ตอนที่ 14 เสียเงินแล้วก็ต้องใช้ให้คุ้ม (2)

1140 Words
เสียงเนื้อกระทบกันเป็นจังหวะเน้นหนัก พร้อมเสียงของคนที่เป็นฝ่ายรับ ความรู้สึกในตอนนี้ปรับกันจนไม่สามารถอธิบายได้ว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ จะบอกว่าเจ็บก็ไม่ใช่ จะบอกว่าจุกก็ไม่ถูกทั้งหมด ทุกครั้งที่เขาเข้าหามันมักมีความรู้สึกอื่นแทรกปนมา ความทุกข์ก็ไม่ใช่ความสุขก็ไม่เชิง มันทำให้พิงชลลุ่มหลงอยู่ในความรู้สึกที่ไปไม่สุดจนกว่าจะถึงการเกร็งตัวกระตุกแล้วปลดปล่อยของเหลวหนืดออกมาจากร่างกาย ในขณะที่เขาเองก็ปลดปล่อยมันเข้าสู่ร่างกายของคนตัวเล็กเช่นกัน จวบจนเที่ยงของอีกวัน ร่างเล็กยังคงซุกกายอยู่กับอกอุ่นของสามีโดยสมบูรณ์ทั้งพฤตินัยและนิตินัย อุณหภูมิร่างกายของพิงชลที่สูงขึ้นทำให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวตื่น "ไข้เลยเหรอวะ" หลังมือแตะที่หน้าผากเล็กพร้อมถอนหายใจออกมา สายตาคมพลันมองไปที่ขอบเตียงอีกฝั่ง ผ้าปูที่นอนสีอ่อนทำให้เห็นรอยเลือดได้อย่างชัดเจน หมื่นนทีไม่ได้ตกใจกับสิ่งที่เห็น แน่นอนว่าครั้งแรกย่อมมีบาดแผลเป็นเรื่องปกติ ทว่าคนที่นอนซมไข้อยู่ตอนนี้เขาจะจัดการอย่างไรดี "พิง พิง ตื่น" "อื้ออออ พิงไม่ไหวแล้ว ขอพักก่อนได้ไหม" "ปลุกมากินยาไม่ได้ปลุกมาเอาต่อ....ขนาดหลับยังคิดเรื่องนี้ จะอยากอะไรขนาดนั้นวะ" หมื่นนทีที่ฟึดฟัดเดินไปหยิบยาลดไข้กับน้ำมาตั้งที่หัวเตียง เขาไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรอีกฝ่ายถึงจะสร่างไข้และความร้อนร่างกายนี้จะลดลงเสียที "หนัก!!! เป็นภาระชั้นอีก" ร่างสูงช้อนอุ้มคนตัวเล็กเข้าห้องน้ำแล้ววางลงในอ่างพร้อมเปิดน้ำราดลงบนคนไข้ที่ตัวร้อนจี๋ พิงชลหนาวสั่นไม่ต่างจากลูกนกที่ตกน้ำ "หนาว หนาวจัง พิงหนาว" เขาเปิดน้ำราดร่างเปลือยเปล่านั้นอยู่ครู่ใหญ่ก่อนอุ้มกลับมาที่เตียง จัดการใช้ผ้าห่มผืนเดิมแทนผ้าเช็ดตัว หมื่นนทีพยายามให้คนไข้ที่ไม่ได้สติกินยาแต่ก็ไร้ผลสุดท้ายก็ต้องหย่อนยาใส่ปากตัวเอง แล้วประกบจูบลงไปพร้อมใช้ลิ้นเป็นตัวช่วยผล้กดัน เวลาผ่านไปราวสามชั่วโมง หลังจากที่กินข้าวจนอิ่ม ร่างสูงจึงกลับขึ้นมาดูคนไข้ที่นอนซม "ตายยังวะ....อ่อนแออะไรขนาดนี้ น่าเบื่อ" "....." "ถ้าจะเอากันแล้วมีปัญหา คราวหน้านอนเฉย ๆ ก็พอ...เหนื่อยจะตาย" แกร๊ง เขาวางชามข้าวต้มที่ขับรถออกไปซื้อมาไว้ที่หัวเตียงแล้วจับดูตัวของพิงชลอีกครั้ง เมื่อไข้สร่างเหงื่อบนหน้าผากก็ผุดพรายขึ้นมาจนไรผมเปียกชุ่ม พอร่างกายเริ่มมีแรงพิงชลก็เริ่มดิ้นไปมาจนผ้าห่มที่คลุมกายหลุดลุ่ยออก เนินอกขาวที่แต่งแต้มไปด้วยสีกุหลาบ สายตาโลมเลียมองต่ำลงเรื่อย ๆ พร้อมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สิ่งที่เคยสงบใต้ร่มผ้ากำลังตอบสนองต่อสิ่งเร้าตรงหน้า ทว่าหมื่นนทีก็ต้องข่มใจตนเองไว้ "อย่าเชียว แค่นี้ก็เป็นไข้จนเป็นภาระแล้ว ขืนไม่หยุดมึงได้รับบทหมอแน่ไอ้ที" กลิ่นหอมของข้าวต้มปลุกคนป่วยที่พึ่งสร่างไข้ขึ้นมา พิงชลขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด "พิงตักไม่ไหว พี่ทีป้อนได้ไหม" "กินเองไม่ได้ก็ไม่ต้องกิน อดตายไปแหละ" ร่างสูงเดินจากไปอย่างไม่ไยดี ด้านพิงชลแม้จะเหนื่อยล้าเพียงใดก็ต้องฝืนหยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวเข้าปากเพื่อประทังชีวิตและจะได้กินยา สักพักใหญ่หมื่นนทีก็เดินเพราะกลับมาพร้อมยาลดไข้และน้ำดื่ม ยื่นให้พิงชลรับไป "ขอบคุณครับ" สายตาของบุรุษพยาบาลไม่เคยมองเป็นอื่นนอกจากเรื่องอย่างว่า กลิ่นใหม่ของใหม่ใคร ๆ ก็ติดใจเป็นธรรมดา เขาอยากได้อีกก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน "ดีขึ้นแล้วใช่ไหม" "อื้อ" แม้จะบอกว่าดีขึ้นแต่ปากเล็กยังคงเจือสีแดงอย่างเห็นได้ชัด หัวของหมื่นนทีในตอนนี้ไม่สามารถสลัดภาพคนตัวเล็กที่บดเบียดอยู่ใต้ร่างของเขาออกไปได้ เสียงหวานที่ครางด้วยความเสียวซ่านยังติดอยู่ในหู เพียงนึกก็ทำให้ร่างกายนั้นต้องการมันอีก "พี่ทีมองพิงทำไมเหรอ....เตียงใช่ไหม ขอโทษนะเดียวพิงจะลุกไปนอนที่โซฟาเดี๋ยวนี้แหละ" ที่นี่ไม่ใช่ที่ตัวเองควรอยู่โซฟาเล็กที่ปลายเท้าต่างหากถึงเป็นที่สำหรับตนเอง คิดว่าอดทนอีกหน่อยอีกฝ่ายมาไม่กี่วันก็ต้องกลับไปอีก ไม่รู้ที่พักบนแท่นขุดเจาะจะเป็นอย่างไร แต่คงไม่สบายเท่าที่บ้าน "จะไปไหน" "พิงขอโทษ อย่าพึ่งดุพิงนะ พิงกำลังจะกลับไปที่โซฟาแล้ว" ร่างเล็กถูกกดให้นั่งลงบนเตียงอีกครั้ง ใบหน้าของเขาที่โน้มตามลงมา "จะเอา" คำพูดสั้น ๆ แต่ถูกจู่โจมแบบไม่ตั้งตัว เมื่อเขาปิดผนึกเสียงประท้วงทุกอย่างด้วยความเอาแต่ใจตน และนั่นก็คือนิสัยของหมื่นนที วันต่อมา .... แคก ๆ "พี่ทีไอเหรอ" "เห็นว่าเป็นอะไร ก็เห็นอยู่ว่าไอจะถามทำไม" หลังมือน้อยแตะลงที่หน้าผากเขา อุณหภูมิที่สูงของร่างกายทำให้ต้องชักมือกลับในทันที "กินยาก่อนนะ เดี๋ยวพิงเช็ดตัวให้" ไม่ต้องตั้งคำถามให้มากความว่าหมื่นนทีเป็นไข้ได้อย่างไร หรือไปติดจากใครมา เพราะทั้งคู่เองก็ต่างรู้ดีว่าอะไรคือสาเหตุ "เช็ดให้มันเบา ๆ หน่อยไม่ได้รึไง" เสียงทุ้มต่ำแววตานิ่งสนิท ทำให้พิงชลที่กำลังลูบไล้ผ้าเช็ดตัวไปตามร่างกายของเขาเริ่มรู้สึกประหม่า ไม่ว่าทำอะไรก็ดูท่าจะไม่เคยถูกใจ ทำอะไรก็ไม่เข้าตาเลยสักสิ่ง แต่ในตอนนี้พิงชลเริ่มคิดได้ว่ามีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาพอใจได้ก็คือร่างกายของตนเอง "ขอโทษนะ...ที่ทำให้พี่ติดไข้" "รู้ตัวก็ดี เธอต้องรับผิดชอบ" "หิวไหม พิงหาอะไรให้กิน" "หิว" ดวงตาทั้งสองมองประสาน คำว่าหิวคนละความหมายกันในเวลานี้ เพียงพริบตาพิงชลก็ต้องลงไปนอนอยู่ใต้ร่างคนป่วยที่ตัวร้อนจี๋ "ไหวเหรอ พี่ไม่สบายนะ" "จะเอากี่รอบล่ะ จะได้บอกว่าไหวไม่ไหว"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD