ช่วงดึก
ทั้งสามสาวที่พากันดื่มจนตอนนี้แต่ละคนเริ่มที่จะมีอาการเมามายมากจึงทำให้ทั้งสามสาวมีความเห็นตรงกันด้วยความที่ หากอยู่ดื่มต่อทั้งสามคงจะกลับไม่ไหวหรืออาจจะเมาหลับไปที่โต๊ะที่นั่งดื่มนี้อย่างแน่นอนจึงทำให้แต่ละคนต่างมีความเห็นตรงกัน
“ ฉันว่าพวกเรากลับกันดีกว่า ”
หมอเค้กที่ตอนนี้เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ยืดยานตามแบบฉบับของคนเมา และตามด้วยหมอแพรวาที่เห็นด้วยกับหมอเค้กซึ่งคืนนี้ หมอแพรวาเธอก็ได้มารถคันเดียวกับหมอเค้กซึ่งทั้งคู่เป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาลของครอบครัวหมอเค้กด้วยกันและก็อาศัยอยู่คอนโดเดียวกันอีกด้วย
“ แกล่ะไหวไหม ลูกหว้า ”
หมอแพรวาเธอก็ได้หันไปหาเพื่อนรักอีกคนเพราะคอนโดของลูกหว้าอยู่ไกลจากคอนโดของพวกเธอพอสมควรหากเพื่อนไม่ไหวทั้งสองหมอก็จะได้ไปส่งเพื่อนก่อน
“ ไหว พวกแกสองคนดูเมากว่าฉันอีก ”
ด้วยความที่เป็นสาวสังคมจึงทำให้ลูกหว้าเธอค่อนข้างที่จะดื่มเก่งกว่าคุณหมอทั้งสองคนนี้เพราะว่าแต่ละครั้งที่จะนัดเจอกันได้ก็หาเวลาว่างได้ตรงกันยากมากเพราะตารางงานของหมอทั้งสองคนเพื่อนของเธอไม่ค่อยจะตรงกันสักเท่าไหร่
“ โอเค งั้นเราแยกกันกลับเถอะ ”
แล้วทั้งสามก็ได้เรียกพนักงานเพื่อมาเช็คบิลค่าเครื่องดื่มในค่ำคืนนี้ ทั้งสามสาวนั่งรอเพียงไม่นานพนักงานสาวคนนึงก็เดินเข้ามาดูเหมือนว่าพนักงานคนนี้จะแต่งตัวต่างจากพนักงานเสิร์ฟอาจจะเป็นผู้จัดการของทางผับแห่งนี้ก็ได้
“ เท่าไหร่คะ ”
ลูกหว้าที่นั่งอยู่ใกล้สุดเธอจึงเป็นคนถามค่าเครื่องดื่มในครั้งนี้กับพนักงานของร้านที่เดินมาหยุดอยู่ตรงโต๊ะเธอ ทำให้ผู้จัดการสาวของร้านที่ได้รับคำสั่งจากเบื้องบนไว้แล้ว เธอจึงเป็นคนเดินเข้ามาหาลูกค้าโต๊ะนี้
“ บิล ค่าเครื่องดื่มในวันนี้มีคนจ่ายให้คุณทั้งสามคนเรียบร้อยแล้วค่ะ ”
สิ้นสุดคำพูดของพนักงานสาวคนนี้ ทั้งสามสาวก็ต้องหันหน้ามองกันทันทีด้วยความที่มึนงงว่าใครกันเป็นคนจ่ายค่าเครื่องดื่มให้กับพวกเธอ จนต้องถามพนักงานคนนี้ขึ้นอีกครั้ง
“ ขอทราบได้ไหมคะใครเป็นคนจ่ายให้พวกเรา ”
หมอเค้กเธอเป็นคนถามขึ้น ด้วยความที่อยากจะรู้ว่าใครกันเป็นคนจ่ายค่าเครื่องดื่มในค่ำคืนนี้ให้กับพวกเธอและคนนั้นเค้าจ่ายค่าเครื่องดื่มให้พวกเธอทำไม
“ ต้องขออภัยด้วยนะคะทางเราไม่สามารถบอกได้จริงๆ คุณลูกค้าที่จ่ายไว้ให้ปิดเป็นความลับค่ะต้องขออภัยด้วย ”
ถึงแม้ผู้จัดการสาวคนนี้จะรู้ว่าใครที่เป็นคนเคลียร์บิลนี้ให้กับทั้งสามสาวแต่ก็ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ ด้วยความที่ถูกสั่งมาแบบนั้น
“ ได้ไงล่ะแต่พวกเราดื่มเองนะคะแล้วจะให้คนอื่นมาจ่ายได้ยังไง ”
หมอแพรวาเธอก็ได้พูดขึ้น สำหรับพวกเธอแล้วพวกเธอไม่ต้องการที่จะรับน้ำใจนี้จากใคร ไม่ใช่ว่าหยิ่งแต่พวกเธอไม่อยากที่จะต้องติดหนี้บุญคุณใครและค่าเครื่องดื่มในครั้งนี้พวกเธอก็ก็มีปัญญาที่จะจ่ายมัน
“ เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาสคนที่จ่ายค่าเครื่องดื่มให้กับพวกคุณ ท่านจะมาพบคุณเองนะคะ ”
โชคดีที่ผู้จัดการสาวเธอสามารถคุยและจัดการทุกอย่างได้เธอจึงพูดประโยคนี้ออกมา และทำให้ทั้งสามสาวที่ไม่สามารถทำอะไรได้และเธอก็ไม่สามารถที่จะเอาเงินคืนคนที่จ่ายค่าเครื่องดื่มให้กับพวกเธอได้ด้วย ทำให้พวกเธอทั้งสามคนต้องยอมไปก่อน และจะกลับมาพบกับคนที่มาจ่ายค่าเครื่องดื่มให้กับเธอตามที่พนักงานของร้านได้แจ้งเอาไว้
หลังจากที่ทั้งสามสาวพากันออกมาจากผับหรูแห่งนี้แล้ว พวกเธอก็ได้พากันแยกย้ายกันกลับทันที โดยที่รถของคุณหมอเค้ก เธอไม่รู้เลยว่า รถของเธอมีคนแอบขับตามมาอยู่ตลอดจนกระทั้งเธอขับมาถึงที่คอนโดของเธอ
“ นายครับ คุณหมอถึงคอนโดเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ”
หลังจากที่มาเฟียหนุ่มได้ให้คนจัดการเรื่องบิล ค่าเครื่องดื่มของโต๊ะคุณหมอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตัวเขาก็ได้ให้ลูกน้องที่ตาม คุณหมอคนสวยอยู่ในตอนแรกรายงานความเคลื่อนไหวของคุณหมอ จนกระทั่งเขารู้แล้วว่าเธอถึงคอนโดเธอได้อย่างปลอดภัยจึงทำให้มาเฟียหนุ่ม รู้สึกโล่งและเลิกเป็นห่วงเธอ
“ ใครวะคุณหมอที่ไหนกัน ”
แต่ระหว่างที่บาลอง ได้เข้ามารายงานเรื่องนี้ให้กับมาเฟียหนุ่มได้รับรู้หลังจากที่บาลองออกไปจากห้องทำงานของมาเฟียแล้ว ไมเคิ้ล เพื่อนรักของมาเฟียหนุ่มที่ไม่รู้เรื่องนี้จึงได้ถามขึ้นด้วยความอยากรู้ปนสงสัย เพราะเขาเพิ่งมาถึง เลยไม่รู้ว่าเพื่อนกำลังสนใจใครอยู่ในช่วงนี้ เพราะปกติเพื่อนจะไม่เคยสนใจใครเลย
“ แค่หมอธรรมดาคนหนึ่ง ”
“ กูก็นึกว่าคนพิเศษ เห็นมึงให้คนตามไปส่ง ”
คำตอบของเพื่อนทำให้ไมเคิ้ล ที่ไม่รู้เรื่องจริงๆเขาเลยพูดคำนี้กับมาเฟียหนุ่ม และสองหนุ่มก็เลิกพูดถึงในเรื่องนี้และพากันพูดคุยกันในเรื่องอื่นแทน จนกระทั้งเพื่อนอีกคนหนึ่งของกลุ่มเดินทางมาถึง พวกเขาจึงพากันลงไปดื่มที่ด้านล่างของผับเเทน เพราะมีสาวๆเข้ามาบริการพวกเขาเหมือนทุกครั้งที่เรานั่งดื่มกัน
“ ไอมาเฟีย มึงมีใครแนะนำให้กูบ้างมั้ยว่ะ ช่วงนี้ป๊ากูเคร่งเรื่อง มีเมียมาแล้ว ”
อาเธอร์ เพื่อนสนิทของคิมหันต์ที่ตอนนี้ต้องขึ้นมาเป็นผู้นำแทนพ่อของตัวเอง แต่ด้วยความที่การสืบทอดและการขึ้นรับตำแหน่งของสายเขา มันต้องมีเมียแล้ววถึงจะสืบทอดได้ และตอนนี้เวลาก็บีบให้เขาต้องหาคนมาเป็นเมีย แต่ประเด็นคือ พวกเขามีสันดานเหมือนกัน คือไม่ชอบมีผูกพันและก็ไม่ชอบผูกมัดกับใคร เลยไม่มีใครคิดเรื่องที่จะมีเมีย และที่อาเธอร์ต้องถามคิมหันต์เพราะเพื่อน อยู่ในวงการนี้มากกว่า เขาต้องการตัวหลอกไม่ใช่ตัวจริง
“ มึงจะเอาแบบไหน นางแบบหรือดารา หรือเด็กเอ็น “
คิมหันต์เขาคิดว่า ผู้หญิงเหล่านี้สามารถใช้เงินซื้อมาประดับบารมีได้ และถ้ามีข้อตกลงกันอย่างชัดเจน พวกเธอก็จะไม่กล้า
” ถ้าระดับนั้นมันทำให้กูมีหน้ามีตาเพิ่มก็จริง แต่บางทีมันก็สลัดยากมั้ยว่ะ แต่เมื่อวานกูไปเยี่ยมลูกค้ามา เจอหมอคนหนึ่ง โครตสวยเลยว่ะ แต่ถ้ากูจะจีบกูกลัวจะไม่ง่ายและไม่ทัน “
อาเธอร์เขาพูดไปแล้วก็นึกถึงใบหน้าของคุณหมอคนสวยคนนั้น รอยยิ้มของคุณหมอคนนี้ยังติดใจติดตาเขาอยู่เลย แต่คำพูดของอาเธอร์ที่พูดถึงคุณหมอ ทำให้สีหน้าของคิมหันต์เปลี่ยนไป เขาไม่รู้ว่ามันจะใช่หมอเค้กของเขารึป่าว แต่โลกคงไม่กลมขนาดนั้นมั้ง
” งั้นมึงก็จ้างมาเป็นตัวหลอกก่อนและไปตามจีบหมอที่มึงชอบ ส่วนผลจะออกมายังไงก็ค่อยมาคิดกัน “ คำพูดของอาเธอร์กับคิมหันต์ที่พูดกัน ทำให้ไมเคิ้ลที่นั่งฟังอยู่นาน คราวนี้เขาเลยพูดขึ้นมา
” มึงสองคนนี้นิยม คุณหมอเหมือนกันเลยนะ “
ไอมาเฟียก็ให้คนตามไปส่งตามไปดูคุณหมอ ส่วนไออาเธอร์ก็ไปเจอคุณหมอแล้วถูกใจ
” จริงเหรอว่ะ “
คำพูดของไมเคิ้ลทำให้อาเธอร์ที่ไม่รู้อะไรเลย เพราะเพิ่งมาถึง เลยต้องหันไปมองหน้ามาเฟียหนุ่มทันทีด้วยความแปลกใจ เพราะตั้งแต่ที่เป็นเพื่อนกันมานานมากๆ ไม่เคยเห็นมันสนใจใคร
” อย่าไปฟังไอไมเคิ้ล มันหลอน “