10 ปีที่แล้ว | ฟาร์มสเตย์ จังหวัดเชียงใหม่
"แม่คะ พีชขอไปดูแกะตรงนั้นนะ" เด็กสาวในชุดเอี๊ยมยีนส์สีอ่อน ผมถักเปียเรียบร้อยทั้งสองข้างเอ่ยกับคนเป็นแม่ ซึ่งกำลังวุ่นอยู่กับการดูแลน้องสาวอีกคนที่กำลังซุกซนจะมุดเข้าไปในโพรงหญ้าให้ได้
"ได้สิ เล่นเสร็จแล้วก็กลับมาหานะแม่จะไปรอตรงนั้น" ทับทิมยิ้มให้ พลางชี้ไปยังพื้นที่อีกฟากที่มีผ้าสีขาวปูรอไว้สำหรับนั่งพักและทานอาหารกันสบาย ๆ หลังเที่ยวเล่น
ลูกพีชจึงเดินตรงไปยังฝูงแกะอีกฝั่งหนึ่งที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมาวิ่งเล่นข้างนอก ทันทีที่เธอเดินเข้าไปใกล้ พวกมันก็กรูกันเอาคอมุดผ่านรั้วไม้ ส่งเสียงร้องแข่งกันระงม จนเด็กสาวชะงักไป
"หิวล่ะสิ…" เมื่อคิดได้ว่าพวกมันคงถูกขังไว้จนยังไม่ได้ออกมากินอาหารเอง เธอก็อดรู้สึกสงสารขึ้นมาไม่ได้ จึงกวาดตามองหาว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง และแล้วสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับรถเข็นที่บรรทุกหญ้าสดมาเต็มคัน เด็กผมเปียวัยสิบห้าจึงรีบมุ่งตรงไปหาโดยไม่ลังเล
"นั่นอะไรนะ…" เธอขมวดคิ้วยุ่ง เมื่อเห็นว่าท้ายรถเข็นนั้นไม่ใช่แค่กองหญ้า หากมีร่างของใครบางคนนอนก้มหน้าอยู่ด้วย
เด็กสาวรีบวิ่งเข้าไปดูใกล้ ๆ
"คุณยาย!" เธอเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบคุกเข่าลงข้าง ๆ และช่วยประคองร่างนั้นจึงเห็นใบหน้าของหญิงชรา ริมฝีปากซีดเผือก แต่ดวงตายังพอเปิดขึ้นมามองเธอได้ลาง ๆ
"คุณยายเป็นอะไรหรือเปล่าคะ" ลูกพีชถามเสียงสั่นด้วยความตกใจ มือเล็ก ๆ ค่อย ๆ ประคองแผ่นหลังของคนแก่ไม่ให้ล้มลงไปอีกครั้ง
"นะ หนู…หนูมีขนมอะไรติดตัวมาไหม" คนแก่ถามเสียงสั่น มือเหี่ยวย่นเย็นเฉียบแตะลงบนหลังมือของคนช่วยไว้
"พีชมีลูกอมค่ะ ลูกอมได้ไหมคะ" ลูกพีชล้วงหยิบลูกอมรสโปรดที่พกติดตัวอยู่เสมอ ก่อนจะยื่นให้คนป่วยโดยไม่ลังเล
"ได้ลูก…ช่วยแกะให้ยายหน่อย" มือเล็ก ๆ รีบแกะลูกอมด้วยอาการสั่น เป็นครั้งแรกที่ต้องรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ตามลำพัง แต่เด็กสาววัยสิบห้าก็พยายามตั้งสติให้ดีที่สุด
ทันทีที่คนแก่ได้ของหวานช่วยประคองระดับน้ำตาลในเลือด อาการหน้ามืดก็เริ่มทุเลาลงเล็กน้อย เธอพอจะพยุงตัวเองให้นั่งได้มั่นคงขึ้น
"ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยด้วย คุณยายเป็นลม!" ลูกพีชจึงใช้จังหวะนั้นตะโกนเรียกคนช่วยสุดเสียงเท่าที่จะทำได้
และมันก็ได้ผล…
สิ้นเสียงร้องนั้น ผู้ชายสองคนรีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามา
"ย่า!" ชายหนุ่มคนหนึ่งรีบเข้ามาประคองร่างคนชราไว้อีกด้าน สีหน้าตื่นตระหนกและเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
"ย่าเป็นยังไงบ้างครับ ภีมไปบอกปู่ว่าเจอย่าแล้ว" เขารีบสั่งอีกคนที่มาด้วยกัน
"ครับ!" ชายอีกคนรีบวิ่งออกไปทันที
"ลูกพีชเกิดอะไรขึ้น" เสียงของแม่ดังขึ้นจากด้านหลัง ทับทิมรีบเข้ามาหาลูกสาวทันทีที่ได้ยินเสียงเอะอะ
"พีชเห็นคุณยายเป็นลมค่ะ เลยช่วยไว้ก่อน" ลูกพีชรีบอธิบาย พลางชี้ให้เห็นสถานการณ์ ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มอยู่ในความควบคุม ผู้ชายคนนั้นเข้ามาดูแลคุณยายแทน เธอจึงค่อย ๆ โล่งอกและถอยออกมายืนดูสถานการณ์แทน
"มีคนมาช่วยแล้ว เราออกไปก่อนเถอะลูก ยืนมุงแบบนี้คุณยายจะหายใจไม่สะดวก" ทับทิมจับมือลูกพาออกมา ขณะลูกพีชหันกลับไปมองหญิงชราคนนั้นจนสุดสายตา ใจยังเต้นแรงไม่หาย แต่ก็รู้สึกอุ่นใจที่อย่างน้อยเธอก็สามารถช่วยไว้ทัน
"ย่าดีขึ้นแล้ว" ยายมินตราหรือเจ้าของฟาร์มสเตย์ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเอ่ยขึ้น สีหน้าและอาการดูดีขึ้นกว่าก่อนหน้ามาก
"ถ้าไม่ได้แม่หนูพีชคนนั้นช่วยไว้ ยายคงไม่ได้มายืนให้อาหารแกะอีกแล้ว" หลานชายไม่ได้พูดอะไร เพียงปรายตามองไปยังเด็กสาวที่ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของลาน
ดวงตาของทั้งสองสบกันเพียงครู่เดียว เขาไม่รู้ว่าเด็กสาวคนนั้นจะจำเขาได้หรือไม่ แต่เขากลับจำเธอได้…ตั้งแต่วินาทีแรก
"สักวันผมจะตอบแทนให้ครับย่า" เขาพูดเบา ๆ เพราะย่าคือทั้งชีวิตที่เหลืออยู่
และเขาไม่เคยคิดเลยว่า…วันนั้นจะมาถึงในอีกสิบปีต่อมา
ใบหน้าและชื่อของเธอยังคงฝังอยู่ในความทรงจำของเขาเสมอ และเพียงได้เห็นเธออีกครั้ง เรื่องราวทั้งหมดก็หวนกลับมาชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
…
…
ก๊อก ๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นให้เรียกความแปลกใจให้คนในห้องให้เผลอชะงัก ทั้งที่คนที่รู้ว่าเธออยู่ที่นี่เพิ่งจะออกไปได้ไม่นาน และไม่ว่าอย่างไรก็นึกไม่ออกเลยว่าจะมีใครมาหาเธอได้อีก
ลูกพีชเดินไปชะโงกดูผ่านตาแมวอย่างระแวดระวัง ก่อนจะค่อย ๆ เปิดประตูออกเมื่อเห็นร่างของหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าเป็นคนแปลกตาที่ไม่คุ้นเคย แต่สีหน้าและแววตากลับดูเป็นมิตรอย่างประหลาด
"คุณลูกพีชใช่ไหมคะ" น้ำเสียงหวานนุ่มทำให้เธอคลายความระแวงลงไปเล็กน้อย ลูกพีชจึงเปิดประตูออกกว้างขึ้นอีกนิด ก่อนจะเอ่ยถามกลับอย่างสุภาพ
"ค่ะ คุณคือ…" ไม่ใช่แค่เพราะไม่เคยเห็นหน้า แต่เพราะเธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงรู้จักชื่อของเธอได้
"พลอยใสค่ะ น้องสาวแท้ ๆ ของพี่ภีม ผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่ของคุณลูกพีชค่ะ"
"คะ ผู้จัดการคนใหม่?" คำพูดนั้นหลุดออกไปก่อนจะทันได้คิด พลอยใสยิ้มรับอย่างอ่อนโยน
"ค่ะ พี่ภีมไม่ได้แจ้งไว้เหรอคะ" ลูกพีชส่ายหน้าเบา ๆ ในหัวค่อย ๆ เรียงภาพของสิ่งที่เขาจัดการให้เธอทีละอย่าง เงิน ค่ารักษา รถยนต์ บัตรเครดิต และตอนนี้ก็ยังรวมถึงผู้จัดการส่วนตัวอีกคน
"พี่ชายคนนี้นี่นะ…" พลอยใสส่ายหัวเบา ๆ
"คุณไคเซอร์ให้พลอยใสมาดูแลคุณลูกพีชหลังจากนี้ค่ะ" รอยยิ้มสดใสที่เผยให้เห็นฟันเรียงสวย ทำให้ใบหน้าของภีมลอยขึ้นมาในหัวลูกพีชโดยไม่รู้ตัว และก็แน่ใจในทันทีว่าทั้งสองเป็นพี่น้องกันจริง ๆ
"งั้นเชิญเข้ามาก่อนค่ะ" ลูกพีชขยับตัวหลบให้แขกก้าวเข้ามาในห้อง ก่อนจะเดินนำเข้าไปด้านใน
"ว้าวห้องสวยมากเลยค่ะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นตา เหมือนเด็กที่เพิ่งได้เห็นโลกใหม่
"ขอบคุณค่ะ" ลูกพีชตอบเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ที่ยังเจือความไม่คุ้นชินไม่ต่างกัน
"ตัวจริงคุณลูกพีชสวยกว่าในทีวีอีกนะคะ" ลูกพีชหัวเราะเบา ๆ
"ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ"
"อย่าถ่อมตัวไปเลยค่ะ สวยจริง ๆ"
"ขอบคุณนะคะ ไหน ๆ ก็ต้องร่วมงานกันยาว ๆ แล้ว เรียกแค่พีชก็พอค่ะ ไม่ต้องคุณก็ได้ พีชไม่ถือ"
"งั้นเป็นกันเองไม่เกรงใจแล้วนะ" พลอยใสยิ้มกว้าง น้ำเสียงเป็นกันเองอย่างที่เธอตั้งใจให้เป็นตั้งแต่แรก ดีเหมือนกัน ถ้าสนิทกันเร็ว ๆ จะได้ทำงานกันง่ายขึ้น
"จริงสิ พี่มีอะไรอยากให้พีชดู มานั่งนี่เร็ว" มือเรียวกวักเรียกเบา ๆ พลางตบเบาะข้างตัว ก่อนจะหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว
ลูกพีชขยับเข้าไปนั่งใกล้อย่างไม่ลังเล เธอเอนตัวเข้าไปดูหน้าจอที่พลอยใสกำลังเลื่อนเปิดแอปข่าวสารประจำวัน โทนสีฟ้าของหน้าจอสะท้อนเข้าดวงตาในจังหวะเดียวกับพาดหัวข่าวที่ปรากฏขึ้น
'แฉแผนชั่ว "ผู้กำกับดัง-อดีตผู้จัดการดารา" ร่วมขบวนการล่อลวงหญิง มอมยา ขืนใจ ถ่ายคลิปข่มขู่!'
ภาพประกอบเป็นชายหญิงคู่หนึ่งในสภาพถูกใส่กุญแจมือ ใบหน้าถูกเบลอด้วยกฎหมายคุ้มครองผู้ต้องหา แต่สำหรับลูกพีช มันชัดเจนยิ่งกว่าภาพใด ๆ
เพราะเธอจำได้ดีว่าใครเป็นใคร คนที่พยายามมอมยาเธอ และคนที่ขายเธอให้มัน
"แล้วยังมีอีกนะ" พลอยใสเลื่อนจอไปต่ออย่างไม่ทันสังเกตความเงียบของคนข้าง ๆ ข่าวถัดมาขึ้นเทรนด์ไม่แพ้กัน แม้จะไม่ใช่คดีความ แต่ก็อื้อฉาวเหมือนกัน
'แฟนไฮโซ ม. แถลงชี้แจง ปมดาราผลไม้ ไม่ได้มีสัมพันธ์ชู้สาว ย้ำเป็นแค่คนรู้จักในฐานะเพื่อนร่วมงาน'
กลางข่าวเป็นภาพชายหนุ่มให้สัมภาษณ์ต่อสื่ออย่างเป็นทางการ และถัดลงไปเป็นเงาร่างสีดำเล็ก ๆ ที่ถูกนำมาแปะประกอบเนื้อหา เงาที่ลูกพีชจำได้ดีเกินไป
เงาของตัวเอง
เหมือนใครบางคนตั้งใจวางมันไว้ตรงนั้น ไม่ได้เอ่ยชื่อแต่ก็เพียงพอจะชี้นำให้คนอ่านเข้าใจว่าดาราผลไม้ที่พูดถึงคือใคร
ใช่...โลกภายนอกกำลังพูดถึงเธอ
"คนคอมเมนต์เห็นใจเราเต็มไปหมดเลยนะ" เสียงของพลอยใสดังขึ้นเบา ๆ ขณะเลื่อนหน้าจอไปเรื่อย ๆ จากข่าวของอดีตผู้จัดการ ไล่ไปถึงคำชี้แจงของแฟนไฮโซ ชื่อของลูกพีชที่เคยอยู่ในพื้นที่ของการด่าทอ วันนี้กลับถูกโอบล้อมด้วยถ้อยคำปลอบโยนและกำลังใจ
ข้อความมากมายผุดขึ้นมาไม่ขาดสาย
"สู้ ๆ นะ"
"จะติดตามผลงานของเธอนะ"
"ฉันว่าแล้วว่ามันต้องเข้าใจผิด"
ลูกพีชไล่อ่านเงียบ ๆ ทั้งที่ดวงตาเริ่มพร่าเพราะน้ำตา
ก่อนหน้านี้เธอเคยพยายามอธิบาย เคยพยายามร้องขอโอกาสจากโลกใบนี้ แต่กลับไม่มีใครอยากฟัง ไม่มีใครเปิดพื้นที่ให้เธอได้ยืนอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว
แต่เมื่อวันนี้ความจริงถูกเปิด เผยแต่เสียงขอโทษจากคนที่เคยทำร้ายเธอกลับเงียบงันเสียอย่างนั้น
"หมดเคราะห์แล้วนะ" พลอยใสลูบหลังเธอเบา ๆ มืออุ่น ๆ นั้นเหมือนแตะลงบนจุดที่เจ็บที่สุดพอดี
"ฮึก…" มันเหมือนกับอะไรบางอย่างเริ่มคลายลง ลูกพีชปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจกลั้น ความอัดอั้น ความเจ็บ ความเหนื่อยทั้งหมดไหลออกมาพร้อมน้ำตา
"ไม่ต้องร้องแล้วนะ หลังจากนี้เรามานับหนึ่งด้วยกัน พี่สัญญาว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด" พลอยใสพูดเสียงนุ่ม
ขณะที่ลูกพีชพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะปาดน้ำตาให้ตัวเองแล้วหายใจเข้าลึก ๆ อีกครั้ง
"ขอบคุณนะคะ" เธอเลือกเก็บอดีตไว้เป็นบทเรียน แล้วเงยหน้ารับโอกาสใหม่ที่ค่อย ๆ เอียงเข้าหาเธออีกครั้ง
"ขืนพี่ดูแลเราไม่ดี มีหวังพี่ชายพี่กับคุณไคเซอร์ฆ่าพี่หมกป่าแน่" พลอยใสพูดกลั้วหัวเราะ
"หึ…" ทำเอาลูกพีชหลุดหัวเราะตามทั้งที่ตายังแดง
"ยิ้มแล้ว" พลอยใสยิ้มตามอย่างโล่งใจ
"ขอบคุณนะคะ"
"ไปขอบคุณคุณไคเซอร์เขาดีกว่า ทั้งหมดนี่ฝีมือเขาทั้งนั้น" ลูกพีชนิ่งไปเล็กน้อย
คนที่ควรได้รับคำขอบคุณที่สุด คนที่เอื้อมมือมาดึงเธอขึ้นจากที่มืด คนที่ทำให้เธอกลับมายืนหายใจในโลกใบนี้ได้อีกครั้ง
เธอควรจะขอบคุณเขาจริง ๆ
"เอาล่ะ…ไม่ต้องเศร้าแล้วนะ เรามานั่งวางแผนตารางงานกันดีกว่า ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร บอกพี่ได้หมดเลย" เธออมยิ้มบาง ๆ ก่อนจะพูดต่อเหมือนแซวตัวเองเบา ๆ
"เพื่อดาราคนเดียวของพี่ พี่จะทำงานให้เต็มที่เลย" ลูกพีชพยักหน้าเล็กน้อย
"ค่ะ" คำตอบสั้น ๆ แต่แววตาที่มองกลับมากลับไม่ได้ว่างเปล่าเหมือนก่อนหน้าหน้าอีกแล้ว