เสียงเนื้อกระทบกันเป็นจังหวะเน้นหนัก พร้อมเสียงของคนที่เป็นฝ่ายรับ ความรู้สึกในตอนนี้ปรับกันจนไม่สามารถอธิบายได้ว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ จะบอกว่าเจ็บก็ไม่ใช่ จะบอกว่าจุกก็ไม่ถูกทั้งหมด ทุกครั้งที่เขาเข้าหามันมักมีความรู้สึกอื่นแทรกปนมา ความทุกข์ก็ไม่ใช่ความสุขก็ไม่เชิง มันทำให้พิงชลลุ่มหลงอยู่ในความรู้สึกที่ไปไม่สุดจนกว่าจะถึงการเกร็งตัวกระตุกแล้วปลดปล่อยของเหลวหนืดออกมาจากร่างกาย ในขณะที่เขาเองก็ปลดปล่อยมันเข้าสู่ร่างกายของคนตัวเล็กเช่นกัน
จวบจนเที่ยงของอีกวัน ร่างเล็กยังคงซุกกายอยู่กับอกอุ่นของสามีโดยสมบูรณ์ทั้งพฤตินัยและนิตินัย อุณหภูมิร่างกายของพิงชลที่สูงขึ้นทำให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวตื่น
"ไข้เลยเหรอวะ"
หลังมือแตะที่หน้าผากเล็กพร้อมถอนหายใจออกมา สายตาคมพลันมองไปที่ขอบเตียงอีกฝั่ง ผ้าปูที่นอนสีอ่อนทำให้เห็นรอยเลือดได้อย่างชัดเจน หมื่นนทีไม่ได้ตกใจกับสิ่งที่เห็น แน่นอนว่าครั้งแรกย่อมมีบาดแผลเป็นเรื่องปกติ ทว่าคนที่นอนซมไข้อยู่ตอนนี้เขาจะจัดการอย่างไรดี
"พิง พิง ตื่น"
"อื้ออออ พิงไม่ไหวแล้ว ขอพักก่อนได้ไหม"
"ปลุกมากินยาไม่ได้ปลุกมาเอาต่อ....ขนาดหลับยังคิดเรื่องนี้ จะอยากอะไรขนาดนั้นวะ"
หมื่นนทีที่ฟึดฟัดเดินไปหยิบยาลดไข้กับน้ำมาตั้งที่หัวเตียง เขาไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรอีกฝ่ายถึงจะสร่างไข้และความร้อนร่างกายนี้จะลดลงเสียที
"หนัก!!! เป็นภาระชั้นอีก"
ร่างสูงช้อนอุ้มคนตัวเล็กเข้าห้องน้ำแล้ววางลงในอ่างพร้อมเปิดน้ำราดลงบนคนไข้ที่ตัวร้อนจี๋ พิงชลหนาวสั่นไม่ต่างจากลูกนกที่ตกน้ำ
"หนาว หนาวจัง พิงหนาว"
เขาเปิดน้ำราดร่างเปลือยเปล่านั้นอยู่ครู่ใหญ่ก่อนอุ้มกลับมาที่เตียง จัดการใช้ผ้าห่มผืนเดิมแทนผ้าเช็ดตัว หมื่นนทีพยายามให้คนไข้ที่ไม่ได้สติกินยาแต่ก็ไร้ผลสุดท้ายก็ต้องหย่อนยาใส่ปากตัวเอง แล้วประกบจูบลงไปพร้อมใช้ลิ้นเป็นตัวช่วยผล้กดัน
เวลาผ่านไปราวสามชั่วโมง หลังจากที่กินข้าวจนอิ่ม ร่างสูงจึงกลับขึ้นมาดูคนไข้ที่นอนซม
"ตายยังวะ....อ่อนแออะไรขนาดนี้ น่าเบื่อ"
"....."
