“ใบหน้าฟ้าประทาน”

1631 Words
บรื๊นนนนนน—!! เสียงเครื่องยนต์บิ๊กไบค์คำรามกึกก้องสนั่นไปทั่วสนาม กลิ่นยางไหม้ลอยคลุ้งปะปนกับเสียงเชียร์ของผู้ชมที่ดังระงม ธงสตาร์ตสะบัดลงเพียงเสี้ยววินาที รถแข่งหลายคันก็พุ่งทะยานออกจากจุดเริ่มต้นราวกับลูกศรที่หลุดจากคันศร “เอาล่ะครับท่านผู้ชม!” เสียงพิธีกรประจำสนามดังขึ้นผ่านเครื่องขยายเสียง น้ำเสียงตื่นเต้นเร้าอารมณ์จนบรรยากาศยิ่งร้อนระอุ “ตอนนี้นักแข่งทุกคนออกตัวจากจุดสตาร์ตเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ และดูเหมือนว่ารถหมายเลขสิบเก้าจะทะยานขึ้นนำตั้งแต่โค้งแรก!” ล้อรถบดกับพื้นแทร็กอย่างดุดัน เสียงเร่งเครื่องต่อเนื่องดังเป็นจังหวะหนักแน่น ขณะที่รถแต่ละคันเบียดแย่งตำแหน่งกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ท่ามกลางสายตาผู้ชมที่จับจ้องทุกการเคลื่อนไหวด้วยหัวใจเต้นระทึก “ขนมมม!” เสียงเรียกแหลมสดใสของพี่จีจี้ ผู้จัดการสาวที่คอยหางานมาให้เธอแทบทุกครั้งที่มีโอกาส ทำให้ขนมหันไปมองทันที “คะพี่จีจี้?” เธอขานรับพลางขยับตัวเข้าไปใกล้ สีหน้ายังเต็มไปด้วยความสงสัย “เดี๋ยวตอนพิธีมอบรางวัล ขนมขึ้นไปส่งถ้วยรางวัลนะ” อีกฝ่ายบอกตรง ๆ ราวกับเป็นเรื่องปกติ ขนมชะงักไปเล็กน้อย “ขนมหรอคะ…?” “ก็ใช่น่ะสิ” จีจี้ยิ้มมุมปากอย่างพอใจ สายตากวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “วันนี้เด็กของพี่เริ่ดมาก สวยสะดุดตาจนเข้าตาคณะกรรมการหลายคน เขาเลยติดต่อมาหาพี่ ให้ขนมขึ้นไปถือถ้วยรางวัล” พูดจบ เธอก็โน้มตัวเข้ามาใกล้ กระซิบเสียงเบาข้างหู “แล้วก็…มีทิปให้แน่นอน” คำพูดนั้นทำให้หัวใจของขนมกระตุกวูบ ทั้งตื่นเต้น ทั้งประหม่า เหมือนกำลังจะก้าวเข้าไปอยู่ท่ามกลางสายตาผู้คนนับร้อยในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า “ถ้างั้นก็ได้ค่ะ” ขนมตอบรับพร้อมรอยยิ้มสดใส แววตาเปล่งประกายด้วยความดีใจที่ปิดไว้แทบไม่มิด “แหมมม… เรื่องเงินนี่เร็วเชียวนะ” จีจี้แซวพลางยกคิ้วอย่างรู้ทัน “พี่จีจี้~~” ขนมลากเสียงอ้อนเบา ๆ แก้มขึ้นสีจาง ๆ คล้ายคนถูกจับได้ว่าเขิน “เออ ๆ ก็เอาเถอะ” ผู้จัดการสาวหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย “มีเงินไว้ส่งตัวเองเรียนก็ดีแล้ว แล้วช่วงนี้เรียนเป็นไงบ้าง ไหวไหม พี่ให้งานหนักเกินไปหรือเปล่า ถ้ามันกระทบกับเรื่องเรียนก็บอกพี่ได้นะ เดี๋ยวพี่จะได้ลดงานให้” “ไม่เลยค่ะ!” ขนมรีบปฏิเสธแทบจะทันที ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ “ไม่มีปัญหาเลยค่ะ ขนมโอเคจริง ๆ พี่จีจี้อย่าลดงานหนูนะคะ ช่วงนี้หนูจำเป็นต้องใช้เงินจริง ๆ” จีจี้ถอนหายใจยาว สีหน้าฉายแววสงสารปนเอ็นดู “เห้อ… พี่ล่ะสงสารแกจริง ๆ งานก็ต้องทำ เรียนก็ต้องเรียน แถมยังต้องคอยดูยายที่บ้านอีก เหนื่อยแย่เลยนะ” เธอเอื้อมมือไปแตะไหล่ขนมเบา ๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ “แต่พี่เชื่อว่าแกจะผ่านมันไปได้ อย่าเพิ่งท้อก็แล้วกัน” คำพูดนั้นทำให้ขนมเม้มยิ้มบาง ๆ แม้ความเหนื่อยล้าจะซ่อนอยู่ลึกในดวงตา แต่ความมุ่งมั่นยังคงชัดเจนไม่เปลี่ยน . . บรื๊นนนนนนน—!! เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องสนั่นไปทั่วสนามในจังหวะที่รถบิ๊กไบค์คันหนึ่งเร่งความเร็วเฮือกสุดท้าย ตัวรถเอนต่ำเฉียดพื้นแทร็กอย่างดุดัน ก่อนจะพุ่งทะยานตัดผ่านเส้นชัยไปอย่างเฉียบขาด ลมแรงจากความเร็วพัดกระแทกจนธงตาหมากรุกปลิวสะบัดไม่หยุด เสียงเชียร์ของผู้ชมดังลั่นราวกับสนามทั้งสนามสั่นสะเทือน หลายคนลุกขึ้นยืน โบกมือ โห่ร้องด้วยความตื่นเต้น ขณะที่รถคันอื่น ๆ ยังไล่บี้ตามมาติด ๆ แบบหายใจรดต้นคอ “และแล้ว…รถหมายเลขสิบเก้าก็เข้าเส้นชัยเป็นคันแรก!” เสียงพิธีกรประกาศผ่านลำโพง น้ำเสียงเร้าใจจนแทบกลบเสียงเครื่องยนต์ที่ยังสะท้อนก้องอยู่ “ชัยชนะครั้งนี้เรียกได้ว่าหักปากกาเซียนกันเลยทีเดียวครับ!” รถผู้ชนะค่อย ๆ ผ่อนคันเร่งก่อนชะลอความเร็วลง นักแข่งยกมือขึ้นเหนือศีรษะเป็นสัญญาณแห่งชัยชนะ ท่ามกลางแสงแฟลชและเสียงปรบมือที่ยังคงดังต่อเนื่องไม่หยุด “ไปเถอะ ต้องไปเตรียมตัวแล้ว” จีจี้หันมาบอก พลางขยับตัวหลบให้ทางอย่างเร่งรีบ “โอเคค่ะ ไปนะพี่” ขนมพยักหน้ารับ ก่อนจะสูดลมหายใจลึกเหมือนรวบรวมความมั่นใจให้ตัวเอง เธอรีบเดินไปยังโซนหลังเวที มือเล็กจัดชุดให้เข้าที่อีกครั้ง เช็กทรงผมและเครื่องประดับอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความวุ่นวายของทีมงานที่กำลังวิ่งไปมา เสียงประกาศจากลำโพงยังดังต่อเนื่อง สร้างบรรยากาศตื่นเต้นกดดันจนหัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไม่นานนัก ทีมงานคนหนึ่งก็เดินเข้ามาเรียก ก่อนจะนำทางเธอไปยังบันไดขึ้นเวทีด้านข้าง แสงไฟสว่างจ้าสาดลงมาจากด้านหน้า ทำให้ขนมต้องกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับสายตา พานกำมะหยี่สีเข้มถูกส่งมาอยู่ในมือของเธอ ภายในวางเหรียญรางวัลสำหรับผู้ชนะอย่างเป็นระเบียบ แสงไฟสะท้อนผิวโลหะจนเป็นประกายวาววับ ขนมกลืนน้ำลายเบา ๆ พร้อมยกพานขึ้นประคองไว้แนบลำตัว พยายามเก็บความประหม่าไว้ภายใต้รอยยิ้มที่ถูกฝึกมาอย่างดี ก่อนจะก้าวตามทีมงานไปยังหน้าเวที ที่ซึ่งสายตานับร้อยกำลังรอจับจ้องอยู่ในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า อีกไม่ถึงสองนาที เธอก็จะต้องเดินขึ้นเวทีเพื่อนำเหรียญรางวัลไปมอบให้ผู้ชนะแล้ว แต่ปัญหาก็คือ… นักแข่งที่ได้อันดับหนึ่งยังไม่ปรากฏตัว ขนมยืนประคองพานไว้แน่น ปลายนิ้วเริ่มเย็นเฉียบโดยไม่รู้ตัว สายตากวาดมองไปรอบ ๆ อย่างลนลาน ทีมงานบางคนกำลังกระซิบคุยกันด้วยสีหน้าตึงเครียด ขณะที่เสียงพิธีกรบนเวทียังคงพูดสร้างบรรยากาศไม่ให้ช่วงเวลาว่างเงียบเกินไป หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ หนึ่งนาที… เหลือเพียงหนึ่งนาทีเท่านั้น แสงไฟหน้าเวทีสว่างจ้าจนแทบแสบตา เสียงดนตรีประกอบเริ่มดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าพิธีจะเริ่มในไม่ช้า แต่หลังเวทีกลับเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ผู้ประสานงานเดินไปมาอย่างรีบร้อน ราวกับกำลังตามหาคนที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย ขนมเม้มริมฝีปากแน่น พยายามควบคุมสีหน้าไม่ให้ความกังวลหลุดออกมา ถ้านักแข่งยังไม่มา… เธอจะต้องขึ้นเวทีไปยืนรอคนเดียวจริง ๆ งั้นเหรอ ความคิดนั้นทำให้ลมหายใจเธอสะดุดวูบ ก่อนจะเงยหน้ามองทางขึ้นเวทีอีกครั้งอย่างลังเล เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น… “เอาล่ะครับ! มาถึงช่วงเวลามอบรางวัลสำหรับผู้ชนะกันแล้วนะครับ” เสียงพิธีกรประกาศก้องไปทั่วสนาม ก่อนจะเว้นจังหวะเล็กน้อยเพื่อเรียกความตื่นเต้นจากผู้ชม “ขอเชิญผู้ชนะรถหมายเลขสิบเก้าขึ้นเวทีได้เลยครับ!” ขนมยืนตัวตรงอยู่ข้างเวที หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงของมันเอง ทันใดนั้นเธอก็เห็นร่างสูงในชุดนักแข่งสีเข้มก้าวขึ้นบันไดมาอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความนิ่งและหนักแน่นราวกับไม่สะทกสะท้านต่อสายตานับร้อยคู่ที่กำลังจับจ้องอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจคือ… เขายังไม่ยอมถอดหมวกกันน็อก กระจกสีเข้มสะท้อนแสงไฟบนเวทีวาบวับ มองไม่เห็นแม้แต่เค้าโครงใบหน้าภายใต้หน้ากากนั้น มีเพียงลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กับท่าทางสุขุมที่ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวเขาดูลึกลับขึ้นไปอีก พิธีกรหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดหยอกอย่างเป็นกันเอง “แหม… คุณหมายเลขสิบเก้าไม่ยอมถอดหมวกออก แบบนี้สาว ๆ ก็อดเห็นหน้ากันพอดีสิครับ” เขาหันไปทางนักแข่งพลางยิ้ม “พอจะถอดให้ได้ไหมครับ จะได้ถ่ายรูปออกมาหล่อ ๆ สวย ๆ หน่อย” เสียงผู้ชมบางส่วนเริ่มส่งเสียงเชียร์และโห่แซวตามไปด้วย ขณะที่ขนมยืนประคองพานเหรียญไว้แน่น สายตาเธอเผลอมองไปยังชายตรงหน้าอย่างไม่รู้ตัว จากนั้นชายคนนั้นก็ยกมือขึ้นช้า ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ถอดหมวกกันน็อกออก เส้นผมสีเข้มที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อปรกลงมาบางส่วน ใบหน้าคมคายเผยออกมาภายใต้แสงไฟบนเวที ผิวขาวจัดตัดกับรอยเหงื่อบาง ๆ ที่เกาะตามไรผมและกรอบหน้า ยิ่งทำให้เขาดูทั้งดุดันและมีเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน ขนมเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่โดยไม่รู้ตัว เธอไม่คิดเลยว่า… แค่ถอดหมวกออกก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศรอบตัวให้เงียบลงได้ขนาดนี้ ราวกับความหล่อของเขาพุ่งกระแทกสายตาคนทั้งสนามในเสี้ยววินาทีเดียว ใบหน้าหล่อเหลาคมสันราวกับถูกปั้นแต่งมาอย่างประณีต สายตาเข้มลึกใต้คิ้วได้รูปทอดมองตรงไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ กลิ่นอายความเหนื่อยล้าจากการแข่งขันกลับยิ่งทำให้เขาดูมีเสน่ห์อย่างอธิบายไม่ถูก ขนมรู้สึกว่ามือที่ประคองพานอยู่เริ่มเกร็งขึ้นเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะ เธอได้แต่บอกตัวเองในใจว่า… นี่มันหน้าตาที่ฟ้าประทานมาให้ชัด ๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD