เช้าวันจันทร์ที่โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำแห่งหนึ่งย่านใจกลางกรุงเทพฯ อากาศเย็นจากเครื่องปรับอากาศแรงๆ พัดกระทบผิวของพิมพ์มาดา สุวรรณกูล หรือที่ทุกคนเรียกสั้นๆ ว่า “พิมพ์” ขณะที่เธอก้าวเท้าเข้าประตูอัตโนมัติของตึกหลักเป็นครั้งแรกในฐานะพยาบาลประจำแผนกศัลยกรรมหัวใจ
พิมพ์อายุยี่สิบห้าปีพอดี ใบหน้างามหวานแบบไทยๆ ผิวขาวเนียน ตาคม ผมยาวประบ่าที่มัดรวบเรียบร้อยตามระเบียบโรงพยาบาล ชุดยูนิฟอร์มสีขาวสะอาดตัดเย็บเข้ารูปพอดีตัว ทำให้หุ่นเอวบางสะโพกผายของเธอดูเด่นชัดโดยไม่ตั้งใจ เธอสูดหายใจลึกเพื่อกลั้นความตื่นเต้น วันนี้คือวันแรกที่เธอเริ่มงานใหม่ หลังจากเรียนจบพยาบาลศาสตร์และฝึกงานมาอย่างหนักหน่วง
“พี่พิมพ์! ทางนี้ค่ะ” เสียงหวานของพยาบาลรุ่นพี่ดังขึ้น แพร – พยาบาลสาววัยใกล้เคียงกันโบกมือให้จากเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
พิมพ์ยิ้มตอบแล้วรีบเดินตามไป แพรพาเธอเดินไปตามทางเดินยาวที่เต็มไปด้วยกลิ่นยาฆ่าเชื้ออ่อนๆ และเสียงประกาศเรียกหมอจากลำโพง
“แผนกศัลยกรรมหัวใจของเรานี่ดังที่สุดในโรงพยาบาลเลยนะคะ” แพรกระซิบเสียงเบา “เพราะมีคุณหมอธันวาเป็นหัวหน้าแผนกไงล่ะ”
“คุณหมอธันวาเหรอคะ?” พิมพ์ถามด้วยความสงสัย เธอเคยได้ยินชื่อนี้ตอนสัมภาษณ์งาน ศัลยแพทย์หัวใจที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของประเทศ อายุแค่สามสิบต้นๆ แต่ฝีมือผ่าตัดหัวใจซับซ้อนผ่านมานับไม่ถ้วน
แพรพยักหน้าแล้วทำหน้าตื่นเต้น “หล่อมากกกก แต่ว่า… ปากร้ายสุดๆ ค่ะ ระวังตัวไว้หน่อยนะ โดยเฉพาะคนใหม่ๆ คุณหมอชอบจับผิดมาก”
พิมพ์หัวเราะเบาๆ ในใจคิดว่า ไม่น่าจะมีอะไร เธอเคยเจออาจารย์ดุๆ ตอนเรียนมาเยอะแล้ว ปากร้ายแค่ไหนก็คงไม่เกินรับไหว
หลังจากทำเอกสารและรับอุปกรณ์ส่วนตัวเสร็จ แพรพาเธอขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นแปด ซึ่งเป็นชั้นของแผนกศัลยกรรมหัวใจโดยตรง
“วันนี้พี่ให้พิมพ์อยู่เวิร์ดคนไข้ในก่อนนะคะ เดี๋ยวบ่ายๆ มีเคสผ่าตัดใหญ่ คุณหมอธันวาจะมาดูคนไข้ด้วย” แพรอธิบายขณะเดินนำไปยังห้องพักพยาบาล
พิมพ์พยักหน้า เธอหยิบแฟ้มคนไข้ห้อง 801 มาเปิดดู คนไข้ชายวัยหกสิบปี เข้ารักษาเพราะลิ้นหัวใจรั่วรุนแรง กำหนดผ่าตัดบ่ายสามโมงวันนี้ โดยศัลยแพทย์หลักคือ… นพ.ธันวา อัครเดช
เธอยิ้มให้ตัวเองในใจ วันแรกก็ได้เจอตัวจริงของหัวหน้าแผนกเลย
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พิมพ์ตรวจวัดสัญญาณชีพ เช็กสายน้ำเกลือ และพูดคุยปลอบคนไข้อย่างคล่องแคล่ว เธอทำงานด้วยความตั้งใจเต็มร้อย จนพยาบาลรุ่นพี่อีกคนหนึ่งเดินมาบอกว่า
“คุณหมอธันวามาแล้วค่ะ กำลังตรวจคนไข้ห้องข้างๆ เดี๋ยวคงมาห้องนี้”
หัวใจพิมพ์เต้นแรงขึ้นนิดหน่อย ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะตื่นเต้นที่กำลังจะได้เจอศัลยแพทย์ชื่อดังตัวจริง
ไม่ถึงห้านาที ประตูห้อง 801 ก็ถูกผลักเปิดออกช้าๆ
ผู้ชายคนหนึ่งในชุดสครับสีเขียวเข้มเดินเข้ามา สูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ไหล่กว้าง ผมดำสนิทตัดสั้นเรียบร้อย ใบหน้าคมเข้มแบบผู้ชายไทยเลือดผสม มีดวงตาคมกริบที่มองทะลุทุกอย่าง คิ้วเข้ม จมูกโด่ง ปากบางที่ตอนนี้บีบแน่นเป็นเส้นตรง
นพ.ธันวา อัครเดช ยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ
เขาสวยงามและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน ออร่าความเย็นชาที่แผ่ออกมาทำให้อุณหภูมิในห้องเหมือนลดลงสองสามองศา
“สัญญาณชีพเป็นยังไงบ้าง” เสียงเข้มต่ำดังขึ้น ไม่มองหน้าใคร ตรงไปที่แฟ้มประวัติที่วางอยู่ข้างเตียงคนไข้
พิมพ์รีบลุกขึ้นยืนตัวตรง “ค่ะคุณหมอ ความดัน 130/80 ชีพจร 88 อุณหภูมิปกติ ออกซิเจนในเลือด 98% ค่ะ”
ธันวาเงยหน้าขึ้นมองเธอครั้งแรก ดวงตาคมกริบจับจ้องใบหน้าของเธอแวบหนึ่ง ก่อนเลื่อนลงไปมองป้ายชื่อที่ติดอยู่บนอก
“พิมพ์มาดา… คนใหม่เหรอ” เขาพูดเสียงเรียบ แต่แฝงความกดดันบางอย่าง
“ค่ะ เพิ่งเริ่มวันนี้ค่ะ” พิมพ์ตอบเสียงใส ยิ้มสุภาพ
ธันวาไม่ได้ยิ้มตอบ เขาหันไปตรวจคนไข้ พูดคุยถามอาการสั้นๆ แต่ชัดเจนและตรงประเด็น คนไข้ดูสบายใจขึ้นมากที่ได้เจอหมอใหญ่
ระหว่างตรวจ เขาถามพิมพ์เพิ่มอีกสองสามข้อเกี่ยวกับผลเลือดและยาที่ให้ เธอตอบได้หมดทุกข้อ เพราะเตรียมตัวมาดี
จนกระทั่งเขาพูดขึ้นขณะจดอะไรลงในแฟ้ม
“ครั้งหน้าอย่าลืมอัพเดตผลแล็บล่าสุดลงในแฟ้มให้เรียบร้อยก่อนผมมา ผมไม่ชอบเสียเวลาเปิดคอมพิวเตอร์ดูเอง”
พิมพ์ชะงักเล็กน้อย เธอจำได้ว่าอัพเดตแล้ว แต่เมื่อเช้าผลแล็บเพิ่งออกใหม่จริงๆ เธอจึงยังไม่ได้ปริ้นท์ติดแฟ้ม
“ขอโทษค่ะคุณหมอ ผลเพิ่งออกเมื่อเช้า
ฉันจะรีบจัดการให้ค่ะ”
ธันวาไม่ได้ตอบอะไร เขาปิดแฟ้ม วางลง แล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามอง
ประตูปิดลงเงียบๆ
พิมพ์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ความรู้สึกแรกที่ผุดขึ้นมาในจ