ภูผาผลักประตูรั้วเหล็กให้เปิดกว้างออก เขาก้าวเท้าเหยียบเข้ามาในอาณาเขตของเธออย่างผู้ชนะ รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบย่ำลงบนแอ่งน้ำโคลนที่นลินทำหกไว้จนเปื้อนคราบสกปรก แต่เขาไม่แม้แต่จะปรายตาลงไปมอง
เขาเดินผ่านหน้านลินไป ราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ สายตาพุ่งตรงไปยังเด็กแฝดที่ยืนเกาะประตูมุ้งลวดอยู่
นลินยืนกำหมัดแน่น มองแผ่นหลังกว้างที่กำลังรุกรานพื้นที่ปลอดภัยของเธอ เธอสูดลมหายใจลึก เตรียมตัวรับมือกับพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะพัดถล่มชีวิตที่สงบสุขของเธอ
"ชัช" ภูผาหันกลับมาสั่งเลขาที่ยืนรออยู่หน้าประตูรั้ว "เอากระเป๋าลงมา"
นลินขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองตาม ชัชกำลังเดินไปที่ท้ายรถมายบัค ก่อนจะลากกระเป๋าเดินทางแบรนด์ริโมว่าใบใหญ่สีดำสนิทลงมาสองใบ
"เดี๋ยวนะ..." นลินเสียงหลง รีบเดินไปขวางหน้าภูผา "กระเป๋าอะไร คุณบอกว่าสิบสองชั่วโมง ไม่ค้างคืนไง!"
ภูผาก้มลงมองผู้หญิงตัวเล็กที่พยายามทำตัวเป็นแม่ไก่กางปีกปกป้องลูกเจี๊ยบ มุมปากของเขากระตุกยิ้ม... เป็นรอยยิ้มที่นลินเกลียดที่สุดในโลก
"ผมบอกว่าสิบสองชั่วโมงในบ้านคุณ" ภูผาเอียงคอเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มวาววับไปด้วยความเจ้าเล่ห์ "อีกสิบสองชั่วโมงที่เหลือ... ผมก็จะนอนอยู่ในรถที่จอดหน้าบ้านคุณนี่แหละ"
นลินอ้าปากค้าง สมองประมวลผลคำพูดของเขาไม่ทัน
"ผมไม่ได้มาเยี่ยมลูก นลิน..." ภูผาก้าวประชิดตัวเธอจนหน้าอกแกร่งแทบจะชนกับจมูกของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดหน้าผาก "ผมมาอยู่"
ห้องนั่งเล่นขนาดสิบสองตารางเมตรไม่เคยดูคับแคบเท่านี้มาก่อนในความรู้สึกของภูผา
ซีอีโอหนุ่มผู้คุ้นเคยกับเพนต์เฮาส์กว้างขวางวิวพาโนรามากลางใจเมือง และคฤหาสน์โอ่อ่าที่เพดานสูงลิบ กวาดสายตามองไปรอบๆ พื้นที่ 'เซฟโซน' ของอดีตภรรยาด้วยสายตาประเมินค่าอย่างปิดไม่มิด โซฟาผ้าสีเบจเก่าๆ ที่มีรอยข่วนของแมว โต๊ะกลางไม้ที่มุมโต๊ะแหลมเฟี้ยวไม่มีแม้แต่ที่หุ้มกันกระแทกสำหรับเด็ก ทีวีจอแบนรุ่นเมื่อห้าปีที่แล้ว และกองของเล่นพลาสติกสีสันแสบตาที่กระจัดกระจายอยู่บนพรมปูพื้นผืนเล็ก
ทุกอย่างดูขัดตา ขัดใจ และไร้ซึ่ง 'ประสิทธิภาพ' ในการอยู่อาศัยสำหรับเด็กในมาตรฐานของภูผา
กลิ่นน้ำยาถูพื้นกลิ่นพฤกษาโชยมาเตะจมูก มันหอมสะอาดก็จริง แต่มันกลบกลิ่นความชื้นจากผนังบางจุดไม่มิด ภูผาย่นจมูกเล็กน้อย เขาถอดสูทสีเทาเข้มตัวนอกออก พาดมันลงบนพนักพิงโซฟาผ้าอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่กลัวโซฟาเปื้อน แต่กลัวสูทตัวละแสนของเขาจะติดขนแมวที่มองไม่เห็นต่างหาก
เขาคิดถูกจริงๆ ที่บีบบังคับหาทางเข้ามาในบ้านหลังนี้ให้ได้ ดูสภาพความเป็นอยู่ของทายาทตระกูลหมื่นล้านสิ... นลินเลี้ยงลูกของเขามาด้วยความขัดสนขนาดนี้เชียวหรือ? ทิฐิของผู้หญิงคนนี้มันบดบังความมีเหตุผลไปหมดแล้ว แค่เธอยอมเปิดปากขอความช่วยเหลือ เขาก็พร้อมจะเนรมิตคฤหาสน์หลังใหม่พร้อมแม่บ้านสิบคนให้ทันที แต่เธอกลับเลือกจะหอบลูกมาทนลำบากอยู่ในรังหนูนี่
ความโกรธกรุ่นๆ ปะทุขึ้นในอกเมื่อคิดว่าลูกของเขาต้องทนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด
"ม้าคับ... ผู้ชายคนนี้คือใคร"
เสียงเล็กๆ ห้วนๆ ดังขึ้นดึงสติภูผากลับมา เขาหันขวับไปมองที่หน้าประตูมุ้งลวด
เด็กแฝดชายหญิงในชุดนอนลายเป็ดกำลังยืนเกาะขอบประตูมองมาที่เขาอย่างระแวดระวัง พินน์... เด็กผู้ชายที่หน้าตาเหมือนเขาราวกับส่องกระจกย้อนอดีต กำลังขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาสีดำสนิทที่ถอดแบบเขามาเป๊ะจ้องมองมาอย่างจับผิดและเป็นศัตรู ส่วนแพนน์... เด็กผู้หญิงแก้มยุ้ยที่ดวงตากลมโตเหมือนนลิน กำลังเอียงคอชะโงกหน้ามองเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หัวใจของคนที่ควบคุมทุกอย่างได้เบ็ดเสร็จอย่างภูผา กระตุกวูบอย่างรุนแรง
นี่คือลูกของเขา เลือดเนื้อเชื้อไขที่เขาเฝ้าตามหามาตลอดห้าปีโดยไม่เคยรู้เลยว่ามีถึงสองคน ความรู้สึกมากมายตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอย ความดีใจ ความโหยหา ความโกรธแค้นที่ถูกปิดบัง และความกลัว... ใช่ ซีอีโอที่พนักงานทั้งบริษัทหวาดกลัว กำลังกลัวว่าเด็กสองคนนี้จะวิ่งหนีเขาไป
ภูผากลืนน้ำลาย พยายามปั้นหน้าให้ดูเป็นมิตรที่สุดเท่าที่คนหน้าตายอย่างเขาจะทำได้ เขาย่อตัวลงนั่งยองๆ กับพื้นพรม เพื่อให้ระดับสายตาเท่ากับเด็กๆ
"พินน์ แพนน์ ใช่ไหมครับ..." เสียงของเขาสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่อยู่ มือหนาที่เคยเซ็นอนุมัติโครงการหมื่นล้านสั่นเทาขณะยื่นออกไปข้างหน้า หวังเพียงจะได้สัมผัสแก้มยุ้ยๆ นั่นสักครั้ง "มาหา..."
คำว่า 'ป๊า' ยังไม่ทันหลุดจากปาก นลินก็เดินแทรกเข้ามาขวางหน้าเด็กทั้งสองคนไว้ราวกับแม่ไก่กางปีกป้องลูกเจี๊ยบ
"นี่คือคุณภูผา... เป็น 'เพื่อน' ของแม่เองจ้ะ" นลินพูดเสียงเรียบ แต่เน้นย้ำคำว่าเพื่อนชัดเจน สายตาที่มองมาที่ภูผาแฝงคำเตือนว่าอย่าเพิ่งล้ำเส้น "เขาจะมา... เอ่อ... มาเยี่ยมเราพักนึง"
ภูผากรามขบแน่น คำว่า 'เพื่อน' มันบาดหูจนอยากจะจับผู้หญิงจอมดื้อคนนี้มาเขย่าให้รู้แล้วรู้รอด แต่เมื่อเห็นสายตาตื่นๆ ของนลินที่มองลูก เขาก็จำต้องกลืนความโกรธลงไป เขาต้องเล่นตามเกมของเธอไปก่อน... แค่ตอนนี้เท่านั้น
"เพื่อนหม่าม้าเหยอออ" แพนน์ลากเสียงยาว ดวงตาเป็นประกาย "คุณลุงคนหล่อสูงจังเยย สูงทะลุหลังคาแย้ว!" เด็กหญิงพูดพลางทำมือประกอบ ชี้ขึ้นไปบนเพดาน
ภูผาชะงักไปนิดกับสรรพนาม 'คุณลุง' แต่มุมปากกลับกระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่กับความช่างจ้อของลูกสาว "ครับ คุณลุงตัวสูง เพราะคุณลุงกินนมเยอะ แพนน์ก็ต้องกินนมเยอะๆ นะ" เขาพยายามทำเสียงให้อ่อนโยนที่สุด
แต่พินน์กลับกอดอกแน่น จ้องหน้าภูผาด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร "ม้าบอกว่าเราไม่ให้คนแปลกหน้าเข้าบ้าน"
"นี่ไงจ๊ะ แม่ถึงบอกว่าเขาเป็นเพื่อนแม่ ไม่ใช่คนแปลกหน้า" นลินลูบหัวลูกชายเบาๆ "เอาล่ะ ไปล้างหน้าแปรงฟันเปลี่ยนชุดกันก่อน เดี๋ยวแม่ทำกับข้าวให้กิน วันนี้แม่จะทำไข่ดาวไส้กรอกปลาหมึกนะ"
เด็กๆ วิ่งตึงตังขึ้นบันไดไป นลินหันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกทันทีที่ลูกพ้นสายตา
"ฉันเตือนคุณแล้วนะภูผา อย่าเพิ่งบอกเรื่องพ่อกับลูกตอนนี้ พวกเขายังไม่พร้อม และฉันก็ไม่ยอมให้คุณทำให้พวกเขาสับสน"
"ลูกต้องรู้ความจริง ไม่ช้าก็เร็ว" ภูผาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กอดอกมองเธอ "และผมจะไม่ยอมเป็นแค่ 'คุณลุงคนหล่อ' ไปตลอดชีวิตแน่"
"ถ้าคุณอยากอยู่ในบ้านนี้ คุณต้องทำตามกฎของฉัน" นลินเดินไปที่ตู้เย็น เปิดลิ้นชักหาปากกาเมจิกและกระดาษโพสต์อิทสีสะท้อนแสง "ถ้าคุณรับไม่ได้ ก็ไสหัวกลับไปนอนในมายบัคของคุณซะ"
นลินจรดปากกาเขียนตัวบรรจงลงบนกระดาษโพสต์อิททีละแผ่น แล้วแปะป้าบๆ ลงบนประตูตู้เย็นสีเงินเก่าๆ
ภูผาเดินเข้าไปยืนซ้อนด้านหลังเธอ กลิ่นแชมพูเด็กอ่อนๆ ลอยมาจากเรือนผมของเธอ กลิ่นที่ทำให้เขานึกถึงวันเก่าๆ... เขาไล่สายตาอ่านกฎห้าข้อที่เธอเพิ่งเขียนเสร็จ
กฎของบ้าน (สำหรับคุณภูผา)