ลูกพีชปรือตาตื่นขึ้นมาหลังจากเผลอหลับไปอย่างไม่รู้ตัว หรือจะพูดให้ถูกคือเธอหลับคาอกเขาไปทั้งอย่างนั้น ร่างบอบบางที่ผ่านศึกหนักมาตลอดทั้งคืนยังคงพาดเกยอยู่บนแผงอกกำยำ โดยมีวงแขนแกร่งโอบรัดเธอไว้มอบความอบอุ่นให้ตลอดคืน หากไม่เป็นเพราะความรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำตีตื้นขึ้นมา เธอคงจะจมอยู่ในนิทราแสนหวานไปจนเช้า
หญิงสาวพยายามแกะมือหนาออกอย่างเบามือที่สุด เธอเผลอกลั้นหายใจอยู่นานด้วยกลัวว่าเขาจะตื่น กระทั่งพาร่างตัวเองออกมาเป็นอิสระได้สำเร็จ จึงรีบย่องเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการธุระส่วนตัว ก่อนจะกลับมาล้มตัวลงนอนข้างเขาอีกครั้ง
มือบางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา ทว่าการแจ้งเตือนที่ค้างอยู่บนหน้าจอกลับดึงดูดความสนใจจนเธอเผลอกดเข้าไปดู
ลูกพีชถึงกับเบิกตากว้างกับเนื้อหาข่าวที่เพิ่งอัปเดตไปเมื่อช่วงหัวค่ำ มันเป็นประเด็นร้อนแรงที่ขยายวงกว้างไปไกลจนเธอแทบไม่อยากเชื่อสายตา
"ทำไมยังไม่นอนครับ" เสียงทุ้มงัวเงียที่กระซิบข้างหูไม่ได้ทำให้เธอละสายตาจากหน้าจอได้เลย
"หรือว่ายังเหลือแรงอยู่อีก?" ครั้งนี้เขาไม่ได้พูดเปล่า ร่างสูงที่หลงใหลในกลิ่นกายเธอขยับเข้ามาสวมกอดจากทางด้านหลังตามสัญชาตญาณ มือหนาที่แสนซนเริ่มบีบเค้นเต้าเต่งนุ่มอย่างย่ามใจทั้งที่ดวงตายังคงปิดสนิท
"คุณไคเซอร์..." หญิงสาวพยายามดันมือเขาออก ทำเอาอีกฝ่ายต้องขมวดคิ้วแล้วลืมตาขึ้นมองคนที่ไม่เคยขัดใจเขามาก่อน
"ฝีมือคุณใช่ไหมคะ?" เธอหันหน้าจอโทรศัพท์ให้เขาดูเนื้อหาข่าว ซึ่งเป็นคลิปวิดีโอที่เธอจำได้แม่นว่าพลอยใสเป็นคนถ่ายไว้
"มันเสือกมายุ่งกับคนของผมเอง" ไคเซอร์ตอบเสียงเรียบ ใช่...มันคือคลิปที่เมษยอมรับความเลวร้ายของตัวเอง ซึ่งถูกตัดต่อเอาเฉพาะส่วนสำคัญมาประจานตัวตนจอมปลอมของไฮโซนั่นให้สิ้นชื่อ
ลูกพีชนั่งนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ไม่คิดว่าเขาจะกล้าลงมือทำลายชีวิตคนคนหนึ่งได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้
"ผมไม่ชอบให้ใครมารังแกคนของผม" คำพูดถัดมาของเขาทำให้เธอตระหนักได้ทันทีว่า แม้ในยามปกติไคเซอร์ที่เธอรู้จักจะสุภาพและใจดีเพียงใด ทว่าลึก ๆ แล้วเขาก็ยังคงเป็นมาเฟียที่มีความเลือดเย็นและเด็ดขาดซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่แสนดีนั้นเสมอ
"นอนเถอะ" ชายหนุ่มฉวยโทรศัพท์จากมือเธอไปปิดเครื่องโดยไม่เปิดโอกาสให้ถามต่อ ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามากดแนบไว้กับอกกว้าง ใช้มัดกล้ามแน่นบดเบียดกับความนุ่มนิ่มที่เขาแสนโปรดปราน ราวกับเรื่องใหญ่โตที่เกิดขึ้นข้างนอกนั่นเป็นเพียงเรื่องไร้สาระที่ไม่ควรเอามาทำลายเวลาพักผ่อนของเรา
เช้าวันต่อมา
"วันนี้ทีมงานบางส่วนเข้าไปติดตั้งระบบเรียบร้อยแล้วครับ ยังไม่มีรายงานปัญหาอะไรเข้ามา" ภีมรายงานความคืบหน้าของงานระหว่างการเดินทางไปยังสถานีโทรทัศน์เช่นทุกวัน ทว่าสิ่งที่ผิดปกติไปคือเจ้านายของเขาที่นั่งนิ่งเงียบไม่ตอบรับใด ๆ จนมือขวาคนสนิทต้องหันกลับไปมองเพื่อหาสาเหตุ
ไคเซอร์กำลังขมวดคิ้วเล็กน้อย ทว่าแววตากลับฉายแววอ่อนโยนอย่างที่หาดูได้ยาก ในมือหนายังคงถือโพสต์อิทสีชมพูใบเล็กที่เจ้าตังหยิบติดมือมาจากห้องพัก และดูเหมือนเขาจะอ่านข้อความสั้น ๆ บนนั้นซ้ำไปซ้ำมาไม่ยอมวางเสียที
"นายครับ..." ภีมตัดสินใจเอ่ยเรียกเพื่อให้เจ้านายกลับเข้าสู่โลกความเป็นจริง
"ว่าไง?" แม้จะขานรับ แต่ใบหน้าคมคายก็ยังไม่ยอมละสายตาจากลายมือขยุกขยิกของลูกพีชที่ทิ้งไว้ให้เขาตั้งแต่เช้าตรู่
'อย่าลืมอุ่นทานที่ทำงานนะคะ เห็นว่าคุณชอบอาหารไทย อันนี้ฝีมือฉันเอง รับรองว่าไม่เผ็ดแน่นอน'
เพราะเธอต้องออกไปทำงานแต่เช้า แต่ก็ยังอุตสาห์เจียดเวลาเข้าครัวทำมื้อเที่ยงไว้ให้เพื่อเป็นการไถ่โทษเรื่องความเผ็ดเมื่อวาน ไคเซอร์อ่านแล้วราวกับได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของคนเขียนลอยออกมาจากตัวอักษร จนอดไม่ได้ที่จะผุดยิ้มที่มุมปากกับวิธีการแสดงความห่วงใยที่เรียบง่ายแต่แสนพิเศษแบบนี้
"ตั้งแต่ออกมาจากโรงแรม นายยิ้มไม่หุบเลยนะครับ หลงแม่สาวน้อยคนนี้เข้าแล้วเหรอ" เพื่อนในคราบลูกน้องเอ่ยแซวอย่างรื่นเริง
"ก็น่ารักดี ดูซื่อ ๆ แต่ก็ใจกล้า" ไคเซอร์ยอมรับออกมาตรง ๆ เขาเองก็รู้ตัวดีว่ากำลังลุ่มหลงในแววตาใสซื่อและนิสัยช่างเอาใจของลูกพีชมากขนาดไหน
"ถึงขนาดลงทุนลงแรงปกป้องมากกว่าคนอื่น ดูไม่ธรรมดาแล้วนะ"
"มึงก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว จะถามให้ได้อะไรขึ้นมา" ไคเซอร์ตัดบทพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ
โบราณว่าไว้... ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวานซึ่งคำนี้คงใช้กับไคเซอร์ได้เป็นอย่างดี สำหรับเขาในตอนนี้จะเรียกว่ารักก็คงยังพูดได้ไม่เต็มปากนัก มันคือความหลงใหลในสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่เคยพานพบต่างหาก และเพื่อให้พันธนาการความรู้สึกนี้ไม่ติดค้างกันจนเกินไป เขาจึงเลือกที่จะตอบแทนเธอด้วยอำนาจและอภิสิทธิ์ทั้งหมดที่เขามี เพื่อให้ทุกอย่างมันเท่าเทียมกันในแบบของเขา
"แต่ที่ผ่านมา ผมไม่เคยเห็นนายอยู่ในสภาพนี้นะครับ ดูท่าจะโดนเด็กตกเข้าให้เต็มแล้ว"
"เด็กตกอะไรของมึง? อยู่ไทยไม่กี่วัน สรรหาคำพูดแปลก ๆ มาใช้" ในที่สุดไคเซอร์ก็ยอมเงยหน้าขึ้นจากกระดาษโน้ตสีชมพูแผ่นนั้นเสียที เพราะคำนิยามว่าโดนเด็กตกของภีมมันสะกิดหูจนต้องละความสนใจจากลายมือของลูกพีชขึ้นมาฟัว
"พลอยใสชอบพูดน่ะครับ น้องบอกว่ามันเป็นคำสมัยใหม่ หมายถึงการหลงเสน่ห์หรือตกหลุมรักอะไรประมาณนั้น" ภีมรีบอธิบายเท่าที่จำความมาจากน้องสาวตัวดีได้ ซึ่งส่วนใหญ่คลังศัพท์วัยรุ่นของเขาก็มักจะอัปเดตผ่านพลอยใส
"ของมันยังสดใหม่ จะบอกว่าโดนเด็กตกชั่วคราวก็คงไม่ผิด" เมื่อเข้าใจความหมาย ไคเซอร์ก็รีบหยิบคำนั้นมาใช้ปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองทันที
"หึ..." เสียงหัวเราะในลำคอของทั้งคู่ดังขึ้นเบา ๆ อย่างคนรู้ใจกันดี เหตุการณ์ทำนองนี้ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตของมาเฟียหนุ่ม เพียงแต่ครั้งนี้มันอาจจะดูพิเศษและลงทุนมากกว่าผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยควงผ่านทางมา ทั้งเจ้านายและลูกน้องต่างมองว่ามันเป็นเพียงรสนิยมความหลงใหลในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ได้มีอะไรที่ต้องจริงจังจนถึงขั้นผูกมัด ราวกับเรื่องที่คุยกันอยู่นี้เป็นเพียงบทสนทนาทั่วไปในเช้าวันทำงานที่ไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไรเลย แม้ว่าในมือของไคเซอร์จะยังคงกำกระดาษโน้ตแผ่นนั้นไว้แน่นก็ตาม
ครืดดดดดด
บรรยากาศผ่อนคลายภายในรถพลันชะงักลงเมื่อเสียงสั่นเครือของโทรศัพท์ดังขึ้น ภีมก้มลงมองชื่อเจ้าของเบอร์ที่ปรากฏบนหน้าจอแล้วรีบหันไปทางเจ้านายเพื่อขอคำสั่ง ทันทีที่ไคเซอร์พยักหน้าอนุมัติเพียงนิด มือขวาคนสนิทก็กดรับสายพร้อมกรอกเสียงตอบกลับไปในทันที
"ครับคุณจีน่า"
"นัดเจอนายเหรอครับ..." ภีมทวนคำถามจากปลายสายพลางปรายตามองคนข้างกายเพื่อหยั่งเชิง ทว่าไคเซอร์กลับส่ายหน้าปฏิเสธรัว ๆ อย่างไร้เยื่อใย
"ช่วงนี้ตารางงานของนายแน่นมากเลยครับ เอาเป็นว่าไว้ผมจะลองเช็กคิวแล้วแจ้งกลับไปอีกทีนะครับ" เขาตัดบทอย่างนุ่มนวลตามมารยาท ก่อนจะกดวางสายไปอย่างรวดเร็ว
จีน่าคือหนึ่งในผู้หญิงที่เคยอยู่ในสถานะเด็กเลี้ยงของเขาเมื่อหลายปีก่อน แม้สัญญาจะจบลงไปตั้งแต่ตอนที่เขาต้องกลับอิตาลี แต่ทุกครั้งที่ไคเซอร์บินกลับมาไทย ทั้งคู่ก็ยังมีการติดต่อนัดพบกันอยู่เสมอ ซึ่งแน่นอนว่าสถานะของเธอก็ไม่ได้ต่างอะไรจากข้อตกลงที่เขามีต่อลูกพีชในครั้งนี้ มันคือความสัมพันธ์ที่วิน-วินทั้งสองฝ่ายสำหรับชายหนุ่มที่ยังไม่คิดจะผูกมัดกับใครอย่างจริงจัง
"ส่งดอกไม้ไปขอโทษเธอหน่อยแล้วกัน ช่วงนี้กูยังอยากทานผลไม้เสริมวิตามินอยู่ ไว้เบื่อเมื่อไหร่แล้วจะบอกมึงอีกที" ไคเซอร์เอ่ยเสียงเรียบพลางทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง
"ครับนาย" ภีมรับคำสั้น ๆ โดยไม่ซักไซ้ต่อ
เปรียบลูกพีชเป็นผลไม้ที่ให้ความสดชื่นและแตกต่างจากอาหารมื้อหลักที่เขาเคยชิน แม้ปากจะบอกว่าแค่ยังไม่เบื่อ แต่การที่เขากล้าปฏิเสธคนเก่าที่เคยถูกใจเพื่อทุ่มเทเวลาให้คนใหม่แบบเต็มตัว ก็ถือเป็นสัญญาณบางอย่างที่แม้แต่เจ้าตัวก็อาจจะยังไม่ทันสังเกตตัวเอง