ตกดึก...
“อาเฟรมคะขึ้นมานอนกับหนูบนเตียงหน่อย หนูนอนไม่หลับ” สาวน้อยเอ่ยเสียงอ้อนพลิกนอนคว่ำแกว่งเท้าสลับไปมาในขณะที่ห้องนอนมืดตื๋อ
“อะไรอีกล่ะครับ” เสียงเบื่อหน่ายตอบ เขากำลังเคลิ้มจะหลับด้วยความเหนื่อย แต่ดันถูกปลุก
“ก็ภาพตอนอาเฟรมต่อยคนนั้นยังติดตาหนูอยู่เลย”
“ไหนบอกไม่กลัว...”
“แหมมันก็ต้องผวาบ้างสิคะ ทั้งเลือดทั้งรอยช้ำเลยนะ หนูเป็นสาวน้อยน่ารักเจอเรื่องโหดร้ายไปทำใจไม่ได้หรอก”
“โอเคๆ ไม่ต้องบ่น ผมจะขึ้นไปนอนด้วยก็ได้”
ไฟในห้องนอนสว่างอีกครั้ง ชายหนุ่มจำใจต้องขึ้นไปนอนบนเตียง จัดแจงพับผ้าห่มเป็นม้วนยาวหนาๆ วางไว้ตรงกลางกั้นระยะห่างระหว่างเธอกับเขาไว้
“เอาผ้าห่มออกไม่ได้เหรอหนูอึดอัด” สาวน้อยประท้วงเพราะพื้นที่ฝั่งเธอเหลือน้อย ทีจริงเตียงหลังใหญ่ขนาดนี้ถ้าเธอเอาไอ้พวกตุ๊กตาออกจะเหลือพื้นที่นอนเพิ่มได้อีกตั้งสามสี่คน
“ไม่ครับ ถ้าอึดอัดงั้นผมจะกลับไปนอนที่เดิม”
“ก็ได้ ๆ เอาไว้ตรงนี้แหละ”
สาวน้อยทำหน้าบึ้งตึงขยับถอยไปริมเตียงอีกฝั่ง ไฟในห้องกลับมามืดตื๋อ เธอก็พลิกตัวหันไปหาชายหนุ่ม
“หนูชินแล้วนะคะที่มีอาเฟรมมานอนด้วย”
“ก็ดีครับ งั้นรีบนอนหลับเหอะ”
“แล้วถ้าครบสองปีไม่มีอาเฟรมแล้วหนูจะทำไง”
“เมื่อก่อนก็นอนคนเดียวได้ ก็แค่ทำให้เหมือนตอนนั้น”
“มันจะทำให้ชินง่ายๆ ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“ครับ คนเราก็ต้องปรับตัวให้ชินไว้”
“อาเฟรมเก่งจัง”
“....”
“อาเฟรมหลับแล้วเหรอ”
“....”
“หลับเร็วจัง”
เมื่อเขาหลับเธอจึงข่มตาหลับบ้าง โดยไม่รู้หรอกว่าชายหนุ่มแสร้งทำเป็นหลับเพราะไม่อยากคุยกับเธออีก
เช้าต่อมา
เฟรมเป็นคนตื่นก่อน เขาลุกไปอาบน้ำแต่งตัวต้อนรับวันใหม่ ออกมาจากห้องน้ำ แต่หญิงสาวบนเตียงยังนอนอ้าซ่าฉีกแข้งฉีกขาไม่สงวนท่าทีเป็นหญิง
“ตื่นๆ” เขาสะกิดขาเรียวด้วยปลายเท้า เพราะมือไม่ว่างกำลังเสยจัดแต่งทรงผม
“ขอนอนต่ออีกห้านาทีค่ะ”
“ไม่ไปโรงเรียนหรือไง”
พรึ่บ!!
สาวน้อยลืมตาตื่น หันไปเห็นเท้าเขาที่สะกิดขาเธอพอดี
“อาใช้เท้าปลุกเหรอ”
“ครับ นี่แค่สะกิดถ้ายังไม่ตื่นอีกว่าจะเหยียบแล้วล่ะ”
“อาเฟรมไม่มีมารยาท”
“ไปอาบน้ำได้แล้ว”
“ชิ๊!!” สาวน้อยลงจากเตียง เดินฮัมเพลงสากลอารมณ์ดีเข้าไปในห้องน้ำ เปิดฝักบัวพร้อมกับแหกปากร้องเพลงน่ารำคาญ...
ก๊อก! ก๊อก!
ไม่นานเสียงเคาะประตูห้องก็ดัง ชายหนุ่มเป็นคนไปเปิดประตูดูว่าใคร
“คุณผู้ชายให้มาตามคุณหนูไปทานข้าวค่ะ” ป้าแม่บ้านบอก พร้อมกับถือวิสาสะกวาดสายตามองเข้ามาในห้อง
“พินอินกำลังอาบน้ำ”
และเป็นจังหวะนรก เมื่อคนในห้องตะโกนออกมา “อาเฟรมหยิบกางเกงในไว้ให้หนูด้วย เอาสีขาวนะคะ”
ขวับ!!
ทั้งป้าทั้งเฟรมต่างเบิกตาโพลง ป้าดูตกใจมากเอามือทาบอกซ้ายไว้ สีหน้าดูผิดหวังเห็นได้ชัด ส่วนคนในห้องน้ำน่าจะรู้ว่ามีคนมา...เลยแกล้งตะโกนให้ถูกเข้าใจผิด
“อาเฟรมหาเจอไหม มันอยู่ในตู้รวมๆ กับพวกชุดชั้นในค่ะ”
คนในห้องน้ำตะโกนย้ำ เฟรมจึงรีบตัดบทกับคนหน้าประตู
“เดี๋ยวให้พินอินตามลงไปครับ”
ปั้ง!!
เขาปิดประตูใส่หน้าป้า ยืนพิงประตูห้องพร้อมกับกุมขมับ ‘จะบ้าตายกับยัยนี่’
แต่อะไรมันจะบ้ากว่านี้อีก...เพราะจู่ ๆ ประตูห้องน้ำก็แง้มออก ใบหน้าสาวสวยโผล่พ้นออกมาแค่ศีรษะ จ้องเขาพลางระบายยิ้มใสซื่อ
“คุณอามาเปิดซิงในห้องน้ำไหม น่าจะตื่นเต้นดี”
“เดี๋ยวเหอะ!! ปิดประตูกลับเข้าไปเดี๋ยวนี้”
“อาหน้าแดงแล้วนะรู้ตัวไหม”
“ยัยเด็กนี่!!” ใบหน้าคมคายขึงโกรธเด่นชัด แหย่เขาโมโหทีไรเธอยิ่งชอบใจ แต่ไม่คิดจะต่อล้อต่อเถียงต่อ เพราะกลัวเขาจะทำรุนแรงขึ้นมาจริง ๆ
“ก็ได้ๆ” เธอหนีกลับเข้าไปในห้องน้ำ รีบปิดประตูอย่างไว เร่งอาบน้ำต่อให้เสร็จ
ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตัดสินใจออกมารอหน้าห้อง เพราะไม่อยากโดนเด็กยั่ว แต่ก็ไม่คาดคิดว่าการออกมาครั้งนี้จะทำให้เจอกับใครบางคนที่ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ออกมาจากอีกห้อง ซึ่งนั่นเป็นห้องนอนของพี่ชายไม่แท้ของพินอิน
หญิงสาวแต่งตัวในชุดยูนิฟอร์มสาวใช้ กระดุมสองเม็ดบนหลุดลุ่ยเผยให้เห็นเนื้ออกอวบอิ่ม แถมยังมีรอยฟัน เดาได้ไม่ยากว่าเธอเพิ่งจะทำอะไรมา...เห็นว่าปลอดคนก็รีบจ้ำอ้าวลงไปชั้นล่าง โดยไม่เห็นเฟรมที่ยืนหลบอยู่หลังเสา
คนเห็นเหตุการณ์ไม่ติดใจอะไร...เพราะเข้าใจดีว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่มันน่าแปลกใจก็ตรงรอยฟันกับรอยแดงเถือก ทำให้รู้ว่าเพิ่งผ่านความรุนแรงและดุเดือด
ไอ้แว่นนั่นโรคจิตไหมวะ?
เฟรมฉุกคิดเรื่องกล้องที่ซ่อนไว้ในห้องสาวน้อย บางทีเรื่องนี้อาจเป็นฝีมือมัน
“คุณอาไปกินข้าวกันค่ะ” เสียงแจ้วเดินออกมาจากห้องพอดี เธอสวมใส่ชุดนักเรียนแล้วดูแปลกตา เสื้อคอปกสีขาว กระโปรงกลีบรอบสีน้ำเงินปิดถึงหัวเข่า เป็นชุดนักเรียนธรรมดาทั่วไป แต่พออยู่บนเรือนร่างสาวน้อยแล้ว มันดูเข้ากับเธอ โดยเฉพาะกระดุมเม็ดที่สองที่รั้งช่วงอกพอดี มันชวนให้อยากรู้อยากเห็นว่าภายใต้เสื้อนักเรียนนั่น ใส่บราสีอะไร?
“อาเฟรม!!” สาวน้อยตะเบ็งเสียงเพราะเห็นเขาไม่ตอบเสียที และนั่นก็ทำให้ชายหนุ่มเรียกสติกลับมาได้
“ครับๆ”
เฟรมยื่นมือดึงกระเป๋าเป้สีชมพูมาจากมือบาง สาวน้อยอมยิ้มดีใจ ก่อนจะเดินนำลงมาชั้นล่าง ตรงไปยังห้องอาหาร
น่าแปลกที่วันนี้มีแต่คุณพ่อนั่งรับประทานคนเดียว...
สาวน้อยกำลังเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวประจำ แต่เสียงคนหัวโต๊ะทักขึ้นเสียก่อน
“ฉันไม่อยากนั่งร่วมโต๊ะกับคนแปลกหน้า” จะหมายถึงใคร...ถ้าไม่ใช่เฟรม
“แต่เขาเป็นแฟนพินอินนะคะ ไม่ทานตรงนี้แล้วจะให้ไปทานที่ไหน”
“ฉันจะไปรู้เหรอ ตามใจมันสิ”
“คุณพ่อ!!”
บรรยากาศชวนน่าอึดอัด ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง วันนี้คงไม่ได้ไปโรงเรียนแน่ เฟรมคิดเช่นนั้นจึงโพล่งบอกกับพวกเขา
“เดี๋ยวผมไปกินที่ห้องครัว”
ขวับ!!
สาวน้อยหันอย่างไวไปหาเจ้าของเสียงทันที “ไม่ต้องไปหรอกค่ะ”
“ไม่เป็นไรผมไปกินที่ห้องครัวดีกว่า” เฟรมเอ่ยพร้อมกับกระพริบตาข้างหนึ่งส่งซิกให้ พินอินเถียงไม่ออก จึงพยักหน้าส่งกลับไป ชายหนุ่มจึงเดินออกจากห้องอาหารไปยังห้องครัว ระหว่างทางสำรวจดูรอบ ๆ ซึ่งไม่มีอะไรผิดปกติ...
ในห้องครัวตอนนี้มีสาวใช้เกือบห้าคนกำลังทำงานกันอย่างแข็งขัน พวกเธอเหลือบมาเห็นเฟรมแล้ว แต่ไม่มีใครอยากสนใจ ชายหนุ่มจึงเลือกคนที่ดูท่าทางจะเป็นกันเองที่สุด นั่นคือสาวใช้คนหนึ่งอายุวัยกลางคนกำลังยืนคนอะไรสักอย่างในหม้อบนเตา
“พี่สาวครับ” เขาเรียกด้วยเสียงเพราะ หล่อนหันขวับมาทันที พร้อมกับยิ้มนิดๆ ด้วยความขวยเขิน นิสัยเข้ากับคนง่ายทำให้เฟรมได้พูดคุยและสนิทกับพวกเธอได้ไม่ยาก จนยอมเล่าเรื่องความเป็นมาในคฤหาสน์ให้ฟังอย่างสนุกปาก
จนกระทั่งถึงเวลาที่คุณหนูพินอินจะไปโรงเรียนแล้ว เขาจึงขอตัวออกมา
“พี่เฟรมจ้ะ ถ้าเหงาเมื่อไหร่บอกได้นะ” สาวใช้อายุน้อยกว่าเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มให้ เธอหลงเสน่ห์ในความหล่อและการพูดเก่งของเฟรมเข้าอย่างจัง อยากรู้ว่าภายใต้เป้ากางเกงนั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร...ลีลาจะเด็ดสมกับที่มาเป็นแฟนคุณหนูหรือเปล่า?
ถ้าเป็นที่อื่นเฟรมคงสนองให้เธอแล้ว แต่ที่นี่ในบ้าน...แถมเขาต้องทำงานด้วย ลองทำอะไรเกินเลยไปสิ มีหวังชวดเงินยี่สิบล้านกันพอดี
เฟรมขับรถคันหรูสีดำมาส่งสาวน้อยที่โรงเรียน ซึ่งเธอไม่ได้นั่งเบาะหลัง แต่กลับมานั่งเบาะข้างคนขับ พร้อมกับชี้ให้เขามองโน้นมองนี่ตามที่ตนบอก ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงแสดงออกว่าตื่นเต้นกับเส้นทางไปโรงเรียน ซึ่งปกติเธอเห็นมันเช่นนี้ทุกวัน
รถหรูจอดหน้าโรงเรียน เพื่อนสาวสามถึงกับตกใจ เพราะวันนี้พินอินนั่งโซนเบาะหน้า แถมประตูฝั่งคนขับเปิดออกมาเผยให้เห็นชายหนุ่มหน้าตาดี ไม่สิ! เรียกว่าหล่อก็ว่าได้ ทำเอาสามสาวตกตะลึง...
“นี่พวกเธอจะจ้องกันอีกนานไหม” พินอินร้องท้วงทำให้เพื่อนสามคนได้สติ หันขวับกลับมาหาเจ้าของเสียงทันที
“พี่คนหล่อนี่ใครเหรอพินอิน”
“แฟนฉันเอง”
“แฟน!!” ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าเพื่อนมีแฟนกำมะลอ แต่ก็ไม่คิดว่าจะหล่อราวเทพบุตรขนาดนี้ สามสาวจูงมือพินอินมากลางวงรวมหัวกันเอ่ยเบา ๆ
“เขาหล่อนะ”
“ไปหามาจากไหนพินอิน”
“พี่เขาชื่ออะไรเหรอ”
คำถามรัว ๆ ทำให้พินอินไม่พอใจ ก็ไม่รู้จะตอบอันไหนก่อนดี จึงผลักพวกเธอออกห่าง ก้าวกลับไปหาแฟนหนุ่มที่กำลังสอดสายตามองเข้าไปในโรงเรียน สำรวจดูลาดเลา...
“คุณอากลับไปเถอะค่ะ หลังโรงเรียนเลิกค่อยมารับหนู”
“ครับ”
ชายหนุ่มรับคำสั่งแล้วก็ขับรถจากไป เพื่อนทั้งสามก็รีบเข้ามาถามพินอินต่อ ราวกับเป็นผู้ต้องหาถูกสอบสวน
“เธอจะให้เขาเปิดซิง!!”
“ใช่อะดิ พวกเธอบอกเราแบบนั้นเองนะ”
“พวกเราแค่พูดเล่น”
“เราคิดจริงไปแล้ว” สาวน้อยทำหน้ามั่นใจ
“ว่าแต่เสียซิงยัง” แอลลี่โพล่ง
“ยัง ๆ”
“น้องนุ่มนิ่มเป็นไงล่ะ เล่าให้ฟังหน่อย” กิ่งถามต่อ
“น้องนุ่มนิ่ม?” คิ้วได้รูปย่นเข้าหากัน พินอินไร้เดียงสาแม้กระทั่งสิ่งที่เพื่อนถามยังไม่รู้เลย ในใจคิดว่าเป็นสัตว์เลี้ยงอะไรสักอย่างที่กำลังฮิตด้วยซ้ำ
“ด้านในเป้ากางเกงไง พวกผู้ชายเขามีน้องนุ่มนิ่มกันคนละขนาดด้วยนะ ของแฟนพินอินเป็นยังไง เคยเห็นไหม”
“กิ่ง!! ถามอะไรของเธอ พินอินบอกไปแล้วนิว่ายังไม่ได้เปิดซิง” แอลลี่หันไปหยิกแขนกิ่งให้หยุด เพราะหล่อนถามละลาบละล้วงเกินไป อีกอย่างดูจากสีหน้าฉายแววสงสัยของพินอินแล้ว เป็นคำตอบอย่างดีว่าเธอยังไม่มีอะไรเกินเลยกับผู้ชายคนนั้น
“ก็นอนห้องเดียวกันน่าจะเห็นน้องนุ่มนิ่มบ้างไม่ใช่เหรอ เราถามอะไรผิด” กิ่งแย้งแอลลี่ทันที
“เรายังไม่เคยเห็น” พินอินตอบความจริงด้วยน้ำเสียงเศร้า
“ในเมื่อไม่เคยเห็น ก็แอบดูของเขาสิ แล้วมาบอกพวกเราว่าหน้าตาเป็นไง” ปลาวาฬเสริม
“จริงด้วย ถ้าเราขออาเฟรมต้องให้ดูอยู่แล้ว” พินอินระบายยิ้มสดใส ผิดกับเพื่อนสามคนที่กำลังลอบยิ้ม เพียงเพราะคิดว่าสาวน้อยไร้เดียงสากำลังจะแตกฉานเรื่องอย่างว่ากับเขาเสียที...