บทที่ 04 ทางเลือก

1360 Words
"พี่โจ้ สวัสดีค่ะ" คนเพิ่งมาถึงยกมือไหว้ชายตรงหน้าทันที ผู้กำกับแถวหน้าของประเทศ เจ้าของผลงานระดับตำนานที่วงการต่างยอมรับ แต่ในอีกด้านคนวงในต่างรู้ดีว่าเขามีเงามืด เงาของผู้ชายที่มักมีความสัมพันธ์ลับกับใครต่อใคร ทั้งที่มีภรรยาและลูกอย่างเปิดเผย โจ้เป็นคนตาแหลม มองคนขาด เขารู้ว่าใครมีแวว ใครไปได้ไกล และเขาก็มักใช้อำนาจกับโอกาสในมือ แลกเปลี่ยนกับบางอย่างที่อีกฝ่ายจำเป็นต้องยอมให้ และลูกพีช…ก็คือหนึ่งในนั้น เธอมีฝีมือ มีแวว เพียงแค่ยังไม่ถูกดันขึ้นมา หากได้แรงผลักที่ถูกจุด เธอไปได้ไกลกว่านี้มาก "สวัสดี นั่งก่อนสิพีช" เขาตอบรับพร้อมไล่สายตามองคนตรงหน้าอย่างไม่ปิดบัง สายตาสำรวจเรือนร่างในชุดเดรสเข้ารูปสีดำเปิดไหล่ แต่งด้วยระบายชีฟองสีครีม เนื้อผ้าแนบลำตัวขับรูปร่างให้ดูเด่นชัดจนเขาเผลอกลืนน้ำลายลงคอ ความต้องการในสายตานั้นชัดเจนเกินกว่าจะซ่อน "ขอบคุณค่ะ" ลูกพีชดันตัวนั่งลงตรงข้ามโต๊ะอาหารที่ถูกจัดเตรียมรอไว้ก่อนแล้ว ห้องอาหารส่วนตัวของโรงแรมหรูมองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืนสวยงามจับใจ แต่ไม่อาจกลบเสียงหัวใจของเธอที่เต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก "ดื่มไวน์ไหม พี่สั่งไว้ให้" เขายิ้มให้อย่างอ่อนโยน น้ำเสียงทุ้มฟังดูสุภาพ แต่สายตากลับไล้ร่างเธออย่างหิวกระหาย "ไม่ดีกว่าค่ะ วันนี้พีชไม่ค่อยอยากดื่ม" เธอปฏิเสธอย่างสุภาพ ทั้งที่ในใจปั่นป่วนราวกับมีเสียงสองฝั่งกำลังดึงรั้ง ระหว่างความถูกต้องกับความจำเป็นจนเธอแทบยืนอยู่ตรงกลางไม่ไหว หากเขาไม่มีครอบครัวอยู่แล้ว บางทีการตัดสินใจของเธอคงง่ายกว่านี้มาก ถึงตอนนี้ลูกพีชรู้ดีว่าศักดิ์ศรีอาจไม่ใช่สิ่งที่เธอควรยึดไว้แน่นอีกต่อไป หากแต่คนที่สำคัญที่สุดในชีวิตเธอไม่ใช่ตัวเองแต่คือแม่กับน้องเท่านั้น ระหว่างทางที่นั่งรถมาเธอคิดซ้ำไปซ้ำมา สุดท้ายเสียงของความจำเป็นก็ชนะเสียงของความถูกต้อง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เธอมานั่งอยู่ตรงนี้ แต่พอได้มาอยู่จริง ๆ เธอกลับยังตัดสินใจไม่ได้ อยากได้เงินมารักษาแม่มากแค่ไหน ก็ยังไม่อาจทำใจยอมเป็นผู้หญิงที่ทำลายครอบครัวคนอื่นเพื่อประโยชน์ของตัวเอง มันเจ็บเกินไปสำหรับคนที่รู้ดีที่สุดว่าการถูกทรยศในครอบครัวมันทรมานแค่ไหน "ดื่มเถอะ มายด์บอกว่าพีชเดือดร้อนเรื่องเงินไม่ใช่เหรอ?" ประโยคนั้นทำให้เธอพูดอะไรไม่ออก ความจริงที่ถูกพูดออกมาตรง ๆ มันเหมือนมีดที่กรีดลึกลงกลางใจ ผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องใช้ร่างกายแลกกับโอกาส และที่โหดร้ายกว่านั้นคือเธอต้องแลกมันกับความเจ็บปวดของผู้หญิงอีกคนที่แทบไม่รู้เรื่องอะไรเลย "พี่ช่วยพีชได้นะ ความสามารถระดับพีช ถ้ามีคนดันยังไงก็ดัง" เธอรู้ว่าเขาพูดความจริง โจ้มีอำนาจพอจะดันเธอขึ้นไปอยู่จุดนั้นได้ และแน่นอนใครบ้างจะไม่อยากได้โอกาสแบบนั้น แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีนี้ "วันนี้พีชแค่อยากมาขอบคุณ ที่พี่ให้โอกาสพีชได้เล่นละครเรื่องนี้ค่ะ" "แค่นั้นเหรอ…" "ค่ะ" คำตอบสั้น ๆ แต่เป็นการตัดสินใจที่หนักแน่นที่สุดแล้ว เพราะถึงความลำบากของเธอจะหนักหนาแค่ไหน เธอก็ไม่อยากให้มันไปเหยียบย่ำชีวิตของคนอื่นเพื่อให้ตัวเองรอด "แค่บทนางรองธรรมดา ๆ เอง หรือพีชอยากเป็นนางเอกล่ะ พี่ให้ค่าตัวมากกว่าหลายเท่าเลยนะ" โจ้พยายามหว่านล้อมอีกครั้งหลังจากความหวังเริ่มริบหรี่ ทั้งที่สเต็กเนื้อพรีเมียมตรงหน้ากำลังจะได้ถูกแตะต้องอยู่แล้วแท้ ๆ กลับต้องเปลี่ยนทิศทางของมื้อค่ำไปอย่างน่าขัดใจ "ไม่ดีกว่าค่ะ" ลูกพีชตอบเสียงหนักแน่นกว่าเดิม ครั้งนี้ไม่ใช่การปฏิเสธเลี่ยง ๆ แต่เป็นการตัดสินใจจริงจังว่าเธอจะไม่ยอมก้าวข้ามเส้นศีลธรรมของตัวเอง ไม่ว่ามันจะแลกมาด้วยความลำบากแค่ไหนก็ตาม "โอเค ไม่ก็ไม่ งั้นเรากินกันก่อนดีกว่า เรื่องงานค่อยว่ากัน" คำพูดนั้นเหมือนปลดน้ำหนักก้อนใหญ่ที่กดทับอกเธอ ลูกพีชรู้สึกโล่งขึ้น แม้จะยังไม่เห็นหนทางว่าจะหาเงินค่าผ่าตัดที่เหลือจากไหน แต่การเลือกไม่ทำให้ครอบครัวใครต้องพัง ก็เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เธอยังรู้สึกภูมิใจกับตัวเองอยู่ได้ นักแสดงสาวยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นชนกับแก้วของอีกฝ่ายเบา ๆ ก่อนจะยกดื่มเหมือนเป็นการย้ำกับตัวเองถึงสิ่งที่เลือกไปแล้ว ผิดกับโจ้ที่ยังมีแววเสียดายในดวงตา แต่ก็เลือกจะเก็บมันไว้ ไม่แสดงออกมากไปกว่านั้น ไม่นานพนักงานก็เข้ามาวางอาหารในห้องส่วนตัว กลิ่นหอมของอาหารลอยคลุ้งบนโต๊ะ ทั้งสองจึงเริ่มลงมือทาน รวมถึงลูกพีชที่รีบตัก รีบเคี้ยวเหมือนอยากให้เวลาตรงนี้ผ่านไปให้เร็วที่สุด เพื่อหลบหนีบรรยากาศประหลาดและสายตาที่เธอเริ่มรู้สึกอึดอัดขึ้นเรื่อย ๆ "เป็นอะไรหรือเปล่าพีช ไม่อร่อยเหรอ?" โจ้เงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นเธอชะงักช้อนในมือ แขนเรียววางนิ่งบนโต๊ะ สีหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด "ปะ เปล่าค่ะ" เธอส่ายหน้าเบา ๆ แต่ในหัวกลับเริ่มว่างเปล่า เสียงพูดของอีกฝ่ายค่อย ๆ ห่างออกไปราวกับอยู่คนละโลก ร่างกายเริ่มชา แขนขาหนักอึ้งผิดปกติ "พีช พีชขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะคะ" เธอฝืนพูดจบก็ลุกขึ้นทันที แต่เพียงก้าวแรกเท้ากลับไม่ยอมขยับตาม ร่างกายเหมือนทรยศเจ้าของจำเป็นต้องเท้ายันโต๊ะไว้เพื่อไม่ให้ล้ม หัวใจเต้นช้าลง ช้าลงจนเธอเริ่มจับจังหวะมันไม่ได้ สายตาพร่ามัว ภาพรอบตัวค่อย ๆ หมุนช้าลงอย่างผิดธรรมชาติ ผู้กำกับหนุ่มรีบแทรกตัวเข้ามารับร่างเธอไว้ก่อนที่เธอจะทรุดลง ใช้จังหวะนั้นโอบเอวบางเข้าหาตัวอย่างแนบแน่นเกินความจำเป็น "ไม่สบายหรือเปล่า" เขาถาม น้ำเสียงฟังดูเหมือนห่วงใย แต่แขนที่รั้งเธอไว้กลับไม่ได้อ่อนโยนอย่างที่ควรจะเป็น "มะ ไม่เป็นไรค่ะ" ลูกพีชพยายามฝืนดันตัวออกจากเขา ใช้แรงทั้งหมดที่เหลืออยู่แต่ร่างกายกลับไม่ยอมเชื่อฟัง เธออ่อนแรงเกินกว่าจะหลุดพ้นจากวงแขนของเขาได้ "ให้พี่ช่วยเถอะ" โจ้ไม่ได้ขยับออก ซ้ำยังขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม สายตาที่ไล่มองเธอจากบนลงล่างไม่คิดจะปิดบังความต้องการที่ฉายชัดอยู่ในนั้น "พี่โจ้…พี่ใส่อะไรในแก้วพีช" เธอเริ่มแน่ใจว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ร่างกายที่ผิดปกติ ความมึนงงที่ถาโถมทั้งหมดต้องเป็นฝีมือของเขา "ถ้าพีชเต็มใจ พี่ก็คงไม่ต้องทำแบบนี้" เขายิ้มมุมปากอย่างไม่คิดจะปิดบังความคิดตัวเอง "พี่รอมานาน จะให้หลุดมือไปง่าย ๆ ได้ยังไง" "ปะ ปล่อยพีช…" เธอพยายามผลักเขาออกอีกครั้ง เสียงแทบจะเป็นกระซิบ แต่แขนที่โอบรัดเธอไว้กลับแน่นขึ้นแทน "อย่าทำตัวเหมือนไม่รู้อะไรเลยสิ ฉันเสียเงินไปแล้ว อย่างน้อยก็ควรได้อะไรกลับมาบ้าง" "งะ เงินเหรอ พีชไม่เคยรับอะไรจากพี่" "ผู้จัดการของเธอจัดการให้หมดแล้ว" เขาตอบอย่างไม่ใส่ใจ ทว่าคำพูดนั้นทำให้หัวใจเธอเย็นวาบ "คืนนี้ก็แค่ทำให้มันจบ ๆ ไป เราจะได้สบายใจกันทั้งคู่"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD