ภูผาก้มศีรษะลงจนหน้าผากเกือบแตะกัน
เขาหลับตาเพียงเสี้ยววินาที เหมือนคนที่กำลังดึงสติกลับมาให้ทัน ก่อนความรู้สึกจะล้นออกมามากเกินไป
มือของเขาเลื่อนมาวางที่เอวเธอ
ไม่รัด ไม่เร่ง แต่มั่นคงพอจะทำให้แพรไหมขยับเข้าใกล้โดยไม่รู้ตัว
สายตาของเขาจับอยู่ที่เธอแน่น จนเธอรู้สึกร้อนวูบที่ในดวงตา
“อยากให้ผมหยุดไหม”
คำถามนั้นไม่ได้ฟังดูเหมือนการขออนุญาต แต่เหมือนเปิดโอกาสให้เธอเลือกว่าจะก้าวต่อหรือถอยกลับ
แพรไหมกัดริมฝีปากหัวใจเต้นแรงกว่าที่คิด
“ฉัน..ไม่ได้พูดว่าให้หยุด..”
แววตาของภูผาเปลี่ยนไปช้า ๆ จากการควบคุมได้ เป็นไฟที่ค่อย ๆ ลุก ไม่โหมแต่ร้อนพอจะรู้สึกได้
“ผมจะคุมไม่อยู่แล้วนะ”
เขายกมือขึ้นประคองท้ายทอยเธอดึงเข้ามาใกล้ ใกล้พอจะได้ยินลมหายใจของกันและกันชัดเจน
“ดี” เสียงเขาต่ำ แผ่ว
“เพราะผมก็ไม่อยากหยุดเหมือนกัน”
ริมฝีปากของเขาแตะลงมา ไม่แรง ไม่รีบ แต่ตั้งใจเป็นจังหวะที่พอดีจนแพรไหมต้องยกมือขึ้นจับเสื้อเขาไว้แน่นเหมือนกลัวว่าถ้าไม่จับทุกอย่างจะหายไป
เธอถอยหลังเล็กน้อยจนแผ่นหลังแนบขอบโต๊ะ
ภูผาตามเข้ามา
ไม่ได้กด
แต่ไม่เปิดพื้นที่ให้ลังเล
จูบของเขาเปลี่ยนจากการแตะ
เป็นการเน้น
หนักขึ้นทีละนิด
เหมือนคนที่เก็บความรู้สึกไว้นานเกินไป
และไม่คิดจะเก็บมันอีกแล้ว
แพรไหมหายใจติดขัด
เสียงในลำคอหลุดออกมาโดยไม่ตั้งใจ
มือของเขาลูบแผ่นหลังเธอช้า ๆ
เหมือนกำลังปลอบ
เหมือนกำลังยืนยันว่าเธออยู่ตรงนี้จริง ๆ
“ไม่ต้องฝืน”
เขาพึมพำใกล้หู
“ไม่ต้องเก่ง”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจเธอสั่น
มากกว่าการแตะต้องใด ๆ
เขาจูบสั้น ๆ ที่หน้าผาก มือเขาลูบแผ่นหลังเธอ ช้า ๆ เลื่อนลงทีละนิด หยุดตรงใต้เข็มขัด ทำให้เธอหายใจติดขัด
ตอนนี้เธอเริ่มอยู่ไม่สุข นิ้วเรียวยาวเริ่มจิกไปที่โซฟา ขาเริ่มถูเบียดเสียดกัน มือเล็กบีบขยำที่เต้าอวบของตัวเอง
"ฉันไม่ไหวแล้ว...เร็ว ๆ นะ"
เริ่มขยำเต้าอวบตัวเอง จนขุนเขาต้องรีบเร่งทำลูบไล้เร็ว เร่งจังหวะขึ้นอีก
แพรไหมเชิดหน้าขึ้น และส่งเสียงครางออกมาในลำคอ ผิวขาวราวแสงนีออนทำเอาภูผาที่กำลังคลึงจนมือสั่น
"เร็วนาย ฉันไม่ไหวแล้วช่วยใช้อย่างอื่นแทนนิ้วของนายได้ไหม"
เธอรู้ว่าตัวเองกำลังต้องการอะไร ถึงได้อ้อนวอนคนตรงหน้า ทั้งที่รู้ว่ามันน่าอาย แต่ความต้องการกลับเหนือสิ่งอื่นใด ขุนเขาก็ต้องการเธอมากเช่นกัน ก่อนคนร่างบางจะโดนสองแขนแกร่งอุ้มขึ้น สองแขนเรียวกอดคอเขาเอาไว้แน่นโดยอัตโนมัติ เพราะกลัวตก
สายตาคู่คมมองสองเต้าอวบของเพลงพิณ มือเขาค่อยๆ เลื่อนไปขยำเต้าอวบและขาวอมชมพู เขาสัมผัสก้อนกลมๆ นั้น
"อืม...อาส์ ~ คุณ"
ภูผาเพียงสัมผัส แพรไหมก็ร้องด้วยความเสียว มันเสียวซ่านจนเธออธิบายไม่ถูก ก่อนที่อกอวบจะแอ่นรับตามความเสียว
มือเขาบีบคลึงไปที่เต้ากลมกลึงเด้งสู้มือใหญ่ ภูผาใช้ปากโน้มลงมาสัมผัสที่เต้าอวบ ดูดตวัดใช้ปลายลิ้นเขี่ยยอดจุดนั้นอย่างพริ้วไหว
"อ๊า...~ ~"
เพียงแค่ปลายลิ้นสัมผัส มือเล็กจิกไหล่กว้างเอาไว้แน่นจนเขารู้สึกเจ็บแสบ แต่ก็ปล่อยให้เธอ ปากเขาประกบไปที่ปากบางของแพรไหมมันหอมหวานเกินคาด เขาจูบต่อไม่หยุด ลิ้นตวัดไล่ต้อนลิ้นเล็ก พันกันระรัว เขาดูดกลืนครั้งแล้วครั้งเล่าความหวานติดตรึงที่ปลายลิ้น
แพรไหมผละออก มือเรียวเล็กผละหน้าขุนเขาไปที่ร่องน้ำเยื้อมที่เนินสาวนูนขาวสะอาด ก่อนจะพบว่าตรงนั้นของเธอมันเฉอะแฉะไปหมด แล้วก้มต่ำไปที่กลีบสวยอวบอูมนั้นลองลิ้มชิมรส
แผลบ แผลบ แผลบ
"อ้า...~ คุณฉันเสียว..."
เธอก็ร้องครางออกมาด้วยความเสียว ภูผาตวัดไปมาตามกลีบสวย สองมือจับขาเรียวเล็กให้กว้างอีก ก่อนที่แพรไหมจะกระตุกเกร็งไปทั้งตัว
"อ๊า...อืม...~~"
เขาใช้เพียงลิ้นก็ทำให้เธอแตะถึงสวรรค์เสียแล้ว
"นี่เธอ...เสร็จแล้วเหรอ"
หลังจากที่เขาทำเธอเสร็จไปหนึ่งรอบ ด้วยลิ้นของเขา
เพลงพิณเสียว มือเรียวยาวชักรูดท่อนแข็งอันใหญ่ มือเรียวยาวจับรูดท่อนเอ็น แล้วแย่ไปตรงกลางระหว่างขา จากนั้นก็ค่อยๆ ดันแท่งเอ็นแข็งใหญ่เข้าไป
สวบ!!
"อ๊า...คุณ ฉันเจ็บ..."
มือเรียวเล็กดันไว้ที่หน้าท้องด้วยความเจ็บ
"ทนอีกหน่อยได้ไหม เดี๋ยวมันก็จะไม่เจ็บ"
ภูผาก้มลงไปจูบที่ปากเพื่อทำให้เธอเลิกสนใจ ก่อนที่เธอจะจูบตอบกลับ
พรวด!!
ท่อนอุ่นแข็งใหญ่ถูกเขาดันเข้าไปอย่างแรง
"กรี๊ด!!!อ๊า...โอ้ยมัน มันเริ่มโอเค มันเริ่มฟินแล้วอ่า"
ริมฝีปากภูผายังจูบเธอเอาไว้ พร้อมร่างที่เริ่มขยับ
"อืม...อาส์...~~"
แพรไหมร้องเสียว แต่มันก็ปะปนด้วยความเสียวมากขึ้นไปอีก
พับ พับ พับ
"อ๊า....คุณ เรียกชื่อฉัน..."
"อ้า...ภูผาคะ คุณ CEO คะ...อืม...ฉันเสียว..."
พับ พับ พับ
"อาส์.."
ภูผาใช้เอวหนากระแทกซอยไม่หยุด เขาจับขาเรียวข้างหนึ่งไปพาดไว้บนบ่า เขาขบกรามแน่นส่งเสียงครางต่ำในลำคอออกมา
“เสียวอ่าส์ จะแตก"
“แตกเลยอ๊ะๆ ฉันก็จะไม่ไหวแล้ว”
ปัก ปัก ปัก!
มือใหญ่สองข้างบีบเต้าเนินขาวอวบใหญ่ เขากระแทกทั้งตอกเอ็นเข้าใส่ร่องแฉะอย่างบ้าคลั่งจนร่างบางครางเสียงหลง
"อ๊ะ อ๊างง ไม่ไหว ฮื่ออ”
“เสียว?”
“อะ อื้อ อ๊า~”
เขาโน้มตัวลงซุกที่ซอกคอหอมประคองกอดร่างบางไว้แน่นแล้วเร่งเอวกระแทกลำเอ็นเข้าออกในร่องอุ่นถี่เร็ว ลึกๆ เน้นๆ
"เธอ อูย จะเสร็จแล้วๆ อ๊ะ อ๊าางง”
“อีกนิด ซี๊ดส์ จะแตกแล้ว"
ร่างบางขยุ้มมือกำเส้นผม ซึ่งเธอก็อ้าขาออกกว้างปล่อยให้เขากระแทกต่อจนเสร็จ ป็อก!
"เสียว ซี๊ดส์ แตกแล้ว ฮึ่ม...”
เธอซบหน้าลงหอบหายใจกับเตียงนอนนุ่มอย่างหมดแรง
ช่วงเวลานั้น
ไม่มีคำว่ารีบ
ไม่มีคำว่าชนะ
มีแค่คนสองคนที่เลือกจะอยู่ตรงนี้
ในวินาทีเดียวกัน
คืนนี้ยังอีกยาว
และเกมระหว่างหัวใจกับเหตุผล เพิ่งเริ่มเดินเข้าสู่จุดที่
ไม่มีใครสามารถทำเป็นไม่รู้สึกได้อีกต่อไป
เช้าวันถัดมา — ข้อตกลงที่ไม่ควรมีผลต่อเนื่อง แต่ดันมี
เช้าวันถัดมา
แสงแดดอ่อนลอดผ่านผ้าม่านสีเทาเข้ม
ไม่แรง
ไม่เร่ง
แต่ชัดพอจะบอกว่า—คืนหนึ่งผ่านไปแล้วจริง ๆ
แพรไหมลืมตาขึ้นช้า ๆ
ร่างกายยังอุ่น
กลิ่นสะอาดของห้องหรูยังอบอวล
ทุกอย่างดูเรียบร้อย
สงบ
เหมือนคืนที่ผ่านมาไม่เคยมีอะไรเกินขอบเขตเกิดขึ้น
ยกเว้นความรู้สึกในอกของเธอ
เธอหันไปมองข้างตัว
ที่นอนฝั่งนั้นว่าง
เย็น
แต่เสียงน้ำจากห้องน้ำบอกชัดว่าเขายังอยู่
แพรไหมลุกนั่ง
ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัว
ไม่ใช่เพราะอาย
แต่เพราะยังไม่แน่ใจว่า
ควรอยู่ในบทบาทไหนของเช้านี้
เช้าวันถัดมา
แสงแดดอ่อนลอดผ่านผ้าม่านสีเทาเข้ม
ไม่แรง
ไม่เร่ง
แต่ชัดพอจะบอกว่า—คืนหนึ่งผ่านไปแล้วจริง ๆ
แพรไหมลืมตาขึ้นช้า ๆ
ร่างกายยังอุ่น
กลิ่นสะอาดของห้องหรูยังอบอวล
ทุกอย่างดูเรียบร้อย
สงบ
เหมือนคืนที่ผ่านมาไม่เคยมีอะไรเกินขอบเขตเกิดขึ้น
ยกเว้นความรู้สึกในอกของเธอ
เธอหันไปมองข้างตัว
ที่นอนฝั่งนั้นว่าง
เย็น
แต่เสียงน้ำจากห้องน้ำบอกชัดว่าเขายังอยู่
แพรไหมลุกนั่ง
ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัว
ไม่ใช่เพราะอาย
แต่เพราะยังไม่แน่ใจว่า
ควรอยู่ในบทบาทไหนของเช้านี้
สายตาเธอสะดุดกับซองสีขาวบนโต๊ะข้างเตียง
วางไว้อย่างตั้งใจ
เหมือนรู้ว่าเธอจะมองเห็นเป็นอย่างแรก
หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย
เธอเปิดซอง
เงินเรียงอย่างเป็นระเบียบ
มากเกินกว่าจะเรียกว่า “ค่ำคืนหนึ่ง”
ใต้ธนบัตรมีโน้ตแผ่นเล็ก
ลายมือคม ชัด
“ตามข้อตกลง
คุณเป็นอิสระแล้ว”
ไม่มีชื่อ
ไม่มีคำอธิบาย
เหมือนประโยคปิดดีลในเอกสารธุรกิจ
แพรไหมหัวเราะเบา ๆ
ไม่ขำ
แต่ก็ไม่โกรธ
อิสระ…งั้นเหรอ
เธอวางซองลง
ความรู้สึกในอกไม่ใช่ความพ่ายแพ้
แต่เป็นความหนักแน่นบางอย่าง
เหมือนรู้ว่าการตัดสินใจเมื่อคืน
ไม่ได้จบง่าย ๆ อย่างที่คิด
เสียงฝักบัวหยุด
ประตูห้องน้ำเปิดออก
ภูผาก้าวออกมา
สีหน้าเรียบ
ท่าทางเหมือนเช้าวันทำงานทั่วไป
“อรุณสวัสดิ์”
น้ำเสียงสุภาพ
เป็นทางการ
จนแทบเหมือนคืนที่ผ่านมาเป็นแค่ความฝัน
“ค่ะ…”
เธอตอบสั้น ๆ
เขาเหลือบมองซองเงิน
ไม่แตะ
ไม่พูดถึง
“รถจะมารับคุณในสิบห้านาที”
เขาบอก
เหมือนแจ้งกำหนดการ
“ถ้าต้องการอะไร บอกพนักงานได้”
แพรไหมพยักหน้า
คำถามมากมายติดอยู่ในลำคอ
เพราะไม่รู้จะถามในฐานะอะไร
เขาเดินออกจากห้องไป
ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่ไม่ได้ว่างเปล่าเลย
แพรไหมนั่งนิ่ง
มองซองเงินอีกครั้ง
ก่อนจะหยิบมันใส่กระเป๋าอย่างช้า ๆ
เกมเมื่อคืนจบลงแล้ว
ตามกติกา
ตามข้อตกลง
แต่หัวใจของเธอ
ยังไม่ยอมออกจากสนาม
ไม่ใช่เพราะเสียดาย
ไม่ใช่เพราะหลง
แต่เพราะเธอเริ่มเข้าใจว่า
คำว่า แค่วันนี้
ไม่เคยหมายถึงแค่วันเดียวจริง ๆ
และการเลือกเมื่อคืน
กำลังจะตามมาเก็บดอกเบี้ย
ในแบบที่อ่อนโยน
แต่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย
🤭🫠