พลอยใสกุมมือของคนที่นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถ สายตาของเธอเลื่อนลอยราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างไม่รู้จบ
"ตื่นเต้นเหรอ มือเย็นเชียว" คำถามของผู้จัดการคนใหม่ทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะดึงสติกลับมาอยู่กับตัวเอง
"ภาพจำสุดท้ายมันค่อนข้างน่ากลัวน่ะค่ะ" เธอพูดสิ่งที่คิดออกมาอย่างไม่ปิดบัง ภาพวันที่ถูกนักข่าวรวมถึงแฟนคลับรุมสาปยังคงฝังแน่นอยู่ในหัว ไม่เคยเลือนหายไปไหน
"ไม่ต้องกลัว มีพี่อยู่ทั้งคน ใครมันกล้าทำร้ายดาราในสังกัดของเจ๊ แม่จะไล่ด่าเรียงคนแน่" คำพูดนั้นทำให้ลูกพีชผุดยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลายเป็นครั้งแรก
"ขอบคุณนะคะพี่พลอย"
"มันหน้าที่ของผู้จัดการอยู่แล้ว"
หน้าที่สินะ นี่มันคือหน้าที่ของผู้จัดการที่จะต้องดูแลศิลปินให้ดีที่สุด แต่เธอกลับไม่เคยได้รับความรู้สึกแบบนี้จากมายด์เลยสักครั้ง ทุกครั้งที่ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก คนที่ต้องเผชิญหน้าคือเธอเพียงลำพัง ไม่เคยได้รับการปกป้อง หรือแม้แต่ความช่วยเหลือจากคนที่รับส่วนแบ่งรายได้ไปถึงครึ่งต่อครึ่ง
รถตู้อัลพาร์ดจอดสนิทบริเวณลานจอดรถของสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง พร้อมกับคนขับรถในคราบบอดี้การ์ดส่วนตัวอีกหนึ่งคนที่รีบลงมายืนรอรับเธอ ทุกอย่างล้วนเป็นฝีมือของไคเซอร์ที่อำนวยความสะดวกให้
แม้เธอจะปฏิเสธความเล่นใหญ่ของเขา แต่ไคเซอร์ก็ไม่ยอม เพราะกลัวว่าเหตุการณ์ที่เธอเคยโดนนักข่าวรุมจะเกิดซ้ำรอย และคราวนี้อาจไม่บังเอิญมีมือขวาของเขาเข้ามาช่วยได้ทันเหมือนครั้งก่อน
วันนี้เป็นวันอ่านบทและพบปะนักแสดงคนอื่น ๆ เป็นครั้งแรกของกองละครที่เธอได้รับเลือกให้รับบทนางรอง บทบาทที่มีน้ำหนักไม่แพ้ตัวเอกของเรื่อง มีคู่พระที่ต้องเล่นประกบกัน และรับบทเป็นเพื่อนสนิทของตัวเอก ซึ่งคิวถ่ายทำแทบจะพอ ๆ กัน
เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้พลอยใสที่สามารถขายเธอให้ผู้กำกับได้สำเร็จ นอกจากจะมีคอนเนกชันในวงการอยู่พอสมควรแล้ง ทักษะการพูด บวกกับความสามารถของลูกพีชเอง ก็เพียงพอจะทำให้เธอคว้าบทนี้มาได้โดยไม่ต้องผ่านการแคสใด ๆ
"อันนี้บทนะ แล้วก็นี่ไนน์ คนที่จะต้องเล่นคู่กัน ทั้งสองคนทำความรู้จักกันไว้ เวลาเล่นด้วยกันจะได้ไม่เกร็ง" ผู้กำกับละครยื่นบทให้พร้อมแนะนำพระนางคู่รอง
ชายหนุ่มที่ถูกกล่าวถึงหรือไนน์ ฉีกยิ้มกว้างส่งมาให้ทันที
"ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับน้องลูกพีช ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ" ไนน์เป็นนักแสดงที่เข้าวงการมาตั้งแต่เด็ก มีผลงานมากมายทั้งบทเอกและบทรอง อายุอานามสามสิบต้น ๆ แต่ใบหน้ายังคงความหนุ่มราวกับเป็นคนวัยใกล้เคียงกัน
"พีชต่างหากที่ต้องฝากเนื้อฝากตัวกับพี่ไนน์ มีอะไรแนะนำพีชได้นะคะ" ลูกพีชเพิ่งเข้าสู่วงการจากงานโฆษณาได้เพียงสามปี ก่อนจะได้เซ็นสัญญากับค่ายแห่งหนึ่ง และมีผลงานละครไม่ถึงห้าเรื่อง บทบาทที่ได้รับก็ไม่ได้โดดเด่นนัก หากไม่ตั้งใจติดตามจริง ๆ หลายคนมักมองข้ามตัวละครที่เธอแสดง
แต่ในอีกแง่หนึ่ง หรือจะเรียกว่าเป็นด้านมืดของวงการบันเทิง ชื่อของเธอกลับติดท็อปชาร์ตข่าวฉาวที่ผู้คนพูดถึงไม่ขาดสาย ทั้งเรื่องถูกไล่ออกจากสังกัดแบบฟ้าผ่า รวมไปถึงข่าวแย่งแฟนชาวบ้าน ไม่สิ…ไฮโซหมื่นล้านต่างหาก ที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้เธอถูกสาปส่งจนแทบไม่มีที่ยืนในวงการ
งานของวันนี้ไม่ได้มีอะไรมาก นอกจากการทำความรู้จักระหว่างนักแสดง ดูเคมีและการเข้าขาของทั้งคู่เอกและคู่รอง ซึ่งลูกพีชก็ผ่านไปได้ด้วยดี แถมยังได้รับคำชมจากหลายคนในกองว่าเธอกับไนน์ดูเหมาะสมกัน เหมาะกับบทที่ได้รับเลือก
คำพูดเหล่านั้นทำให้ลูกพีชแทบกลั้นรอยยิ้มไม่อยู่ บทที่โดดเด่นที่สุดเท่าที่เคยได้รับ กำลังให้ผลตอบรับที่ดีเกินกว่าที่เธอคาดไว้
"กลับกัน" พลอยใสมายืนรอรับนักแสดงในสังกัด หลังจากลูกพีชอำลาพี่ ๆ ในกองเรียบร้อย ผู้จัดการและดาราสาวก็ควงแขนกันออกมาจากห้องรับรองของสถานีโทรทัศน์ โดยมีบอดี้การ์ดเดินตามมาไม่ห่าง
"พีชขอเข้าห้องน้ำก่อนได้ไหมคะ?" เสียงของคนตัวเล็กทำให้อีกสองคนที่เหลือหยุดฝีเท้าลง
"ได้สิ งั้นพี่รอตรงนี้นะ" ลูกพีชพยักหน้า ก่อนจะรีบเดินเข้าไปยังห้องน้ำไม่ไกลจากห้องรับรองอย่างไม่เสียเวลา เธอจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย เพราะหลังจากนี้ยังต้องตรงไปเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาล จะได้ไม่ต้องพะวงอะไรอีก
"ลูกพีช..." น้ำเสียงที่คุ้นหูทำให้เธอชะงักอยู่หน้าประตูห้องน้ำ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นคนตรงหน้าก็ขมวดคิ้วยุ่งโดยไม่รู้ตัว
ร่างบางถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าว
"พีช เดี๋ยวก่อน" เมษหรือไฮโซเมษปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาหลายสัปดาห์ ทั้งยังเป็นคนเดียวกันกับที่ถูกเธอบล็อกทุกช่องทางติดต่อ
เมื่อรู้ว่าวันนี้เธอมีงานที่สถานีโทรทัศน์เช่นเดียวกัน เขาจึงตั้งใจมายืนรอ หาโอกาสที่จะได้พูดคุยกับเธอให้ได้
ใช่…เขาคือคนเดียวกับที่ทำให้เธอตกเป็นข่าวหน้าหนึ่ง และจนถึงตอนนี้ก็ยังมีแฟนคลับจำนวนไม่น้อยที่ไม่ยอมเชื่อว่าเธอไม่ได้แย่งแฟนของใคร
"เราไม่ควรเจอกัน" ลูกพีชเว้นระยะห่างโดยอัตโนมัติ สายตากวาดมองไปรอบตัวอย่างระแวดระวัง กลัวว่าจะมีใครผ่านมาเห็น เพราะสิ่งที่เขาทำไว้ก่อนหน้านี้ มันทำให้เธอเหมือนตายทั้งเป็น ยังไม่รวมถึงหัวใจที่เคยถูกหลอกจนเชื่อหมดใจ
"พี่มาขอโทษ ทั้งเรื่องของพี่เอง และเรื่องที่ไอด้าทำ"
"ขอโทษเหรอคะ…เหอะ" ร่างบางเค้นเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ ในลำคอ คำว่าขอโทษจากปากของคนตรงหน้าฟังดูตลกสิ้นดี
"พีช..." เมษขยับเท้า ตั้งใจจะเข้าไปใกล้คนที่กำลังหัวเราะอย่างประชดประชัน
"หยุดค่ะ อย่าเข้ามา" มือเรียวยกขึ้นห้าม สายตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ และความเกลียดชังที่ไม่คิดปิดบังแม้แต่น้อย
"พีชคือพี่-"
"พูดง่ายไปไหมคะ" ลูกพีชสวนกลับทันที ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้อธิบาย
คำอธิบายที่เธอไม่คิดอยากฟังแม้แต่น้อย เพราะทุกถ้อยคำล้วนเต็มไปด้วยคำโกหกและความเห็นแก่ตัว
"ตอนที่พีชโดนคนทั้งประเทศด่า ทำไมตอนนั้นพี่ไม่ยอมออกมาอธิบาย พี่ปล่อยให้คุณไอด้ากล่าวหาพีช ทั้งที่พี่ก็รู้ดีว่าคนที่โกหกเรื่องราวทั้งหมดคือพี่ พีชก็เป็นแค่เหยื่ออีกคนของพี่"
เหตุการณ์วันที่ถูกตราหน้าว่าแย่งแฟนยังคงฝังแน่นอยู่ในหัว ทั้งที่ตอนนั้นไอด้าหรือแฟนตัวจริงของเมษรู้ดีว่าเธอเป็นเพียงเหยื่อที่ถูกหลอกไม่ต่างจากตัวเอง แต่หญิงสาวคนนั้นกลับเลือกให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของลูกพีชเพียงฝ่ายเดียว
"คือพี่..." เมษพูดไม่ออก เขาประเมินผิดถนัด นึกว่าการมาครั้งนี้จะทำให้ลูกพีชใจอ่อน ยอมฟังคำแก้ตัว และกลับมาเป็นเหยื่อของเขาอีกครั้ง
ทั้งที่เกือบจะได้กลืนเหยื่อซึ่งยังคงความบริสุทธิ์ไว้แล้วแท้ ๆ ไม่คิดว่าจะถูกแฟนของตัวเองฉีกหน้ากลางโรงภาพยนตร์ที่อุตส่าห์เหมาทั้งโรง เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา และเสียหน้าแบบไม่มีชิ้นดี
"พี่อะไรคะ พี่หน้าด้านเองเหรอ..." เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของลูกพีช หากแต่เป็นเสียงของพลอยใสที่เดินเข้ามาพร้อมกับโทรศัพท์ในมือ กดอัดวิดีโออย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นเหตุการณ์จนถึงวินาทีปัจจุบัน
"ทำอะไร!?" เมษแสดงสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะพุ่งเข้าไปหมายคว้าโทรศัพท์ที่กำลังบันทึกหลักฐาน
ทว่าเขากลับถูกบอดี้การ์ดชุดดำร่างใหญ่ก้าวเข้ามาขวางไว้ทันที
"เลิกยุ่งกับลูกพีช ไม่อย่างนั้นคลิปนี้ถึงสื่อแน่" น้ำเสียงของพลอยใสจริงจัง เธอไม่ได้พูดขู่ให้กลัวเล่น ๆ หากแต่เมษยังคงตามราวีดาราในสังกัดของเธอ คลิปนี้จะถูกส่งถึงมือสื่ออย่างไม่ลังเล และภาพลักษณ์ไฮโซดูดีแค่เปลือกนอกก็จะพังลงในพริบตา
"ปล่อยกู!" หนุ่มไฮโซสะบักแขนหลุดจากการจับกุม ก่อนจะทิ้งสายตาคาดโทษใส่พลอยใสอย่างอาฆาต โดยที่เธอไม่มีท่าทีเกรงกลัวแม้แต่น้อย
"ขอบคุณนะคะพี่พลอย" ลูกพีชถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก โชคดีที่คนที่เข้ามาเห็นเป็นพลอยใส เพราะหากเป็นคนอื่น ข่าวที่เพิ่งมอดดับไปอาจลุกเป็นไฟขึ้นมาอีกครั้ง
"บอกแล้วไง มีน้องสาวของมือขวามาเฟียอยู่ ไม่มีอะไรต้องกลัว" น้องสาวของมือขวามาเฟียยักไหล่อย่างสบาย ๆ
"ขอบคุณนะคะพี่การ์ด" ชายชุดดำโค้งศีรษะรับคำขอบคุณอย่างนอบน้อม และคนที่เธอควรขอบคุณมากที่สุดอีกคนก็คงเป็นไคเซอร์อีกเช่นเคย เพราะการมองการณ์ไกลของเขาที่ทำให้ชีวิตของเธอสามารถสลัดคนหน้าด้านออกไปได้อย่างเด็ดขาด