บทที่ 13 สถานะห้ามปล่อยใจ

1334 Words
ลูกพีชยืนจัดจานอาหารที่พนักงานนำมาเสิร์ฟถึงห้อง ภารกิจในยามเช้าไม่ได้มีอะไรซับซ้อน นอกจากเตรียมอาหารไว้ให้คนที่ใช้แรงไปตลอดทั้งคืน "ทำอะไรครับ" เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับอ้อมแขนที่โอบกอดจากด้านหลัง ท่าทางเป็นธรรมชาติราวกับเป็นเรื่องปกติของคนคุ้นเคยกันดี จนหญิงสาวเผลออมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ยอมให้เขากอดและเกยคางบนไหล่มน สูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากกายเธออย่างที่ทำมาตลอดทั้งคืน "ตะ เตรียมอาหารเช้าค่ะ" ลูกพีชตอบเบา ๆ อย่างเขินอาย แม้มือเรียวยังคงขยับจัดอาหารบนโต๊ะให้เรียบร้อย "รู้ด้วยเหรอว่าผมทานอะไร" ไคเซอร์เหลือบมองเมนูตรงหน้า มันเป็นอาหารชุดเดียวกับที่เขามักจะสั่งเป็นประจำ เพียงแต่วันนี้มีใครบางคนตั้งใจเตรียมให้แทย และนั่นก็ทำให้เขารู้สึกพอใจอย่างบอกไม่ถูก "แอบถามพี่ภีมมาค่ะ" หญิงสาวเอียงคอมองใบหน้าคมในชุดคลุมอาบน้ำ ใกล้พอจะเห็นแววตาสีดำขลับชัดเจนจนต้องรีบเบือนหนี เพราะหัวใจเจ้ากรรมดันเต้นแรงขึ้นมาเสียดื้อ ๆ "ขอบคุณครับ" เขายิ้มบางอย่างเอ็นดู ก่อนจะก้มลงจุมพิตแก้มนุ่มเบา ๆ เป็นการขอบคุณตอบแทน จากนั้นจึงปล่อยกอดแล้วไปนั่งลงฝั่งตรงข้าม ส่วนลูกพีชยังคงยืนชะงักอยู่ครู่หนึ่ง มือเล็กแตะแก้มตัวเองอย่างเผลอไผล กว่าจะได้สติก็ตอนที่เขาเอ่ยถาม "ไม่ทานเหรอครับ" "ค ค่ะ" เธอรีบไปนั่งลงตรงข้ามอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ในใจยังวุ่นวายกับความเขินอายไม่หาย "ได้เจอกับพลอยใสแล้วใช่ไหมครับ" เขาชวนคุยระหว่างทานอาหาร คล้ายตั้งใจจะลดช่องว่างระหว่างเราไม่ให้บรรยากาศตึงเกินไป "ค่ะ ได้เจอกันแล้ว" ลูกพีชพยักหน้าตอบเบา ๆ "ไม่ต้องห่วงนะ พลอยใสไว้ใจได้ หลังจากนี้มีอะไรก็ให้เขาช่วยจัดการ ไม่ต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียว" แววตาอบอุ่นที่มองมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน ทำให้ลูกพีชรู้สึกใจอ่อนอย่างประหลาด เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคนตรงหน้าถึงทำดีกับเธอมากขนาดนี้ ทั้งที่พวกเขาเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานนัก แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ยังอยากขอบคุณเขาซ้ำ ๆ อยู่ดี เธอคิดเสมอว่าหากไม่มีเขาเข้ามาในชีวิต ป่านนี้อนาคตของตัวเองจะเป็นอย่างไรก็ไม่อาจจินตนาการได้ "ขอบคุณนะคะ" ใบหน้าสวยคลี่ยิ้ม "หยุดขอบคุณผมได้แล้ว จะขอบคุณผมทุกห้านาทีเลยหรือไง" ไคเซอร์ส่ายหัวเบา ๆ ตั้งแต่รู้จักกันมา เขาแทบจะนับจำนวนคำว่าขอบคุณจากเธอไม่ถ้วน "..." ร่างบางก้มหน้าลง ใช้ปลายช้อนจิ้มไข่ดาวไปมาอย่างไร้จุดหมาย เพราะนอกจากคำนั้น เธอก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี กระทั่งมือหนายื่นมาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้สบตาเข้ากับสายตาที่มองมาอย่างมีความหมาย "ยิ้มน่ะ ยิ้มเป็นไหม" ลูกพีชเม้มปากแน่น เบนสายตาหนีใบหน้าที่ทำให้หัวใจเต้นแรงได้ง่ายดายเหลือเกิน "ลูกพีช" เสียงเข้มเรียกชื่อเธออย่างกึ่งดุ ทำให้หญิงสาวยอมเผยรอยยิ้มบาง ๆ ออกมา แม้จะยังไม่กล้าสบตาเขาตรง ๆ ด้วยความเขินอาย "เวลาคุณยิ้ม โลกมันสดใสมากรู้ไหมครับ..." ให้ตายเถอะ…นั่นมันคำพูดที่ทำลายเกราะใจคนฟังได้ง่ายดายเหลือเกิน และดูเหมือนว่าคนพูดจะไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังทำให้ใครอีกคนหน้าเห่อร้อนแค่ไหน มันไม่ใช่แค่ทำให้รู้สึกดี แต่มันให้ความรู้สึกเหมือนถูกโอบอุ้ม ปกป้องจากทุกเรื่องเลวร้ายที่เคยผ่านมา มื้ออาหารของคนสองคนที่ดูไม่ต่างจากคู่รักธรรมดาค่อย ๆ ผ่านพ้นไป ลูกพีชจัดเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้เขา แม้ทุกอย่างจะเรียบร้อยอยู่แล้วตั้งแต่ภีมนำชุดมาส่งให้ เธอนั่งรอเขาอยู่ด้านนอก ตั้งใจจะช่วยเขาแต่งตัว จนกระทั่งไคเซอร์เดินออกมาจากห้องน้ำ มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันอยู่รอบเอว ส่วนบนเปลือยเปล่า หยดน้ำยังเกาะพราวตามแนวกล้ามเนื้อหวนให้นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เธอเผลอมองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งที่ไม่เคยชินสักครั้งเดียว กว่าจะรู้ตัวอีกฝ่ายก็เดินเข้ามาใกล้ บีบแก้มเธอเบา ๆ เรียกสติกลับคืน ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เธอหน้าแดงฉ่า "น้ำลายไหลแล้วครับ" "คุณไคเซอร์!" ลูกพีชหันหน้าหนีทันทีเมื่อโดนจับได้ ตีแขนเขาเบา ๆ ด้วยความอาย เพราะรอยยิ้มล้อเลียนยิ่งทำให้หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ "ให้เวลาผมทำงานก่อนนะครับ คืนนี้ค่อยมาต่อสิ่งที่คุณต้องการ" ไคเซอร์เอ่ยพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย" ลูกพีชก้มหน้าหนี ทั้งที่เข้าใจดีว่าสิ่งที่เขาหมายถึงคืออะไร ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ อย่างพอใจที่ได้แกล้งเธอสำเร็จ ก่อนจะช่วยกันจัดการแต่งตัวด้วยชุดทำงาน หากปล่อยให้บทสนทนานุ่ม ๆ ดำเนินต่อไปอีกสักหน่อย คงมีใครสักคนในห้องนี้ได้เข้าทำงานสาย "ช่วงนี้คุณจะใช้เวลาอยู่กับแม่ผมก็ไม่ว่าอะไรนะ ผมเข้าใจว่าท่านคงอยากได้กำลังใจจากคุณ" มือเรียวที่กำลังจัดปกเสื้อให้เขาชะงักลงเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะขยับต่ออย่างแผ่วเบา หัวใจเหมือนถูกแตะเบา ๆ ด้วยความเข้าใจที่เขามอบให้โดยไม่ต้องเอ่ยถามอะไรเลย "ค่ะ" เธอตอบรับพร้อมรอยยิ้มอ่อน ๆ ถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อมองสำรวจความเรียบร้อยของเขาอีกครั้ง "เสร็จแล้วค่ะ" "งั้นผมไปทำงานก่อนนะ อยากได้อะไรก็บอกภีมหรือพลอยใสได้เลยนะครับ" "ค่ะ ฉันเดินไปส่ง" เธอหยิบกระเป๋าทำงานของเขาเดินตามไป ทั้งที่ไม่อยากคิดเลยว่าคนที่เข้ามาในชีวิตของเธอด้วยสถานะเพียงชั่วคราว กลับทำให้เธอรู้สึกราวกับเป็นคนสำคัญเสียยิ่งกว่าใคร "ผมไปนะครับ" มือหนาลูบแก้มเธอเบา ๆ ก่อนจะรับกระเป๋าแล้วหันหลังเดินออกไปพร้อมภีมที่ยืนรอ ลูกพีชรีบปิดประตูทันทีที่แผ่นหลังของเขาลับตา ก่อนจะทรุดตัวพิงบานประตูเอาไว้ หัวใจเต้นแรงเสียจนต้องหลับตาลงเพื่อรวบรวมสติ "ใจเย็นยายพีช" เธอพึมพำกับตัวเอง พยายามหายใจเข้าออกช้า ๆ ดึงตัวเองกลับมาอยู่กับความจริง เธอรู้ดีว่าสถานะของตัวเองไม่ใช่จุดที่ควรปล่อยให้หัวใจเผลอรักได้ ความสัมพันธ์สองเดือนที่ตกลงกันไว้ มันไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่านั้น แต่ใครกันจะห้ามใจได้ง่ายนัก จะบอกว่าเธอใจง่ายก็คงไม่ผิด หากใครไม่ได้อยู่ในวันที่หัวใจอ่อนแอเหมือนเธอ ก็คงไม่เข้าใจว่าการได้เป็นฝ่ายถูกรับไว้บ้าง หลังจากเป็นฝ่ายให้มาตลอดชีวิต มันทำให้รู้สึกมีค่าเพียงใด แค่วันเดียว ยังเป็นถึงขนาดนี้ แล้วอีกห้าสิบเก้าวันที่เหลือ เธอจะปกป้องหัวใจตัวเองไว้ได้ยังไง หญิงสาวสะบัดหัวไล่ความคิดที่กวนใจออกไป เลือกจะปล่อยคำถามที่ไม่มีคำตอบทิ้งไว้ข้างหลัง ก่อนจะหันไปเตรียมตัวอาบน้ำเพื่อเริ่มต้นวันใหม่ที่งานกำลังจะหลั่งไหลกลับมา ครืดดดดดด แต่เสียงแจ้งเตือนข้อความทำให้เธอหยุดฝีเท้าลง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านสีหน้าที่ระรื่นด้วยรอยยิ้มก็ค่อย ๆ จางลง เมษ : เรามาเจอกันหน่อยไหม?
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD