บทที่ 18 ขายขนมจีบ

1994 Words
"ทีมงานโทรมาบอกว่ามีนักข่าวมารออยู่หน้าสตูดิโอ คนพวกนี้หูตาไวจริง ๆ" ผู้จัดการบ่นโอดทันทีที่วางสายจากทีมงานของกองถ่ายละครเรื่องใหม่ ไม่มีใครทราบว่าใครเป็นคนเปิดตำแหน่งที่ถ่ายภาพโปรโมทละครวันนี้ แต่เหตุนั้นมันทำให้นักข่าวต่างแห่แหนกันมาปักหลักเพื่อต้องการเนื้อข่าวเพิ่มเติมจากวิดีโอแฉไฮโซที่ดังชั่วข้ามคืน "พีชโอเคค่ะ ให้สัมภาษณ์ก็ดีเหมือนกัน" คำตอบของลูกพีชทำพลอยใสเป็นต้องหันไปมอง ตอนแรกก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะยังมีสภาพจิตใจไม่โอเค ยิ่งมีหลายเรื่องให้ต้องคิด โดยเฉพาะเรื่องแม่ที่จะเข้ารับการผ่าตัด "ถ้าพีชยืนยันพี่ก็เบาใจ" แต่เมื่อได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกเบาใจขึ้นมา ถ้าเป็นก่อนหน้าที่ต้องสู้เพียงลำพังลูกพีชก็ไม่แน่ใจว่าเธอเลือกจะเลือกเดินหน้าเช่นตอนนี้หรือเปล่า แต่ในเมื่อทุกวันนี้มันไม่ใช่ตัวคนเดียวอีกต่อไป ไหน ๆ กลับไปก็มีคนคอยให้กอดทั้งคืน สิ่งนั้นทำให้เธอมั่นใจว่าจิตใจตอนนี้มันเข้มแข็งมากพอ ทันทีที่นักแสดงสาวก้าวลงจากรถพร้อมผู้จัดการและบอดี้การ์ดมือดี นักข่าวหลายสำนักก็เบียดเสียดกันเข้ามาไม่ต่างจากที่คิดมากมาย "คุณลูกพีชคิดว่าคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่มาจากใครคะ" "ใครคือคนหวังดีคนนั้น" เสียงรัวคำถามพร้อมยื่นไมค์จ่อหน้าเกิดขึ้นพร้อมกัน ลูกพีชที่ค่อนข้างจะชินกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ต่ำกว่าสามครั้งในรอบเดือน เธอฉีกยิ้มอ่อน ๆ ให้นักข่าวที่บางคนก็จดจำใบหน้าค่าตา จากนั้นก็พยายามตั้งสติแล้วออกปากตอบคำถามที่ตะเตรียมกันมาตลอดทาง "พีชเองก็ไม่ทราบค่ะ แต่ก็คงต้องขอบคุณเจ้าของคลิปที่ทำให้ความจริงกระจ่างสักที" หากให้ตอบว่าเป็นคนของตัวเองก็คงจะไม่ค่อยดี ฝีมือการแอบถ่ายของพลอยใสที่เห็นหน้าไฮโซเมษกำลังยอมรับความเลวของตนเองค่อนข้างเป็นมืออาชีพเลยทีเดียว ราวกับเธอคิดล่วงหน้าว่าสักวันมันจะต้องเปิดให้สาธารณะดู จึงไม่มีใครรู้ว่าคนถ่ายเพื่อแฉนั้นเป็นใคร "คุณลูกพีชคิดว่าฝ่ายหญิงต้องการอะไรคะ ทั้ง ๆ ที่เธอก็น่าจะรู้ว่าจริง ๆ คุณเองก็ไม่ได้ตั้งใจ" "ใช่ค่ะ เพราะถึงจะออกมาให้ข่าวอีกครั้งว่าทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่ก็ยังมีกระแสสังคมที่โจมตีคุณไปแล้ว ไหนจะคอมเมนต์ด่าทอในอินเทอร์เน็ต ตั้งใจจะฟ้องเป็นเคสตัวอย่างไหมคะ" "พีชไม่ทราบค่ะ ทั้งที่เราก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ตกเป็นเหยื่อเหมือนกันก็น่าจะเข้าใจแล้วโทษฝ่ายชายดีกว่า" ตอนแรกก็ไม่อยากให้กระแสมันโจมตีกลับไปที่ใครอีก แต่ในเมื่อต้นเหตุที่ทำให้ชีวิตของเธอตกอยู่ในจุดที่ตกต่ำแบบนี้ยังไม่ได้รับบทเรียนราคาแพง มันก็ไม่ผิดอะไรที่เธอจะเป็นคนเรียกรถทัวร์ ให้วนกลับไปที่ไอโซไอด้า หรือฉนวนของเหตุการณ์นี้ได้รับกลับอย่างแฟนของเขาเช่นกัน "ส่วนเรื่องคอมเมนต์พีชก็คงไม่ได้ดำเนินคดีกับใครทั้งนั้น เข้าใจว่าทุกคนมีสิทธิ์จะเชื่อในสิ่งที่เห็นในตอนนั้น แต่ก็อยากให้เหตุการณ์นี้ทำให้เราทุกคนหยุดคิดสักนิดก่อนจะตัดสินใคร เพราะคนที่ถูกเข้าใจผิด มันเจ็บมากจริง ๆ ค่ะ" ลูกพีชยังคงพูดต่อ กระแสการโจมตีที่ผ่านมาหนักหนาสำหรับเธอมากจริง ๆ จากเหตุการณ์ที่เหมือนว่าเธอเองจะตกเป็นเหยื่อไม่ต่างกันนำมาสู่การด่าทอจากสังคมที่ลงโทษราวกับไปฆ่าใครตาย "ดีขนาดนี้ก็ยังจะถูกใส่ร้ายอีก" เสียงที่กระซิบของนักข่าวพูดคุยกันเหมือนเป็นจุดบรรทุการสัมภาษณ์ครั้งนี้ ในที่สุดมันก็มีวันที่ทุกคนมองเห็นว่าเธอเป็นเหยื่อก็มาถึง เพียงเท่านี้มันก็คุ้มค่ากับการเสียเวลาอธิบายความจริงครั้งนี้แล้วจริง ๆ "หลังจากนี้พีชอยากให้ทุกคนโฟกัสในด้านผลงานของพีชมากกว่า การแสดงเป็นสิ่งที่พีชตั้งใจและอยากจะทำให้ดีที่สุด ยังไงพีชก็ฝากละครเรื่องใหม่ของพีชด้วย" ลูกพีชใช้โอกาสนี้โปรโมทตัวเองเต็มที่ หวังว่าหลังจากนี้จะได้เดินทางในวงการที่รักอย่างราบรื่นแค่นั้นมันก็เพียงพอแล้วสำหรับเธอ "โอเคค่ะพี่ ๆ ตอนนี้ได้เวลาน้องต้องไปเตรียมตัวแล้ว พลอยต้องขออนุญาตพาน้องไปก่อน เกรงใจทางทีมงานของกองเขา" พลอยใสรีบโอบร่างนักแสดงในสังกัดของเธอไว้ ก่อนจะพูดเสียงหวานโค้งหัวให้นักข่าวด้วยความอ่อนน้อม "สู้ ๆ นะคะน้องลูกพีช พวกพี่เป็นกำลังใจให้" มือของผู้คนที่อดีตเคยเป็นเหยี่ยวร้ายตอนนี้ราวกับคนละคน พวกเขาบีบแขนของลูกพีชเบา ๆ พร้อมกับยกยิ้มให้อย่างจริงใจ "ขอบคุณค่ะ" ร่างบางยกมือไหว้นอบน้อม จากนั้นก็รีบเดินเข้าสตูดิโอที่ใกล้ได้เวลาของเธอพอดี "ถ้าสงสารน้อง พลอยฝากพี่ ๆ นักข่าวช่วยดันหลังน้องเต็มที่ด้วยนะคะ" พลอยใสไม่ลืมที่จะทำหน้าที่ตัวเองเต็มที่ ก่อนไปไม่ลืมจะเชียร์อัพนักแสดงของตัวเอง เพราะรู้ว่าการเป็นนักแสดงที่เป็นที่รักของนักข่าวย่อมดีกว่าการโดนเกลียดแน่นอน ... ... แชะ! แชะ! "โอเคครับ ไนน์ลูกพีชเรียบร้อย! กลับบ้านพักผ่อนได้เลย" สิ้นเสียงกดชัตเตอร์ครั้งสุดท้าย ช่างภาพฝีมือดีที่รับหน้าที่ถ่ายภาพโปรโมตในวันนี้ก็ส่งสัญญาณบอกคนทั้งคู่ว่าการทำงานอันยาวนานได้จบลง "ขอบคุณมากนะคะ/ขอบคุณครับ" ลูกพีชและไนน์คู่พระนางรองของเรื่องต่างยกมือไหว้ขอบคุณทีมงานทุกคนอย่างนอบน้อม ทั้งคู่เดินเคียงกันออกมาจากหน้าฉากถ่ายทำ ไม่ลืมที่จะส่งรอยยิ้มให้เหล่าสตาฟฟ์ที่ทำงานหนักร่วมกันมาทั้งวันเพื่อโปรเจกต์ละครที่จะเปิดกล้องภายในเดือนนี้ "วันนี้ทำงานสนุกดีนะ" ไนน์เอ่ยชวนคุยอย่างเป็นกันเอง หลังจากที่ได้ร่วมงานกันมาพักหนึ่ง ความเขินอายในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความสนิทสนมที่เพิ่มมากขึ้น "นั่นสิคะ พีชเพลินจนลืมเวลาไปเลยค่ะ" ลูกพีชคลี่ยิ้มกว้าง รอยยิ้มนั้นสดใสเสียจนคนมองรู้สึกผ่อนคลาย แม้ร่างกายจะอ่อนล้าจากงานที่รักเพียงใด แต่ความสนุกและไฟในการทำงานกลับทำให้เธอยังดูมีพลังอยู่เสมอ "หายเกร็งพี่แล้วใช่ไหมเรา?" พระรองหนุ่มถามยิ้ม ๆ เมื่อเห็นว่าท่าทางของรุ่นน้องดูเป็นธรรมชาติขึ้นกว่าครั้งแรกที่เจอกันมาก "ค่ะ พี่ไนน์ใจดีนี่นา" ร่างบางพยักหน้าเบา ๆ ไนน์มักจะทำตัวเข้าถึงง่ายและเป็นกันเองเสมอ ทำให้การปรับตัวเข้าหาเขาไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอเลยสักนิด "ดีแล้วล่ะ เพราะเราต้องสนิทกันให้มาก ๆ เวลาเข้าฉากจะได้ไม่เขิน ยิ่งถ้าละครออนแอร์แล้วมีด้อมคู่ (Fanclub) ขึ้นมา พี่ว่าเราคงต้องทำงานด้วยกันไปอีกนานเลย" ไนน์พูดพลางตบไหล่เธอเบา ๆ เป็นการให้กำลังใจ ทิ้งท้ายถึงอนาคตที่ดูสดใสในวงการบันเทิงที่กำลังรอให้พวกเขาก้าวเข้าไปพิสูจน์ฝีมือร่วมกัน "ด้อมคู่เหรอคะ?" คนฟังถึงกับเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ ไม่คิดว่าคำศัพท์วัยรุ่นอย่างด้อมคู่จะหลุดออกมาจากปากของรุ่นพี่ซุปตาร์ตรงหน้าได้ "ถึงพี่จะเริ่มมีอายุแล้ว แต่ก็ยังทันโลกอยู่นะครับ" ไนน์หยอกตัวเองยิ้ม ๆ "หลายคนชมว่าเคมีของเราเข้ากันมาก พี่ว่าด้อมคู่น่าจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมหรอก" การมีเคมีที่ลงตัวถือเป็นกำไรมหาศาลของอาชีพนักแสดง เพราะมันคือใบเบิกทางชั้นดีที่จะทำให้มีฐานแฟนคลับติดตามมากขึ้น และหลังจากนั้นโอกาสหรืองานต่าง ๆ ก็จะหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย "พี่ไนน์ไม่เห็นจะแก่เลยค่ะ หน้าเด็กจะตายไป" เธอรีบแย้งตามความจริง แม้อีกฝ่ายจะย่างเข้าสู่วัยเลขสามต้น ๆ แต่ใบหน้าคมคายกลับยังดูอ่อนกว่าวัยราวกับแวมไพร์ที่หยุดความหล่อเอาไว้ตลอดกาล "ฮ่า ๆ พูดจริงหรือเปล่าเนี่ย?" ชายหนุ่มหัวเราะชอบใจ ยิ่งได้ต่อบทสนทนาเขาก็ยิ่งรู้สึกถูกชะตากับความตรงไปตรงมาของเด็กคนนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ "จริงสิคะ ยืนยันจากใจแฟนละครตัวยงเลยนะเนี่ย" ทว่าสำหรับลูกพีช ความรู้สึกที่เธอมอบให้ไนน์นั้นบริสุทธิ์และชัดเจน มันคือความชื่นชมแบบแฟนคลับที่มองเห็นไอดอลในดวงใจเท่านั้น "ดีใจจัง ที่พี่มีแฟนคลับตัวจริงอยู่ข้างตัวแบบนี้" "ครอบครัวพีชเป็นแฟนคลับพี่กันทั้งบ้านเลยนะคะ โดยเฉพาะคุณแม่" เธอพูดออกมาด้วยแววตาเป็นประกาย หากวันหนึ่งคุณแม่หายดีแล้วได้รู้ว่าลูกสาวคนนี้ได้ร่วมงานกับศิลปินในดวงใจ ท่านคงจะดีใจจนเนื้อเต้นแน่ ๆ "พีชรีบไปเปลี่ยนชุดเถอะได้แล้ว รีบไปเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาลต่อไม่ใช่เหรอ?" บทสนทนาที่กำลังไหลลื่นถูกขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลของพลอยใส ผู้จัดการคนเก่งที่เดินเข้ามาตามกำหนดการ ทำให้ลูกพีชชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะนึกได้ถึงภารกิจสำคัญของวัน "คุณแม่ของพีชเข้าโรงพยาบาลเหรอครับ?" ไนน์รีบเอ่ยถามด้วยความตกใจทันทีที่ได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่ แววตาของเขาฉายความห่วงใยออกมาอย่างเห็นได้ชัด "ค่ะ" ลูกพีชพยักหน้ายอมรับ คืนนี้เธอตั้งใจจะไปค้างที่โรงพยาบาล เพราะพรุ่งนี้คือวันสำคัญที่แม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งเธอก็ได้แจ้งขออนุญาตเจ้านายรูปหล่อเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อคืน "ถ้าอย่างนั้น พี่ฝากบอกบอกแฟนคลับเบอร์หนึ่งของพี่ด้วยนะครับว่าให้หายไว ๆ สู้ ๆ นะ" ไนน์ส่งยิ้มให้กำลังใจ "ได้เลยค่ะ ขอบคุณพี่ไนน์มากนะคะ พีชขอตัวก่อนค่ะ" "ครับผม ไว้เจอกันวันบวงสรวงนะ" ทั้งคู่แยกย้ายกันไปคนละทาง ลูกพีชก้าวฉับ ๆ ตรงไปยังห้องแต่งตัวโดยมีพลอยใสเดินตามมาติด ๆ ผู้จัดการคนเก่งที่สัมผัสได้ถึงรังสีแปลก ๆ มาครู่หนึ่งแล้วไม่ยอมปล่อยให้ความคาใจลอยนวล "พ่อซุปตาร์เขาแอบมาขายขนมจีบหรือเปล่า?" พลอยใสแกล้งหรี่ตามองพลางกระแซะถามคนข้างกายอย่างจับผิด "เปล่าเลยค่ะพี่พลอย เราแค่คุยกันตามประสาคนทำงานกับแฟนคลับเท่านั้นเอง" ลูกพีชรีบปฏิเสธพัลวัน สำหรับเธอแล้ว ไนน์คือรุ่นพี่ที่เคารพและเป็นเพื่อนร่วมงานที่แสนดีคนหนึ่งเท่านั้น ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้ พลอยใสพยักหน้ารับหงึก ๆ ไม่ได้เซ้าซี้ต่อ ทว่าในใจกลับคิดไปอีกทาง ลูกพีชอาจจะไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ อย่างที่ปากว่า แต่สายตาพราวระยับของอีกฝ่ายน่ะมันฟ้อง คนที่ผ่านโลกและพบเจอคนมานักต่อนักอย่างเธอ ทำไมจะดูไม่ออกว่าไนน์กำลังเริ่มสนใจเด็กปั้นของเธอเข้าแล้วจริง ๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD