Vanquish love-(Rome+linen) 2

2117 Words
Changes -2 ลินินกดมือถือต่อสายโทรหารายชื่อคนสนิท ซึ่งไม่นานทางปลายสายก็กดรับโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว "ฮัลโล..คิดยังไงโทรหาฉันก่อน" มารค์เอ่ยถามออกมาเพราะปกติเขาจะเป็นฝ่ายโทรหาลินินก่อนตลอด "โทรหาก่อนไม่ได้เหรอไง"ลินินพูดน้ำเสียงติดงอนเพื่อนชายคนสนิท "แค่จะบอกว่าพ่อจะส่งฉันไปเรียนต่อที่ไทย" ลินินบอกเรื่องราวของตัวเอง อย่างน้อยอยู่เมืองไทยเธอก็มีคนสนิทที่ไว้ใจได้คนนึง ["อืม..มาอยู่มอ.เดียวกันกับฉันก็ได้"] "ได้สิ.."ลินินตอบกลับคนปลายสายแล้วว่าต่อ "เออมาร์ครบกวนอีกเรื่องนึงสิ" ["ว่ามา.."]น้ำเสียงทุ้มกล่าวเพียงสั้นๆ "เรื่องที่อยู่ของฉันเอง..อยากได้คอนโดแบบส่วนตัวมีทุกอย่างครบวงจร" เธอเอ่ยความต้องการกับเพื่อนหนุ่มคนสนิท ["ได้สิ..เดี๋ยวฉันจัดการให้"] "โอเครบาย ฝันดีนะมาร์ค" หลังจากว่างสายเสร็จ ร่างบอบบางในชุดนอน เดินมาตรงหัวเตียง หยิบกระปุกยานอนหลับขึ้นมาจ้องมอง เนื่องจากเธอเป็นโรคนอนไม่หลับแล้วชอบสะดุ้งตื่นกลางดึกเธอจะพยายามไม่ใช้ยาแต่ไม่เป็นผลทำให้เธอต้องกินมันทุกค่ำคืนอยู่เรื่อยไป @สตูดิโอ ในขณะที่ลินินถ่ายแบบเสร็จแล้ว กำลังเตรียมตัวทีาจะกลับบ้าน "เออ..น้องลินินขา..หนูจะไปเรียนต่อที่เมืองไทยจริงๆเหรอคะ?" "ใช่ค่ะพี่ดาวนี่" ลินินตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม เธอรู้ว่าตั้งแต่เข้าวงการมาดาวนี่เป็นคนจริงใจคนหนึ่งเหมือนกัน "พี่เสียดายหนูมาก..กำลังดังเป็นพุแตกเลย"ดาวนี่ทำสีหน้าอาลัยอาวรณ์หญิงสาวมากมาย ลินินยิ้มให้ผู้จัดการ ไม่ได้พูดอะไรออกไป "ไว้มีวันหยุดยาวๆกลับมารับงานที่นี่บ้างนะคุณน้อง" ดาวนี่กล่าวยิ้มๆ "ค่ะ" ฉันตอบรับก่อนจะมีเสียงนึงแทรกขึ้นมา "สาวน้อยครับ" ดีแลน ดาราชื่อดังสเปนเดินเข้ามาทัก "ถ้าไม่รังเกียจ รบกวนทานข้าวด้วยกันซักมื้อสิครับ" "ได้ค่ะ..ฉันกำลังหิวพอดีเลย..งั้นเจอกันที่ร้านอาหารเลยนะคะ" ลินินเอ่ยพลางหันมาร่ำลาผู้จัดการ "พี่ดาวนี่คะ นินกลับก่อนนะคะ..แล้วเจอกันแฟชันโชว์ค่ะ" "คร้า..คุณน้อง..แฟชั่นWeekสุดท้ายของคุณน้องแล้วด้วยสิ "ลินินเดินเข้าไปกอดผู้จัดการด้วยใจที่รู้สึกหายอยู่ไม่น้อย @ร้านอาหาร Sobrino de Botín "ทางนี้ครับ"ลินินเดินเข้าไปตามเสียงเรียกของดีแลน โดยเข้าไปนั่งฝังตรงข้ามกับดาราหนุ่ม ซึ่งภายในร้านตกแต่งแบบพื้นเมืองสเปน เพราะเป็นร้านอาหารที่เก่าแก่ ใจจริงของลินินเธอต้องการหาเพื่อนกินข้าวก็เท่านั้น เลยยอมมาตามคำชวนของดีแลน "สาวน้อยครับ..เลือกเมนูอะไรดี?" "คะ?" ลินินที่เหม่ออยู่ในภวังค์รีบตอบ รับเมนูอาหารจากดีแลนมาเปิดดู "นินจะทานอะไรดีครับ" ดีแลยเอ่ยถามอีกครั้ง "เอาข้าวผัดสเปน เครื่องดื่มเป็นแซงเกรียค่ะ" เพื่อไม่ให้บรรยากาศในโต๊ะเงียบจนเกินไป ดีแลนจึงชวนหญิงสาวคุย "สาวน้อยเป็นลูกครึ่งไทยสเปน อาหารไทยที่ชอบคืออะไรเหรอครับ?" "ฉันไม่ค่อยทานอาหารไทยบ่อยเท่าไหร่..เลยไม่มีเมนูชอบ" เสียงนิ่งเรียบตอบ "เสียดายจัง..อาหารไทยอร่อยเยอะมากเลยครับ..พ่อของสาวน้อยเป็นคนไทยแท้ๆ นึกว่าจะรู้จักเมนํอาหารไทยเยอะ" "ตั้งแต่เด็กเขาไม่เคยทานข้าวที่บ้านค่ะ..ฉันเลยไม่ค่อยรู้จักอาหารไทยเท่าไหร่" ลินินตอบกลับด้วยรอยยิ้ม แม้ในใจจะหน่วงในความทรงจำ ผู้เป็นพ่ออย่างทินกรไม่เคยสนใจแม่กับเธอนอกจากงาน ตั้งแต่ผู้เป็นแม่เสียชีวิตเธอกินข้าวคนเดียวมาตลอด "ขอโทษนะครับที่ถามอะไรไปไม่คิด" ดีแลนกล่าวโค้งหัวให้ลินิน "ไม่ได้โกรธอะไรคุณดีแลนหรอกค่ะ" ประโยคนิ่งเรียบตอบ ใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มเพียงเล็กน้อย..ทว่าดวงตากลมโตฉายแววเฉยชา "สาวน้อยดูเย็นชาจัง..อย่างนี้ผมจะจีบคุณติดไหม?" ดีแลนเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา ตัวเขานั้นอยากทำความรู้จักกับลินินให้มากขึ้น "คุณอย่าชอบฉันดีกว่า..เพราะฉันไม่ชอบมีความสัมพันธ์ลึกซึงกับใคร" ลินินพูดพลางส่งรอยยิ้มให้ดีแลน ดาราหนุ่มมีสีหน้าเจื่อนอย่างเห็นได้ชัด ยังไม่ทันไรก็โดนลินินปฏิเสธเสียแล้ว ในเวลาเดียวกันนั้น มีบุคคลที่นั่งข้างหลังติดกับโซฟาของลินิน เขาพลอยได้ฟังบทสนทนานี้ไปด้วย ร่างสูง ใบหน้าหล่อนิ่ง กำลังยกแก้วไวน์แกว่งวนไปมา โดยฝั่งตรงข้ามเขามีบอดี้การ์ดคนสนิทอย่างเตโชนั่งอยู่ด้วย "นายครับ" ระหว่างเดินทางออกจากร้านอาหารเตโชได้เอ่ยขึ้นมา "นายจะเอาคุณลินินอยู่เหรอครับ เธอดูแข็งกร้าว มั่นใจในตัวเองสูงนะครับ" โรมหันมองเตโช เสียงทุ้มตอบ"ก็แค่เด็กมีปัญหาคนนึง..ไม่ยากหรอก" การที่เขาเดินทางมาสเปนครั้งนี้ด้วยผู้เป็นพ่ออย่างวิรันขอให้มาดูงานแล้วพาเธอกลับไปพร้อมกัน แถมแม่ของเขาก็ดูจะเอ็นดูเด็กมีปัญหาคนนี้เป็นพิเศษ เหตุผลคงเป็นเพราะวิยะดาเป็นเพื่อรักกับลีน่าแม่ของลินินด้วย เขาเป็นคนไม่ชอบเด็กแต่เท่าที่สัมผัสกับการพูดคุยของลินินกับดาราหนุ่มคนนั้นในร้านอาหาร ทำให้เขารู้ว่าลินินโตกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ เธอปฏิเสธผู้ชายได้แบบฉลาด แต่ในความคิดของชายหนุ่มเด็กก็คือเด็ก ดูเธอจะมีปมเสียด้วย เช้าอีกวันที่สเปน... ในที่ประชุมบริษัท Vvr. ร่างสูงของโรมนั่งฟังการพรีเซ้นอย่างตั้งใจ ทำให้ผู้คนในที่ประชุมดูอึดอัด เหตุเพราะท่านประธานคนนี้ขึ้นชื่อว่าดุมาก หากพนักงานคนไหนทำยอดเสนอให้เขาผิดเขาก็พร้อมเรียกคุยตัวต่อตัวกับเขาได้เสมอ ซึ่งไม่ค่อยมีใครอยากเข้าห้องเย็นแห่งนั้น แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนให้เกียรติผู้อื่น เลยไม่เคยตำหนิหักหน้าพนักงานไหนในที่แจ้ง เขาจะชอบเรียกมาคุยแบบส่วนตัวมากกว่า แต่การเรียกคุยของโรม ถ้าไม่ถูกใจหรืองานผิดพลาดมากเขาให้ยื่นใบลาออกทันที "นายครับ เตโซเดินเข้ามาในห้องหลังจากโรมประชุมเสร็จ ใบหน้าหล่อที่กำลังนั่งพักสายตาอยู่ค่อยๆลืมตาขึ้นมาพร้อมเอ่ยเสียงเรียบ "มีอะไร?" "วันนี้ช่วงค่ำนายมีงานเลี้ยงเย็นที่ โรงแรมHelios Costa Tropical ครับ" "อืม" โรมตอบออกมาด้วยใบหน้านิ่งเรียบสักพักเสียงสั่นมือถือของดังขึ้นมาหน้าจอปรากฎรายชื่อผู้เป็นแม่ Rrrrrrr~ "ครับแม่" โรมกดรับสายแล้วพูดขึ้นเสียงเรียบ ("ตาโรม เจอน้องลินินแล้วใช่ไหม?") "ผมยังไม่ได้เข้าพบคุณลุงทินกรเลย อยากรีบเคลียร์งานก่อน" ("ค่ะ ดูแลน้องดีๆนะคะ..แม่เคยเห็นแต่ช่วงหนูลินินชอบ..ตอนนี้แม่ชักอย่างเจอเธอตัวเป็นแล้ว") เสียงของวิยะดาดูตื่นเต้นสุดๆ "หึ"โรมหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาเจอหญิงสาวผ่านๆก็ไม่ได้ดูน่าดึงดูดอะไรขนาดนั้น กับดูเป็นผู้หญิงที่เอาแต่ใจเสียมากกว่า ("ใช่ๆ แล้วแม่ก็เจอน้องอีกทีตอนงานศพลีน่า..ตอนนั้นน้องอายุเจ็บขวบได้มั้ง..แม่น่ะสงสารจัง..เฮ้อ") วิยะดาห้วนนึกถึงอดีต เห็นเด็กน้อยยืนร้องไห้อยู่ตรงสุสานมารดา ภาพนี้ทำให้เธอสงสารจับใจ "แค่นี้ก่อน ครับแม่ ผมต้องรีบเคลียร์งาน" โรมรีบเอ่ยตัดบทแล้วกดวางสาย รีบจัดการแฟ้มงานที่กองตรงหน้า เขาเกรงว่าจะไปงานเลี้ยงที่โรงแรมไม่ทัน @โรงแรม Helios Costa Tropical ใบหน้าของลินินถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางราคาแพง ริมฝีปากสีแดงสด เปลือกตาถูกแต่งเติมในโทนสีพีชอ่อนไม่เข้มจนเกินไป ใบหน้าสวยราวกับต้องมนต์สะกด สวมชุดเดินแบบฟินาเล่ปิดท้ายงาน แม้กระทั่งนางแบบด้วยกันก็มองว่าเธอนั้นสวย แต่ดูเย็นชาและไม่ค่อยชอบสนิทสนมกับใครสักเท่าไหร่ "เอ่อ..น้องลินินขา..พี่ดาวนี่เอาแซนด์วิชมาให้ทานรองท้องค่ะ" "ขอบคุณมากค่ะ"ลินินรับแซนด์วิช กล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้มนิดๆ "วันนี้สวยสมกับฉายานางฟ้าแห่งสเปนเลยนะคะ..วันนี้น้องลินินเดินแบบ Week สุดท้ายแล้วพี่ใจหายจัง" ดาวนี่พูดคว้าจับมือลินินมาแนบแก้ม "วันนี้นินจะทำให้เต็มที่ค่ะ" เธอบอกผู้จัดการสาวแล้วฉีกยิ้มให้น้อยๆ "ค่ะ พี่จะรอดูนะคะ คนสวยของพี่" ดาวนี่ยิ้มตอบ มองเด็กสาวด้วยความภูมิใจ ภายในงานเลี้ยง เวทียาวตกแต่งด้วยไฟสลัวๆ งานจัดเป็นแบบ Party Cocktail. เวทียาวเป็นรูปสี่เหลียมยาวมาถึงผู้ชม แขกรัญเชิญของงานนี้ ส่วนมากจะนักธุริกิจชื่อดัง และหนึ่งในนั้นคือชายหนุ่มสเปนแท้คือ แอนโตนิโต เขาเป็นนักธุรกิจไฟแรง ทั้งยังเป็นเจ้าของการจัดงานนี้ด้วย แอนโตนิโตนั้นหมายปองคิดจะจีบลินินอยู่จึงทุ่มเงินมหาศาล โรมที่ถูกรับเชิญมาในงานแห่งนี้ด้วย เดินเข้ามาในชุดสูทสีดำที่ดูสมาร์ท ข้างหลังมีบอดี้การ์ดคอยประกบเพียงสองคน "สวัสดีครับคุณโรม แอนโตนิโอเดินเข้ามาทักทายโรมอย่างมีมารยาท ถึงนัตย์ตาจะดูมีอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่ก็ตาม "ครับคุณแอนโตนิโต" โรมตอบกลับด้วยใบหน้านิ่ง "เป็นเกียรติอย่างมากครับ..ที่คุณโรมมางานเลี้ยงของธุรกิจผม..ตามสบายนะครับ..ท้ายๆจะมีแฟชั่นโชว์จากนางแบบดัง หวังว่าคุณจะอยู่ชื่นชม" แอนโตนิโตกล่าวแล้วยิ้มมุมปากให้ โรมและเตโซเลือกที่นั่งทางโซนหน้าเวที ในมือถือแก้วCocktailติดมาด้วย แสงไฟเริ่มลดระดับหรี่ลง พวกนางแบบของทางสเปนค่อยๆเรียงตัวโชว์เดินออกมาตามเพลงบรรเลง โรมมองทางเวทีด้วยแววตาเฉยๆไม่ได้มีความรู้สึกสะดุดตาพิเศษอะไร เขาจ้องมองนางแบบที่เดินโชว์ความงามออกมาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงคิวสุดท้าย ไฟส่องสลัวๆค่อยเพิ่มขึ้น บทเพลงเปลี่ยนไปจากเดิม ปรากฎร่างหุ่นอรชรของลินินที่ก้าวเดินออกมา ด้วยแววตานิ่งเฉย ใบหน้าของลินินสวยอย่างต้องมนต์สะกดราวกับเจ้าหญิงที่มีรังสีความเย็นชาแผ่มา คนทั้งงานจับจ้องเป็นสายตาเดียวกันที่นางแบบสาว ดวงตาคมของโรมนิ่งตกตะลึง จ้องมองคล้ายถูกมนต์สะกดไปชั่วขณะ แม้กระทั่งลินินเดินกลับเข้าไปแล้ว คนร่างสูงกับยังไม่มีท่าทีว่าจะหลุดออกจากภวังค์นี้ "นายครับ...นาย!" เตโซที่สังเกตอาการเจ้านาย จึงเอ่ยเรียก อาการของโรมทำให้เตโซแอบยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน "...." จนกระทั่งเดินปิดงานรอบสุดท้าย ปรากฏร่างสวยของลินินอีกครั้ง แอนโตนิโตมอบเป็นช่อดอกไม้กุหลาบสีแดงสด ให้ลินินแค่คนเดียว ทำให้เธอยิ่งเป็นจุดเด่นเข้าไปใหญ่ คนในงานจับจ้องมาที่เธอหนักกว่าเดิม รวมถึงโรมที่จ้องมองหญิงสาวที่จำใจรับช่อกุหลาบด้วยแววตาเย็นชา เวลาต่อมา ลินินเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย พร้อมกำลังเดินออกมาทาง lobby ของโรงแรม จนมาเจอกับดาวนี่ที่ยืนอยู่พอดี "พี่ดาวนี่คะ?" "คร้า คุณน้อง" "..." ลินินไม่เอ่ยพูดจาอะไร ยืนช่อกุหลาบสีแดงให้ดาวนี่ "นินให้ค่ะ..นินไม่ชอบกุหลาบ "อร้าย ขอบคุณมากนะคร้า แต่ว่าคนให้..จะเสียใจเอานะคะ" ดาวนี่ว่าด้วยหน้าเสียดายแทนหญิงสาว "เสียใจตอนนี้ยังดีกว่าเสียใจภายหน้าค่ะ นินขอตัวนะคะ" คำพูดของลินินทุกอย่าง ล้วนอยู่ในสายตาของโรมที่นั่งอยู่แถวlobbyพอดี จนกระทั่งย้ายตัวมานั่งแถว ริมสระของโรงแรม โรมนั่งจิบไวน์พลางคิดไปเรื่อยเปื่อย "อะไรที่ทำให้เด็กอย่างเธอเย็นชาได้ขนาดนี้ลินิน" โรมพึมพำพูดออกมาคนเดียว "นายครับ...พรุ่งนี้ต้องไปพบคุณทินกรที่บริษัทหรือที่บ้านครับ" เตโซเอ่ยถามผู้เป็นนายออกไป "บ้านสิ" __________________
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD