หลังจากวางสายจากชอน
เพทายนั่งนิ่งอยู่กับโทรศัพท์ในมือครู่หนึ่ง
แสงไฟในห้องสะท้อนบนหน้าจอที่มืดลง เหมือนความคิดบางอย่างที่ยังไม่ดับ เขาไม่ได้รีบร้อน แต่สุดท้ายก็กดเบอร์ที่คุ้นเคยที่สุดเบอร์หนึ่งลงไป
โทรศัพท์ของแพรไหมดังขึ้นหน้าจอขึ้นชื่อว่า เพทาย พี่ชายสุดเลิฟ
เธอเหลือบมองก่อนจะกดรับทันทีน้ำเสียงสดใสตามนิสัย
“ว่าไงคะคุณพี่ชาย มีอะไรให้น้องสาวคนนี้รับใช้หรือเปล่าคะ”
เพทายหัวเราะเบา ๆ เสียงเหมือนคนอารมณ์ดี เหมือนพี่ชายที่โทรมาห่วงน้องตามปกติ
“ทำอะไรอยู่ กลับถึงห้องหรือยัง กินข้าวหรือยังล่ะเรา”
คำถามเรียงกันเป็นชุดฟังดูเป็นห่วงแต่ลึกกว่านั้น เขากำลังฟัง น้ำเสียงของเธอ
แพรไหมไม่ได้ระแวงตอบไปตามตรง
“เพิ่งถึงห้องเองค่ะ กำลังจะกินพอดี”
“หนูซื้อซูชิร้านโปรดมานิดหน่อย ไม่ค่อยหิวข้าวเท่าไหร่”
“เดี๋ยวยัยณัฐชาจะมาที่ห้อง มาทำรายงานกันต่อค่ะ”
“อ๋อ งั้นก็ดี” เพทายตอบ
“พี่นึกว่าหนูไม่มีอะไรกิน”
แพรไหมหัวเราะ
“หนูโตแล้วนะคะ หาอะไรกินเองได้ พี่อย่าทำเหมือนหนูยังเป็นเด็กสิ”
เพทายยิ้มกับตัวเองก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงนิดหนึ่ง
“เอ่อ พี่มีเรื่องจะถามหน่อย”
“ถามมาได้เลยค่ะ”
เขาเว้นจังหวะเหมือนเลือกคำพูด
“หนูรู้จักคุณภูผาไหม”
“คนที่เพิ่งซื้อหุ้นมหาวิทยาลัยที่หนูเรียนอยู่น่ะ”
แพรไหมชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ไม่ใช่เพราะตกใจ แต่เพราะไม่คิดว่าชื่อนี้จะหลุดออกมาจากปากพี่ชายในจังหวะนี้
“อ๋อ คุณภูผา” เธอพูดต่ออย่างเป็นธรรมชาติ
“ก็รู้จักในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่คนใหม่ค่ะ จากข่าวที่มหาวิทยาลัยลงประกาศ”
“ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวหรือสนิทอะไรนะคะ”
เธอคิดเล็กน้อยก่อนจะเสริม
“บางทีก็อาจมีคุยกันบ้างค่ะ ในเรื่องงานของมหาวิทยาลัย แต่ก็แค่นั้นจริง ๆ”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง
“อ๋อ โอเค” เพทายตอบเหมือนแค่ถามผ่าน ๆ
“พี่แค่สงสัยเฉย ๆ”
“แล้วพี่ถามทำไมหรือคะ” แพรไหมถามกลับ น้ำเสียงยังคงอ่อนโยน
เพทายนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนจะพูดออกมาเหมือนเรื่องเล็ก
“พี่กำลังคิดจะไปสมัครงานกับเขาน่ะ”
“หืม?”แพรไหมเลิกคิ้ว
“ตระกูลวรเมธาน่ะเหรอคะ พี่คิดดีแล้วเหรอ”
“คิดดีแล้ว”เพทายตอบ น้ำเสียงจริงจังขึ้น
“ธุรกิจเขาใหญ่ มีเครือข่ายเยอะ”
“แล้วก็..! พี่อยากสืบเรื่องพ่อด้วย”
คำว่า พ่อ ทำให้แพรไหมเงียบไป
“พ่อเราเคยทำงานให้ตระกูลนั้น” เพทายพูดต่อ
“พี่แค่อยากรู้ว่ามันมีอะไรที่เรายังไม่รู้หรือเปล่า”
แพรไหมสูดลมหายใจเหมือนจิ๊กซอว์บางชิ้นเริ่มต่อกัน
“หนูนี่ลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย”เธอพูดเบา ๆ
“ไม่แปลกเลยว่าทำไมหนูถึงคุ้นนามสกุลนี้นัก”
“ขอบคุณพี่นะคะ ที่ทำให้หนูนึกได้”
“โอเค เด็กดื้อ”เพทายหัวเราะ
“พี่ไม่กวนแล้ว”
“ค่ะ เดี๋ยวหนูจะไปอาบน้ำ รอณัฐชามาทำรายงานต่อ”
“บายค่ะ พี่ชาย”
“บาย น้องสาวตัวแสบ”
สายตัดไป
แพรไหมวางโทรศัพท์ลุกไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า
จัดเตรียมเอกสาร โน้ตบุ๊ก และอาหารว่างไว้รอเพื่อนที่จะมาทำรายงาน ทุกอย่างดูปกติแต่ในหัวเธอ ชื่อ ตระกูลวรเมธา กลับชัดขึ้นอย่างน่าประหลาด
ก๊อก ๆ ๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นพอดี แพรไหมรีบเดินไปเปิด
“อ้าว มาแล้วเหรอ” เธอยิ้ม
“ฉันเตรียมของเสร็จพอดีเลย”
ณัฐชายิ้มกว้าง
“ขอกินของว่างก่อนนะ หิวมาก ยังไม่ได้กินอะไรเลย”
“โธ่ มาถึงก็กินเลยนะยายตัวดี”แพรไหมหัวเราะ
“ฉันเตรียมไว้ให้แล้ว รู้ว่าแกต้องหิวแน่ ๆ”
“เพื่อนฉันนี้รู้ใจฉันที่สุดเลย” ณัฐชาทำเสียงอ้อน
“น่ารักที่สุด”
อีกฝั่งหนึ่งของเมือง
เพทายยกโทรศัพท์ขึ้นอีกครั้ง
กดโทรหาชอน
“เฮ้ยไอ้ชอน กูได้ความมาเล่าให้มึงฟังแล้วนะ”
“ว่ามาเลยเพื่อน”ชอนถามทันที
“ตกลงน้องมึงรู้จักไอ้คุณภูผาไหม”
“น้องกูบอกว่า รู้จักแค่ตามข่าวมหาวิทยาลัย”
“คุยกันบ้างเรื่องงาน แต่ไม่ได้สนิท ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว”
ชอนเงียบไปก่อนจะพูดช้า ๆ
“แต่จากที่กูเห็นนะ มันไม่เหมือนที่น้องมึงพูดว่ะ”
“มันดู สนิทกันมากกว่านั้น”
“เหมือนคนที่รู้จักกันลึกกว่าที่บอกมา”
เพทายขมวดคิ้ว
“หรือมึงคิดมากไป”
“แพรไหมไม่ใช่คนสนิทกับใครง่าย ๆ”
ชอนหัวเราะในลำคอ
“เออ กูก็ลืมคิดไป”
“เพราะกับกู น้องมึงก็คุยแบบสุภาพ มีระยะห่าง”
เขาเว้นจังหวะก่อนจะพูดต่อ
“แต่กูอยากพิสูจน์”
“พิสูจน์อะไร”
“วันเกิดกู”ชอนพูด
“กูจะจัดงานวันเกิด”
“มึงชวนน้องมึงมาด้วยละกัน”
เพทายชะงัก
“แล้ว?”
“กูจะดูเอง”ชอนยิ้ม
“ว่าน้องมึงกับไอ้คุณภูผา รู้จักกันมากแค่ไหน”
“กูมีวิธีของกู”
เพทายหัวเราะ
“เออ ได้”
“มึงอยากทำอะไรก็ทำ”
“กูเองก็อยากรู้เหมือนกัน”
ไม่กี่นาทีต่อมา
โทรศัพท์ของแพรไหมดังขึ้นอีกครั้ง
“ฮัลโหล มีธุระอะไรอีกคะคุณพี่” เธอแซว
“พอดีมีเรื่องอยากรบกวนหน่อยนะน้องพี่”เพทายพูด
“วันอาทิตย์นี้วันเกิดเพื่อนพี่ ไอ้ชอนน่ะ”
“อ๋อ งานวันเกิดพี่ชอนเหรอคะ”
“ให้หนูช่วยเรื่องของขวัญเหรอ”
“ไม่ใช่”เขาตอบ
“พี่ไม่มีเพื่อนไป แกไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยสิ”
แพรไหมชะงัก
“หืม ทำไมล่ะคะ”
“พี่กลัวเหงา”เพทายตอบหน้าตาเฉย
“วันไหนคะ”
“เย็นวันอาทิตย์ ที่ผับแถวมหาวิทยาลัยแกนั่นแหละ”
คำว่า ผับแถวมหาวิทยาลัยทำให้แพรไหมนิ่งไปเล็กน้อย
“ทำไมต้องที่นั่นคะ”
“ที่นั่นเป็นที่รวมตัวของนักธุรกิจหลายคน”เพทายอธิบาย
“แล้วพี่ก็อยากสืบเรื่องพ่อเราไปด้วย”
แพรไหมคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบ
“โอเคค่ะ หนูไปด้วยก็ได้คะ”
เธอเหลือบมองณัฐชาแล้วพูดเสริม
“หนูขอพาเพื่อนไปด้วยได้ไหมคะ”
“ใคร”
“ณัฐชาค่ะ พี่เคยเจอที่หน้าคณะบริหารธุรกิจวันนั้นนะคะ”
ณัฐชาหันขวับ
“ได้ ไม่มีปัญหา”เพทายตอบ
“แต่งตัวสวย ๆ ล่ะกันนะสาว ๆ”
“งานนี้มีแต่นักธุรกิจหล่อ ๆ รวย ๆ กันทั้งนั้น”
แพรไหมหัวเราะ
“ค่ะคุณพี่”
“งั้นเจอกันวันอาทิตย์”เพทายทิ้งท้าย
“ฝันดี”
สายตัดไป
แพรไหมวางโทรศัพท์หัวใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่รู้ว่างานวันเกิดนั้นจะพาเธอเข้าไปใกล้ความจริงแค่ไหน
แต่เธอรู้สึกได้ว่าบางอย่างกำลังค่อย ๆ ขยับเข้ามาในชีวิตของเธออีกก้าว
และครั้งนี้
มันไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญอีกต่อไป
👉 โปรดติดตามตอนต่อไป 🤭 ✨