ตอนที่6 สะกดรอยตาม

1734 Words
นั่งไม่ถึงห้านาที รถเมล์จอดรับผู้โดยสารอีก คราวนี้แน่นเต็มรถจนหายใจไม่ออก แต่เฟรมกลับลุกให้ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งแทน เขาไปยืนโหนราวเป็นสุภาพบุรุษ สาวน้อยนั่งอมยิ้มในความมีน้ำใจของชายหนุ่ม แต่ทว่า! “นี่ผู้ชายเสื้อแจ็กเกตสีฟ้าหล่อดีเนอะ” หญิงสาวนั่งเบาะหลังถัดจากพินอินเอ่ยกับเพื่อนอีกคน คนด้านหน้าได้ยินชัดเจน หันเสี้ยวหน้าเงี่ยหูแอบฟังเพราะพวกนั้นกำลังเอ่ยถึงคุณอาของเธอ “ใช่ๆ เขาเป็นสุภาพบุรุษมากๆ ลุกให้ผู้หญิงนั่งด้วยแหละ” “จริงเหรอ หล่อแล้วยังมีน้ำใจ” “จีบดีไหมแก อย่างน้อยเอาเบอร์โทรมาก่อน” “ใช่ๆ เดี๋ยวฉันแกล้งไปยืนข้างเขาน่ะ” “เอาเลยเพื่อนฉันสนับสนุนเต็มที” จังหวะที่คนนินทากำลังจะลุก สาวน้อยน่ารักลุกพรวดกะทันหัน เธอเบียดตัวแทบจะกระโดดข้ามขาผู้หญิงที่นั่งข้างๆ ก้าวไปยืนเคียงชายหนุ่ม “คุณอาคะ” สาวน้อยยิ้มร่า แทนที่จะจับราวรถเมล์กลับคล้องแขนกำยำไว้แทน “ลุกมาทำไม” “นั่งเมื่อย ขอหนูยืนบ้างนะคะ” “ตามใจ แต่เกาะไว้แน่นๆ ล่ะ” “ค่ะคุณอา” เธอตอบรับ แล้วหันไปแสยะยิ้มกับพวกหญิงสาวที่จะมาจีบเขาพลางสะบัดปลายผมเบาๆ บ่งบอกว่าฉันชนะ ทำให้พวกเธอไม่เข้าใกล้... การนั่งรถเมล์ไม่ใช่เพียงแค่คันเดียว ลงจากคันนี้ก็ไปต่ออีกคันซึ่งมีคนเยอะกว่าเก่า กว่าจะถึงร้านคาเฟทำเอาทั้งคู่เหนื่อยไปตามๆ กันราวกับเพิ่งไปออกรบ “ต่อไปหนูจะไม่นั่งรถเมล์แล้วนะคะ แฮ่ก ๆ” สาวน้อยบ่นขณะที่ยืนหายใจถี่เร็วด้วยความเหนื่อย ส่วนเฟรมยืนเท้าสะเอวหอบเช่นกัน หลายปีแล้วที่เขาไม่ได้ขึ้นรถเมล์ ใครจะไปคิดว่าคนจะเยอะขนาดนี้ สองคนมาถึงคาเฟในเวลาเกือบสิบเอ็ดโมง ซึ่งลูกค้าวัยทำงานกำลังต่อแถวยาวกันอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ โชคดีที่เจ้าของร้านเป็นผู้หญิงวัยสี่สิบใจดีไม่มีดุด่าสักคำ ขอแค่บอกเหตุว่าทำไมมาสายก็พอ เจ้าของร้านมาเปิดร้านรับออร์เดอร์ให้ก่อน สาวน้อยรีบไปสวมผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาล มัดผมเป็นหางม้าสูง แล้วเดินมาทำหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์รับออร์เดอร์ต่อ พินอินทำงานคล่องแคล่วไม่สมกับเป็นลูกคุณหนู เฟรมนั่งมองจากโต๊ะไกลๆ เห็นท่าทางของเธอทุกอย่าง รวมไปถึงในตู้โชว์เค้กที่มีรสชาติหลากหลายสี แต่ไม่ยักจะมีรสสตรอว์เบอร์รี ชายหนุ่มจึงเดินออกจากร้าน หายไปครึ่งชั่วโมงก็กลับมา แต่เขาเลือกเข้าทางประตูหลังเพราะรู้สึกได้ว่ามีคนเดินตามมาสักระยะแล้ว ปลอดคนก็หันขวับกลับไปประจันหน้ากับชายสวมหมวกแก๊ปสีดำ ใส่แขนยาวสีดำ ใบหน้าเหี้ยมเกียม... “มึงเป็นใคร” คนถือถุงในมือถาม เขาวางมันไว้อย่างทะนุถนอมบนกล่องพลาสติกแข็ง ก่อนจะก้าวช้าๆ เข้าไปหาคนแปลกหน้าอย่างไม่กลัว “ทำไมกูต้องบอกมึงด้วย” “นั่นสิ ไม่บอกก็ดีแล้ว เพราะกู...จะได้สนุกกับมึง” ใบหน้าหล่อเหลาแสยะยิ้มมุมปาก วิ่งพรวดเข้าไปทันที ไม่พูดพร่ำซัดหมัดลุ่น ๆ เข้าไปที่แก้มมันก่อน...แล้วชกตรงท้องไปเต็มแรง โดยที่ฝ่ายโน้นไม่ทันตั้งตัว ร่างยักษ์ทรุดไปกับพื้น เฟรมก็กระทืบซ้ำพลางระบายยิ้มสะใจ ก็เขาน่ะ...ไม่ได้ออกแรงหนักเช่นนี้มานานหลายปีแล้ว ตั้งแต่เปลี่ยนอาชีพจากทหารไปเป็นลูกน้องคนสนิทให้ภีม มันมาหาเรื่องผิดคนแล้วล่ะ... ปึก!! ปึก!! เขาไม่มีออมแรงและไม่คิดจะหยุด จนกระทั่งได้ยินเสียงมาจากด้านหลัง “สนุกมากไหมคะอาเฟรม” ชายหนุ่มจำเสียงได้ หยุดชะงักกึกค่อยๆ หันไปหาเจ้าของเสียง ซึ่งเป็นอย่างที่คิด...เธอคือเจ้านายคนใหม่ที่กำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตู จ้องเขาด้วยสายตานิ่ง ไม่มีวี่แววว่าจะกลัวหรือตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า เป็นเฟรมมากกว่า...ที่รู้สึกตกใจในท่าทางเมินเฉย ก็ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นคงกรี๊ดกร๊าดตกใจร้องหลงไปแล้ว “แค่สั่งสอนน่ะครับ” “เล่นเกือบปางตายไม่ใช่แค่สั่งสอนแล้วมั้ง” สาวน้อยเดินเข้ามาใกล้ เธอมองหน้าชายที่กองอยู่บนพื้น แล้วขมวดคิ้วมุ่ย “รู้จักเหรอ” เฟรมเห็นสีหน้าเธอจึงถาม “ค่ะ ถ้าหนูจำไม่ผิด คนนี้เป็นหนึ่งในยามที่บริษัทคุณพ่อ” “งั้นก็แสดงว่าเจตนาตามผม” “เหอะ!! คุณพ่อนะคุณพ่อ เงินก็ไม่ให้ยังคิดจะสะกดรอยตามอีก” “งั้นเราต้องแสดงให้เขาเห็นว่าหนูกับอาเฟรมสวีทกันขนาดไหน” ตัวแสบไม่เอ่ยเปล่า ใช้จังหวะที่ร่างสูงไม่ทันระวังตัว ประคองแก้มหนาให้หันมาทางตัวเอง เขย่งปลายเท้ายื่นใบหน้าขึ้นไปหาเขาหวังจะจูจุ๊บ แต่ทว่า... มือหนากลับปิดริมฝีปากเธอไว้ก่อน ทำเอาสาวน้อยช่างฝันถึงกับเสียอารมณ์ ปล่อยใบหน้าหล่อเหลาเป็นอิสระ เปลี่ยนมาปัดมือเขาออกไปจากปากตัวเอง “อาเฟรมอะ!!” “ในร้านงานยุ่งไม่ใช่หรือไง รีบเข้าไปดีกว่า” ชายหนุ่มเอื้อมไปหยิบถุงที่วางทิ้งไว้ เดินนำเข้าไปในร้านก่อน พ้นแผ่นหลังเฟรมแล้ว สาวน้อยก้าวถอยหลังไปหาชายที่นอนกองอยู่กับพื้น เธอนั่งลงยอง ๆ จ้องหน้าคนเจ็บปวดทรมานด้วยสายตาปริบ ๆ ยกมือเท้าคางในขณะที่เอียงคอ “ฝากไปบอกคุณพ่อด้วยนะคะ ว่าตอนเย็นพินอินมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” เธอส่งยิ้มหวานให้ ไม่รอให้เขาตอบ ลุกพรวดแล้วเดินกลับเข้าไปในร้าน ซึ่งตอนนี้ชายหนุ่มกำลังยืนกอดอกเอาสะโพกพิงกับหลังเคาน์เตอร์ ใกล้ ๆ เขามีเค้กสตรอว์เบอร์รีหนึ่งชิ้นบนจานวางอยู่ ดูน่ากินมาก สาวน้อยเห็นของโปรดปุ๊บ ตาลุกวาวรีบวิ่งไปหาทันที “เค้กของใครคะ” เธอถามเฟรมตาปริบๆ บวกกับยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า ตอนนี้ท้องกำลังร้องเรียกของตรงหน้า จะให้เธอทำอะไรตอนนี้ก็ยอมทั้งนั้น... “ของเธอ” “หนูเหรอ!!” ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “ที่เดินออกจากร้านไป เพื่อซื้อเค้กให้หนูเนี่ยนะ!!” “หรือจะไม่กิน?” “กินสิ ๆ อาเฟรมรู้ได้ไงว่านี่เป็นของโปรดหนู” มือเล็กรีบคว้าเค้กมาเพราะกลัวชายหนุ่มเปลี่ยนใจ “เจอกันครั้งแรกผมจำได้ว่าคุณพินอินนั่งกินเค้กอยู่” “อาเฟรมน่ารักที่สุดเลยค่ะ” “เก็บคำว่าน่ารักไว้ใช้กับตัวเองเถอะ” “เอ๊ะ!! อาเฟรมชมหนูน่ารักเหรอ” สาวน้อยเบิกตาโพลง “เปล่า...ไม่ได้ชมสักหน่อย” เฟรมเบือนหน้าหนี แต่ลอบมองใบหน้าสวยกำลังลิ้มรสเค้กด้วยสีหน้าแสนอร่อย เขาไม่อยากขัดจังหวะเธออีกจึงเดินกลับมานั่งโต๊ะเดิม ล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นฆ่าเวลา กึก!! จู่ ๆ แก้วโกโก้ร้อนก็วางตรงหน้า เขาแหงนมองคนวางที่แท้เป็นดวงหน้าจิ้มลิ้มนั่นแหละเดินมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะเพราะไม่มีลูกค้า “หนูเลี้ยงโกโก้ร้อนค่ะ หนูชงเองรับรองเลยว่าอาเฟรมไม่เคยทานที่ไหนมาก่อน” สาวน้อยส่งยิ้มแฉ่ง ไม่บอกเขาก็กินมันอยู่แล้ว เพราะนี่แหละคือของโปรดของเขา แต่ยังวางฟอร์มนิ่งไว้ “เลี้ยงอะไรกันครับ ค่ารถเมล์ยังให้ผมออกให้” “ครั้งเดียวเองอาเฟรม เดี๋ยวหนูเบิกเงินกับเจ้าของร้านล่วงหน้า จะเลี้ยงอาเฟรมเองอยากกินอะไรบอกได้เลยค่ะ” “กลายเป็นเด็กเปย์ผู้ชายไปแล้วเหรอ” “ก็เพราะเป็นอาเฟรมต่างหากล่ะ หนูถึงอยากจะเลี้ยง” “ไปทำงานเถอะครับ ผมจะนั่งรอตรงนี้” “แหมๆ ไล่เพราะเขินสินะ” “ไม่ได้เขิน!!” “ไม่เห็นต้องตะคอก ชิ๊!!” สาวน้อยกลับไปทำงานต่อ เสร็จงานเกือบหนึ่งทุ่มก็พากันเดินทางกลับบ้าน เธอเรียกแท็กซี่และเป็นคนจ่ายเอง ขากลับเลยสบายหน่อย ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ ทว่า... ภายในบ้านเต็มไปด้วยบรรยากาศอึมครึม เพราะเจ้าของบ้านกำลังนั่งรอลูกสาวที่บอกจะมาคุยธุระอยู่ในห้องนั่งเล่น สาวน้อยเกาะแขนแฟนหนุ่มเดินร่าเข้าไป ไม่แคร์สายตาตำหนิของคนเป็นพ่อแม้แต่น้อย “รอนานแล้วเหรอคะคุณพ่อ” เธอส่งรอยยิ้มสดใสให้กับคนหน้าบึ้งบนโซฟาตัวยาว “แกมีเรื่องอะไรจะคุยกับฉัน” “พินอินขอรถค่ะ” “เก่งนักก็เดินทางไปไหนมาไหนเองสิ” “คุณพ่อคะ...” สาวน้อยปรี่ไปนั่งข้างคนเป็นพ่อ เอียงศีรษะซบบ่าเขา ส่งสายตาอ้อน “คนอื่นรู้ว่าหนูเป็นลูกสาวนักธุรกิจใหญ่ แต่ให้เดินออกจากซอย นั่งรถเมล์ไปเรียน พ่อคิดดูสิคะ มันทำให้ชื่อเสียงคุณพ่อเสียหายนะ หนูเดินทางลำบากไม่เท่าไหร่หรอก แต่มีคนเอาคุณพ่อไปนินทานี่สิ หนูทำใจไม่ได้จริงๆ” “ช่างพูด” “ก็พินอินเป็นลูกคุณพ่อนิ ให้เอารถไปใช้เหมือนเดิมนะคะ” “ไม่...จนกว่าแกจะเลิกกับมัน เอามันออกไปจากบ้านฉัน” นราธิปจ้องเขม็งไปยังเฟรม ซึ่งเขากลับยืนยิ้มยียวนอยู่ที่เดิม ไม่มีคำว่าเกรงใจหรือเคารพ “นั่นแฟนพินอินนะคะคุณพ่อ พินอินไม่เลิกหรอก” สาวน้อยเอ่ยจบลุกก้าวไปเกาะแขนแฟนหนุ่ม พลางจ้องหน้าบิดาด้วยนัยน์ตาจริงจัง เป็นคำยืนยันอย่างดีว่าจะไม่ทำตามเงื่อนไขของพ่อบังเกิดเกล้า ต่อให้จะนั่งรถเมล์ก็เหอะ...แต่เรื่องอะไรจะนั่งก็ในเมื่อเธอมีสิทธิ์กับสมบัติทุกอย่างที่เป็นของมารดา “พินอินจะเอารถคันสีดำที่นั่งประจำนะคะ” “ฉันไม่มีทางอนุญาตให้แกเอารถไปใช้” “คุณพ่ออย่าลืมสิคะ ว่านั่นเป็นสมบัติของคุณแม่ พินอินมีสิทธิ์” “....” นราธิปกัดกรามแน่น ไร้ซึ่งคำพูดนอกจากจ้องลูกสาวด้วยความโกรธ “พินอินหมดเรื่องคุยแล้วขอตัวนะคะ” สาวน้อยหมุนตัวเดินควงแขนกำยำออกมา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD