เสียงเพลงในผับดังขึ้นเรื่อย ๆ จังหวะไม่เร็วแต่ชวนให้ร่างกายขยับโดยไม่ต้องคิด แพรไหมหัวเราะเสียงดัง ดังเกินปกติของตัวเอง แก้วในมือถูกยกขึ้นชนกับใครหลายคน ไม่ทันนับ ไม่ทันจำชื่อ ผู้ชายผลัดกันเข้ามาใกล้ ใกล้พอจะได้กลิ่นน้ำหอม ใกล้พอให้เสียงพูดต้องลดลง เธอไม่ได้ตั้งใจอ่อยแต่ท่าทีที่ปล่อยตัว รอยยิ้มที่ไม่ระวังมันดึงสายตาได้ง่ายกว่าที่คิด ณัฐชาพยายามอยู่ไม่ห่าง แต่บางจังหวะก็ถูกกลืนไปกับฝูงชน และในขณะที่ฟลอร์เต้นรำดูเหมือนจะมีแค่แสง สี และเสียง มีสายตาคู่หนึ่งมองทุกจังหวะนั้นจากที่สูงกว่า ไม่ยิ้ม ไม่ขยับ ไม่ละสายตา ชั้นบนของผับภูผายืนพิงราวกระจก แก้วในมือไม่ถูกยกขึ้นดื่ม เขาเห็นทุกอย่างตั้งแต่แพรไหมเริ่มหัวเราะง่ายขึ้น ตั้งแต่ระยะที่ใครบางคนขยับเข้ามาใกล้เกินไป ตั้งแต่มือที่ยื่นมาแตะหลังเธอโดยอ้างว่า “กันชน” เขาไม่ได้ขยับแต่กรามขบแน่นขึ้นเล็กน้อย “เฝ้าอยู่ห่าง ๆ” เขาพูดกับเหมันต์โดยไม่ห

