บทที่2

1384 Words
นลินกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ภาพเหตุการณ์เมื่อวันเสาร์ย้อนกลับมา วันนั้นเธอจำเป็นต้องพาลูกไปไซต์งานด้วยเพราะพี่เลี้ยงป่วย เธอให้เด็กๆ นั่งเล่นอยู่ในเต็นท์คนงาน ไกลจากเวทีจัดงานเปิดตัวมาก เธอคิดว่าเขาคงไม่มาร่วมงานระดับย่อยแบบนี้ หรือต่อให้มาก็คงนั่งอยู่แต่ในห้องวีไอพี ไม่คิดเลยว่าเขาจะเดินโฉบมาแถวโซนจัดสวน "พวกเขาไม่ใช่ลูกคุณ" นลินเชิดหน้าเถียงคอเป็นเอ็น แม้รู้ว่ามันฟังดูโง่เขลาก็ตาม "เด็กผู้ชายหน้าตาคล้ายกันมีเยอะแยะไป" "งั้นเหรอ?" ภูผากระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา "งั้นลองอ่านเอกสารในแฟ้มนี้ดู" นลินรับแฟ้มหนังนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทา เมื่อเปิดออกดู ดวงตาของเธอก็เบิกกว้าง ตัวหนังสือภาษาทนายความเรียงพรืดเต็มหน้ากระดาษ แต่มีข้อความที่เน้นตัวหนาเตะตาเธออย่างชัดเจน 'ร่างคำฟ้องขอตรวจสารพันธุกรรม (DNA) และขออำนาจปกครองบุตรบุญธรรมร่วม/แต่เพียงผู้เดียว' พร้อมด้วยตารางเปรียบเทียบรูปถ่ายของ 'พินน์' ลูกชายคนโตของเธอ กับรูปถ่ายของภูผาในวัยเด็ก ที่ชัชคงไปแอบถ่ายซูมมาจากงานวันนั้น โครงหน้า คิ้วเข้มๆ หรือแม้แต่แววตาดุดันเงียบๆ นั่น... ถอดแบบกันมาทุกกระเบียดนิ้ว ไม่ต้องใช้หมอตรวจ ดีเอ็นเอก็ประทับอยู่บนหน้าเด็กชัดเจน "ถ้าคุณยืนยันว่าไม่ใช่ลูกผม ผมก็จะยื่นฟ้องศาลวันนี้เลย" ภูผาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนกำลังเจรจาธุรกิจพันล้าน "หมายศาลจะส่งมาถึงบ้านคุณภายในอาทิตย์หน้า ตำรวจและเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์จะมาพาตัวเด็กสองคนนั้นไปโรงพยาบาลเพื่อเจาะเลือดตรวจดีเอ็นเอต่อหน้าสาธารณชน คุณคิดว่าเด็กห้าขวบจะรู้สึกยังไงที่ต้องไปนั่งในศาล เจอคนแปลกหน้ารุมล้อม และถูกแย่งตัวไปมาเหมือนสิ่งของ?" "คุณมันบ้า!" นลินตวาด น้ำตาแห่งความโกรธและหวาดกลัวรื้นขึ้นมาที่ขอบตา "คุณจะทำร้ายจิตใจเด็กเพื่อเอาชนะฉันงั้นเหรอ? คุณมันก็เห็นแก่ตัวเหมือนแม่คุณไม่มีผิด!" คำว่า 'แม่คุณ' ทำให้แววตาของภูผาวูบไหวไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่ความเย็นชาจะกลับมาปกคลุมอีกครั้ง เขาบีบซี่กรงเหล็กแน่นขึ้นจนข้อขาว "ผมให้ทางเลือกคุณสองทาง นลิน" ภูผายื่นหน้าเข้ามาใกล้ลูกกรงเหล็ก ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงฝ่ามือกั้น กลิ่นน้ำหอมของเขาผสมกับกลิ่นอายคุกคามแผ่ซ่านออกมากดทับเธอ "ทางเลือกแรก... เราไปเจอกันที่ศาล คุณเตรียมจ้างทนายฝีมือดีที่สุดที่คุณหาได้มาสู้กับทีมกฎหมายระดับประเทศของผมได้เลย อ้อ... แต่ลืมไป บัญชีธนาคารคุณมีเงินเก็บอยู่แค่หลักแสนนี่ คงจ่ายค่าทนายผมไม่พอมั้ง" เขาไปสืบเรื่องการเงินของเธอมาแล้ว! นลินกัดริมฝีปากจนเจ็บจี๊ด ความรู้สึกไร้ทางสู้แบบเดียวกับเมื่อห้าปีก่อนถาโถมเข้ามา อำนาจของเงินและบารมีตระกูลนี้ มันคือปีศาจร้ายที่เธอหนีมาตลอด "และทางเลือกที่สองล่ะ" เธอเค้นเสียงถาม "ทางเลือกที่สอง..." ภูผาถอยใบหน้ากลับไปยืนตัวตรง สอดมือทั้งสองข้างลงในกระเป๋ากางเกงสแล็ค ท่าทีผ่อนคลายเหมือนคนถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู "ผมจะเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้" "อะไรนะ!" นลินเบิกตากว้าง คิดว่าตัวเองหูฝาด "คุณจะบ้าเหรอ บ้านฉันไม่ใช่โรงแรม!" "ผมไม่ได้จะมานอนค้าง ผมมีเพนต์เฮาส์ที่สบายกว่ารังหนูของคุณเยอะ" เขาปรายตามองสภาพบ้านสองชั้นหลังเล็กที่สีเริ่มลอกหลุดร่อน "ข้อเสนอคือ ผมต้องได้เจอลูกทุกวัน วันละสิบสองชั่วโมง คุณต้องเปิดประตูให้ผมเข้ามาในฐานะ 'พ่อ' ของพวกเขา ให้ผมได้มีส่วนร่วมในชีวิตลูก... แลกกับการที่ผมจะเก็บเอกสารฟ้องร้องบ้าๆ นี่ลงลิ้นชักไปตลอดกาล" "สิบสองชั่วโมง? ทุกวัน?" นลินส่ายหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย "ไม่มีทาง! คุณคิดจะเข้ามาบงการชีวิตฉันเหมือนเมื่อก่อนอีกใช่ไหม คุณจะค่อยๆ ล้างสมองลูกให้เกลียดฉัน แล้วพาเขากลับไปให้แม่คุณเชยชมในคฤหาสน์นั่นล่ะสิ ฝันไปเถอะ!" "แม่ไม่เกี่ยว!" ภูผาสวนกลับเสียงดุ คิ้วขมวดเข้าหากัน "นี่มันเรื่องของผมกับคุณ กับลูก... แม่ไม่รู้เรื่องนี้ และผมจะไม่ยอมให้ใครมายุ่งกับเด็กสองคนนั้นเด็ดขาด" "ฉันจะเชื่อใจคุณได้ยังไง!" "คุณไม่มีสิทธิ์เลือก ลิน!" ภูผากดเสียงต่ำตวาดกลับ ความอดทนของซีอีโอหนุ่มดูเหมือนจะขาดผึงลง "คุณหนีผมไปห้าปี ขโมยลูกที่ควรจะเรียกผมว่าพ่อไปซ่อน คุณปล่อยให้ผมงมเข็มในมหาสมุทรเหมือนคนบ้า คิดว่าผมจะยอมถอยง่ายๆ เพียงเพราะคุณบอกว่า 'ไม่' งั้นเหรอ?" นลินชะงักไปเล็กน้อย แววตาของภูผาในเสี้ยววินาทีนั้นไม่ได้มีแค่ความโกรธ แต่มันมีความรวดร้าวบางอย่างซ่อนอยู่... ความรวดร้าวที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน แต่เพียงแวบเดียวมันก็ถูกฉาบด้วยความแข็งกร้าวตามเดิม "สิบสองชั่วโมง แลกกับการที่คุณไม่ต้องเสียลูกไปในศาล..." ภูผาย้ำเงื่อนไขอีกครั้ง สายตากดดัน "ถ้าตกลง ก็ไขกุญแจซะ แต่ถ้าปฏิเสธ... ชัช โทรหาทนายธนิต บอกให้ยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนทันที" "ครับท่าน" ชัชรับคำเสียงแข็งขัน พร้อมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมกดเบอร์ "เดี๋ยว!" นลินร้องห้ามเสียงหลง มือที่กำแฟ้มเอกสารสั่นสะท้าน เธอประเมินสถานการณ์ในหัวอย่างรวดเร็ว ถ้าขึ้นศาล เธอแพ้แน่ๆ ทนายของฝั่งนั้นสามารถหาข้ออ้างร้อยแปดมาพิสูจน์ว่าเธอมีรายได้ไม่มั่นคง สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม และที่สำคัญ... แม่ของภูผาจะต้องรู้เรื่องนี้ และนั่นคือฝันร้ายที่สุด แต่อีกใจหนึ่ง การยอมให้ผู้ชายอันตรายคนนี้ล้ำเส้นเข้ามาในเขตแดนของเธอ... มันก็ไม่ต่างจากการเปิดประตูรับหมาป่าเข้าบ้าน ขณะที่ความลังเลกำลังบีบรัดหัวใจนลินอยู่นั้น เสียงเล็กๆ สองเสียงก็ดังแว่วมาจากในตัวบ้าน "หม่าม้า... หิวข้าวแย้ว" เสียงงัวเงียของแพนน์ เด็กหญิงวัยห้าขวบดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึงตังลงมาจากบันได "ม้าคับ... ใครมา" เสียงห้วนๆ ติดจะนิ่งของพินน์ ลูกชายคนโตดังตามมาติดๆ หัวใจของนลินหล่นวูบ เธอหันขวับไปมองหน้าภูผา และเห็นว่าดวงตาที่เคยเย็นชาและดุดันของเขากำลังเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย สายตาของเขาจดจ้องมองทะลุรั้วเข้าไปยังร่างเล็กๆ สองร่างที่กำลังยืนงัวเงียขยี้ตาอยู่ที่ประตูมุ้งลวดหน้าบ้าน ริมฝีปากที่เม้มสนิทของเขาเผยอออกเล็กน้อย คล้ายคนที่กำลังขาดอากาศหายใจ ภูผามองเด็กแฝดชายหญิงที่สวมชุดนอนลายเป็ดสีเหลืองเหมือนกันเปี๊ยบ... เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาที่เพิ่งเคยเห็นหน้าชัดๆ เป็นครั้งแรก ร่างกายสูงใหญ่ของเขานิ่งขึงไปราวกับถูกสาป "เลือกซะ นลิน" ภูผาเค้นเสียงพูดออกมา โดยที่สายตายังไม่ละไปจากเด็กทั้งสอง "จะเปิดประตูให้ผมเดินเข้าไปกอดพวกเขาดีๆ หรือจะให้ผมเอาตำรวจมาพังรั้วบ้านคุณเข้าไป" นลินกัดริมฝีปากจนห้อเลือด น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนหลังมือที่กร้านแดด เธอไม่มีทางเลือก... เธอสู้เขาไม่ได้ในตอนนี้ สิ่งเดียวที่เธอทำได้คือต้องดึงเขาเข้ามาอยู่ในเกมของเธอ ในอาณาเขตที่เธอตั้งกฎได้ "ก็ได้..." นลินเค้นเสียงลอดไรฟัน มือสั่นเทาค่อยๆ หมุนรหัสแม่กุญแจทองเหลือง "สิบสองชั่วโมง... แค่สิบสองชั่วโมงเท่านั้น และคุณต้องทำตามกฎของบ้านฉันทุกข้อ ห้ามก้าวก่าย ห้ามสั่งการ ห้ามเอาเงินมาฟาดหัวลูกฉัน" เสียงปลดล็อกกุญแจดัง 'แกรก'
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD