พ่ายรักยัยเด็กจอมป่วน
"คุณกับลูกอยู่ที่นี่ทำตัวตามสบายเลยนะ คิดซะว่าที่นี่คือบ้านตัวเอง หนูการ์ตูนถ้าขาดเหลือหรืออยากได้อะไรเพิ่มก็บอกลุงได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ" เสียงทุ้มฟังดูอ่อนโยนของนพพลเอ่ยพูดกับคนรักหรือกานดาและลูกเลี้ยงของเขาหรือการ์ตูนด้วยใบหน้ายิ้มๆ
"ค่ะ" กานดาพยักหน้าตอบนพพลด้วยใบหน้ายิ้มๆเช่นเดียวกัน
ส่วนการ์ตูนก็ไม่ได้พูดอะไร แค่พยักหน้าให้คนเป็นพ่อเลี้ยงด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ภายในใจรู้สึกอบอุ่นแทนคนเป็นแม่ที่มีคนดีๆคอยดูแลและรักแม่ของเธอขนาดนี้ จนอดเปรียบเทียบพ่อเลี้ยงกับพ่อผู้ให้กำเนิดไม่ได้ เพราะพ่อแท้ๆของเธอนั้นเจ้าชู้มาก แม้จะเป็นคนขยันทำงาน แต่ก็ไม่เคยใส่ใจลูกเมียเท่าที่ควรเลย มักจะเห็นคนนอกดีว่าลูกและเมีย ผิดกับพ่อเลี้ยงของเธอ ที่ดูแลเอาใจใส่แม่ของเธอเป็นอย่างดีและดูแลเธอดีราวกับว่าเธอเป็นลูกในไส้ ไม่เคยมีท่าทีคุกคามเธอเหมือนพ่อเลี้ยงใจร้ายในข่าวเลย ตั้งแต่พ่อเลี้ยงคบกับแม่ของเธอ พ่อเลี้ยงไม่เคยทำให้คนเป็นแม่ต้องร้องไห้หรือเสียใจเลยสักครั้ง แตกต่างกับพ่อผู้ให้กำเนิดโดยสิ้นเชิง
...ตั้งแต่ภรรยาของนพพลเสียไปด้วยโลกหัวใจเมื่อสิบกว่าปีก่อน นพพลก็ไม่เคยมีใครอีกเลย จนได้มาเจอกับกานดาที่คนสนิทแนะนำให้รู้จักกัน ซึ่งกานดาเองก็โสดมานานเพราะได้เลิกลากับสามีเก่าหรือพ่อของลูกไปนานหลายปีแล้วด้วยเหตุผลส่วนตัว พอคุยกันแล้วมันคลิกมันใช่ และต่างคนก็ไม่มีใครคิดรังเกียจลูกติดของอีกฝ่ายเลย โดยที่ลูกๆก็ต่างเห็นดีเห็นงามด้วย ทั้งคู่จึงตัดสินใจคบหากัน จนตอนนี้ก็คบหากันมานานถึงสามปีแล้ว ซึ่งในระหว่างที่คบกันนพพลก็ชวนกานดากับลูกมาอยู่บ้านเขาตั้งแต่ปีแรกที่คบกัน แต่กานดาเห็นว่ามันเร็วไปที่จะมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน กระทั่งคบกันนานพอ กานดาจึงตัดสินใจพาลูกย้ายมาอยู่บ้านของนพพลวันนี้วันแรก เพราะมั่นใจแล้วว่านพพลเป็นคนดีคนหนึ่งที่เธอสามารถฝากลูกฝากชีวิตของเธอหลังจากนี้ไว้กับนพพลได้...
...แม้นพพลกับกานดาจะคบหากันมานานถึงสามปี ทว่าลูกๆของพวกเขาไม่เคยได้เจอกันเลยสักครั้ง เพราะเวลานัดกินข้าวแบบครอบครัว ลูกๆก็ต่างว่างไม่ตรงกัน ด้านน่านฟ้าลูกชายคนเดียวของนพพลวันๆเอาแต่ทำงานอยู่แต่ที่ร้านและคอยไปตรวจความเรียบร้อยตามสาขาอื่น ส่วนการ์ตูนลูกสาวคนเดียวของกานดาก็มีเรียน พอการ์ตูนว่างน่านฟ้ากลับไม่ว่าง พอน่านฟ้าว่างการ์ตูนก็มีเรียนอีก จึงทำให้ทั้งคู่คลาดกันตลอดเลยไม่ได้เจอกันสักที แต่กระนั้นต่างฝ่ายก็ต่างรู้ข้อมูลพื้นฐานเช่นชื่อและอายุของกันและกันอยู่บ้างจากที่ผู้ใหญ่ได้เล่าให้ฟัง...
เวลาต่อมา
18:45 น.
"อ่าวเจ้าน่านกลับมาแล้วเหรอ มาๆ ทุกคนกำลังรอกินข้าวอยู่พอดี" นพพลเอ่ยพูดกับลูกชายที่เดินเข้ามาในครัว
ด้านน่านฟ้าที่เพิ่งกลับมาจากทำงานหรือเพิ่งกลับมาจากร้านก็ไม่ได้พูดอะไร เขาเดินเข้ามานั่งข้างผู้เป็นพ่อตามปกติ ทว่าสายตากลับมองแต่เด็กสาวผิวขาวหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูที่นั่งฝั่งตรงข้ามข้างกานดาแม่เลี้ยงของเขา เธอสะดุดตาเขาตั้งแต่เขาเดินย่างกายเข้ามาในครัวแล้ว ขณะที่เขานั่งมองเด็กสาวไม่ละสายตาด้วยใบหน้าเรียบนิ่งราวกับไม่รู้สึกอะไร ทว่าใจกลับเต้นแรงขึ้นมาเมื่อเด็กสาวตรงหน้าส่งยิ้มให้ แต่เขาไม่ได้ยิ้มตอบ เลือกที่จะหันไปทักทายแม่เลี้ยงแทน
"สวัสดีครับน้ากาน" เขาพูดพร้อมยกมือไหว้
"สวัสดีจ่ะ น่านฟ้านี่การ์ตูนลูกสาวน้าจ่ะ การ์ตูนนี่พี่น่านฟ้าลูกชายลุงนพที่แม่เคยบอกไง" กานดารับไหว้ตามปกติแล้วเอ่ยแนะนำลูกๆให้รู้จักกัน
"สวัสดีค่ะเฮียน่าน" การ์ตูนเอ่ยพร้อมยกมือไหว้คนตัวโตตรงหน้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา เธอเอ่ยชื่อเขาพยางเดียวและยังเรียกเขาว่าเฮียอีก ประหนึ่งคนสนิทสนมกันมานาน ทำเอาเจ้าตัวที่โดนเธอเรียกแบบนี้ในครั้งแรกที่เพิ่งเจอกันก็รู้สึกชอบใจไม่น้อย
แม้ลูกน้องที่ร้านทุกคนต่างเรียกขานเขาว่าเฮียน่าน แต่กลับไม่น่าฟังเท่าเด็กตรงหน้าเรียก เขาจึงชะงักไปชั่วขณะ ทว่าก็รีบดึงสติกลับมาแล้วยกมือรับไหว้เธอโดยไม่ได้เอ่ยพูดอะไร ใบหน้าหล่อเหลาก็ยังคงเรียบนิ่งเช่นเดิมตามฉบับคนเย็นชา
ด้านนพพลกับกานดาก็ไม่ได้ถือสาอะไรกับท่าทีเย็นชาของน่านฟ้า เพราะรู้ดีว่าน่านฟ้าเป็นคนยังไง ท่าทีนิ่งๆที่น่านฟ้าแสดงออกมามันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว
"เอาล่ะ กินข้าวกันเถอะ"
สิ้นเสียงของคนเป็นพ่อ ทุกคนก็ต่างกินข้าวของตัวเองไป บรรยากาศบนโต๊ะอาหารจากเดิมที่มีแค่สองพ่อลูก แต่วันนี้กลับมีสองแม่ลูกมาร่วมโต๊ะด้วย จึงทำให้มื้อเย็นในวันนี้สองพ่อลูกดูเจริญอาหารกว่าปกติ
ดวงตาคู่คมลอบมองเด็กสาวตรงหน้าเป็นระยะๆ ปากบางๆของเธอกำลังเคี้ยวข้าวตุ่ยๆเห็นแล้วน่าเอ็นดู มุมปากหนาจึงยกยิ้มอย่างไม่รู้ตัว กระทั่งได้ยินเสียงคนเป็นพ่อพูดขึ้น เขาจึงกลับมาตีหน้าตึงเหมือน
"พรุ่งนี้หนูการ์ตูนไม่ไปเที่ยวทะเลกับลุงกับแม่จริงๆเหรอลูก" นพพลเอ่ยถามย้ำลูกเลี้ยงของเขาอีกครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้เขาก็ได้เอ่ยชวนเด็กสาวไปแล้วแต่เด็กสาวก็ปฏิเสธ ส่วนลูกชายของเขาไม่ต้องเอ่ยปากชวนก็รู้แล้วว่าไม่ไปแน่นอน เพราะรายนั้นอยู่แต่บ้านเฝ้าแต่ร้านไม่เคยคิดจะไปเที่ยวไหนเหมือนคนอื่นเขา
"ไม่ค่ะ ช่วงนี้ใกล้สอบแล้ว หนูอยากอยู่บ้านอ่านหนังสือค่ะ ลุงนพกับแม่ไปเที่ยวกันเถอะค่ะไม่ต้องเป็นห่วงหนูนะคะ" ใจจริงก็อยากไปแต่เพราะไปเป็นอาทิตย์การ์ตูนจึงไม่อยากทิ้งการเรียนเลยเลือกที่จะปฏิเสธ
"โอเค ไม่ไปก็ไม่ไปลุงไม่เซ้าซี้แล้ว งั้นระหว่างที่ลุงกับแม่ไปเที่ยว หนูการ์ตูนมีอะไรก็โทรบอกลุงได้ตลอดเลยนะ หรือบอกเจ้าน่านก็ได้ น่านพ่อฝากดูน้องด้วยนะ" นพพลไม่อยากเล้าหลือต่อเพราะกลัวเด็กสาวจะรำคาญเอา โดยไม่ลืมหันไปฝากฝังเด็กสาวกับลูกชายที่นั่งอยู่ข้างๆ
"ครับ" น่านฟ้าหันมารับคำคนเป็นพ่อสั้นๆก่อนจะหันกลับไปกินข้าวต่อ
จากนั้นทุกคนก็ต่างกินข้าวของตัวเองไป ทว่าน่านฟ้ากับการ์ตูนก็เอาแต่ลอบมองกันและกันไม่หยุด แต่เมื่อสายตาของทั้งคู่สบกัน ด้านการ์ตูนก็ส่งยิ้มหวานให้คนตัวโตตรงหน้าทันที ขณะที่น่านฟ้ายังคงมีใบหน้าเรียบนิ่งคล้ายกับไม่รู้สึกอะไร แต่ใจแกร่งกลับเต้นแรงทุกครั้งที่เด็กสาวตรงหน้ายิ้มให้
ด้านการ์ตูนเมื่อเห็นอีกคนเอาแต่ทำหน้านิ่งใส่ เธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะคนตัวโตตรงหน้าดันหล่อยิ่งกว่าพระเอกในซีรี่ย์ ต่อให้เขาทำหน้ายักษ์ใส่ เธอก็ไม่โกรธเพราะโกรธไม่ลง
หลังจากอาหารมื้อนี้จบลง ทุกคนก็ต่างแยกย้ายไปทำกิจของตัวเอง ต่อมาก็ต่างเข้านอนกันตามปกติ
ด้านการ์ตูนนอนไม่หลับเพราะแปลกที่ ไหนจะใบหน้าหล่อเหลาของอีกคนที่วนเวียนอยู่ในหัวของเธอจนสลัดทิ้งไม่ได้เลย กระทั่งปาไปเกือบเที่ยงคืนกว่าที่เธอจะนอนหลับสนิทได้
ด้านน่านฟ้าก็ไม่ต่างกัน เขานอนไม่หลับเพราะเอาแต่คิดถึงเด็กสาวใบหน้าจิ้มลิ้ม ปากนิดจมูกหน่อย ดูน่ารักน่าเอ็นดูไปเสียหมด ทำให้คนเย็นชาที่ไม่เคยสนใจใครและไม่ค่อยมีความรู้สึกอะไร แต่กลับรู้สึกอ่อนไหวกับเธอได้อย่างง่ายดาย ทว่าลึกๆก็พยายามยับยั้งความรู้สึกเอาไว้ เพราะเธออยู่ในสถานะน้องสาว แม้จะไม่ใช่น้องแท้ๆแต่เขาก็ไม่ควรคิดอกุศลกับเธอ...