บทที่ 03 ยิ้มทั้งน้ำตา

1535 Words
"ขอบคุณที่ช่วยฉันนะคะ ว่าแต่คุณ…" ลูกพีชเงยหน้ามองคนในชุดสูทที่ดูดีทุกกระเบียดนิ้ว ท่วงท่าทะมัดทะแมงของเขาทำให้เธอแทบไม่รู้ตัวว่าถูกพาออกมาจากวงล้อมของฝูงนักข่าวที่รุมล้อมไม่ยอมปล่อยตั้งแต่เมื่อครู่ได้อย่างไร "มีคนส่งผมมาช่วยคุณครับ นี่..." ชายหนุ่มพูดแทรกขึ้นอย่างสุภาพ ก่อนจะยื่นหน้ากากอนามัยสีขาวมาให้ราวกับเตรียมไว้แล้ว มันคงไม่ใช่เรื่องดีนักที่เธอจะยืนอยู่ริมถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนในสภาพนี้ ต่อให้หลุดออกมาจากดงนักข่าวได้แล้ว แต่ก็ยังต้องนั่งรถสาธารณะกลับบ้านต่ออีก "ขอบคุณนะคะ" ดาราสาวรีบรับหน้ากากมาสวมปกปิดใบหน้า แต่สายตาก็ยังอดมองเขาด้วยความสงสัยไม่ได้ หรือว่าเขาจะเป็นคนของทางรายการ? ทว่ายังไม่ทันจะได้ถาม ชายหนุ่มตรงหน้ากลับเอ่ยขึ้นเสียก่อน "ผมเรียกรถให้นะครับ" "ขอบคุณคุณอีกครั้งนะคะ ขอบคุณจริง ๆ" ลูกพีชพูดซ้ำ ๆ ทั้งที่รู้ว่าคำนี้อาจน้อยไปเมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาช่วยไว้ เพราะหากไม่มีเขา เธอเองก็ไม่แน่ใจว่าจะฝ่าจากสถานการณ์นั้นออกมาได้อย่างไรเพียงลำพัง ไม่นานนักชายร่างสูงก็โบกเรียกรถแท็กซี่ได้ ก่อนจะเป็นฝ่ายเปิดประตูให้ และผายมือเชิญอย่างสุภาพ ราวกับเป็นสิ่งที่เขาทำจนเคยชิน "เดินทางปลอดภัยนะครับ" เธอยังไม่ทันได้เอ่ยถามชื่อของคนใจดีคนนั้น เขาก็ปิดประตูรถลงเสียก่อน แล้วแท็กซี่ก็เคลื่อนตัวออกจากหน้าตึกช่องมุ่งหน้าไปตามเส้นทางที่เธอบอกไว้ทันที ลูกพีชเอนหลังพิงเบาะอย่างเหนื่อยล้า ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูรายการสดที่เพิ่งไปออกราวกับไม่อยากเชื่อสายตา ยอดผู้ชมออนไลน์พุ่งขึ้นเป็นหลักแสน มากที่สุดเท่าที่เธอเคยมีมาตลอดการออกอากาศทุกครั้งในชีวิตเลยก็ว่าได้ "หลายคนกำลังสงสัยว่า ข่าวนางเอกตกอับ เคยถูกไล่ออกจากต้นสังกัด และถูกจับได้ว่าควงไฮโซ 'ม.' เป็นเรื่องของคุณลูกพีชกับไฮโซเมษ คุณลูกพีชมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้คะ" ร่างเล็กนั่งฟังคำถามจากในจอ พร้อมกับเลื่อนอ่านคอมเมนต์ที่ไหลขึ้นมาอย่างไม่หยุดมือ "เป็นเรื่องจริงค่ะ แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจจะแย่งใครเหมือนในข่าว ทุกอย่างมันเกิดขึ้นโดยที่ฉันไม่รู้ตัวจริง ๆ" เสียงของตัวเองที่ตอบออกไปฟังดูแผ่วกว่าที่คิด เธอกำลังอธิบายในสิ่งที่ตนเจอกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่วันก่อน วันที่ชีวิตของเธอดิ่งลงสู่ความมืดมิดและถูกกดให้จมลึกลงไปกว่าเดิม "อยากบอกอะไรกับแฟน ๆ ที่ผิดหวังในตัวคุณไหมคะ" "ฉันอยากให้ทุกคนเข้าใจและเห็นใจฉันบ้างค่ะ ช่วงนี้มันสับสนและยากสำหรับฉันเหมือนกัน ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ใครเจ็บหรือผิดหวังจริง ๆ" เธอพูดด้วยความจริงใจ หวังเพียงให้ตัวเองยังมีพื้นที่เล็ก ๆ สำหรับความผิดพลาด แต่สิ่งที่ไหลเข้ามา กลับไม่ใช่ความเห็นใจ "แอ๊บเห็นใจอีกแล้วนะ" "ทำเป็นน่าสงสาร ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าใครควรได้ความเห็นใจมากกว่า" "พูดแบบนี้ ใครจะเชื่อ" "ข่าวแรงขนาดนี้ยังกล้ามาขอความเห็นใจอีก น่าขำ" ถ้อยคำเหล่านั้นถูกพิมพ์ส่งมาอย่างง่ายดาย ราวกับคนเขียนไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย แต่สำหรับคนอ่าน มันเหมือนมีดที่ค่อย ๆ กรีดลงบนหัวใจทีละแผล ไม่มีใครคิดเลยว่าคำพูดของตัวเองจะบั่นทอนคนคนหนึ่งได้มากแค่ไหน ในขณะที่พวกเขาสนุกปาก มันมือ มันกลับสามารถฆ่าใครบางคนให้ตายทั้งเป็นลูกพีชรู้ดีว่าต่อให้เธออธิบายอีกกี่ครั้งมันก็ไม่เปลี่ยนอะไร เพราะทุกคนต่างมีคำตัดสินในใจอยู่แล้ว "เช็ดน้ำตาหน่อยนะหนู" เธอเงยหน้ามองคนขับแท็กซี่ที่ยื่นทิชชู่มาให้ ก่อนจะรับมาซับน้ำตาที่ไม่รู้ตัวว่ามันไหลตั้งแต่เมื่อไร ขณะที่หัวใจเจ็บราวกับแตกสลาย แต่ร่างกายกลับชาวาจนแทบไม่รู้สึกอะไร "ขะ ขอบคุณค่ะ" เธอยิ้มบาง ๆ ทั้งน้ำตา "ชีวิตก็แบบนี้แหละหนู" ลุงคนขับพูดเสียงเรียบ "ลุงเห็นคนร้องไห้บนรถเยอะ บางคนเสียคนรัก บางคนถูกทิ้ง บางคนก็แค่เหนื่อยกับชีวิต เหนื่อยกับงานแต่ลุงก็ยินดีนะ ที่รถคันเล็ก ๆ ของลุงจะเป็นที่ให้ใครสักคนได้ระบาย อย่างน้อยก็ขอให้หนูผ่านมันไปให้ได้นะ" "ขอบคุณนะคะลุง" คำพูดจากคนแปลกหน้าทำให้เธอเผยยิ้มเล็ก ๆ อย่างน้อยโลกใบนี้ก็ไม่ได้ใจร้ายกับเธอไปเสียทุกอย่าง ทั้งลุงคนนี้ และผู้ชายในชุดสูทคนนั้น อาจเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิต แต่ก็เล็กพอจะเยียวยาหัวใจของคนที่กำลังอ่อนแอให้ยังพอมีแรงหายใจต่อไปได้ ลูกพีชกลับมาที่โรงพยาบาลเพื่อช่วยน้องสาวดูแลแม่เหมือนเดิม ภาพของคนไข้ที่นอนพักอยู่บนเตียงทำให้เธอไม่กล้าเข้าไปกวน จึงเบนสายตาไปหาน้องสาวที่นั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง "แม่เป็นยังไงบ้าง" พี่สาวถามเสียงเบา "คุณหมอบอกว่าทุกอย่างปกติดี ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ช่วงนี้ก็แค่รอวันผ่าตัดค่ะ" แตงโมตอบ ลูกพีชพยักหน้ารับ ก่อนจะขยับตัวจะเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยนเสื้อที่ชุ่มเหงื่อจากการเดินทาง แต่ก็ต้องหยุดเมื่อได้ยินเสียงน้องสาวพูดขึ้นอีก "พีช…วันนี้แม่อยากดูทีวีด้วย แต่โมไม่ได้ให้ดู บอกให้แม่พักผ่อนก่อน" "อื้ม" เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก เหมือนใจที่ตึงอยู่ทั้งวันได้คลายลงนิดหนึ่ง "แล้วโมก็เห็นคอมเมนต์รายการที่พีชไปออกมา พีชโอเคไหม" แตงโมพูดต่อ พลางกุมมือพี่สาวไว้แน่น สายตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง "โอเคสิ" ลูกพีชยิ้มบาง ๆ "โดนด่านิดหน่อย แต่ก็ได้เงินมารักษาแม่ แค่นี้ก็คุ้มแล้ว" คำตอบฟังดูเบา ๆ เรียบง่ายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่แตงโมไม่เชื่อ คอมเมนต์ที่ถาโถมมาขนาดนั้น คนที่ต้องเผชิญด้วยตัวเองไม่มีทางโอเคได้จริง ๆ "อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ โมดูแลแม่ให้ดีก็พอ อย่าให้แม่รู้เรื่องพีชเด็ดขาด พีชไม่อยากให้แม่เป็นห่วง ถ้าแม่เครียด อาการจะทรุดเอา" เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อเหมือนพยายามทำให้ทุกอย่างดูง่าย "พีชคุยกับพี่มายด์แล้ว ยังพอมีละครที่เขาฝากให้ได้อยู่ เงินค่าผ่าตัด…พีชหาได้แน่นอน" คำพูดมั่นใจ แต่แววตายังแฝงความเหนื่อยล้า เป็นความเข้มแข็งของคนที่ไม่มีทางเลือก นอกจากต้องยืนให้ได้แม้ข้างในจะสั่นแค่ไหนก็ตาม ครืดดดดดด ยังไม่ทันที่เสียงสุดท้ายจะจบลง โทรศัพท์ในกระเป๋าของลูกพีชก็สั่นขึ้นมาพอดี "พูดถึงก็มาพอดีเลย พีชไปคุยกับพี่มายด์ก่อนนะ" ลูกพีชเดินออกมาหน้าห้องพักฟื้น ก่อนจะรีบรับสายของผู้จัดการส่วนตัวที่โทรเข้ามาได้จังหวะเหมาะราวกับนัดกันไว้ (ผู้กำกับรับแกแล้วนะพีช) "จริงเหรอพี่มายด์!" เธอเผลอฉีกยิ้มกว้างที่สุดในรอบหลายวัน หัวใจที่หนักอึ้งเหมือนได้รับอากาศหายใจเข้าเต็มปอดอีกครั้ง ในที่สุดฟ้าก็ยังไม่ใจร้ายกับเธอจนหมดทาง (จริงสิ คืนนี้แกต้องไปคุยรายละเอียดกับเขาก่อนนะ ฉันตอบตกลงให้แล้ว แกจะได้มีโอกาสขอเบิกเงินล่วงหน้าด้วย เอาไปรักษาแม่ก่อน) "แต่ผู้กำกับโจ้เขา…" เธอชะงัก ชื่อเสียงของเขาในวงการไม่ได้ดีนักโดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง (แกไม่มีทางเลือกหรอกพีช เขาเป็นคนเดียวที่ยอมดึงแกกลับเข้าวงการตอนนี้ได้ และมันอาจให้อะไรมากกว่าแค่เงินค่าผ่าตัด) คำพูดนั้นทำให้ลูกพีชนิ่งไปวูบหนึ่ง สิ่งที่มายด์หมายถึง…ไม่ใช่งานแสดง "พี่หมายความว่ายังไง" (เดี๋ยวฉันส่งโลเคชั่นให้ แต่งตัวดี ๆ ไปเจอเขา ยิ่งเขาประทับใจ เขาก็จะยิ่งเอ็นดูแก เข้าใจไหม) แล้วสายก็ถูกตัดไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบและคำพูดสุดท้ายที่ยังดังก้องอยู่ในหัวของเธอ ผู้กำกับโจ้มีครอบครัว มีภรรยา มีลูกครบถ้วน เธอรู้ดีว่าเส้นทางที่กำลังจะก้าวไป มันคือเส้นเดิม…เส้นที่เคยทำให้เธอตกต่ำจนแทบไม่เหลืออะไร ต่างกันเพียงครั้งนี้ เธอไม่ได้ถูกหลอก แต่เธอเป็นฝ่ายเลือกจะเดินเข้าไปด้วยสติที่ครบถ้วน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD