🫶 คนกลางระหว่างสายตา

2145 Words
บ่ายวันนั้น 🌞 แพรไหมตั้งใจทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้ ยุ่งกับเอกสารตรงหน้า ยุ่งกับโน้ตที่เปิดค้าง ยุ่งกับเสียงณัฐชาที่บ่นเรื่องโปรเจกต์ไม่หยุดปาก เพราะยิ่งปล่อยให้ตัวเองว่าง ภาพบางภาพในหัวก็ยิ่งชัด ระยะห่างที่ใกล้เกินไป น้ำเสียงที่ไม่เร่ง สายตาที่เหมือนรู้อยู่แล้วว่าเธอจะไม่หนี “ไหม แกฟังฉันอยู่หรือเปล่า” ณัฐชาหันมามองเลิกคิ้วนิดหนึ่ง เหมือนจับสัญญาณได้บางอย่าง แพรไหมสะดุ้งยิ้มแห้ง ๆ “ฟังอยู่ ๆ โทษที คิดอะไรเพลินไปหน่อย” ณัฐชามองหน้าเพื่อนเหมือนจะถามต่อ แต่สุดท้ายก็แค่ถอนหายใจเบา ๆ “ตั้งแต่ผู้บริหารคนใหม่เข้ามา” ณัฐชาพูด “บรรยากาศมหาวิทยาลัยมันแปลก ๆ เนอะ” แพรไหมไม่ตอบเพียงยิ้มบาง ๆ เหมือนประโยคนั้นไม่ได้เกี่ยวกับเธอทั้งที่ในใจมันข้องเกี่ยวกับเธอเกินไปแล้ว ช่วงบ่ายแก่ 🌖 คณะบริหารธุรกิจมีการประชุมย่อย เรื่องกิจกรรมร่วมกับภาคเอกชนนักศึกษาบางส่วนถูกเชิญให้เข้าร่วมฟัง แพรไหมนั่งอยู่แถวกลางตั้งใจฟัง หรืออย่างน้อยก็พยายามทำให้ดูเหมือนตั้งใจ จนกระทั่ง เสียงเปิดประตูดังขึ้นเบา ๆ ไม่ดังมาก ไม่สะดุด แต่บรรยากาศในห้องกลับเปลี่ยนไปทันที ชายหนุ่มร่างสูงก้าวเข้ามา สูทสีอ่อน สีหน้าเป็นมิตร รอยยิ้มของคนที่คุ้นเคยกับสายตาคนอื่น ชอน อัศวัฒนะ คณะบริหารธุรกิจที่กำลังจะจบและกำลังทำโปรเจกต์จบตัวสุดท้ายของเทอม เขากวาดตามองทั่วห้องเหมือนมองผ่าน ๆ แต่เมื่อสายตาไปเจอแพรไหมมันหยุดอยู่เสี้ยววินาทีนานกว่าที่ควรจะเป็น แพรไหมรับรู้ได้ทันทีแม้เขาจะยิ้มให้ทุกคนเหมือนกัน “สวัสดีครับทุกคน” ชอนทักน้ำเสียงสุภาพ อบอุ่น เป็นกันเอง “ผมชอน ตัวแทนจากบริษัทอัศวัฒนะ” “วันนี้ขอเข้ามาร่วมฟังแนวคิดของนักศึกษาด้วยครับ” ชอน วันนี้เค้ามาในนามตัวแทนบริษัทของพ่อเข้าร่วมรับฟังแนวคิดของนักศึกษาด้วย อาจารย์พยักหน้า เชิญนั่ง ชอนเลือกที่จะนั่งที่ว่างบังเอิญอยู่แถวเดียวกับแพรไหม ใกล้แต่ไม่ชิดมาก ใกล้ในระยะที่คนตั้งใจเว้นและรู้ตัวดีว่ากำลังเว้นระยะห่างแบบพอดี “บังเอิญจังนะครับ น้องแพรไหมจำพี่ได้ไหมพี่ชอนเป็นเพื่อนพี่ชายของน้องเพทายน่ะ” ชอนกระซิบเบา ๆ ในจังหวะที่อาจารย์เริ่มพูด แพรไหมหันไปยิ้มสุภาพ “ค่อนข้างบังเอิญจังเลยนะคะ” “พี่จำเธอได้” เขาพูดต่อน้ำเสียงสบาย ๆ ไม่ได้รีบเร่งอะไร “จากวันที่เจอกันครั้งก่อนหน้า ที่แถวหน้าคณะบริหาร” แพรไหมพยักหน้า “ อ๋อนึกออกแล้วค่ะ จำได้ค่ะ” “วันนั้น แพรไหมดูรีบ” ชอนยิ้ม “วันนี้ดูสบายขึ้นนะครับ” เธอหัวเราะเบา ๆ “อาจเพราะวันนี้ อากาศสดชื่นและไม่มีใครมากวนใจมั้งค่ะ” คำพูดนั้นฟังเหมือนเล่นแต่มีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ชอนเลิกคิ้วหัวเราะนิดหนึ่ง “ถ้าเป็นพี่ พี่คงขอโทษแพรไหมไปแล้ว” “ไม่เป็นไรค่ะ” แพรไหมตอบสุภาพ เรียบนิ่งแต่ยังรักษาระยะห่าง ชอนมองเธอด้วยแววตาที่สนใจ อยากได้ แต่ไม่ล้ำเส้น ไม่เร่งรีบแต่ชัดเจนจนมีบ้างคนเขาดูออก หลังการประชุมนักศึกษาทยอยออกจากห้อง ชอนลุกขึ้นพร้อมกันกับแพรไหม เดินข้างแพรไหมอย่างเป็นธรรมชาติ สุภาพไม่เร่งรีบ ไม่รั้งเธอ “ถ้าไม่รบกวน” เขาพูด “พี่ขอเลี้ยงกาแฟเป็นการขอโทษย้อนหลังได้ไหมครับ” แพรไหมชะงักเพียงเสี้ยววินาทีไม่ใช่เพราะไม่อยาก แต่เพราะรับรู้ได้ถึงว่ามีอะไรบางอย่างที่กำลังค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้เธอ “วันนี้คงไม่ได้ค่ะ” เธอตอบ น้ำเสียงอ่อน “ฉันมีนัดกับเพื่อนแล้วคะ” ณัฐชาที่เดินตามหลังมาถึงกับหันขวับ ชอนพยักหน้าไม่ได้ผิดหวังและไม่เซ้าซี้แพรไหมต่อ “งั้นไว้โอกาสหน้านะครับ” เขาพูดยิ้มบาง ๆ “พี่ไม่รีบครับ” ประโยคเดียวกลับทำให้แพรไหมนึกถึงใครอีกคน โดยไม่ตั้งใจ จากอีกฝั่งของอาคาร สายตาคู่หนึ่งจับภาพทั้งหมดไว้เงียบ ๆ ไม่ได้เข้ามาแทรก ไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกอึดอัด ภูผายืนคุยกับอาจารย์ท่าทางสุภาพเป็นทางการ แต่สายตาไม่อยู่ตรงนั้น เขาเห็นการยืนข้างกัน การพูดคุย รอยยิ้มที่ไม่ล้ำเส้นแต่มีความหมาย “คุณภูผาคะ” อาจารย์เรียก “คิดเห็นยังไงกับกิจกรรมร่วมกับภาคเอกชน” ภูผาหันกลับมายิ้มสุภาพ “เป็นแนวคิดที่ดีครับ” เขาตอบเสียงเรียบ “แต่ผมอยากให้เด็กได้เลือกด้วยเองมากกว่าครับ” “ว่าจะร่วมกับใคร ทำอะไร” “และในจังหวะไหน” ประโยคนั้นฟังเหมือนพูดถึงเรื่องงานแต่มันไม่ใช่ทั้งหมด เย็นวันนั้น 🌘 แพรไหมเดินออกจากตึกพร้อมณัฐชา “เมื่อกี้พี่คนหล่อ เค้ายังหล่อเหมือนเดิมเลยเนอะแก” ณัฐชากระซิบ “พี่ชอนน่ะ” แพรไหมหัวเราะ “จ๊ะ หล่อเหมือนค่ะ” “แกตอบเร็วไปไหม” ณัฐชาแซว แพรไหมยักไหล่ “ความหล่อมันเถียงยากนี่นา” แต่ในใจภาพของอีกคนยังชัดกว่า โทรศัพท์ในมือเธอสั่นข้อความใหม่เด้งขึ้นมา : วันนี้คุณดูมีคนคุยด้วยเยอะแยะจังเลยนะ แพรไหมชะงักเงยหน้ามองรอบตัว ไม่เห็นรถสีดำ ไม่เห็นใครคุ้นตา : คุณสังเกตเก่ง มีตารอบด้านเลยนะคะ เธอพิมพ์กลับกวนเบา ๆ ไม่นานข้อความตอบกลับมา : ผมแค่ไม่ชอบที่พลาดรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ แพรไหมเม้มปากหัวใจเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง : คุณไม่จำเป็นต้องมาสนใจทุกอย่างเกี่ยวกับฉันก็ได้นะคะ ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับสั้น ๆ : ผมไม่ได้สนใจทุกอย่าง แต่ผมเลือกที่จะเอาของ ๆ ผมกลับมา คำว่า เลือก ทำให้เธอเผลอหยุดเดิน ณัฐชาหันมามอง “แกเป็นอะไรอีกแล้ว” แพรไหมยิ้ม “ไม่มีอะไรจริง ๆ” ค่ำวันนั้น 🌘 ภูผานั่งอยู่ในรถสีดำคันเก่า ไฟเมืองสะท้อนกระจกเป็นเส้นยาว เหมันต์นั่งเงียบรอจังหวะ “ชอนเริ่มขยับแล้วครับ” เขารายงานในที่สุด ภูผาพยักหน้า ไม่ค่อยดูแปลกใจ ไม่หงุดหงิด “เขาเล่นเกมสุภาพเข้าหาเธอ” ภูผาพูดเหมือนวิเคราะห์มากกว่าบ่น “นั่นแหละที่น่าระวัง” “จะให้ผมกันเธอออกจากคุณชอนไหมครับ” ภูผาส่ายหน้ามุมปากยกขึ้นเล็กน้อย “ไม่จำเป็นหรอก” เขาตอบ “ปล่อยให้มันเข้ามาข้องเกี่ยวกับเธอ” เหมันต์เลิกคิ้ว “บางครั้ง” ภูผาพูดต่อ “การมีคนกลางหรือบุคคลที่สามเขามา” “จะทำให้เราเห็นชัดขึ้นว่า—” “เธอจะเลือกใครเลือกอะไร” เขามองออกไปนอกหน้าต่าง นึกถึงรอยยิ้มที่สุภาพของแพรไหมและท่าทีที่ไม่ได้หนีไปไหนแต่ไม่เข้าใกล้ชอนจนเกินไป เกมนี้ เริ่มมีผู้เล่นเพิ่มแต่เขายังไม่คิดว่า ตัวเองจะเสียตำแหน่ง เพราะสิ่งที่เขามีมันไม่ใช่แค่เวลาหรืออำนาจ แต่มันคือความอดทนที่จะรอให้ใครบางคนเลือกเดินเข้ามาเอง และนั่น คือจุดที่เกมจะเริ่มร้อนขึ้นจริง ๆ 🚩 คนกลางระหว่างสายตา 🌘 ค่ำวันเดียวกันนั้น แพรไหมกลับถึงห้องพักช้ากว่าปกติเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะติดธุระอะไร แต่เพราะเธอเดินช้าลงเอง เหมือนตั้งใจยืดเวลาให้ตัวเองได้คิดอะไรบางอย่างให้จบ ทั้งที่ในใจรู้ดีว่าบางเรื่องไม่ได้จบง่าย ๆ แค่คิด โทรศัพท์ในมือสั่นขึ้นอีกครั้งคราวนี้ไม่ใช่ข้อความ แต่เป็นสายเรียกเข้า ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้เธอหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องก่อนจะเผลอสูดลมหายใจเข้าลึก ภูผา แพรไหมมองชื่อนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดรับสาย “ค่ะ มีอะไรให้รับใช้คะ” น้ำเสียงของเธอเรียบเหมือนตลอดทั้งวันไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ถึงห้องหรือยัง” คำถามสั้น ๆ ไม่ถามว่าไปไหนมา ไม่ถามว่าอยู่กับใคร แต่ฟังดูเหมือนเขารู้คำตอบอยู่แล้ว “เพิ่งถึงค่ะ” เธอตอบ พรางถอดรองเท้า วางกระเป๋าลงข้างตัว “วันนี้ดูเหมือนคุณจะยุ่งนะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงปกติ สุภาพแต่มีอะไรบางอย่างแฝงอยู่ จับทางเดาเขายากแต่รู้สึกได้ แพรไหมยิ้มบาง ๆ ทั้งที่เขามองไม่เห็น “ก็ปกติของนักศึกษานะคะ” “ผมเห็นคุณยิ้มอ่อยผู้ชายด้วยนะ” ประโยคนั้น ทำให้มือที่กำลังเอื้อมไปเปิดไฟชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที “คุณคงดูผิดแล้วค่ะ” เธอตอบเสียงกวนเบา ๆ “ฉันไม่ใช่คนยิ้มง่ายขนาดนั้น และไม่ได้อ่อยใครตามที่คุณพูดนะคะ” ปลายสายเงียบไปเล็กน้อย ไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า แต่เป็นความเงียบของคนที่กำลังคิดมาก “คุณยิ้มกับเขา” ภูผาพูดต่อเสียงต่ำลงเล็กน้อย “แต่ไม่ใช่รอยยิ้มเดียวกับที่คุณใช้กับผม” แพรไหมเอนหลังพิงประตูหลับตาลงเบา ๆ “คุณนี่สังเกตเก่งจริงจังนะคะ” เธอพูดเหมือนแซวแต่หัวใจกลับเต้นแรงกว่าที่คิด “ผมแค่ดูมันออก” เขาตอบ “ว่ารอยยิ้มไหน..ให้ ใคร” คำว่า ให้ เขาไม่ได้พูดดัง ไม่ได้เน้น แต่ทำให้บรรยากาศปลายสายดูอึดอันขึ้นโดยไม่ต้องมีใครพูดตรง ๆ “คุณกำลังหึงหรือเปล่าคะ” แพรไหมถามเหมือนโยนหินก้อนเล็กลงในผิวน้ำที่นิ่งเกินไป ปลายสายหัวเราะเบา ๆ เหมือนขำอยู่ในลำคอ “คุณคิดว่าผมควรหึงไหม” “ฉันไม่ใช่คนของคุณนะคะ” เธอตอบทันทีน้ำเสียงนุ่มแต่ชัดเจน “ผมรู้ แต่คุณก็เป็นของผมแล้ว หรืออยากให้ผมทวนความทรงจำเหล่านั้นให้คุณอีกครั้ง” เขาตอบเร็วกว่า “ผมเลยหึง และหวง” คำว่า เลยหึง หวง ทำให้เธอเผลอขมวดคิ้ว “แต่ผมไม่ชอบ” เขาพูดต่อ ช้า ๆ นิ่ง ๆ “เวลามีใครมายืนในระยะที่ผมตั้งใจเว้นไว้ให้คุณ” แพรไหมกลืนน้ำลาย รู้สึกเหมือนอากาศในห้องลดลงเล็กน้อย “คุณเว้นไว้ให้ฉัน…” เธอถาม “…หรือเว้นไว้ให้ตัวคุณเองคะ” ไม่ใช่คำถามท้าทายแต่เป็นการลองใจอย่างเงียบ ๆ ภูผาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งจนอ่านไม่ออก “ทั้งสองอย่าง” แพรไหมหัวเราะเบา ๆ แต่หัวใจกลับไม่เบาเลย “คุณนี่ชอบพูดเหมือนควบคุมทุกอย่างเลยนะคะ” “ผมไม่เคยควบคุมคุณ” เขาตอบ “ผมแค่ไม่หลอกตัวเอง” “หลอกว่ายังไงคะ” “หลอกว่าไม่รู้สึก” เขาพูดชัด ช้า เหมือนตั้งใจให้คำนี้อยู่ในใจเธอ ปลายนิ้วแพรไหมกำโทรศัพท์แน่นขึ้นไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะเริ่มรับรู้ได้ว่า เกมนี้กำลังขยับจาก สายตา ไปสู่ ความรู้สึก อย่างจริงจัง “ถ้าคุณรู้สึก” เธอถามเสียงเบาลง “คุณจะทำยังไงต่อคะ” ภูผาไม่ตอบทันที เขาไม่รีบ เหมือนทุกครั้ง “ผมจะรอ” เขาพูดในที่สุด “รอวันที่คุณรู้สึกเหมือนกัน” แพรไหมหลับตา หัวใจเต้นแรงจนต้องสูดลมหายใจลึก “แล้วถ้าวันนั้นไม่มีวันที่ฉันรู้สึกเหมือนกับคุณเกิดขึ้นล่ะคะ” “งั้นผมก็จะยังอยู่ตรงนี้” เขาตอบ “ในระยะที่คุณมองเห็น” ไม่รุกล้ำ ไม่ถอยหนี และไม่หายไปไหน แพรไหมไม่พูดอะไรต่อเพราะรู้ดีว่าถ้าเธอพูดอีก อาจเผลอเปิดช่องให้เขามากกว่านี้ “พักผ่อนเถอะครับ” ภูผาพูดน้ำเสียงอ่อนลงอย่างน่าประหลาดใจ “พรุ่งนี้คุณมีเรียนเช้านิ” “คุณรู้ตารางฉันดีกว่าตัวฉันจังเลยนะคะ” เขาหัวเราะเบา ๆ “บังเอิญน่ะครับ” เธอส่ายหน้าทั้งที่เขามองไม่เห็น “ฝันดีนะคะ” “ฝันดี” เขาตอบเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “แล้วอย่าลืม…ผมไม่ได้รีบ” สายตัดไป แพรไหมวางโทรศัพท์ยืนอยู่กลางห้องเงียบ ๆ หัวใจยังเต้นแรงทั้งที่ไม่มีใครอยู่ตรงหน้า เธอไม่รู้ว่าเขากำลังรออะไร แต่เธอรู้แล้วว่า..? ผู้ชายคนนั้นไม่ได้ต้องการแค่ “ความใกล้” เขากำลังรอ ให้เธอเป็นคนก้าวเข้ามาเอง และนั่นแหละ คือสิ่งที่ทำให้เกมนี้อันตรายขึ้นกว่าที่คิด — โปรดติดตามตอนต่อไป 🔥
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD