บทที่ 1 ท่านอาปล่อยข้านะ

1327 Words
เรือนคหบดีหลังใหญ่ท่ามกลางเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความมั่งคั่ง หลิวซินยืนมองป้ายวิญญาณที่เขียนเอาไว้ด้วยชื่อหนึ่งที่นางเรียกขานเขาว่าเป็นสามี นามว่าจูเจี้ยนหัว.. นางแต่งเข้ามายังสกุลจูนับเวลาแล้วก็ผ่านมาถึงสิบปี บัดนี้สามีพึ่งตายจากไปด้วยโรคที่รักษาไม่หาย แต่การจากไปอย่างสงบก็ทำให้นางผู้เป็นภรรยาโศกเศร้าอยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นว่าก่อนจากไปร่างกายของสามีย่ำแย่เท่าใด การเดินทางไกลของเขาครั้งนี้จึงกลายเป็นการหลุดพ้นไม่ทรมาน คนตายก็ได้ตาย คนเป็นยังคงอยู่.. และต้องใช้ชีวิตเพื่อดำเนินไปในสิ่งที่สมควรจะเป็น อย่างไรนางก็ได้ชื่อว่าแม่หม้ายที่สามีตาย ถึงแม้จะผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว แต่เรื่องการพูดคุยเกี่ยวกับการตัดสินใจของนางนั้น ได้พูดกับท่านพ่อสามีเอาไว้ว่าจะออกจากสกุลจูแห่งนี้ แม้ตอนแรกท่านพ่อสามีจะคัดค้านก็ตาม ด้วยความตั้งใจอย่างแน่วแน่ สุดท้ายก็ขอให้นางอยู่ที่นี่สามเดือน จากนั้นค่อยไปก็ยังไม่สาย ก่อนที่จะถึงวันนั้น ก็ให้ช่วยดูแลเรือนที่ว่างเปล่าหลังนี้ในระหว่างที่ยังคิดไม่ตกว่าจะเลือกผู้ใดมาดูแล นั่นเพราะสกุลจูแห่งนี้ไม่มีนายหญิงผู้เฒ่า นอกจากท่านพ่อสามีแล้ว ก็เหลือเพียงท่านอาจูจิ่นเทียน ที่นานๆ ครั้งจะกลับมาที่ตระกูล หลิวซินตัดสินใจเดินออกมาจากห้องที่ตั้งป้ายวิญญาณของตระกูลจู ท่าทางของนางคล้ายมีเรื่องที่เสียดายอยู่ในใจไม่น้อย แต่งงานมาสิบปีแต่กลับไม่สามารถกำเนิดสายเลือดสักคนให้กับตระกูลจูได้ ถึงเชิญหมอมาหลายคนก็เท่านั้น ด้วยร่างกายที่ไม่แข็งแรงของจูเจี้ยนหัว ถึงต้องการเท่าใดก็ยังไม่สามารถให้กำเนิดบุตร ถ้าแม้นมีสักคน.. นางคงไม่ละอายที่จะอยู่ที่นี่ในฐานะฮูหยินของจูเจี้ยนหัว เมื่อเดินออกมาได้ไม่ไกล ก็เห็นว่ามีรถม้าคันหนึ่งแล่นเข้ามา เป็นรถม้าของท่านอาจูจิ่นเทียนที่เดินทางกลับมาที่นี่ นางหันไปสั่งสาวใช้ผู้หนึ่งที่อยู่ด้านหลัง "มีคนดูแลห้องของท่านอาแล้วใช่หรือไม่?" นางคุ้นเคยกับกำหนดการกลับของท่านอา ดังนั้นจึงได้บอกกล่าวให้สาวใช้ได้ทำความสะอาดและเตรียมห้องเอาไว้อย่างเหมาะสม "เตรียมไว้แล้วเจ้าค่ะ" พยักหน้าครั้งหนึ่งแล้วจึงได้ยืนมองเขาเดินลงมาจากรถม้าจากที่ไกลๆ ทุกครั้งท่านอาจูจิ่นเทียนเมื่อกลับมาแล้ว ก็จะเดินทางไปห้องตนเอง พอพลบค่ำค่อยเดินทางออกไปอีกครั้งเพื่อพบปะสหายที่ด้านนอก แต่ครั้งนี้กลับเดินตรงมาที่นางราวกับต้องการที่จะพูดคุยบางอย่าง หลิวซินพยายามไม่จ้องท่านอาที่ยังคงท่าทางสุขุม แต่สายตากลับมีบางอย่างที่หวาดหวั่นในนั้น เพียงแต่เมื่อเจ้าของร่างสูงนัยน์ตาเรียว ดวงหน้าสลักเสลาติดไปทางคมคายเพราะจมูกโด่งเป็นสัน เกล้าผมครึ่งศีรษะสวมไว้ด้วยกวานสีเงินชิ้นหนึ่ง เดินมาหยุดตรงหน้า จึงได้ยกมือขึ้นมาผสาน "คารวะท่านอา" เสียงทุ้มกล่าวขึ้น "ข้าต้องการคุยกับเจ้า" เมื่อเห็นว่าสีหน้าดูเคร่งเครียดไม่น้อย นางจึงได้เอ่ยถาม "ท่านอามีเรื่องใดหรือเจ้าคะ" เขาไม่พูดอะไร แต่กลับเดินนำเข้าไปในห้องโถง ดังนั้นนางจึงจำเป็นต้องเดินตามไปอย่างช่วยไม่ได้ ท่านอาก็เป็นเช่นนี้ เวลาต้องการสิ่งใดก็จะดูเผด็จการและผู้อื่นต้องเชื่อฟัง เมื่อเดินเข้าไปและนั่งลงที่เก้าอี้ที่อยู่ตรงกลาง นางจึงได้เลือกตัวด้านข้างกับเขา พลันเจ้าของดวงหน้าดุก็เอ่ยกับสาวใช้สองนางที่ติดตามมา "พวกเจ้าออกไปให้หมด" สองสาวใช้เหลือบมองมาที่นาง แต่เมื่อเห็นว่าฮูหยินของตนพยักหน้า ทั้งคู่จึงได้ย่อกายเพื่อทำความเคารพ จากนั้นเดินออกไปด้วยสีหน้าเป็นห่วง หลิวซินพยายามแสดงสีหน้าให้เป็นปรกติ ทั้งที่ในใจของนางหวาดหวั่นไม่น้อย ทุกครั้งที่เข้าใกล้คนผู้นี้ ราวกับว่าทุกสิ่งที่นางคิด เขาสามารถล่วงรู้ได้ทุกสิ่งอย่าง ดวงหน้าของเขาจับจ้องมาที่นาง จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ "เจ้าจะไปไหน?" "..ข้า" "พี่ชายของข้าบอกว่า เจ้าจะออกไปอยู่ที่อื่นหลังจากนี้อีกสองเดือน" "ในเมื่อสามีของข้าไม่อยู่แล้ว อีกทั้งยังให้กำเนิดสายเลือดของเขาไม่ได้ การออกไปจากที่นี่จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ" จูจิ่นเทียนพลันคว้าแขนเรียวเอาไว้เพราะนางนั่งอยู่ไม่ไกล "เจ้าไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้น" หลิวซินนึกไม่ถึงว่าท่านอา จะจับแขนของนางเอาไว้เช่นนี้ พยายามรั้งตนเองออกเพื่อให้เป็นอิสระ แต่ก็ถูกจับเอาไว้จนแน่น "ท่านอา ปล่อยข้านะเจ้าคะ!" "เจ้าจะออกไปอยู่กับชู้รักอย่างนั้นรึ? บอกมา มันเป็นใครที่ทำให้เจ้าอยากออกไปจากสกุลจูใจจะขาดเช่นนี้" จบคำก็รั้งร่างบางจนลอยหวือเข้าสู่อ้อมกอดของตนเอง หลิวซินดิ้นรน "ท่านบ้าไปแล้วหรือ? อย่างน้อยข้าก็ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของหลานท่าน เหตุใดจึงกล้าล่วงเกินข้า" จูจิ่นเทียนกอดเอวเล็กด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนที่ว่างอยู่กลับจับท้ายทอยนางเอาไว้เพื่อให้สบตากับตนเอง "ข้าถามว่าชู้รักของเจ้าอยู่ที่ใด จะไปจัดการมันให้รู้ว่าไม่ควรแตะต้องเจ้า" "สามีของข้าตายแล้ว จะมีใหม่หรือไม่มี เกี่ยวอันใดกับท่านเจ้าคะ ท่านอา ปล่อยข้านะ!" จูจิ่นเทียนมีโทสะไม่น้อย เขากล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน "หลิวซิน ตั้งแต่เจ้าแต่งเข้าสกุลจูก็ต้องเป็นคนของสกุลจูไปจนตาย ต่อให้จูเจี้ยนหัวไม่อยู่แล้ว ก็ยังต้องอยู่ ไม่มีสิทธิ์ไปมีชู้รักที่ไหนทั้งนั้น" พลันดึงเชือกที่รัดเอวของนางออก ล้วงมือเข้าไปกอบกุมยังทรวงอกนุ่มแล้วบีบเอาไว้ หลิวซินตกใจจนสีหน้าซีดเผือด นึกไม่ถึงว่าท่านอาผู้นี้จะบ้าไปแล้วจริงๆ "ท่านจะทำอะไร? ปล่อยนะ!" จูจิ่นเทียนไม่ตอบคำ แต่กลับรั้งสิ่งที่ปกปิดเอาไว้จนสองเต้างามปรากฏสู่สายตา หลิวซินพยามดิ้นสุดแรง จะตะโกนร้องแต่กลัวว่าเรื่องนี้จะทำบ่าวในตระกูลแตกตื่น นางจะอับอายเสียเปล่าๆ แต่ยังไม่ทันได้คิดอันใด อุ้งปากร้อนกับครอบเอาไว้ที่จุกสีหวานของตนเอง "..อึก" นางกำมือแน่นเพื่อไม่ให้ส่งเสียงให้เขาได้ใจ ทุบกำปั้นน้อยๆ กับไหล่แกร่งโดยแรงเพื่อให้เขาผละออก "..ท่านอา ปล่อยข้า" จูจิ่นเทียนจับสองมือนุ่มรวบเอาไว้ แล้วออกแรงดูดยอดถันคล้ายกับไม่อาจห้ามตนเองได้ นึกไม่ถึงว่ายอดดอกบัวงามของหลานสะใภ้จะรสเลิศเพียงนี้ เมื่อก่อนได้แต่จินตนาการ แต่ตอนนี้เขากลับสามารถกอบกุมเอาไว้จนเต็มไม้เต็มมือ เท่านั้นยังไม่พอ เวลานี้ยังได้ใช้ลิ้นสากของตนตวัดเลียเพื่อหยอกเย้าไม่หยุด ในตอนที่เขาผ่อนคลายลง หลิวซินจึงรีบกระโดดลงจากตักแล้วออกห่าง จากนั้นจัดเสื้อผ้าของตนเองให้เรียบร้อย ใช้นัยน์ตาแดงก่ำจับจ้อง "..ท่านอา เหตุใดทำกับข้าเช่นนี้?"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD