พ่ายรักยัยเด็กจอมป่วน
วันต่อมา
วันนี้วันจันทร์การ์ตูนจึงตื่นเช้าไปโรงเรียนตามปกติ ส่วนน่านฟ้าก็ไปทำงานที่ร้าน แต่วันนี้เขาต้องไปตรวจดูงานตามสาขาย่อยที่อยู่อีกอำเภอ ซึ่งแต่ละเดือนเขาจะทยอยไปตรวจงานตามสาขาย่อยเป็นปกติอยู่แล้ว
ต่างคนต่างใช้ชีวิตทำหน้าที่ของตัวเองไป จนเวลาล่วงเลยมาถึงเย็น ด้านน่านฟ้าก็ถึงเวลาเลิกงานหรือปิดร้าน ส่วนการ์ตูนก็เลิกเรียนและนั่งรถสองแถวกลับบ้านเหมือนอย่างเช่นเคย เธอมักจะเดินทางไปกลับโรงเรียนด้วยรถสองแถวตลอด แม้คนเป็นแม่จะไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่ แต่เพราะลูกสาวโตแล้วจึงยอมปล่อยให้ลูกทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง
ในขณะที่การ์ตูนนั่งรถสองแถวกลับบ้าน ผู้โดยสารคนหนึ่งที่นั่งข้างๆเธอก็กดกริ่งบนหลังคารถเพื่อจะลงตรงจุดหมายของตัวเอง และเมื่อรถสองแถวจอดหยุดอยู่ที่หน้าร้านอาหารตามสั่งทั่วไปเพื่อให้ผู้โดยสารคนที่กดกริ่งเมื่อครู่ลงตรงที่หมายของตัวเอง การ์ตูนก็ดันตาดีเหลือบไปเห็นร่างสูงที่คุ้นเคยนั่งทานข้าวกับหญิงสาวคนหนึ่งรูปร่างหน้าตาของผู้หญิงคนนั้นถือว่าสวยพอตัว แม้จะไม่ได้อยู่ในระยะที่ใกล้มากแต่ก็พอมองเห็นได้ชัด ใจดวงน้อยรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นเขานั่งทานข้าวอยู่กับผู้หญิงสองต่อสอง ใบหน้าร้อนผ่าว น้ำใสๆเริ่มเออคลอเบ้าตา ทว่าเธอก็กระพริ้มตาถี่ๆเพื่อไล่น้ำตาออกไป ก่อนจะหันมองไปอีกทางแล้วพยายามตั้งสติเพื่อไม่ให้ตัวเองคิดฟุ้งซ่านกับภาพบาดตาบาดใจที่เห็น
เมื่อการ์ตูนกลับมาถึงบ้านพอได้เวลาอาหารมื้อเย็นเธอก็นั่งทานข้าวกับแม่และพ่อเลี้ยงตามปกติ ทว่าในใจกลับคิดแต่เรื่องของอีกคน กระทั่งได้ยินเสียงของพ่อเลี้ยงพูดขึ้น
"อ่าวเจ้าน่าน กลับมาแล้วก็มากินข้าวมา"
การ์ตูนได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้เงยหน้ามองอีกคนแต่อย่างใด เธอยังคงกินข้าวของตัวเองอย่างไม่สนใจใคร
"ทุกคนท่านเลยครับผมท่านมาแล้ว" น่านฟ้าพูดขณะที่ดวงตาคมกริบมองเด็กสาวตลอด เขากะจะยิ้มให้เธอเสียหน่อยแต่เด็กสาวก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตากินข้าว ทว่าเขาก็ไม่ได้เอะใจอะไรก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นอีกครั้ง
"งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ"
พูดจบน่านฟ้าก็เดินออกไป ส่วนการ์ตูนที่ทำเหมือนไม่สนใจเขา แต่พอเขาไม่แม้แต่จะเอ่ยทักทาย เธอกลับคิดว่าเขาดันไม่สนใจเธอเสียอย่างนั้น จึงทำให้เธอรู้สึกน้อยใจเข้าไปใหญ่ แต่ก็ทำได้แค่ข่มความรู้สึกเอาไว้ กระทั่งกินข้าวเสร็จเธอก็แยกตัวขึ้นห้องของตัวเอง
20:30 น.
ก๊อกๆ!
การ์ตูนที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จกำลังเตรียมตัวเข้านอน แต่เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง เธอจึงเดินไปเปิดประตูให้คนด้านนอก
แกรก!
เมื่อเห็นว่าคนนอกห้องเป็นใคร ความน้อยใจที่มันยังคงอยู่ไม่หาย กลับรู้สึกน้อยใจเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ทว่าก็พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด ก่อนจะเอ่ยถามออกไป
"มีอะไรคะ"
"เฮียยังไม่มีเบอร์เราเลย เอาเบอร์กับไลน์เรามาให้เฮียหน่อย" น่านฟ้าพูดพร้อมกับยื่นโทรศัพท์ของตัวเองให้เด็กสาว
การ์ตูนไม่ได้พูดอะไร แต่เลือกที่จะรับโทรศัพท์ของคนตัวโตมาก่อนจะกดเบอร์และเพิ่มเพื่อนในไลน์ให้เขาไป โดยมีเขายืนมองเธอไม่ละสายตา จากนั้นก็ยืนโทรศัพท์คืนให้เขา แล้วหันหลังเตรียมจะเดินกลับเข้าห้อง ทว่ามือหนาก็คว้าแขนของเธอเอาไว้เสียก่อนพร้อมกับเสียงทุ้มพูดขึ้น
"เดี๋ยวครับ วันนี้จะนอนกับเฮียไหม"
"ไม่ค่ะ" การ์ตูนตอบออกไปทันทีอย่างไม่ต้องคิดโดยไม่ได้มองหน้าคนตัวโตเลย เธอเลือกที่จะหันมองไปอีกทาง
น่านฟ้าเริ่มเอะใจกับท่าทีห่างเหินของเด็กสาว แต่กระนั้นเขาก็ไม่อยากคิดมาก
"แล้ววันนี้ไปโรงเรียนเป็นยังไงบ้างครับ เล่าให้เฮียฟังหน่อยได้ไหม"
การ์ตูนหันกลับมามองคนตัวโตก่อนจะเอ่ยตอบออกไปน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ต่างจากใบหน้า
"ก็เหมือนเดิมค่ะ ปกติดี แล้วเฮียล่ะคะ วันนี้ทำงานเป็นยังไงบ้าง" ใจจริงก็อยากจะถามเขาไปตรงๆกับสิ่งที่เธอเห็นเมื่อตอนเย็น แต่เธอก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองมีสิทธิ์ที่จะถามหรือเปล่า จึงเลือกถามอ้อมๆแทน
"เฮียก็เหมือนเดิมครับ แต่วันนี้เหนื่อยหน่อยเพราะเฮียต้องไปตรวจงานตามสาขาย่อยด้วย"
"เหรอคะ"
สิ้นเสียงหวาน น่านฟ้าก็เงียบไป มองเด็กสาวตรงหน้าที่มองเขาเหมือนไม่เชื่อที่เขาพูด เสียงทุ้มจึงเอ่ยถามออกไปอย่างอดสงสัยไม่ได้กับท่าทีผิดแผกของเธอที่แสดงออกมา
"เราเป็นอะไร ทำไมวันนี้ดูแปลกๆ"
"แปลกยังไงคะ"
"ก็วันนี้เราไม่ยิ้มให้เฮียเลยนะ เหมือนไม่อยากคุยกับเฮียด้วย"
"เหรอคะ หนูไม่เห็นรู้ตัวเลย" การ์ตูนพูดลอยหน้าลอยตา ทำให้คนตัวโตรู้สึกสับสนเข้าไปใหญ่กับท่าทีของเธอ
"อย่าทำแบบนี้ได้ไหม โกรธอะไรก็บอก มีอะไรก็ถาม อย่าเป็นแบบนี้ เฮียไม่ชอบเลยรู้ไหมครับ" น่านฟ้าพูดออกไปด้วยน้ำสียงอ่อนโยน มีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด
แต่แล้วคำว่า(ไม่ชอบ)ที่เขาพูดออกมา ยิ่งไปกระตุ้นต่อมความน้อยใจของเด็กสาวหนักเข้าไปอีก เสียงหวานจึงพูดใส่หน้าเขาเสียงดังปนสั่นเครือเล็กน้อย
"ไม่ชอบก็เรื่องของเฮียสิ! หนูบอกให้เฮียมาชอบเหรอ!" พูดจบก็รีบหันหลังเดินหนีเข้าห้องอย่างไว ปิดประตูใส่หน้าเขาเสียงดัง! ทำเอาคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่อยู่ในห้องต้องเปิดประตูออกมาดู ก่อนจะเป็นนพพลที่เอ่ยถามลูกชายที่ยืนอยู่หน้าห้องของลูกเลี้ยง
"มีอะไรเจ้าน่าน เสียงดังเอะอะไปถึงห้องพ่อ"
"ไม่มีอะไรครับ" น่านฟ้าหันมาเอ่ยตอบคนเป็นพ่อแค่นั้นก่อนจะเดินกลับเข้าห้องตัวเองไปอย่างคนคิดไม่ตก
ด้านนพพลกับกานดาเห็นเช่นนั้นก็เลือกที่จะเดินกลับเข้าห้องไป แม้จะพอดูออกว่าลูกๆต้องมีปัญหาอะไรกัน แต่ก็เลือกที่จะไม่ก้าวก่ายเพราะเห็นว่ามันเป็นปัญหาของเด็กทั้งสองคนที่จะต้องแก้กันเอาเอง