“ซี้ด!! คุณอา โอ๊ย...ตรงนั้นคะ เบาๆ หน่อย อ่าห์...”
สาวน้อยครางเสียงแตกพร่าเพราะมือหนาทั้งบีบทั้งขยำทำเธอเจ็บตรงบริเวณใต้ท้องแขน
“ทนหน่อยสิ แป๊บเดียวก็เสร็จ”
“ก็หนูไม่เคยเจ็บแบบนี้”
“อยากทำอะไรไม่เข้าเรื่องดีนัก”
“ก็คนเป็นตะคริวนิ”
ที่ร้องให้ช่วยก็เพราะจู่ ๆ สาวน้อยเป็นตะคริวที่แขนทำให้ขยับไม่ได้ เฟรมจึงต้องมานั่งนวดให้เช่นนี้ โดยไม่เกี่ยวกับเรื่องเปิดซิงแม้แต่น้อย เฮ้อ...
“ดีขึ้นไหม”
“หายเจ็บแล้วค่ะ”
“งั้นก็ขึ้นไปนอนซะ”
“ขอบคุณนะคะอาเฟรม”
“เอาคำขอบคุณเปลี่ยนเป็นไม่ต้องมากวนผมเวลานอนจะดีกว่า”
“ค่ะ ๆ ไม่กวนก็ได้”
สาวน้อยกลับขึ้นไปนอน ไฟมืดแล้วก็หลับสนิท แต่เขานี่สิ...หลับตาก็เห็นภาพในคลิป ยิ่งตอนนึกถึงช่วงที่ได้สัมผัสผิวเต่งตึงของเด็กวัยสิบแปดด้วยแล้ว ยิ่งกระตุ้นให้ไอ้น้องชายตื่นตัว...ภายใต้ผ้าห่มนั้นเขาจับแกนกายรูดขึ้นลงอย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียง หลับตาพริ้มจินตนาการถึงกลีบอุ่น
ให้ตาย...เขาอายุสามสิบแล้ว แต่กลับต้องมาปึ๋งปั๋งราวกับเด็กชายแรกรุ่น ก็เพราะยัยนั่นเป็นตัวต้นเหตุ
เช้าต่อมา
ชายหนุ่มกำลังนอนตากแอร์เย็นสบาย...หลังจากเพิ่งข่มตาหลับไปได้แค่ไม่กี่ชั่วโมง
ตุบ!!
เฟรมต้องเบิกตาโพลง เหมือนมีบางอย่างหนักๆ ทับลงมากลางหลัง
“โอ๊ย!!” เขาร้องเสียงหลงหันกลับไปมอง จะเป็นใครล่ะ...ก็สาวน้อยเจ้าของห้องกระโดดกระแทกลงมาใส่ พลางนั่งยิ้มไร้เดียงสา
“ลงไป หลังกูหักแล้วมั้ง” เขาหงุดหงิดบวกกับความเจ็บ ทำให้ต้องสบถคำหยาบ
“ไม่หักหรอกอาเฟรม คิกๆ”
“ไม่ต้องมาขำ ลุกออกไปเลยครับคุณพินอิน”
“ค่าๆ” สาวน้อยเห็นเขาไม่สบอารมณ์ยอมลุกกลับไปนั่งบนเตียง
“เดี๋ยวหนูไปทำงานที่ร้านกาแฟนะคะ”
“เอ๊ะ! ต้องทำงานด้วยเหรอ”
“ค่ะ คุณอาจะไปกับหนูไหมหรือจะนอนเล่นที่บ้าน”
“ผมต้องตามนายจ้างไปอยู่แล้ว”
“งั้นอาบน้ำแต่งตัวกันค่ะ หรือจะอาบด้วยกันไหม หนูไม่ถือนะ”
“รีบๆ ไปอาบเลยครับอย่าให้ผมต้องเหวี่ยงคุณพินอินเข้าไป”
“คุณอาน่ารักนะคะเขินเป็นด้วย”
“ผมไม่ได้เขิน!!”
“ค่ะๆ ไม่เขินก็ไม่เขิน” หญิงสาวเดินเข้าไปในห้องน้ำ ปล่อยชายหนุ่มนั่งพับผ้าห่มและฟูกเก็บไว้มุมหนึ่งไม่ให้เกะกะทางเดิน
ขณะที่กำลังเปิดกระเป๋าเป้เพื่อหยิบชุดตัวใหม่ขึ้นมา ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก ชายหนุ่มชำเลืองมองกำลังจะเผยอปากถาม กลับต้องอ้าปากค้าง...เพราะหญิงสาวร่างอรชรออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูพันรอบอก ซึ่งพันแค่หลวมๆ จนขอบผ้าหลุดต่ำลงไปถึงกลางเต้า โผล่ให้เห็นร่องนมและเนื้อตึงอวบอิ่มขาวๆ ชวนเซ็กซี่
อึก!!
ชายหนุ่มกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ ในขณะที่จ้องหน้าอกด้วยสายตาหื่นกาม แล้วไล่สายตามองต่ำจนถึงปลายผ้าขนหนูด้านล่างที่อีกนิดเดียวจะเห็นกลีบโหนกอูม
“คุณอาค่ะ อาบน้ำต่อได้เลยนะคะ”
“....”
“คุณอา!!” เสียงเรียกทำให้ชายหนุ่มได้สติ เขาส่ายศีรษะเล็กน้อย แหงนสายตามองใบหน้าเปื้อนหยดน้ำ ผมสยายยาวเปียกชุ่มไปทั้งศีรษะ เธอดูเซ็กซี่จนเขาเกือบจะหักห้ามใจไม่อยู่ แต่ด้วยความมีสามัญสำนึกที่หลงเหลืออยู่จึงรีบลุกพรวดยืน แล้วสาวเท้าเข้าไปในห้องน้ำ ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นแชมพูที่สาวน้อยเพิ่งจะสระผมไป
เขาไม่ได้สนใจความหรูหราในห้องน้ำแม้แต่น้อย ถอดเสื้อผ้าออกหมด ก็รีบก้าวไปเปิดฝักบัวให้สายน้ำเย็นๆ ระบายความร้อนรุ่มในกาย แต่ไม่ทันแล้วเพราะท่อนใหญ่ของเขามันขยายเต็มขนาด...และใช่ว่าจะหดกลับได้ง่ายๆ จึงต้องใช้อุ้งมือช่วยบรรเทาความปวดหนึบ
แจ๊ะ! แจ๊ะ!
ชายหนุ่มหันหน้าเข้ากำแพง มือข้างหนึ่งค้ำกำแพงไว้ในระดับใบหน้า ส่วนมือข้างถนัดก็จับเจ้างูยักษ์รูดขึ้นลงไปหยุด หลับตาพริ้มจินตนาการถึงร่องอกอวบอิ่ม ผิวขาวๆ ตึงๆ จนน่าบีบ ถ้าเขาขยำหรือดูดลงไปแรงๆ รับรองเลยว่ามันจะกลายเป็นรอยสีแดง
แจ๊ะ! แจ๊ะ!
มือหนารูดสาวเร็วกว่าเดิม ไม่สนแล้วหากคนข้างนอกจะได้ยิน ถ้าเธอแอบเข้ามาตอนนี้ละก็...รับรองเลยว่าเสาหลักใหญ่จะฝังเข้าไปในตัวเธอ
อร๊างส์...
หลังจากปล่อยน้ำขาวขุ่นกระฉูดเต็มผนังแล้ว ชายหนุ่มก็ได้อาบน้ำต่อ เขาออกมาพร้อมกับชุดใหม่ เอาผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผมที่เพิ่งจะสระ ก้าวพ้นออกจากห้องน้ำปุ๊บ ผ้าในมือก็ร่วงปั๊บ เพราะข้างเตียงนั้นเห็นสาวน้อยกำลังยืนหันหลังเช็ดตัว เท้าข้างหนึ่งชันกับขอบเตียง มือข้างหนึ่งดึงขอบผ้าขนหนูเช็ดขาอ่อนข้างที่ยก สะโพกโก่งขึ้นเด้งมาทางเขา ช่างเป็นภาพเย้ายวนใจ
ยัยนี่ใช้คำว่ายั่วได้เปลืองมาก...ดีที่เมื่อครู่เพิ่งแตกมาหมาดๆ ไม่ทำให้เขามีอารมณ์อีก
ชายหนุ่มทำเมินก้มเก็บผ้าขนหนู เดินผ่านหญิงสาวเอาไปพาดไว้บนกระเป๋าเป้ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องนอนโดยไม่พูดอะไร ปล่อยสาวน้อยยืนขัดใจทำแก้มป่อง
เฟรมมายืนรอนายจ้างอยู่ตรงทางลงบันได เขามองนาฬิกาข้อมือตอนนี้เวลาเก้านาฬิกาแล้ว แต่ไม่ยักจะมีใครมาเรียกคุณหนูให้ลงไปทานมื้อเช้า
สาวน้อยแต่งตัวด้วยชุดกระโปรงสั้นสีชมพูเสื้อยืดคอกลมแขนยาวสีขาวสะพายกระเป๋าเป้ด้านหลังเดินฮัมเพลงออกมาอย่างมีความสุข พอเห็นหน้าเฟรมเธอเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงก่อนสะบัดหน้าพรืดไปทางอื่น
ยัยนี่เป็นไบโพลาร์ชัด ๆ
สาวน้อยเดินลงบันได ชายหนุ่มเดินตามหลังไปห่างๆ มาถึงห้องอาหารซึ่งว่างเปล่า...ไม่มีแม้แต่สาวใช้สักคน
ในจังหวะนั้นป้าแม่บ้านกำลังเดินผ่านห้องอาหารพอดี สาวน้อยรีบตะโกนเรียกให้เธอเข้ามา
“ป้าคะ พินอินหิวข้าว ยกอะไรมาให้กินหน่อยได้ไหม” เธอใช้คำพูดสุภาพ ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นถึงลูกสาวเจ้าของบ้านไม่จำเป็นต้องเอ่ยเช่นนั้นเลย
“ขอโทษด้วยนะคะคุณหนู คุณผู้ชายสั่งไว้ถ้าคุณหนูไม่ลงมาทานตรงเวลาก็ไม่ต้องเสิร์ฟให้ค่ะ”
“อะไรนะคะ!! คุณพ่อสั่งแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่”
“เมื่อวานค่ะ หลังจากที่คุณหนูพาแฟนเข้ามา” ป้าแม่บ้านหันไปมองชายหนุ่ม เขายืนกอดอกไม่ได้แคร์สายตาที่มองมา
“เหรอคะ งั้นพินอินไปกินข้างนอกก็ได้ ไปกันเถอะค่ะที่รัก”
สาวน้อยเดินมาควงแขนแฟนหนุ่มแล้วพากันเดินออกมาจากบ้าน แม้แต่คนขับรถยังถูกห้ามไม่ให้ไปส่ง ทั้งคู่เลยต้องจำใจเดินออกมาจากซอยกันเอง
“คงไม่เคยคิดสินะครับว่าเป็นลูกคุณหนูแท้ๆ จะมีวันลำบากกับเขาด้วย” เฟรมเอ่ยในขณะที่เดินเคียงหญิงสาวบนฟุตบาท พ้นจากเงาต้นไม้ใหญ่ แสงแดดสาดส่องลงบนศีรษะบาง เขาก็ยกฝ่ามือบังแดดให้
หญิงสาวหยุดชะงัก แหงนมองมือหนาก่อนจะหันไปมองใบหน้าคมคาย
“อาเฟรมใจดีจังค่ะ เอามือบังให้หนูด้วย ไม่เมื่อยเหรอ”
“ก็แค่กลัวเป็นลม ผมขี้เกียจอุ้มไปถึงหน้าปากซอยน่ะครับ”
“ชิ๊!! คิดว่าเป็นห่วงซะอีก”
เธอหันมาเดินต่อ ชายหนุ่มก็ยังทำเงาให้ตลอดจนถึงที่ร่ม
แม้วันนี้จะเป็นวันอาทิตย์ แต่แท็กซี่ก็ไม่ได้เยอะมาก สาวน้อยกังวลเรื่องเวลางานมากกว่าเพราะเธอต้องเข้าตอนสิบโมงครึ่ง
“เอาไงดีคะ ไม่เห็นจะมีแท็กซี่สักคัน”
“นั่งรถเมล์ก็ได้”
“ฮะ!! หนูไม่เคยนั่งนะอาเฟรม”
“ก็ลองวันนี้ไง”
รถเมล์มาพอดี เขาเดินขึ้นรถไปก่อน หญิงสาวเดินตามหลังทำท่าทางหงึกหงักชายหนุ่มเลยหันมาคว้าท่อนแขนเล็ก ดึงตัวเธอลอยขึ้นมาจากบันไดขณะกำลังก้าวอย่างกับเป็นนุ่น หญิงสาวเหยียบพื้นรถ ยังไม่ทันยืนเต็มเท้ารถเมล์ก็ออกวิ่ง เธอซวนเซล้มไปชนอกแกร่งเข้าอย่างจัง ดีที่มือหนาคว้าเอวคอดไว้
“เป็นไรไหม”
“ไม่ค่ะ” เสียงแผ่วตอบ ไม่กล้าแหงนมองหน้าคนถาม เพราะตอนนี้หัวใจดวงน้อยกำลังเต้นแรง ไม่รู้ว่าตื่นเต้นเพราะเพิ่งเคยขึ้นรถเมล์หรือตื่นเต้นที่ได้ใกล้ชิดเขากันแน่...
“ไปนั่งด้านหลังกัน”
“ค่ะ”
ชายหนุ่มเดินนำหญิงสาวไปที่นั่งเกือบท้ายคัน เขาให้เธอเข้าไปนั่งด้านในริมหน้าต่าง ส่วนตัวเองนั่งริมนอก เพราะหัวเข่าจะได้ไม่ชนกับเบาะคนข้างหน้า
“คุณอานั่งรถเมล์บ่อยเหรอคะ”
“บ่อยมาก ก็ผมมันคนจน”
“อ๋อ...”
แก้มใสฝั่งที่ชนกับอกแกร่งยังร้อนผ่าว เพราะยังจำสัมผัสจากอกชายหนุ่มได้ ไม่คิดเลยว่าพวกผู้ชายจะมีอกแข็งขนาดนั้น หรือเพราะพวกเขานมไม่ใหญ่เหมือนพวกผู้หญิง กล้ามตรงนั้นเลยเป็นมัดๆ
ดูเราซิ...หน้าอกใหญ่ชะมัดไม่ชอบเลยแฮะ...
พินอินไม่เคยชอบหน้าอกใหญ่เทอะทะของตัวเอง เพราะเวลาสวมเสื้อยืดแล้วดูไม่น่ารัก แถมตุ๊กตาบาร์บี้ที่ตนชอบไม่เห็นจะมีคนไหนจะหน้าอกใหญ่สักคน...
เธอคิดในใจ แต่กลับใช้สองมือช้อนหน้าอกเด้งขึ้นให้กระเพื่อมหลายครั้ง จนคนข้างๆ เหลือบเห็นพอดี เขาคิดว่าเธอยั่วอีก...จึงนั่งหันหน้าตรงทำเป็นเมิน แต่สายตาคุณเขาลอบมองส้มโอเป็นระยะ ดูว่าเมื่อไหร่เธอจะหยุดยั่วสักที