ตอนที่4 ตีสนิท

1760 Words
PlAWHALE TALK... ช่วงบ่ายสาม ในที่สุดฉันก็ถึงที่หมายสักที หลงไปไกลมาก แทบจะทั่วกรุงเทพฯ ก็ว่าได้ และยังต้องเผชิญอะไรหลายสิ่งอย่างกับออกรบ...แถมมื้อเช้ามื้อเที่ยงก็ไม่ได้ทาน เพราะต้องเก็บเงินหนึ่งร้อยบาทไว้เป็นค่ารถ มิหนำซ้ำพอลงรถเมล์มา ก็ต้องเดินเข้าซอยอีกเป็นกิโล ๆ จะนั่งพี่วินก็ไม่ได้ เพราะเงินทั้งเนื้อทั้งตัวเหลือแค่ห้าบาท ชีวิตอนาถมากอีปลาวาฬ... แต่ความเหนื่อยล้ากลับหายไปปลิดทิ้งเมื่อได้เห็นบ้านที่ตัวเองจะได้อยู่ กระเป๋าเป้ร่วงตกพื้นอย่างกับว่าแขนไร้เรี่ยวแรง รีบเข้าไปเกาะประตูรั้ว มองไปในบ้านให้แน่ใจ...ไม่สิ! ใหญ่ขนาดนี้เรียกว่าคฤหาสน์น่าจะดีกว่า เกิดมาอายุเจียนจะยี่สิบอยู่แล้ว เพิ่งเคยเห็นบ้านหลังใหญ่ตัวเป็น ๆ นี่แหละ...เคยมีคนมาถ่ายหนังไหมหว่า? โอ๊ย!! วาสนาอีปลาวาฬแล้วคราวนี้ ป้านะป้า...น่าจะบอกว่าทำงานบ้านเศรษฐี ไม่งั้นฉันตามมาอยู่ด้วยตั้งนานแล้ว ไม่ต้องระหกระเหินไปบ้านคนโน้นคนนี้... นิ้งหน่อง! นิ้งหน่อง! ฉันหันไปกดกริ่งตรงด้านซ้ายมือหน้าประตูรั้ว กดไปสองครั้งไม่ยักจะมีคนเดินออกมา เลยกดย้ำ ๆ เป็นสิบรอบ และในที่สุดก็เห็นผู้หญิงร่างท้วมคนหนึ่งเดินออกมาจากตัวบ้าน เธอชะเง้อมองมาพร้อมกับโบกมือให้ ก่อนจะรุดมาหา เธอเข้าใกล้เรื่อย ๆ ทำให้เห็นใบหน้าชัดเจน ฉันจำได้ว่าเป็นป้าแจ๋ว ถึงแม้จะแก่กว่าในรูปที่เคยเห็น แต่ใบหน้ายังคงมีเค้าเดิม “ทำไมเพิ่งมาล่ะปลาวาฬ” คนทักเอ่ยพร้อมกับเปิดประตูให้ “สวัสดีค่ะป้า จำหนูได้เหรอ” ฉันยกมือไหว้ ก่อนจะเอียงคอถาม เพราะมั่นใจมาก ว่าป้าน่าจะไม่เคยเจอฉันมาก่อน “ป้าเคยอุ้มแกตอนเล็ก ๆ จำไม่ได้หรือไง” “ตอนเด็กนะป้าใครจะไปจำได้” “ช่างเถอะ ไม่คิดว่าแกโตมาจะหน้าเหมือนน้องชายป้าขนาดนี้ เอ้า! เข้ามา” เอ่ยพร้อมกับผายมือ ฉันหันไปหยิบกระเป๋าเป้บนพื้น ก่อนจะเดินเข้าไป เหยียบเขตพื้นที่บ้านปุ๊บ ก็หยุดยืนกวาดสายตามองรอบ ๆ ทันที ตอนมองจากหน้ารั้วว่าใหญ่แล้วนะ แต่พอมาเห็นโดยไม่มีอะไรขวางสายตาดูใหญ่กว่าเดิมเสียอีก พาโนรามาอย่างกับวัง...เริ่มจากด้านซ้ายมือเป็นสวนหย่อมขนาดกว้างมีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมให้ความร่มรื่น ขวามือเป็นโรงรถที่มีรถราคาแพงจอดอยู่สามคัน ตรงกลางลานกว้างเป็นน้ำพุ ซึ่งด้านหลังเป็นตัวบ้านสีขาวมีระเบียงอย่างกับพระราชวัง ข้างบ้านเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ มองไกล ๆ รู้สึกเหมือนมีอะไรเขียนใต้น้ำด้วย “ตามมาเร็ว ๆ สิ” ป้าแจ๋วเดินนำไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ หันมาเรียกฉันเพราะมัวแต่มองไปเรื่อย ได้สติกลับมาก็รีบวิ่งไปยืนเคียงเธอ “ทำไมป้ามาเปิดประตูช้าจัง บ้านใหญ่ขนาดนี้น่าจะมีคนอื่นด้วยสิ” เธอเป็นฝ่ายเริ่มเดินก่อน ฉันจึงเดินตาม “ทุกคนกำลังยุ่งอยู่ ต้องช่วยกันจัดห้องใหม่ให้คุณหนู” “คุณหนูของป้าอายุกี่ขวบล่ะ ทำไมไม่รู้จักทำเองกับอีแค่จัดห้องตัวเอง” ให้เดาจากที่ป้าพูดถึงด้วยน้ำเสียงเอ็นดู คุณหนูที่ว่าน่าจะยังเรียนไม่จบปอหก อืม...อายุไม่เกินสิบสองแน่นอน “หือ...” จู่ ๆ ป้าก็หยุดเดิน แล้วหันมาเหมือนจะเอ่ยอะไรต่อ แต่ฉันแทรกซะก่อน “ชิ๊! คุณหนูของป้าคงทำอะไรไม่เป็น อย่าให้หนูเจอนะจะตบกบาลสั่งสอนเลยคอยดู” “เออ!! แกมันเก่ง แต่อย่าได้ทำเชียว ไม่งั้นจะไม่มีที่ซุกหัวนอน ต้องกลับไปอาศัยบ้านญาติคนอื่นอีก แกเอาเหรอ” “เหอะ! ขู่หนูเพราะป้าห่วงเจ้านายอะสิ” “เลิกพูดมากได้แล้ว เดินตามมาเร็ว ๆ ปลาวาฬ” “ค่ะ ๆ” แต่ยังไม่ทันได้ก้าวต่อ ไอ้ท้องเวรก็ร้องประท้วงขึ้นมา “จ้อกกกก” ฉันกุมท้องทันทีด้วยความอาย เม้มปากแน่นเป็นเส้นตรง พลางมองตาปริบ ๆ ให้ป้าที่กำลังจ้องมาด้วยดวงตาเบิกโพลง “แกยังไม่ได้กินอะไรมาเหรอ” “หนูออกมาจากบ้านตั้งแต่ตีห้า ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องนอกจากน้ำเปล่าเลยป้า” “แล้วไม่รีบบอกล่ะ ไป ๆ กินข้าวกันก่อน” “ค่ะ” ป้าเดินนำฉันมาเข้าประตูด้านหลังบ้าน เดาไม่ยากว่าเป็นส่วนของห้องครัว เพราะมีอุปกรณ์ครบครัน แถมยังมีผู้หญิงสองคนใส่แบบฟอร์มเดียวกับป้ากำลังทำงานอยู่ นี่แค่ห้องครัวนะ...ใหญ่กว่าบ้านที่ฉันเพิ่งจากมาเสียอีก “หลานที่บอกเหรอป้าแจ๋ว” หนึ่งในนั้นหันมาถาม ทั้งสองคนส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ฉันยิ้มตอบ ก่อนจะยกมือไหว้เพราะเห็นหน้าพวกหล่อนก็รู้แล้วว่าอายุมากกว่า “ใช่ นี่ปลาวาฬหลานสาวป้าเอง พวกเธอทำงานด้านบนเสร็จแล้วเหรอ” “ยังจ้ะป้า” “ไปทำซะสิ ตรงนี้เดี๋ยวป้าจัดการเอง” แม้จะใช้เสียงเรียบ แต่ดูเหมือนคนอื่นจะค่อนข้างกลัวป้าแจ๋วแฮะ “ได้ค่ะป้าแจ๋ว” พอสองคนเดินออกไป ป้าก็เป็นคนตักข้าวและยกกับข้าวมาให้อีกสองอย่าง เป็นแกงเหลืองกับผัดถั่วลันเตา วินาทีนี้อะไรก็ได้ ขอฉันอิ่มท้องก่อน ไม่รีรอรีบจ้วงข้าวเข้าปาก พูดได้เต็มปากเลยว่า มื้อนี้คือมื้อที่อร่อยที่สุดในชีวิต... ง้ำ ๆ “กินช้า ๆ ก็ได้เดี๋ยวติดคอหรอก” ฉันกลืนข้าวลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะถามป้า “ที่นี่มีเจ้านายกี่คนเหรอป้า” “ตอนนี้เหลือคนเดียวคือคุณหนูนั่นแหละ” ไม่รู้ทำไม จู่ ๆ ป้าถึงได้ทำหน้าเศร้าขึ้นมา จะว่าไปชุดยูนิฟอร์มของที่นี่เป็นสีขาวดำ อย่างกับกำลังไว้ทุกข์ให้ใครอยู่ ยังไม่ทันถาม ป้าก็เล่ามาเองว่าคุณผู้ชายของบ้านนี้เพิ่งจะเสียไป มิน่าทุกคนถึงได้ใส่สีขาวดำสิน... “หนูอยู่ที่นี่จะมีของกินแบบนี้ทุกวันใช่ไหมคะ” ฉันถามเพื่อให้แน่ใจ “ใช่สิ อีกอย่างเรื่องค่าเทอม ค่าใช้จ่ายทั้งหมด แกบอกป้ามาเลยว่าต้องการเท่าไหร่” “ป้าจะให้ฉัน” “ใช่ แต่...” หมับ!! ฉันลุกขึ้นไปสวมกอดป้าทันที “ขอบคุณนะคะป้า หนูโชคดีจริง ๆ ที่ได้เป็นหลานป้า” เอ่ยจบก็หอมแก้มเหี่ยว ๆ สลับกันทั้งสองข้าง จนคนถูกหอมใช้มือผลักหน้าผากมนออกห่าง “ไปนั่งกินข้าวต่อได้แล้ว เดี๋ยวฉันจะพาแกไปห้องนอน” “ค่ะ” ฉันกลับมานั่งกินข้าวต่อ ระหว่างนั้นป้าก็พูดขึ้นมาอีก “คุณหนูถือเป็นผู้มีพระคุณ ต่อไปแกต้องทำหน้าที่ดูแลให้ดีเข้าใจไหม” “แน่นอนป้า” “คุณหนูชอบความเป็นส่วนตัว แกห้ามขึ้นไปบนบ้านเด็ดขาด” “เป็นพวกเด็กอินโทรเวิร์ตเหรอ” “คืออะไร?” “เด็กที่ชอบเก็บตัว” “เออ ๆ แกอย่าไปยุ่งก็แล้วกัน” “ถ้าแค่แวบไปดูนิดหน่อยล่ะป้า ได้ใช่ไหม” “ไม่ได้!! ถ้าแกไม่อยากถูกเฉดหัวออกจากบ้าน จงเชื่อฟังที่ป้าพูด” ป้ายืนยันเสียงแข็งขนาดนั้น ฉันจะปฏิเสธได้ไง พยักหน้ารับส่ง ๆ ก่อน เรื่องจะไปสำรวจค่อยว่ากันอีกที หลังจากนั้นป้าพาฉันมาที่ห้องพัก ระหว่างทางก็เอาแต่พูดถึงคุณหนูว่าดีแบบโน้นดีแบบนี้ ทำเรื่องน่ารักกระจุกกระจิกให้ตามภาษาคนแก่ ฟังแล้วอยากจะอ้วก... จนในที่สุดก็มาถึงฝั่งที่เป็นห้องแถว ซึ่งมีประตูเรียงกันน่าจะสิบห้องได้ ป้าเดินไปยังประตูห้องด้านในสุด ล้วงกุญแจจากเอวแล้วไขเข้าไป ประตูเปิดออก ป้าถอดรองเท้าแล้วเดินนำเข้าไป ฉันทำตาม พอเข้ามาในห้องก็กวาดสายตามองรอบ ๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่ป้าเปิดไฟ ความสว่างทำให้เห็นชัดเจน มีเตียงหลังใหญ่ห้าฟุตอยู่ตรงกลางห้อง ด้านข้างเป็นตู้เสื้อผ้าทรงสูงสองอัน ทุกอย่างดูเป็นระเบียบแม้กระทั่งผ้าปูที่นอนไม่มีรอยยับสักนิด ตรงหัวเตียงมีรูปถ่ายเด็กผู้ชายอายุน่าจะสามสี่ขวบ ให้ทาย...นั่นคงเป็นคุณหนูของป้ามั้ง “แกนอนกับป้าที่นี่ก็แล้วกัน” “ห้องป้าเหรอ” “อืม เสื้อผ้าเอาไปเก็บไว้ตู้โน้น ห้องน้ำในตัวอยู่ตรงนั้น มีอะไรก็ไปหาป้าที่ห้องครัว ป้าจะไปทำงานต่อ” “เข้าใจแล้วค่ะ” ป้ากำลังจะเดินไปที่ประตู ฉันก็ก้าวเข้าไปดักหน้าเสียก่อน “ป้าคะ” “มีอะไร” “ให้หนูเป็นติวเตอร์ให้คุณหนูของป้าดีไหม” คิดได้ปุ๊บก็โพล่งไปแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง แหม...ก็ฉันน่ะหวังจะตีสนิทกับเจ้าของบ้าน อาศัยช่วงที่เด็กกำลังว้าเหว่ไม่มีที่พึ่งทางใจ สร้างความสนิทสนมชิดเชื้อกัน...และเมื่อสำเร็จฉันจะได้กลายเป็นคุณหนูอีกคน ได้กินได้นอนบนกองเงินกองทองสบายไปทั้งชาติ ใครบ้างไม่อยากมี คิกคิก นี่แหละความคิดยอดเยี่ยมของฉัน... “ติวเตอร์?” คิ้วหย่อนแทบจะผูกติดกัน “เฮ้อ...ช่างเถอะป้าคงไม่รู้ใช่ไหมว่าติวเตอร์หมายถึงอะไร ไว้หนูเจอคุณหนูของป้าแล้วถามเองก็ได้” “คุณหนูไม่ได้อยากพบแก” “ไม่แน่หรอกป้า” “เจียมตัวบ้าง แกเป็นหลานคนใช้ จะเดินสุ่มสี่สุ่มห้าไปเจอคุณหนูเนี่ยนะ แกบอกมาดีกว่าว่าคิดอะไรอยู่ ไม่ใช่จะทำอะไรแปลก ๆ ใช่ไหม” “ทำอะไร ฉันก็แค่อยากจะตอบแทน” ป้าทำหน้าเหมือนสงสัย ในเมื่อฉันไม่พูดอะไรต่อ จึงเดินออกไปจากห้อง ปล่อยฉันอยู่ตามลำพัง...จึงกวาดสายตามองอีกครั้งด้วยความพิจารณา ฉันนอนร่วมกับคนอื่นได้อยู่แล้ว เพราะที่นี่ดีกว่าที่แล้วมาเป็นไหน ๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD