเนอะ” ณัฐชาพูดขึ้น
“อยู่ ๆ มหาวิทยาลัยก็มีเจ้าของใหม่”
แพรไหมยิ้ม
“ก็เป็นเรื่องของผู้ใหญ่แหละ”
“แต่ตระกูลที่ชื่อวรเมธาเนี่ย” ณัฐชาทำท่าคิด
“เหมือนเคยได้ยินที่ไหนสักที่นะ”
แพรไหมไม่ตอบแต่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง เหมือนมีใครบางคนเอ่ยชื่อเธอโดยไม่เรียก
เย็นวันนั้น 🌙
โทรศัพท์ในมือเธอสั่นชื่อที่เธอไม่ต้องดูซ้ำ ก็รู้ว่าเป็นใคร
“เช้าวันนี้..คุณได้ยินข่าวไหม”
แพรไหมชะงักก่อนพิมพ์ตอบ
“ข่าวอะไรเหรอคะ”
ปลายสายตอบกลับเร็วเหมือนรออยู่แล้ว ข่าวที่ทำให้มหาวิทยาลัยคุณไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เธอขมวดคิ้วหัวใจเต้นแรง
“คุณทำอะไร”
ข้อความใหม่ขึ้นมาช้าแต่ชัดเจน
“ผมแค่ลงทุนกับอนาคต”
แพรไหมกัดริมฝีปากรู้สึกทั้งหงุดหงิดทั้งสับสน
“อนาคตของใคร”
ครั้งนี้เขาตอบทันที
“อนาคตของคุณงัย”
เธอหลับตาสูดลมหายใจเขาลึกก่อนพิมพ์ตอบกลับ
“คุณไม่เคยถามฉันเลยนะว่าฉันอยากให้คุณเข้ามาในชีวิตฉันหรือเปล่า”
ปลายสายเงียบไปนานกว่าทุกครั้ง ก่อนข้อความสุดท้ายจะขึ้นมาบนหน้าจอ
“ผมไม่ได้เข้ามาแทนที่ชีวิตคุณ ผมแค่ยืนอยู่ในที่ที่คุณหนีไปไหนไม่พ้นต่างหาก”
แพรไหมเงยหน้ามองตึกเรียนรู้สึกเหมือนมันสูงขึ้น ใกล้ขึ้น
โดยไม่รู้ตัวและในวินาทีนั้นเธอเริ่มเข้าใจว่า..เกมนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน ไม่ใช่แค่เรื่องอำนาจ
แต่เป็นเรื่องของ “ระยะห่าง ใกล้และแคปลงเรื่อย ๆ” ระยะที่เขาค่อย ๆ ขยับเข้ามาโดยไม่ต้องแตะต้อง
ณ ในห้องทำงาน
ภูผาวางโทรศัพท์ลงยิ้มบาง ๆ เกมต่อไปเพิ่งเริ่มและครั้งนี้
สนามคือชีวิตประจำวันและการดำเนินชีวิตของเธอทั้งในมหาวิทยาลัย เส้นทางเดินต่าง ๆ ในชั้นเรียนและทุกจุดที่เธอคิดว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัย
เขาไม่ได้จะวิ่งเข้าใส่เธอตรง ๆ ไม่ได้จะเร่งรัด และไม่ได้จะบังคับเธอ
เขาจะค่อย ๆ อยู่ข้าง ๆ ด้วยจนวันที่เธอหันมาแล้วพบว่า
เขาอยู่ตรงนั้นมานานแล้ว
— โปรดติดตามตอนต่อไป 🫠👉