"คนไทยเขาชอบยืนแอบฟังคนอื่นคุยกันเหรอครับ?" เสียงของมาเฟียหนุ่มหน้าลูกครึ่งดังขึ้นพอจะทำให้คนที่ยืนหลบอยู่หลังประตูก้าวออกมา
เธอหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขาในชุดเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งที่ดูไม่เข้ากับเรือนร่างเสียเลย ชายเสื้อตัวยาวเลยลงมาคลุมต้นขาไว้เกือบมิด ขณะที่เจ้าตัวยิ้มเจื่อน ๆ เหมือนรู้สึกผิดแต่ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี
"ขอโทษค่ะ" เสียงของเธอเบาจนแทบจะหลอมไปกับอากาศ ไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แค่ไม่กล้าออกมาในจังหวะที่รู้ว่ายังมีคนอื่นอยู่ในห้องด้วย
ไคเซอร์ไล่สายตามองเรือนร่างภายใต้เสื้อตัวโคร่งตั้งแต่บนจรดล่าง สายตาคมกวาดผ่านตั้งแต่เส้นผมที่ยังไม่เรียบร้อยดี ไปจนถึงปลายเท้าที่ขยับเล็กน้อยเหมือนเจ้าตัวกำลังประหม่า ก่อนที่สายตานั้นจะหยุดค้างอยู่ชั่วครู่ แล้วเขาก็เบือนหน้าออกเหมือนพยายามดึงตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบัน
แต่ภาพบางอย่างกลับไม่ยอมจางหายไปง่าย ๆ
ความทรงจำของค่ำคืนที่เร่าร้อนยังคงติดค้างอยู่ในหัวเขา เป็นสิ่งที่ยิ่งพยายามไม่คิด ก็ยิ่งนึกถึงชัดเจนกว่าเดิม
"คะ คือเสื้อของฉันมันใส่ไม่ได้แล้ว" ลูกพีชรีบอธิบาย เข้าใจไปเองว่าเขาคงไม่พอใจที่เธอหยิบเสื้อของเขามาใช้โดยไม่ขออนุญาต แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น เมื่อเดรสที่ใส่มาตอนแรกมันขาดว่อนจนแทบไม่เหลือสภาพให้ใช้งานได้อีก
"ขอบคุณนะคะ ขอบคุณที่ช่วยฉันเอาไว้" เธอพูดต่อในสิ่งที่ตั้งใจจะพูด เพราะรู้ดีว่าถ้าไม่ได้เขา ป่านนี้ชีวิตเธอคงพังไปไกลกว่านี้แล้ว
"งั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ" เธอว่า ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้แล้วมองเสื้อที่สวมอยู่จึงพูดต่อ
"ฉันขอซื้อต่อเสื้อตัวนี้ได้ไหมคะ"
"ผมมีข้อเสนอ" เสียงของเขาดังขึ้นพอดี
"แค่ซื้อเสื้อต่อต้องใช้ข้อเสนอเลยเหรอ?" เธอเอียงคอมองอย่างไม่เข้าใจ
พอจะเดาได้ว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา ทั้งวิธีพูดกับลูกน้อง ห้องสวีทโรงแรมหรูที่แสนกว้างขวางแห่งนี้ แต่ก็ไม่คิดว่าเรื่องเล็กแค่นี้จะต้องจริงจังขนาดนั้น
"ผมไม่ได้หมายถึงเสื้อ ผมหมายถึงคุณ"
"ฉัน ฉันทำไม?" ลูกพีชชี้เข้าหาตัวเองโดยอัตโนมัติ
ในขณะที่ไคเซอร์เงยหน้ามองเธอตรง ๆ เป็นครั้งแรก ตั้งแต่เริ่มบทสนทนาขึ้นมา
"เป็นผู้หญิงของผม"
"คะ!?" ลูกพีชสะดุ้งจนหน้าซีด เธอมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ฟังผิด แต่ก็ไม่อยากเชื่อว่ามันจะเป็นข้อเสนอแบบนั้นจริง ๆ
"อีกไม่นานหลังจากที่ผมปล่อยมันไป ผมเชื่อว่ามันจะโกรธ และปล่อยรูปของคุณออกสู่สาธารณะ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเหมือนกำลังอธิบายข้อเท็จจริง
"แล้วยังไงคะ" เธอถามกลับอย่างระแวง
"ถ้าคุณตกลง ผมจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ทั้งเรื่องรูป เรื่องงานในวงการ และค่าตัวของคุณอีกสองล้าน"
"…" ลูกพีชเม้มปากเป็นเส้นตรง ใจเธอปั่นป่วนจนแทบตั้งหลักไม่ถูก ไม่เข้าใจว่าชีวิตตัวเองเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร
"ไม่ต้องรีบตัดสินใจ ผมมีเวลาให้คุณคิดหนึ่งคืน"
"เลือกเอาว่าจะยอมเป็นผู้หญิงของผม หรือจะยอมให้ข่าวว่าคุณเป็นเมียน้อยของผู้กำกับเฮงซวยถูกปล่อยออกไป" เขาไม่ได้พูดเหมือนข่มขู่ และก็ไม่ได้พูดเหมือนขอร้อง แค่เสนอทางเลือกอย่างคนที่เคยชินกับการตัดสินใจเรื่องใหญ่โตอยู่ทุกวัน
สำหรับไคเซอร์นี่ไม่ใช่ครั้งแรก
เวลาที่เขาเริ่มสนใจใครมันก็มักจบลงด้วยข้อเสนอแบบนี้เสมอ เป็นข้อตกลงที่ต่างฝ่ายต่างยินยอม ต่างฝ่ายต่างได้ในสิ่งที่ต้องการ ดีกว่าความสัมพันธ์ที่ผูกมัดด้วยความรู้สึกและคำสัญญาที่เขาไม่เคยเชื่อว่ามีอยู่จริง
เขาไม่เคยคิดถึงวันหนึ่ง ไม่เคยคิดถึงปลายทาง ไม่เคยคิดว่าความสัมพันธ์จะต้องเป็นอะไรมากไปกว่านี้
แต่ลูกพีชไม่เหมือนเขา
เธอยืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก กระพริบตาปริบ ๆ เหมือนสมองกำลังพยายามประมวลผลคำพูดของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า คำพูดที่ค่อย ๆ แกะศักดิ์ศรีของเธอออกทีละชั้น จนแทบไม่เหลืออะไรให้ยึดเกาะ
"ฉัน…ต้องทำอะไรบ้างคะ" คำถามหลุดออกมาทั้งที่หัวใจยังต่อต้าน
เพราะท้ายที่สุด ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้ มันไม่สามารถช่วยเธอจ่ายค่าผ่าตัดให้แม่ จ่ายค่าเทอมให้น้อง หรือแม้แต่ซื้อข้าวแกงหนึ่งจานในวันพรุ่งนี้
มีแค่เงิน มีแต่อำนาจ พวกนี้ต่างหากที่จะพาเธอออกจากวงจรอุบาทว์นี้ได้