"พีช…" แตงโมเอ่ยเรียกพี่สาวด้วยเสียงเบา
"พีช" เมื่ออีกฝ่ายยังไม่ตอบ เธอจึงเรียกซ้ำอีกครั้ง ทว่าลูกพีชยังคงนิ่ง ดวงตาเหม่อมองออกไปไกลกว่าที่ควรจะเป็น ราวกับใจลอยหลุดเข้าไปอยู่ท่ามกลางความคิดที่ทับซ้อนกันจนแยกไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร โดยเฉพาะความสึกบางอย่างที่ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะพามาถึงตรงนี้ และไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือความจริง
"พีช" เสียงเรียกครั้งต่อมามาพร้อมกับปลายนิ้วที่แตะลงบนแขนเธออย่างแผ่วเบา
"ฮะ ฮื้อ?" ลูกพีชสะดุ้งนิดหนึ่ง คล้ายเพิ่งดึงตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ก่อนจะหันมามองคนเรียกด้วยสายตางุนงงเล็กน้อย
"เหม่ออะไร แม่เรียก" แตงโมเอียงหน้ามอง ขณะที่ลูกพีชหันไปเห็นว่าทับทิมกำลังมองเธออยู่เช่นกัน
"จ๋าแม่" ลูกพีชตอบรับเสียงเบา ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้เตียงคนเป็นแม่อีกนิดหนึ่ง
"ทำไมดูเหนื่อยอย่างนี้ลูก เมื่อคืนไม่ได้นอนเหรอ" ทับทิมถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดวงตามองสำรวจใบหน้าลูกสาวอย่างไม่ปิดบังความเป็นห่วง
"เลิกกองดึกนิดหน่อย แม่ไม่ต้องห่วงนะ" ลูกพีชยิ้มให้บาง ๆ แม้จะรู้ดีว่าสิ่งที่ทำให้ร่างกายอ่อนล้าไม่ได้มาจากงานเพียงอย่างเดียว
"แม่ขอโทษนะ…" ทับทิมเอ่ยแผ่ว ๆ เสียงนั้นสั่นเล็กน้อยเพราะความรู้สึกผิดจับใจ
"ไม่เอา ไม่ขอโทษแล้วนะคะ" ลูกพีชยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วอุ่นแตะลงบนแก้มซีดของคนเป็นแม่ราวกับจะส่งความอุ่นไปให้
"พีชมีข่าวดีมาบอกด้วย อีกสามวันแม่จะได้ผ่าตัดแล้วนะคะ"
"เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ หมอบอกว่าอย่างน้อยต้องรอเป็นอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ" ทั้งทับทิมและแตงโมต่างชะงักไปเล็กน้อย
ลูกพีชไม่ได้ตอบในทันที ในหัวเธอผุดภาพของใครบางคนขึ้นมา ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่เป็นความตั้งใจและอิทธิพลที่ทำให้ทุกอย่างดำเนินไปได้เร็วเกินคาด และทำให้เส้นทางชีวิตของเธอเปลี่ยนไปพร้อมกันด้วย
"พอดีพีชบังเอิญรู้จักคนใจดีคนนึง เขาช่วยจัดการให้ค่ะ" เธอพูดเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเอง
ภายนอกเขาอาจดูไม่แคร์อะไร แต่ในรายละเอียดเล็ก ๆ เขากลับดูแลเธออย่างอ่อนโยน และความอ่อนโยนนั้นก็ค่อย ๆ แผ่มาถึงครอบครัวของเธอ
นั่นจึงทำให้คนที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานอย่างเธอ เผลอเปิดใจให้เขามากกว่าที่คิด
"จริงเหรอ ว่าง ๆ ก็พาเขามาที่บ้านสิ แม่จะได้ทำอาหารขอบคุณเขา" ทับทิมยิ้มอ่อน ดวงตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู
"พีชขอถามเขาก่อนนะคะ"
"จ้ะ แม่รักลูกนะ"
"พีชก็รักแม่นะคะ"
"โมก็รักแม่กับพีชนะ" ทั้งสามคนโอบกอดกันไว้แน่น ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วห้องพักฟื้นที่เงียบงัน มันไม่ใช่แค่ความรู้สึก หากแต่เป็นแรงใจที่คอยประคองให้ทุกคนเดินผ่านช่วงเวลานี้ไปได้พร้อมกัน
หลังจากนั้นไม่นาน ลูกพีชจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเบา
"จริงสิ ช่วงนี้พีชอาจจะไม่ได้กลับมานอนกับแม่นะ ต้องออกกองไปถ่ายละคร แม่กับโมอยู่กันสองคนไปก่อนนะ"
"อย่าหักโหมนะลูก ถ้าไม่ไหวก็เอาบ้าน-"
"ไม่ค่ะแม่ พีชไหว" ลูกพีชพูดแทรกขึ้นมาทันควัน หนักแน่นพอจะหยุดคำพูดที่ไม่อยากทำ
เพราะตอนนี้ทุกอย่างเริ่มคลี่คลายลงแล้ว เงินค่าผ่าตัดครบถ้วน โอกาสในงานก็มาพร้อมเงื่อนไขที่ต้องยอมรับ เธอต้องไปอยู่ในที่ที่เขาจัดไว้ให้ ห้ามมีแฟนหรือพันธะกับใคร และหากเขาต้องการตัวเมื่อไร เธอก็ต้องไปหา จนกว่าจะครบสองเดือน…
สัญญาการเป็นผู้หญิงของมาเฟียจึงจะสิ้นสุดลง
"เชิญครับ" ลูกพีชก้าวตามมือที่ผายเชิญเข้าไปในห้องสวีทของโรงแรมหรูที่บานประตูเพิ่งปิดลงไม่นาน พื้นที่ภายในโออ่าและกว้างขวาง มีห้องครัวครบคันเหมาะสำหรับการอยู่ระยะยาว โทนสีอบอุ่น แสงไฟนวลตา และกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้สดลอยอยู่ในอากาศ ผนังกระจกใสริมระเบียงเปิดมุมมองให้เห็นสายน้ำทอดยาวสุดสายตา เป็นภาพที่เธอไม่ค่อยมีโอกาสได้พบเห็นในชีวิตนี้
"แพงน่าดูเลยนะคะ" เธอเอ่ยเสียงเบา การต้องพักอยู่ที่นี่ถึงสองเดือน คงเป็นค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยทีเดียว
"ห้องนายอยู่ข้าง ๆ ทางซ้ายครับ" มือขวาของเขาตอบเรียบ ๆ สีหน้าไม่แสดงความแปลกใจเหมือนกับเรื่องแบบนี้เป็นเพียงกิจวัตรอย่างหนึ่ง
"ค่ะ" อย่างน้อยก็ไม่ได้ต้องอยู่ในห้องเดียวกัน เธอจึงพอจะมีพื้นที่ให้หายใจของตัวเองบ้าง หลังจากเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน และการที่เขาสั่งให้ลูกน้องพาเธอไปฉีดยาคุม พร้อมเหตุผลที่ฟังดูเรียบง่ายว่าเขาไม่อยากให้มีอะไรมาเป็นเงื่อนไขคั่นกลางระหว่างความรู้สึกของคนสองคน มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เธอรับรู้ว่าเขาเป็นคนตรงไปตรงมาในเรื่องพวกนั้นมากกว่าที่เธอคิดไว้
"อันนี้นายฝากมาให้ครับ" ลูกพีชชะงักจากความคิด ก่อนจะเงยหน้ามองตามมือของภีมที่ยื่นบางสิ่งมาให้
"ให้ฉันเหรอคะ"
"ครับ คันเดียวกับที่ผมขับไปรับคุณครับ" สายตาของลูกพีชเลื่อนลงมองสิ่งที่อยู่ในมือ ก่อนจะเข้าใจเพราะมันคือกุญแจรถยนต์ และบัตรเครดิตอีกหนึ่งใบ
สิ่งที่อยู่นอกเหนือจากข้อตกลงที่พวกเขาเคยพูดกันไว้
"เอ่อ…ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ มันมากเกินไป" เธอพยายามยื่นคืนให้เขา แค่ความช่วยเหลือก่อนหน้านี้ก็เกินพอแล้วสำหรับเธอ
"ผมมีหน้าที่ทำตามคำสั่งนายครับ ถ้าคุณจะปฏิเสธ โทรบอกนายเองดีกว่า ผมขอตัวก่อนนะครับ ถ้ามีอะไรติดต่อผมได้เลย" พูดจบเขาก็หันหลังจากไปทันที ทิ้งไว้เพียงหญิงสาวที่ยืนถือของอยู่ในมืออย่างยังตั้งตัวไม่ทัน ราวกับหน้าชีวิตของเธอถูกพลิกไปอีกหน้าอย่างรวดเร็ว เพียงเพราะผู้ชายคนเดียว
ลูกพีชตัดสินใจกดโทรหาต้นเหตุของเรื่องตามคำแนะนำ และไม่นานนักปลายสายก็รับสาย
"สวัสดีค่ะคุณไคเซอร์ ฉันลูกพีชค่ะ" เธอรีบแนะนำตัวก่อนเข้าเรื่อง เพราะรู้ดีว่าเวลาของเขามีค่าเพียงใด
(ครับ คุณลูกพีช) น้ำเสียงนุ่มจากปลายสายทำให้เธอเผลอยิ้ม แม้จะอยู่ในสถานะที่ไม่ควรได้รับการเอาใจใส่มากนัก แต่เขากลับพูดกับเธอด้วยความสุภาพและให้เกียรติ
"ฉันอยากขอคืนรถกับบัตรเครดิตให้คุณ ฉันรับไว้ไม่ได้จริง ๆ"
(ผมขอโทษที่ลืมถามว่าคุณขับรถเป็นไหม ถ้าอย่างนั้นผมหาคนขับรถให้ดีไหมครับ)
"ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ ฉันขับรถเป็น แต่สิ่งที่คุณให้มันมากเกินไป ฉันไม่สบายใจจะรับไว้"
(ทำไมถึงคิดว่ามากเกินไป คุณค่าของคุณมากกว่าสิ่งที่ผมให้ไปอีกนะครับ) ประโยคนั้นทำให้หัวใจเธออุ่นขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
"แต่ฉัน…"
(ถ้าคุณยังไม่สบายใจ งั้นพอหมดสัญญาค่อยคืนผมก็ได้ แบบนั้นดีไหมครับ)
"ก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ"
(ครับ ค่ำ ๆ เจอกันนะครับ) แล้วสายก็ถูกตัดไป เหลือไว้เพียงรอยยิ้มบาง ๆ ที่ยังไม่จางจากริมฝีปากของใครบางคน
เพียงแค่วันเดียวลูกพีชก็เหมือนถูกดึงเข้าไปในแรงโน้มถ่วงของชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาและแววตาเจ้าเล่ห์ หากในความเจ้าเล่ห์นั้นกลับซ่อนความใจดี อบอุ่น และอ่อนโยนเอาไว้ ทุกอย่างช่างขัดแย้งจนยากจะแยกให้ออกว่าอะไรคือเขา และอะไรคือภาพลักษณ์ที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อพยายามจะปกปิดเอาไว้
...
...
"หมอนัฐรับเคสแล้วครับ" ภีมรายงานด้วยน้ำเสียงเรียบ ขณะเจ้านายรอฟังคำตอบอยู่นาน
"ว่าไงบ้าง" ไคเซอร์เงยหน้าจากกองเอกสารขึ้นมาเพียงเล็กน้อย ก่อนจะรอฟังต่อ
"โอกาสที่จะกลับมาเป็นปกติมีถึงเก้าสิบแปดเปอร์เซ็นต์ แต่อาจต้องใช้เวลาเตรียมเคสเพิ่มอีกสักสามวันก่อนเข้าผ่าตัด"
"บอกเขาไปว่ากูต้องการร้อยเปอร์เซ็นต์"
"โอเค" ภีมรับคำสั่ง ก่อนจะหมุนตัวออกไปจัดการตามนั้น
ไม่นานเขาก็กลับมาอีกครั้ง แต่สายตายังคงจับอยู่ที่คนเป็นนาย
"มีอะไรสงสัยก็ถามมา" ไคเซอร์เอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องเงยหน้ามอง เขาสัมผัสถึงสายตานั้นได้ดี
"กูเข้าใจว่ามึวใจกว้างกับผู้หญิงของมึงทุกคน แต่ก็ไม่เคยเห็นทุ่มให้ใครขนาดนี้มาก่อน" คำถามนั้นทำให้มุมปากของไคเซอร์ยกขึ้นเพียงเล็กน้อย เขาขยับตัวเอนพิงพนักโซฟาในท่าทางสบาย ๆ ความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นมาเงียบ ๆ และแทนที่จะทำให้หนักใจ กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนได้ปลดอะไรบางอย่างออกจากอก
"กูแค่อยากตอบแทนบุญคุณ"