"ถ้าจะเอากันแล้วมีปัญหา คราวหน้านอนเฉย ๆ ก็พอ...เหนื่อยจะตาย"
แกร๊ง
เขาวางชามข้าวต้มที่ขับรถออกไปซื้อมาไว้ที่หัวเตียงแล้วจับดูตัวของพิงชลอีกครั้ง เมื่อไข้สร่างเหงื่อบนหน้าผากก็ผุดพรายขึ้นมาจนไรผมเปียกชุ่ม พอร่างกายเริ่มมีแรงพิงชลก็เริ่มดิ้นไปมาจนผ้าห่มที่คลุมกายหลุดลุ่ยออก เนินอกขาวที่แต่งแต้มไปด้วยสีกุหลาบ สายตาโลมเลียมองต่ำลงเรื่อย ๆ พร้อมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สิ่งที่เคยสงบใต้ร่มผ้ากำลังตอบสนองต่อสิ่งเร้าตรงหน้า ทว่าหมื่นนทีก็ต้องข่มใจตนเองไว้
"อย่าเชียว แค่นี้ก็เป็นไข้จนเป็นภาระแล้ว ขืนไม่หยุดมึงได้รับบทหมอแน่ไอ้ที"
กลิ่นหอมของข้าวต้มปลุกคนป่วยที่พึ่งสร่างไข้ขึ้นมา พิงชลขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด
"พิงตักไม่ไหว พี่ทีป้อนได้ไหม"
"กินเองไม่ได้ก็ไม่ต้องกิน อดตายไปแหละ"
ร่างสูงเดินจากไปอย่างไม่ไยดี ด้านพิงชลแม้จะเหนื่อยล้าเพียงใดก็ต้องฝืนหยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวเข้าปากเพื่อประทังชีวิตและจะได้กินยา
สักพักใหญ่หมื่นนทีก็เดินเพราะกลับมาพร้อมยาลดไข้และน้ำดื่ม ยื่นให้พิงชลรับไป
"ขอบคุณครับ"
สายตาของบุรุษพยาบาลไม่เคยมองเป็นอื่นนอกจากเรื่องอย่างว่า กลิ่นใหม่ของใหม่ใคร ๆ ก็ติดใจเป็นธรรมดา เขาอยากได้อีกก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน
"ดีขึ้นแล้วใช่ไหม"
"อื้อ"
แม้จะบอกว่าดีขึ้นแต่ปากเล็กยังคงเจือสีแดงอย่างเห็นได้ชัด หัวของหมื่นนทีในตอนนี้ไม่สามารถสลัดภาพคนตัวเล็กที่บดเบียดอยู่ใต้ร่างของเขาออกไปได้ เสียงหวานที่ครางด้วยความเสียวซ่านยังติดอยู่ในหู เพียงนึกก็ทำให้ร่างกายนั้นต้องการมันอีก
"พี่ทีมองพิงทำไมเหรอ....เตียงใช่ไหม ขอโทษนะเดียวพิงจะลุกไปนอนที่โซฟาเดี๋ยวนี้แหละ"
ที่นี่ไม่ใช่ที่ตัวเองควรอยู่โซฟาเล็กที่ปลายเท้าต่างหากถึงเป็นที่สำหรับตนเอง คิดว่าอดทนอีกหน่อยอีกฝ่ายมาไม่กี่วันก็ต้องกลับไปอีก ไม่รู้ที่พักบนแท่นขุดเจาะจะเป็นอย่างไร แต่คงไม่สบายเท่าที่บ้าน
"จะไปไหน"
"พิงขอโทษ อย่าพึ่งดุพิงนะ พิงกำลังจะกลับไปที่โซฟาแล้ว"
ร่างเล็กถูกกดให้นั่งลงบนเตียงอีกครั้ง ใบหน้าของเขาที่โน้มตามลงมา
"จะเอา"
คำพูดสั้น ๆ แต่ถูกจู่โจมแบบไม่ตั้งตัว เมื่อเขาปิดผนึกเสียงประท้วงทุกอย่างด้วยความเอาแต่ใจตน และนั่นก็คือนิสัยของหมื่นนที
วันต่อมา ....
แคก ๆ
"พี่ทีไอเหรอ"
"เห็นว่าเป็นอะไร ก็เห็นอยู่ว่าไอจะถามทำไม"
หลังมือน้อยแตะลงที่หน้าผากเขา อุณหภูมิที่สูงของร่างกายทำให้ต้องชักมือกลับในทันที
"กินยาก่อนนะ เดี๋ยวพิงเช็ดตัวให้"
ไม่ต้องตั้งคำถามให้มากความว่าหมื่นนทีเป็นไข้ได้อย่างไร หรือไปติดจากใครมา เพราะทั้งคู่เองก็ต่างรู้ดีว่าอะไรคือสาเหตุ
"เช็ดให้มันเบา ๆ หน่อยไม่ได้รึไง"
เสียงทุ้มต่ำแววตานิ่งสนิท ทำให้พิงชลที่กำลังลูบไล้ผ้าเช็ดตัวไปตามร่างกายของเขาเริ่มรู้สึกประหม่า ไม่ว่าทำอะไรก็ดูท่าจะไม่เคยถูกใจ ทำอะไรก็ไม่เข้าตาเลยสักสิ่ง แต่ในตอนนี้พิงชลเริ่มคิดได้ว่ามีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาพอใจได้ก็คือร่างกายของตนเอง
"ขอโทษนะ...ที่ทำให้พี่ติดไข้"
"รู้ตัวก็ดี เธอต้องรับผิดชอบ"
"หิวไหม พิงหาอะไรให้กิน"
"หิว"
ดวงตาทั้งสองมองประสาน คำว่าหิวคนละความหมายกันในเวลานี้ เพียงพริบตาพิงชลก็ต้องลงไปนอนอยู่ใต้ร่างคนป่วยที่ตัวร้อนจี๋
"ไหวเหรอ พี่ไม่สบายนะ"
"จะเอากี่รอบล่ะ จะได้บอกว่าไหวไม่ไหว"