บทที่ 02 ไม่ชอบสิแปลก

1603 Words
"โมจะไม่เรียนต่อ" คำสั้น ๆ หลุดออกมาจากปากแตงโมตรงหน้าห้องพักฟื้นโรงพยาบาลเอกชน ทำลายความเงียบที่อึดอัดของคนสองคนลงในพริบตา "พูดอะไรของโม" ลูกพีชหันขวับไปมองทันที คิ้วเรียงสวยขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ "โมอยากออกไปทำงานช่วยพีช" เสียงของน้องสาวหนักแน่นกว่าที่คิด แต่ดวงตาของเธอกลับสั่นไหว "ค่าผ่าตัดตั้งเกือบล้าน พีชจะหาเงินจากไหน แล้วยังเพิ่งถูกไล่ออกจากต้นสังกัด งานละครก็โดนปลดเพราะข่าวนั่นอีก" ลูกพีชเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะน้องสาวอย่างเอ็นดู "แล้วเด็กเพิ่งจบ ม.6 จะไปหางานอะไรช่วยได้ล่ะฮื้ม" เธอพูดเสียงเบาแต่หนักแน่น "แค่หนึ่งอาทิตย์กับเงินเกือบล้าน ต่อให้โมทำงานทั้งวันทั้งคืนก็ไม่มีทางได้" แตงโมเม้มปากแน่น ก้มหน้าลงอย่างไม่พอใจตัวเองเพราะรู้ว่าพี่สาวพูดถูกทุกคำ "โมฟังพีชนะ โมต้องตั้งใจสอบเข้ามหาวิทยาลัย พีชกันเงินค่าเทอมโมไว้แล้ว เข้าใจไหม" "แต่พีชจะหาเงินจากไหน" เสียงถามเบาจนแทบเป็นลมหายใจ ลูกพีชนิ่งไป ก่อนจะตอบออกมาตรง ๆ "ตอนนี้พีชก็ยังไม่รู้เหมือนกัน" ชีวิตที่เคยพอประคองไปได้กำลังพังลงพร้อมกันทุกด้าน งานในวงการที่เคยมี แม้ไม่หวือหวาแต่ก็พอเลี้ยงตัวเองได้ ตอนนี้กลับหายไปแทบหมดเพราะข่าว เงินเก็บก้อนสุดท้ายก็เพิ่งนำไปปิดหนี้บ้านที่ติดจำนอง ตอนนี้ในบัญชีของเธอแทบไม่เหลือถึงหกหลักด้วยซ้ำ และเงินก้อนนั้นก็เป็นส่วนที่เธอกันไว้ให้แตงโมสำหรับค่าเทอมมหาวิทยาลัยเทอมหน้า "หรือเราเปลี่ยนไปโรงพยาบาลรัฐดีไหม หรือเลือกการผ่าตัดธรรมดาแทนก็ได้" แตงโมเสนออีกทางอย่างลังเล ขณะที่ลูกพีชส่ายหน้าเบา ๆ "โรงพยาบาลรัฐค่ารักษาถูกกว่าก็จริง แต่คิวมันยาวเกินไป แม่รอไม่ไหวหรอกโม อีกอย่างหมอบอกว่าก้อนอยู่ลึก และอยู่ใกล้โครงสร้างสำคัญในปอด การผ่าตัดแบบธรรมดามันเสี่ยงเกินไป พีชไม่อยากเสียแม่ไปอีกคน" น้ำเสียงเธอแผ่วลงในประโยคสุดท้าย "หรือเราจะขายบะ-" แตงโมอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง "ไม่โม ไม่เด็ดขาด" ลูกพีชสวนขึ้นโดยไม่ปล่อยให้น้องพูดจบ เพราะรู้ดีว่าคำถัดไปคืออะไร แตงโมกลืนคำพูดกลับลงคออย่างเข้าใจ บ้านหลังนั้นไม่ใช่แค่ทรัพย์สิน แต่มันคือความทรงจำสุดท้ายของแม่กับยาย เป็นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่จากครอบครัวในวันที่ทุกอย่างพังไปหมด เธอจะไม่ยอมแลกมันกับเงินเด็ดขาด "โมเชื่อใจพีชนะ ยังไงพีชก็จะหาเงินมาผ่าตัดให้แม่ได้ทัน เราจะได้กลับมาอยู่กันสามคนเหมือนเดิม" ลูกพีชเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น "อื้ม พีชอยากให้โมช่วยอะไร พีชบอกโมนะ โมมีพี่สาวคนเดียวรู้ไหม" แตงโมสวมกอดพี่สาวไว้แน่น "รู้แล้ว ตอนนี้เข้าไปดูแลแม่ก่อนนะ เดี๋ยวพีชจะลองปรึกษาพี่มายด์ก่อน เผื่อจะยังพอหาทางออกได้" แตงโมพยักหน้าทันที แล้วผลักประตูห้องพักฟื้นเข้าไป ส่วนลูกพีชยกโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหามายด์ รุ่นพี่ในวงการและผู้จัดการส่วนตัวที่เคยดูแลเธออย่างใกล้ชิด ความหวังเพียงเส้นเดียวที่เหลืออยู่ในตอนนี้ "พี่มายด์ ช่วยตอบรับรายการคุยแซ่บให้พีชหน่อยนะ" ทันทีที่ปลายสายกดรับเธอก็ไม่รีรอที่จะเอ่ยออกไป ปลายสายเงียบไปเสี้ยววินาทีก่อนจะตอบกลับมา (แกว่าไงนะ เอาจริงเหรอ) น้ำเสียงของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความตกใจ เพราะในจังหวะที่กระแสลบกำลังแรง ไม่มีใครอยากพาตัวเองเข้าไปอยู่กลางพายุข่าว "ค่ะ พีชต้องใช้เงิน" แต่นั่นมันไม่ใช่สำหรับคนหมดทางเลือกอย่างเธอ (แต่มันจะยิ่งโดนขุด โดนถามแรงกว่านี้อีกนะ) ลูกพีชหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่ออย่างนิ่ง ๆ "พีชไม่มีทางเลือกแล้ว" (ก็ได้…ถ้าแกตัดสินใจแล้ว พี่จะจัดให้ แต่ระวังตัวด้วยนะ ข่าวแกกำลังฮอต นักข่าวคงไปดักรอเต็มแน่) "ขอบคุณค่ะพี่มายด์" สามชั่วโมงต่อมา ในที่สุดลูกพีชก็เดินทางมาถึงสตูดิโอถ่ายทำแห่งหนึ่ง ทันทีที่เธอก้าวผ่านประตูเข้าไปในโซนของรายการ สายตานับสิบคู่ก็หันมามองพร้อมกันราวกับนัดหมาย ทั้งทีมงาน ช่างกล้อง และคนเบื้องหลังต่างหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ชั่วครู่ เพื่อมองแขกรับเชิญของวันด้วยแววตาที่ปะปนกันทั้งอยากรู้อยากเห็นและกระหายข่าว "พร้อมนะคะ" เสียงพิธีกรหญิงที่ขึ้นชื่อเรื่องความตรงไปตรงมาและไม่ไว้หน้าใครดังขึ้นข้างตัวเธอ ลูกพีชพยักหน้าเบา ๆ เป็นการตอบรับ ไฟสปอตไลต์จึงสาดลงมาในวินาทีถัดไป กล้องเคลื่อนเข้าหา และสัญญาณเปิดรายการก็เริ่มต้นขึ้นพอดี "หลายคนกำลังสงสัยกันมากนะคะ กับข่าวนางเอกตกอับถูกไล่ออกจากต้นสังกัด ถูกแฉว่าควงไฮโซ 'ม.' ทั้งที่อีกฝ่ายมีแฟนอยู่แล้ว ซึ่งก็คือคุณลูกพีชกับไฮโซเมษ" พิธีกรหยุดพักนิดหนึ่งก่อนจะหันมาสบตาแขกรับเชิญตรง ๆ "คุณลูกพีชมีความคิดเห็นกับเรื่องนี้ยังไงคะ" คำถามแรกพุ่งตรงเป้าอย่างไม่อ้อมค้อม ลูกพีชไม่ได้แปลกใจเลยแม้แต่น้อย เธอคาดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าอย่างไรเนื้อหารายการคืนนี้ก็หนีไม่พ้นเรื่องนี้ มันคือเหตุผลเดียวที่ทำให้เธอถูกเชิญมา ทั้งที่ก่อนหน้ารายการพวกนี้แทบไม่เคยให้ความสนใจเธอเลยสักนิดเดียว ... ... เท้าหนักสองคู่หยุดชะงักลงพร้อมกับภาพตรงหน้าที่เป็นวงล้อมของนักข่าวที่กำลังรุมล้อมใครบางคน กล้องถูกยกขึ้นพร้อม ๆ กับไมโครโฟนที่ยื่นเข้าไปแทบชนหน้า ผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงกลาง ใต้กรอบแว่นกันแดดสีดำที่ปิดบังดวงตาเอาไว้ ใบหน้าของเธอเรียบเฉยแต่แฝงความเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด ถูกยิงคำถามใส่ไม่หยุด เหมือนเธอไม่ใช่คน แต่เป็นแค่แหล่งข่าว เป็นแค่ประเด็น เป็นแค่สิ่งที่ใคร ๆ อยากฉีกออกมาใช้ "ไอ้ไคเซอร์! ทางนี้" เสียงเรียกดังขึ้นจากด้านหลัง ดึงความสนใจของชายหนุ่มออกจากภาพตรงหน้า เขาหันไปมองคนเรียกอย่างภิภพเพื่อนสมัยเรียนที่กำลังเดินเข้ามาหา "ขอโทษนะคะ…" เสียงหวานแผ่วเบาจากกลางวงล้อมดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไคเซอร์ไม่อาจละสายตาออกได้ ผู้หญิงคนนั้นพยายามเบี่ยงตัวหลบกล้อง พยายามก้าวถอยออกจากวงล้อมที่แน่นขึ้นทุกที ภาพนั้นทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่างในใจเขาโดยไม่รู้ตัว "กลับไทยตั้งหลายวัน ถ้าไม่ใช่เรื่องงานก็คงไม่มาหากู" ภิภพพูดขึ้นเมื่อเดินมาถึง แต่คนฟังแทบไม่ได้ยินเพราะยังคงสนใจไปทางเดิม ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามโดยไม่หันมองคู่สนทนา "นั่นอะไร" ภิภพชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะมองตามสายตาเพื่อนแล้วก็ถอนหายใจเบา ๆ "นักข่าวดักรอทำข่าว เห็นว่าเป็นดาราที่มีข่าวแย่งแฟนคนอื่น วันนี้มาออกรายการ เขาก็เลยแห่มากัน" "แย่งแฟน?" ไคเซอร์ทวนคำช้า ๆ คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่แน่ใจว่าได้ยินถูกหรือเปล่า "เออ กูก็งงเหมือนกัน ข่าวเสียขนาดนี้แต่ยังกล้ามาออกรายการ แถมมาคนเดียวอีก สงสัยอยากดันตัวเองให้ดังทางนี้มั้ง" "..." เขารับฟังเงียบ ๆ ไม่ตอบอะไรในทันที ปล่อยให้คำอธิบายของเพื่อนลอยค้างอยู่กลางอากาศ จนกระทั่งภิภพเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นอีก "ทำไม หรือมึงชอบ?" ไคเซอร์ไม่ละสายตาจากภาพตรงหน้า "สวยดี" จากนั้นก็ตอบออกมาตามตรง ถ้าไม่นับสีหน้าที่ดูเหนื่อยล้าและหม่นหมองเกินวัย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สะดุดตามากคนหนึ่ง ร่างเล็กบาง ผิวขาวที่ตัดกับผมสีบลอนด์อ่อนริมไหล่ ริมฝีปากรูปกระจับแต้มด้วยลิปสติกสีแดงจัดจนยิ่งขับให้ใบหน้าดูเด่นชัดขึ้นในฝูงชน ใครไม่มองก็คงแปลกแล้ว "ไอ้ห่า ยังชอบแบบนี้เหมือนเดิมนะมึง" ภิภพส่ายหน้าอย่างเอือม ๆ ก่อนจะตบไหล่เพื่อนเบา ๆ "เลิกหมกมุ่น แล้วไปทำงานได้แล้วครับ ทุกคนรอมึงแค่คนเดียว" พูดจบเขาก็เดินนำออกไปทันที ไคเซอร์กำลังจะก้าวตาม แต่ก่อนที่เท้าหนักจะขยับออกจากจุดนั้น สายตาคมก็ปรายกลับไปมองลูกน้องคนสนิทที่ยืนตามหลัง เขาไม่พูดอะไร เพียงแค่พยักหน้าให้หนึ่งครั้ง คนรับคำสั่งผ่านสายตาก็เข้าใจทันที ภีมโค้งศีรษะรับอย่างรู้หน้าที่ ก่อนจะเปลี่ยนทิศเดินแยกออกไปอีกทาง ส่วนไคเซอร์จึงค่อยหันหลัง เดินตรงขึ้นไปยังห้องประชุม ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ภาพของผู้หญิงคนนั้นยังติดอยู่ในสายตาไม่จางหาย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD