🪶 เช้าวันประมูล

1047 Words
เช้าวันที่ชื่อของใครบางคน กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เช้าตรู่ของมหาวิทยาลัย☀️ อากาศสดใสเกินเหตุเหมือนตั้งใจกลบความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวทุกอย่าง รถสีแดงสดคันหนึ่งแล่นเข้ามาในเขตมหาวิทยาลัยอย่างไม่รีบร้อน สีรถสะท้อนแสงแดดยามเช้าจนหลายสายตาหันมองโดยไม่รู้ตัว คนขับลงมาเปิดประตูอย่างนอบน้อม ชายวัยกลางคนในสูทเข้มก้าวลงจากรถ ท่าทางภูมิฐาน สายตานิ่ง เต็มไปด้วยบารมีของคนที่คุ้นเคยกับการตัดสินใจเรื่องเงินระดับประเทศ 👉 อรรถพล วัฒนะ และคนที่ก้าวตามลงมาติด ๆ คือชายหนุ่มร่างสูง ผมดำ รอยยิ้มมั่นใจที่ไม่เคยขาด 👉 ชอน อัศวัฒนะ ลูกชายคนเดียว ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่ถูกจับตามองมาตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงจากรถ สองพ่อลูกเดินเคียงกันเหมือนภาพที่ใครเห็นก็รู้ว่าไม่ใช่แค่ “มาเยี่ยมมหาวิทยาลัย” ในเวลาไล่เลี่ยกัน รถไฟฟ้าหรูสีขาวอีกคันจอดอยู่ไม่ไกล เงียบ เรียบ แทบไม่ดึงสายตา ไม่มีใครลงมาจากรถ นอกจากชายคนหนึ่งในสูทสีเทา ท่าทางสุขุม แววตาคม เดินตรงเข้าไปในอาคารประชุมด้วยท่าทางที่มั่นใจ เขาไม่ใช่เจ้าของรถแต่ทุกคนรู้ว่าเขามาแทนใคร เวลา 09:00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัย บรรยากาศเงียบกว่าปกติ คณะกรรมการนั่งเรียงราย เอกสารวางตรงหน้า ทุกสายตาจับจ้องไปยังหน้าจอใหญ่ การประมูลเริ่มขึ้นตัวเลขขยับช้าในตอนแรก ก่อนจะเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ราคาเพิ่ม มีมือยกป้ายขึ้น เสียงยืนยันดังฟังชัด ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนแต่แรงกดดันในห้องกลับสูงขึ้นเรื่อย ๆ ฝั่งหนึ่ง คุณอรรถพลนั่งนิ่ง ไม่ได้รีบร้อนอะไร เหมือนรู้ว่าอยู่แล้วว่าตัวเองมีไพ่อะไรอยู่ในมือ ฝั่งหนึ่ง ชายในชุดสูทสีเทายกป้ายตัวเลขอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ลังเล ไม่หันไปมองใคร เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ตัวเลขสุดท้ายหยุดอยู่ที่ยอดที่ทำให้หลายคนต้องกลืนน้ำลาย 👉 ร้อยล้านบาท 🚩 ความเงียบปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง ก่อนเสียงประธานการประมูลจะดังขึ้นอย่างชัดเจน “ผู้ชนะการประมูลหุ้นในสัดส่วนเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ได้แก่ - ตระกูลวรเมธา” ข่าวการประมูลกระจายไปทั่วมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว เหมือนลมที่ไม่มีใครมองเห็นแต่ทุกคนรับรู้ได้ “ได้ข่าวยัง” “เจ้าของหุ้น 70% คนใหม่มาแล้วนะ” “ตระกูลวรเมธาเลยเหรอ” ชื่อตระกูลหนึ่งถูกพูดซ้ำ ๆ ดังขึ้นเรื่อย ๆ แพรไหมที่นั่งอยู่ในห้องเรียนชะงักเล็กน้อย ปลายปากกาหยุดค้าง “วรเมธาหรอ..?” เธอพึมพำในใจ ชื่อคุ้น ๆ ในแบบที่ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้เหตุผล แต่เสียงอาจารย์ดังต่อเนื่อง ความคิดเธอจึงถูกดึงกลับและชื่อคุ้น ๆ นั้นก็ค่อย ๆ ถูกวางไว้และหายไปกับความวุ่นวายของเรื่องเรียน ในเวลาเดียวกันอีกฝั่งหนึ่งของเมือง ภูผานั่งอยู่ในห้องทำงานไฟเช้าอ่อน ๆ ส่องผ่านกระจกบานใหญ่ โต๊ะทำงานเรียบ ๆ แก้วกาแฟยังไม่ถูกแตะ โทรศัพท์วางอยู่ตรงหน้า ยังเงียบเหมือนจงใจให้เขารอ จนกระทั่งมันสั่น เขาหยิบขึ้นมา ไม่รีบร้อน แต่มั่นใจ “คุณผาครับ” เสียงเหมันต์ดังขึ้น แฝงความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด “ผมทำได้สำเร็จแล้วครับ ประมูลมาได้แล้ว” ภูผาหลับตาเพียงเสี้ยววินาทีก่อนยิ้มมุมปาก “นายทำได้ดีมาก เหมันต์” เขาพูดเรียบแต่แววตาพอใจ “เดี๋ยวฉันมีของจะให้เป็นรางวัลสำหรับภาระกิจวันนี้กับนาย” ปลายสายหัวเราะเบา ๆ “ขอบคุณครับคุณผา” เขาวางสายไปภูผาพิงพนักเก้าอี้ สายตาเลื่อนมองเมืองด้านนอก 👉 เกมแรก 🚩 จบลงอย่างสวยงาม บ่ายวันนั้น 🌕 แพรไหมเดินออกจากอาคารเรียน แสงแดดแรง ลมพัดเบา ๆ ณัฐชาเดินข้าง ๆ ยังคงพูดไม่หยุด “แปลกเนอะ” ณัฐชาพูดขึ้น “อยู่ ๆ มหาวิทยาลัยก็มีเจ้าของใหม่” แพรไหมยิ้ม “ก็เป็นเรื่องของผู้ใหญ่แหละ” “แต่ตระกูลที่ชื่อวรเมธาเนี่ย” ณัฐชาทำท่าคิด “เหมือนเคยได้ยินที่ไหนสักที่นะ” แพรไหมไม่ตอบแต่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง เหมือนมีใครบางคนเอ่ยชื่อเธอโดยไม่เรียก เย็นวันนั้น 🌙 โทรศัพท์ในมือเธอสั่นชื่อที่เธอไม่ต้องดูซ้ำ ก็รู้ว่าเป็นใคร “เช้าวันนี้..คุณได้ยินข่าวไหม” แพรไหมชะงักก่อนพิมพ์ตอบ “ข่าวอะไรเหรอคะ” ปลายสายตอบกลับเร็วเหมือนรออยู่แล้ว ข่าวที่ทำให้มหาวิทยาลัยคุณไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เธอขมวดคิ้วหัวใจเต้นแรง “คุณทำอะไร” ข้อความใหม่ขึ้นมาช้าแต่ชัดเจน “ผมแค่ลงทุนกับอนาคต” แพรไหมกัดริมฝีปากรู้สึกทั้งหงุดหงิดทั้งสับสน “อนาคตของใคร” ครั้งนี้เขาตอบทันที “อนาคตของคุณงัย” เธอหลับตาสูดลมหายใจเขาลึกก่อนพิมพ์ตอบกลับ “คุณไม่เคยถามฉันเลยนะว่าฉันอยากให้คุณเข้ามาในชีวิตฉันหรือเปล่า” ปลายสายเงียบไปนานกว่าทุกครั้ง ก่อนข้อความสุดท้ายจะขึ้นมาบนหน้าจอ “ผมไม่ได้เข้ามาแทนที่ชีวิตคุณ ผมแค่ยืนอยู่ในที่ที่คุณหนีไปไหนไม่พ้นต่างหาก” แพรไหมเงยหน้ามองตึกเรียนรู้สึกเหมือนมันสูงขึ้น ใกล้ขึ้น โดยไม่รู้ตัวและในวินาทีนั้นเธอเริ่มเข้าใจว่า..เกมนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน ไม่ใช่แค่เรื่องอำนาจ แต่เป็นเรื่องของ “ระยะห่าง ใกล้และแคปลงเรื่อย ๆ” ระยะที่เขาค่อย ๆ ขยับเข้ามาโดยไม่ต้องแตะต้อง ณ ในห้องทำงาน ภูผาวางโทรศัพท์ลงยิ้มบาง ๆ เกมต่อไปเพิ่งเริ่มและครั้งนี้ สนามคือชีวิตประจำวันและการดำเนินชีวิตของเธอทั้งในมหาวิทยาลัย เส้นทางเดินต่าง ๆ ในชั้นเรียนและทุกจุดที่เธอคิดว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัย เขาไม่ได้จะวิ่งเข้าใส่เธอตรง ๆ ไม่ได้จะเร่งรัด และไม่ได้จะบังคับเธอ เขาจะค่อย ๆ อยู่ข้าง ๆ ด้วยจนวันที่เธอหันมาแล้วพบว่า เขาอยู่ตรงนั้นมานานแล้ว — โปรดติดตามตอนต่อไป 🫠👉
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD