บนรถ
หลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ขนมก็นั่งนิ่งอยู่บนเบาะโดยไม่พูดอะไรอีกเลย มือเล็กวางซ้อนกันแน่นบนหน้าตัก สายตาเหม่อมองออกไปนอกกระจกเหมือนกำลังพยายามจัดการกับความรู้สึกที่ยังปั่นป่วนอยู่ในใจ
ไม่นานนัก รถของธาวินก็เลี้ยวเข้ามาจอดใต้คอนโดสูงแห่งหนึ่ง ไฟสีขาวสว่างสะท้อนพื้นปูนเรียบจนบรรยากาศดูเย็นและเงียบกว่าข้างนอก
“ลงสิ” เขาพูดสั้น ๆ
“อะ… อืม” ขนมรีบตอบ ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถแทบจะทันที
เธอยืนมองซ้ายมองขวาอย่างคนไม่คุ้นที่ เพราะไม่เคยมาแถวนี้มาก่อน ตึกสูงรอบตัวทำให้เธอรู้สึกตัวเล็กลงอย่างประหลาด
“มานี่”
เสียงของเขาดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนที่มือใหญ่จะคว้าข้อมือเธอไว้เบา ๆ แล้วดึงให้เดินตามไป ความอุ่นจากฝ่ามือนั้นทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ยอมก้าวตามอย่างเงียบ ๆ
ลิฟต์กระจกสะท้อนเงาของทั้งสองคนที่ยืนใกล้กันเกินกว่าจะทำเป็นไม่รู้สึกอะไรได้ ขนมได้แต่ยืนนิ่ง หัวใจเต้นแรงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
ไม่นานลิฟต์ก็เคลื่อนตัวขึ้นมาถึงชั้นของเขา ประตูเปิดออกพร้อมเสียงสัญญาณเบา ๆ ธาวินก้าวออกไปก่อนแล้วดึงข้อมือเธอให้ตามออกมา
ขนมเดินตามอย่างเงียบ ๆ แต่สายตากลับกวาดมองไปรอบทางเดินอย่างแปลกใจ ชั้นนี้ดูเงียบผิดปกติ พื้นหินอ่อนสะท้อนแสงไฟสีอุ่นทอดยาวไปจนสุดโถง ไม่มีเสียงคนเดินผ่าน ไม่มีแม้แต่ประตูห้องอื่นเรียงรายเหมือนคอนโดทั่วไป
เธอชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อย เมื่อสังเกตเห็นว่าทั้งชั้นมีเพียงประตูบานเดียวอยู่ปลายทาง
ความรู้สึกประหลาดแล่นผ่านเข้ามาในใจ
ทั้งตกใจ
ทั้งสงสัย
ทั้งไม่คุ้นเคยกับโลกอีกแบบที่ต่างจากบ้านไม้หลังเล็กของเธออย่างสิ้นเชิง
“จะอึ้งอีกนานไหม เข้ามา” เสียงของธาวินดังขึ้นเมื่อเขาเปิดประตูห้องแล้วหันมามอง
ขนมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบก้าวเข้าไปข้างใน
ห้องกว้างขวางโอ่อ่าจนเธอเผลอหยุดยืนอีกครั้ง เพดานสูง กระจกบานใหญ่เปิดรับวิวเมืองยามเย็น และเฟอร์นิเจอร์เรียบหรูที่ดูเป็นระเบียบทุกอย่าง
เธอกลืนน้ำลายเบา ๆ พลางหมุนตัวมองไปรอบห้องอย่างยังไม่หายอึ้ง แสงเย็นจากกระจกบานใหญ่สาดเข้ามาทำให้พื้นที่กว้างดูยิ่งโล่งและเงียบกว่าที่คิด
“นี่ห้องของนายเหรอ” เธอถามขึ้นขณะยังมองไปรอบตัว
“อืม” เขาตอบสั้น ๆ
ขนมหันกลับมามองเขาอีกครั้ง
“แล้วนายอยู่ที่นี่คนเดียวเหรอ”
“อืม” คำตอบเรียบ ๆ ทำให้เธอชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถามต่ออย่างเผลอสงสัย
“ไม่เหงาเหรอ”
ธาวินเลิกคิ้วนิดเดียว เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
“ทำไม… จะมาอยู่ด้วย?”
ขนมหน้าแดงวาบขึ้นทันที
“บะ… บ้าหรือไง ใครจะย้ายมาอยู่กับนายกัน”
คำพูดของเธอฟังดูเหมือนจะกลบเกลื่อนความประหม่าในใจ เธอรีบหันหน้าหนีแล้วเดินไปยืนใกล้กระจก มองวิวเมืองด้านล่างแทนสายตาของเขา
ห้องกว้างขวางจนเสียงฝีเท้าของเธอสะท้อนเบา ๆ ความเงียบทำให้ความรู้สึกแปลกใหม่ยิ่งชัดขึ้น เธอไม่เคยอยู่ในที่แบบนี้มาก่อน และไม่เคยอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้ในพื้นที่ส่วนตัวแบบนี้เช่นกัน
ขนมยังคงยืนมองวิวเมืองด้านนอกกระจกเงียบ ๆ แสงยามเย็นค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อน ทอดเงาของตึกสูงเรียงรายไปไกลสุดสายตา เธอเหมือนปล่อยใจให้ลอยไปกับภาพตรงหน้า จนไม่ได้สังเกตเลยว่าตอนนี้มีใครบางคนกำลังยืนอยู่ใกล้แค่ไหน
ธาวินเดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังเธอโดยไม่ส่งเสียง ร่างสูงยืนซ้อนเงาของเธอที่สะท้อนอยู่บนกระจกกว้าง พื้นที่รอบตัวดูแคบลงอย่างประหลาด แม้ห้องจะกว้างใหญ่เพียงใดก็ตาม
จังหวะที่เธอหมุนตัวหันกลับมา ขนมก็ต้องชะงักกึกทันที เพราะตอนนี้ใบหน้าของเธออยู่เพียงระดับอกของเขา ความสูงที่ต่างกันชัดเจนทำให้เธอเผลอเงยหน้ามองอย่างตกใจ
“สูงชะมัด…” เธอพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง
ยังไม่ทันจะก้าวถอย มือใหญ่ของธาวินก็ยกขึ้นกั้นไว้ด้านหนึ่ง ก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้จนเธอถอยไปชนกับกระจกบานใหญ่ด้านหลัง แผ่นหลังสัมผัสความเย็นของกระจกตัดกับความอุ่นจากร่างกายของเขาที่อยู่ตรงหน้า
เขาไม่ได้พูดอะไรเลย
สายตาคมเข้มจับจ้องเธอเหมือนกำลังตัดสินใจบางอย่างอยู่ในใจ
เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา ธาวินก็ย่อตัวลงเล็กน้อย แล้วโน้มเข้ามาใกล้จนลมหายใจของทั้งคู่ปะทะกัน
ริมฝีปากของเขาแตะลงบนปากของเธออีกครั้ง คราวนี้หนักแน่นกว่าเดิม ชัดเจนกว่าเดิม เหมือนไม่เปิดโอกาสให้เธอตั้งหลักได้ทัน
ขนมเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดออกจากอก มือเธอยกขึ้นโดยไม่รู้ตัวเหมือนจะผลัก แต่กลับชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ความเงียบในห้องกว้างถูกแทนที่ด้วยความใกล้ชิดที่ทำให้เวลารอบตัวเหมือนหยุดนิ่ง
ธาวินค่อย ๆ ดันลิ้นร้อนชุ่มของเขาเข้าไปสำรวจภายในโพรงปากของขนมอย่างไม่รีบร้อน จนสุดท้ายเธอก็ยอมเปิดรับเขา มือใหญ่ข้างหนึ่งของเขายกขึ้นคว้าเอวเล็กของเธอไว้แน่น แล้วดันร่างบางให้เข้ามาชิดชิดกับอกกว้างของเขาโดยไม่มีช่องว่าง
ขนมตัวสั่นเล็กน้อย ลมหายใจติดขัด แต่ริมฝีปากกลับตอบรับจูบของเขาอย่างแผ่วเบาโดยไม่รู้ตัว
และทันใดนั้น…
“อื้อ…” ขนมครางเบา ๆ ในลำคอ เมื่อสติค่อย ๆ กลับคืนมา เธอพยายามเบี่ยงหน้าออกเล็กน้อยเพื่อถอนจูบจากเขา
ธาวินยอมผละออกในที่สุด แต่ยังคงยืนใกล้เกินกว่าจะเรียกว่าปลอดภัย สายตาคมมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอเหมือนกำลังอ่านความรู้สึกที่เธอเองยังไม่เข้าใจ
ขนมเม้มปากแน่น มือกำชายเสื้อของตัวเองไว้โดยไม่รู้ตัว แทบไม่กล้าเงยหน้ามองเขาด้วยซ้ำ
ทว่าชั่ววินาทีต่อมา เขากลับก้มศีรษะลงมาใกล้ เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่ไหลผ่านผิวบริเวณลำคอ
ศีรษะของเขาซบลงตรงไหล่เธออย่างแผ่วเบา ก่อนที่ปลายจมูกจะไล้ผ่านซอกคอช้า ๆ เหมือนสูดกลิ่นบางอย่างที่ทำให้เขานิ่งลง
ขนมตัวเกร็งทันที หัวใจเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่อยู่ ความรู้สึกวูบไหวแล่นผ่านทั่วร่างอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ริมฝีปากของเขาแตะผิวเธอเพียงแผ่วเบา คล้ายหยอกล้อมากกว่าจะรุกเร้า บรรยากาศในห้องกว้างกลับเต็มไปด้วยความใกล้ชิดที่ทำให้เธอหายใจไม่ทั่วท้อง
“นะ… นาย ปล่อยเราก่อนได้ไหม” ขนมพูดเสียงเบา พลางพยายามย่นคอหนีอย่างเก้ ๆ กัง ๆ
แต่ธาวินกลับขยับตามเข้ามาอีก ราวกับไม่ยอมให้ระยะห่างนั้นเกิดขึ้นง่าย ๆ
“อืม…” เขาขานรับสั้น ๆ
ทว่ามือที่โอบเธอไว้ยังคงอยู่ที่เดิม
“นาย…” เธอเรียกอีกครั้ง เสียงเริ่มสั่นเล็กน้อย
“แป๊บนึง”
คำตอบเรียบ ๆ ทำให้เธอชะงักไป
ลมหายใจอุ่นของเขายังคงแตะผิวบริเวณลำคออย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ริมฝีปากจะค่อย ๆ กดลงเบา ๆ ช้า ๆ เหมือนจงใจทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้
ขนมสะดุ้งเล็กน้อย มือเผลอกำเสื้อเขาไว้โดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกวูบวาบแล่นผ่านจนหัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“นะ… นาย เราเจ็บ” ขนมพูดเสียงแผ่ว ความรู้สึกแสบวาบบริเวณลำคอทำให้เธอเผลอขมวดคิ้ว
“อืม…” เขาขานรับอีกครั้งเหมือนคนที่ได้ยิน แต่ยังไม่ยอมถอยออกในทันที
ลมหายใจของเขายังคงอุ่นร้อนใกล้ผิวเธอเกินไป จนขนมต้องยกมือขึ้นแตะไหล่เขาเบา ๆ เหมือนจะบอกให้หยุดจริง ๆ
ครั้งนี้ธาวินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะผละออกช้า ๆ สายตาคมยังมองเธอใกล้ ๆ เหมือนกำลังประเมินปฏิกิริยาของเธอ
ขนมรีบยกมือขึ้นแตะบริเวณลำคอของตัวเอง ความรู้สึกทั้งเจ็บทั้งร้อนวูบยังคงค้างอยู่ เธอเม้มปากแน่น หายใจแรงเล็กน้อยเหมือนพยายามตั้งสติ
ขนมยังคงยืนตัวเกร็งอยู่ตรงนั้นพักหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ สูดลมหายใจลึกเหมือนพยายามรวบรวมสติให้กลับมา
“หะ… ห้องน้ำอยู่ไหนเหรอ” ขนมถามขึ้นเสียงเบา สีหน้ายังดูไม่ค่อยเป็นปกติหลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่
ธาวินพยักหน้าไปทางโถงด้านในของห้อง
“ทางนู้น…”
“อ่อ… เราไปเข้าห้องน้ำนะ”
เธอพูดสั้น ๆ ก่อนจะรีบเดินออกไปทันที เหมือนอยากหาเวลาตั้งหลักให้ตัวเองสักครู่