สายที่ไม่ได้รีบจากชั้นใต้ดิน จบ

1114 Words
แสงไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ในห้องควบคุมการรักษาความปลอดภัยส่งเสียงครางหึ่งๆ ราวกับแมลงที่กำลังใกล้ตาย "ชัย" ชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบสีกรมท่าที่ดูยับย่น นั่งเหม่อมองจอมอนิเตอร์นับสิบจอที่แสดงภาพทางเดินว่างเปล่าของอาคารสำนักงานเก่าแก่ใจกลางเมือง เวลาขณะนี้คือ 03:33 น. ช่วงเวลาที่ความเงียบงันมักจะขโมยความกล้าหาญไปจากใจคน กริ๊งงงงง! เสียงโทรศัพท์ภายในแผดดังสนั่นจนชัยสะดุ้งตัวโยน เขาขมวดคิ้วพลางมองไปที่หน้าจอแสดงหมายเลขภายในที่โทรเข้า “B2-04” 'ชั้นใต้ดินชั้นสอง ห้องเก็บของหมายเลขสี่งั้นเหรอ?' ชัยคิดในใจด้วยความสับสน 'ห้องนั้นมันถูกล็อคตายมาเป็นสิบปีแล้วนี่นา สายไฟก็น่าจะตัดขาดไปหมดแล้ว' เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจยกหูโทรศัพท์ขึ้น "สวัสดีครับ ฝ่ายรักษาความปลอดภัยครับ..." ไม่มีเสียงตอบรับจากปลายสาย มีเพียงเสียงซ่าของสัญญาณรบกวนคล้ายเสียงฝนตก และเสียงลมหายใจที่หอบถี่กระชั้นเหมือนคนกำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่างด้วยความหวาดกลัว "ฮัลโหล? มีใครอยู่ไหมครับ?" ชัยถามซ้ำอีกครั้ง "ช่วยด้วย... มันมาแล้ว... อย่าลงมา... อย่า..." เสียงในโทรศัพท์เบาและสั่นพร่า แต่มันกลับทำให้ชัยเยือกแข็งไปถึงกระดูก เพราะน้ำเสียงนั้นมันช่างคุ้นเคยอย่างประหลาด มันเหมือนน้ำเสียงของเขาเองไม่มีผิดเพี้ยน! ตึด... ตึด... ตึด... สายถูกตัดไป ชัยนั่งนิ่งค้างอยู่ครู่ใหญ่ เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม 'ใครแกล้งกันวะ? หรือจะเป็นไอ้พวกวัยรุ่นแอบลอบเข้ามา?' เขาพยายามหาเหตุผลทางตรรกะมาอ้างเพื่อกลบเกลื่อนความกลัวที่เริ่มก่อตัว เขาหยิบไฟฉายและพวงกุญแจสำรอง เดินออกจากห้องควบคุมมุ่งหน้าไปยังลิฟต์ตัวสุดท้ายที่ยังใช้งานได้ ลิฟต์ค่อยๆ เคลื่อนที่ลงสู่ชั้นใต้ดินด้วยความเร็วที่เชื่องช้าจนน่าอึดอัด เสียงโซ่ลิฟต์ครืดคราดดังก้องอยู่ในอุโมงค์มืด ติ๊ง! ประตูลิฟต์เปิดออกสู่ชั้น B2 กลิ่นอับชื้นของเชื้อราและฝุ่นหนาเตอะพุ่งเข้าปะทะจมูก ชัยส่องไฟฉายไปตามทางเดินแคบๆ ที่มีท่อน้ำระโยงระยางเหมือนเส้นเลือดของปีศาจร้าย เขาเดินตรงไปยังห้อง 04 ที่ตั้งอยู่สุดทางเดิน บานประตูเหล็กหนาหนักมีโซ่ล่ามไว้และมีแม่กุญแจสนิมเขรอะล็อคอยู่อย่างแน่นหนา ชัยลองดึงโซ่ดู มันยังคงแข็งแรงดี 'ไม่มีใครเข้าไปได้แน่ๆ แล้วใครโทรขึ้นไป?' ขณะที่เขากำลังจะหันหลังกลับ เสียงโทรศัพท์จากภายในห้อง 04 ก็ดังขึ้น! กริ๊งงงงง! ชัยชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เขาตัดสินใจใช้กุญแจสำรองไขแม่กุญแจนั้นอย่างยากลำบาก เมื่อโซ่หลุดออกเขาก็ผลักประตูเข้าไป แสงไฟฉายกวาดไปรอบห้องที่เต็มไปด้วยลังกระดาษผุพังและชั้นวางของที่ล้มระเนระนาด กลางห้องนั้น มีโทรศัพท์รุ่นเก่าแบบหมุนวางอยู่บนโต๊ะไม้ที่ขาหักข้างหนึ่ง มันกำลังส่งเสียงดังรำคาญใจไม่หยุด ชัยเดินเข้าไปหาโครศัพท์เครื่องนั้นด้วยขาสั่นเทา เขาเอื้อมมือไปยกหูขึ้น "ฮัลโหล..." "อย่ารับสาย! ชัย! อย่ารับสาย!"เสียงตะโกนจากปลายสายดังลั่นออกมาจากหูโทรศัพท์ มันคือเสียงของเขาเองที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก "ถ้ามึงรับสาย... มึงจะออกไปจากห้องนี้ไม่ได้!"ชัยปล่อยหูโทรศัพท์หลุดมือด้วยความตกใจ "นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!"ทันใดนั้น ประตูเหล็กด้านหลังเขาก็ปิดปังลงเองอย่างแรง! โครม! ชัยรีบวิ่งไปที่ประตูและพยายามผลัก แต่มันกลับไม่ขยับราวกับมีกำแพงคอนกรีตมาตั้งขวางไว้ เขาส่องไฟฉายไปรอบๆ ห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้สภาพห้องเปลี่ยนไป... มันไม่ได้เก่าและมีฝุ่นอีกต่อไป แต่มันดูเหมือนห้องที่เพิ่งถูกใช้งาน แสงไฟบนเพดานกระพริบติดๆ ดับๆ และในมุมมืดของห้อง เขาเห็นร่างของชายคนหนึ่งนั่งคู้ตัวสั่นอยู่ใต้โต๊ะ ชายคนนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา แสงไฟฉายส่องกระทบใบหน้าที่เหมือนกับชัยอย่างกับแกะ แต่ผิวหนังของเขาดูซีดจางและมีรอยช้ำสีม่วงตามลำคอ "มึงมาแล้วเหรอ..."ชัยอีกคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง "กูรอมึงมานานมาก... รอมึงมาแทนที่กู" "มึงเป็นใคร! ออกไปนะ!"ชัยตะโกนสุดเสียงพลางถอยหนีจนหลังติดกำแพง "กูคือมึง... มึงที่ลงมาที่นี่เมื่อสิบปีก่อนไงล่ะ" ร่างนั้นลุกขึ้นยืนช้าๆ แขนขาขยับด้วยท่าทางบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ "กูรับสายโทรศัพท์นั่น... แล้วกูก็ถูกขังไว้ในเวลาที่วนเวียนไม่รู้จบ"ทันใดนั้น โทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้นอีกครั้ง กริ๊งงงงง! ร่างนั้นแสยะยิ้มกว้างจนเห็นเหงือกสีดำ "คราวมึงแล้ว... มึงต้องโทรไปเตือนตัวเอง... มึงต้องโทรไปบอกตัวเองในห้องเวรว่าอย่าลงมาที่นี่"ชัยพยายามจะหนีไปที่หน้าต่างระบายอากาศเล็กๆ แต่ร่างกายของเขากลับเริ่มอ่อนแรง ผิวหนังของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีซีดและเล็บเริ่มหลุดลอกออกมา 'ไม่... ไม่จริง... นี่มันเป็นแค่ฝันร้าย' เขาคิดในใจอย่างบ้าคลั่ง แต่ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นนั้นคือของจริง เขารู้สึกเหมือนวิญญาณถูกกระชากออกจากร่างและถูกบีบอัดเข้าไปในห้องที่มืดมิดแห่งนี้ ร่างของชัยคนเก่าค่อยๆ สลายกลายเป็นฝุ่นผงไปต่อหน้าต่อตา ทิ้งให้ชัยเพียงคนเดียวอยู่ในห้อง 04 ที่ประตูถูกล็อคตายจากภายนอกอีกครั้ง เขาเดินไปที่โทรศัพท์ด้วยความเลื่อนลอย มือที่สั่นเทาเอื้อมไปหมุนหมายเลขของห้องควบคุมรักษาความปลอดภัย... หมายเลขที่เขาเพิ่งจากมา "ฮัลโหล... ช่วยด้วย... มันมาแล้ว... อย่าลงมา... อย่า..." ชัยกระซิบใส่หูโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงที่สิ้นหวังที่สุดในชีวิต เขามองเห็นภาพในหัว... เห็นตัวเองที่กำลังนั่งอยู่ในห้องควบคุมกำลังยกหูโทรศัพท์ขึ้นรับสาย...วงจรความสยองเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง และเขาไม่มีทางรู้เลยว่าเขาต้องเตือนตัวเองอีกกี่พันครั้ง กว่าที่เขาจะหลุดพ้นจากนรกใต้ดินแห่งนี้ได้ เขานั่งลงใต้โต๊ะที่เดิม รอคอยเสียงฝีเท้าของ "ตัวเอง" คนถัดไปที่จะเดินลงมา เพื่อส่งมอบหน้าที่แห่งความตายนี้ให้ต่อไปอย่างไม่จบสิ้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD