บรื๊นนนนนน—!!
เสียงเครื่องยนต์บิ๊กไบค์คำรามกึกก้องสนั่นไปทั่วสนาม กลิ่นยางไหม้ลอยคลุ้งปะปนกับเสียงเชียร์ของผู้ชมที่ดังระงม ธงสตาร์ตสะบัดลงเพียงเสี้ยววินาที รถแข่งหลายคันก็พุ่งทะยานออกจากจุดเริ่มต้นราวกับลูกศรที่หลุดจากคันศร
“เอาล่ะครับท่านผู้ชม!”
เสียงพิธีกรประจำสนามดังขึ้นผ่านเครื่องขยายเสียง น้ำเสียงตื่นเต้นเร้าอารมณ์จนบรรยากาศยิ่งร้อนระอุ
“ตอนนี้นักแข่งทุกคนออกตัวจากจุดสตาร์ตเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ และดูเหมือนว่ารถหมายเลขสิบเก้าจะทะยานขึ้นนำตั้งแต่โค้งแรก!”
ล้อรถบดกับพื้นแทร็กอย่างดุดัน เสียงเร่งเครื่องต่อเนื่องดังเป็นจังหวะหนักแน่น ขณะที่รถแต่ละคันเบียดแย่งตำแหน่งกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ท่ามกลางสายตาผู้ชมที่จับจ้องทุกการเคลื่อนไหวด้วยหัวใจเต้นระทึก
“ขนมมม!”
เสียงเรียกแหลมสดใสของพี่จีจี้ ผู้จัดการสาวที่คอยหางานมาให้เธอแทบทุกครั้งที่มีโอกาส ทำให้ขนมหันไปมองทันที
“คะพี่จีจี้?” เธอขานรับพลางขยับตัวเข้าไปใกล้ สีหน้ายังเต็มไปด้วยความสงสัย
“เดี๋ยวตอนพิธีมอบรางวัล ขนมขึ้นไปส่งถ้วยรางวัลนะ” อีกฝ่ายบอกตรง ๆ ราวกับเป็นเรื่องปกติ
ขนมชะงักไปเล็กน้อย “ขนมหรอคะ…?”
“ก็ใช่น่ะสิ” จีจี้ยิ้มมุมปากอย่างพอใจ สายตากวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
“วันนี้เด็กของพี่เริ่ดมาก สวยสะดุดตาจนเข้าตาคณะกรรมการหลายคน เขาเลยติดต่อมาหาพี่ ให้ขนมขึ้นไปถือถ้วยรางวัล”
พูดจบ เธอก็โน้มตัวเข้ามาใกล้ กระซิบเสียงเบาข้างหู
“แล้วก็…มีทิปให้แน่นอน”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของขนมกระตุกวูบ ทั้งตื่นเต้น ทั้งประหม่า เหมือนกำลังจะก้าวเข้าไปอยู่ท่ามกลางสายตาผู้คนนับร้อยในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
“ถ้างั้นก็ได้ค่ะ” ขนมตอบรับพร้อมรอยยิ้มสดใส แววตาเปล่งประกายด้วยความดีใจที่ปิดไว้แทบไม่มิด
“แหมมม… เรื่องเงินนี่เร็วเชียวนะ” จีจี้แซวพลางยกคิ้วอย่างรู้ทัน
“พี่จีจี้~~” ขนมลากเสียงอ้อนเบา ๆ แก้มขึ้นสีจาง ๆ คล้ายคนถูกจับได้ว่าเขิน
“เออ ๆ ก็เอาเถอะ” ผู้จัดการสาวหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“มีเงินไว้ส่งตัวเองเรียนก็ดีแล้ว แล้วช่วงนี้เรียนเป็นไงบ้าง ไหวไหม พี่ให้งานหนักเกินไปหรือเปล่า ถ้ามันกระทบกับเรื่องเรียนก็บอกพี่ได้นะ เดี๋ยวพี่จะได้ลดงานให้”
“ไม่เลยค่ะ!” ขนมรีบปฏิเสธแทบจะทันที ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ
“ไม่มีปัญหาเลยค่ะ ขนมโอเคจริง ๆ พี่จีจี้อย่าลดงานหนูนะคะ ช่วงนี้หนูจำเป็นต้องใช้เงินจริง ๆ”
จีจี้ถอนหายใจยาว สีหน้าฉายแววสงสารปนเอ็นดู
“เห้อ… พี่ล่ะสงสารแกจริง ๆ งานก็ต้องทำ เรียนก็ต้องเรียน แถมยังต้องคอยดูยายที่บ้านอีก เหนื่อยแย่เลยนะ”
เธอเอื้อมมือไปแตะไหล่ขนมเบา ๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ
“แต่พี่เชื่อว่าแกจะผ่านมันไปได้ อย่าเพิ่งท้อก็แล้วกัน”
คำพูดนั้นทำให้ขนมเม้มยิ้มบาง ๆ แม้ความเหนื่อยล้าจะซ่อนอยู่ลึกในดวงตา แต่ความมุ่งมั่นยังคงชัดเจนไม่เปลี่ยน
.
.
บรื๊นนนนนนน—!!
เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องสนั่นไปทั่วสนามในจังหวะที่รถบิ๊กไบค์คันหนึ่งเร่งความเร็วเฮือกสุดท้าย ตัวรถเอนต่ำเฉียดพื้นแทร็กอย่างดุดัน ก่อนจะพุ่งทะยานตัดผ่านเส้นชัยไปอย่างเฉียบขาด ลมแรงจากความเร็วพัดกระแทกจนธงตาหมากรุกปลิวสะบัดไม่หยุด
เสียงเชียร์ของผู้ชมดังลั่นราวกับสนามทั้งสนามสั่นสะเทือน หลายคนลุกขึ้นยืน โบกมือ โห่ร้องด้วยความตื่นเต้น ขณะที่รถคันอื่น ๆ ยังไล่บี้ตามมาติด ๆ แบบหายใจรดต้นคอ
“และแล้ว…รถหมายเลขสิบเก้าก็เข้าเส้นชัยเป็นคันแรก!”
เสียงพิธีกรประกาศผ่านลำโพง น้ำเสียงเร้าใจจนแทบกลบเสียงเครื่องยนต์ที่ยังสะท้อนก้องอยู่
“ชัยชนะครั้งนี้เรียกได้ว่าหักปากกาเซียนกันเลยทีเดียวครับ!”
รถผู้ชนะค่อย ๆ ผ่อนคันเร่งก่อนชะลอความเร็วลง นักแข่งยกมือขึ้นเหนือศีรษะเป็นสัญญาณแห่งชัยชนะ ท่ามกลางแสงแฟลชและเสียงปรบมือที่ยังคงดังต่อเนื่องไม่หยุด
“ไปเถอะ ต้องไปเตรียมตัวแล้ว” จีจี้หันมาบอก พลางขยับตัวหลบให้ทางอย่างเร่งรีบ
“โอเคค่ะ ไปนะพี่” ขนมพยักหน้ารับ ก่อนจะสูดลมหายใจลึกเหมือนรวบรวมความมั่นใจให้ตัวเอง
เธอรีบเดินไปยังโซนหลังเวที มือเล็กจัดชุดให้เข้าที่อีกครั้ง เช็กทรงผมและเครื่องประดับอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความวุ่นวายของทีมงานที่กำลังวิ่งไปมา เสียงประกาศจากลำโพงยังดังต่อเนื่อง สร้างบรรยากาศตื่นเต้นกดดันจนหัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ไม่นานนัก ทีมงานคนหนึ่งก็เดินเข้ามาเรียก ก่อนจะนำทางเธอไปยังบันไดขึ้นเวทีด้านข้าง แสงไฟสว่างจ้าสาดลงมาจากด้านหน้า ทำให้ขนมต้องกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับสายตา
พานกำมะหยี่สีเข้มถูกส่งมาอยู่ในมือของเธอ ภายในวางเหรียญรางวัลสำหรับผู้ชนะอย่างเป็นระเบียบ แสงไฟสะท้อนผิวโลหะจนเป็นประกายวาววับ
ขนมกลืนน้ำลายเบา ๆ พร้อมยกพานขึ้นประคองไว้แนบลำตัว พยายามเก็บความประหม่าไว้ภายใต้รอยยิ้มที่ถูกฝึกมาอย่างดี ก่อนจะก้าวตามทีมงานไปยังหน้าเวที ที่ซึ่งสายตานับร้อยกำลังรอจับจ้องอยู่ในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
อีกไม่ถึงสองนาที เธอก็จะต้องเดินขึ้นเวทีเพื่อนำเหรียญรางวัลไปมอบให้ผู้ชนะแล้ว
แต่ปัญหาก็คือ… นักแข่งที่ได้อันดับหนึ่งยังไม่ปรากฏตัว
ขนมยืนประคองพานไว้แน่น ปลายนิ้วเริ่มเย็นเฉียบโดยไม่รู้ตัว สายตากวาดมองไปรอบ ๆ อย่างลนลาน ทีมงานบางคนกำลังกระซิบคุยกันด้วยสีหน้าตึงเครียด ขณะที่เสียงพิธีกรบนเวทียังคงพูดสร้างบรรยากาศไม่ให้ช่วงเวลาว่างเงียบเกินไป
หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
หนึ่งนาที… เหลือเพียงหนึ่งนาทีเท่านั้น
แสงไฟหน้าเวทีสว่างจ้าจนแทบแสบตา เสียงดนตรีประกอบเริ่มดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าพิธีจะเริ่มในไม่ช้า แต่หลังเวทีกลับเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ผู้ประสานงานเดินไปมาอย่างรีบร้อน ราวกับกำลังตามหาคนที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ขนมเม้มริมฝีปากแน่น พยายามควบคุมสีหน้าไม่ให้ความกังวลหลุดออกมา ถ้านักแข่งยังไม่มา… เธอจะต้องขึ้นเวทีไปยืนรอคนเดียวจริง ๆ งั้นเหรอ
ความคิดนั้นทำให้ลมหายใจเธอสะดุดวูบ ก่อนจะเงยหน้ามองทางขึ้นเวทีอีกครั้งอย่างลังเล
เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น…
“เอาล่ะครับ! มาถึงช่วงเวลามอบรางวัลสำหรับผู้ชนะกันแล้วนะครับ”
เสียงพิธีกรประกาศก้องไปทั่วสนาม ก่อนจะเว้นจังหวะเล็กน้อยเพื่อเรียกความตื่นเต้นจากผู้ชม
“ขอเชิญผู้ชนะรถหมายเลขสิบเก้าขึ้นเวทีได้เลยครับ!”
ขนมยืนตัวตรงอยู่ข้างเวที หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงของมันเอง ทันใดนั้นเธอก็เห็นร่างสูงในชุดนักแข่งสีเข้มก้าวขึ้นบันไดมาอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความนิ่งและหนักแน่นราวกับไม่สะทกสะท้านต่อสายตานับร้อยคู่ที่กำลังจับจ้องอยู่
แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจคือ… เขายังไม่ยอมถอดหมวกกันน็อก
กระจกสีเข้มสะท้อนแสงไฟบนเวทีวาบวับ มองไม่เห็นแม้แต่เค้าโครงใบหน้าภายใต้หน้ากากนั้น มีเพียงลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กับท่าทางสุขุมที่ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวเขาดูลึกลับขึ้นไปอีก
พิธีกรหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดหยอกอย่างเป็นกันเอง
“แหม… คุณหมายเลขสิบเก้าไม่ยอมถอดหมวกออก แบบนี้สาว ๆ ก็อดเห็นหน้ากันพอดีสิครับ”
เขาหันไปทางนักแข่งพลางยิ้ม
“พอจะถอดให้ได้ไหมครับ จะได้ถ่ายรูปออกมาหล่อ ๆ สวย ๆ หน่อย”
เสียงผู้ชมบางส่วนเริ่มส่งเสียงเชียร์และโห่แซวตามไปด้วย ขณะที่ขนมยืนประคองพานเหรียญไว้แน่น สายตาเธอเผลอมองไปยังชายตรงหน้าอย่างไม่รู้ตัว
จากนั้นชายคนนั้นก็ยกมือขึ้นช้า ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ถอดหมวกกันน็อกออก
เส้นผมสีเข้มที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อปรกลงมาบางส่วน ใบหน้าคมคายเผยออกมาภายใต้แสงไฟบนเวที ผิวขาวจัดตัดกับรอยเหงื่อบาง ๆ ที่เกาะตามไรผมและกรอบหน้า ยิ่งทำให้เขาดูทั้งดุดันและมีเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน
ขนมเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่โดยไม่รู้ตัว
เธอไม่คิดเลยว่า… แค่ถอดหมวกออกก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศรอบตัวให้เงียบลงได้ขนาดนี้ ราวกับความหล่อของเขาพุ่งกระแทกสายตาคนทั้งสนามในเสี้ยววินาทีเดียว
ใบหน้าหล่อเหลาคมสันราวกับถูกปั้นแต่งมาอย่างประณีต สายตาเข้มลึกใต้คิ้วได้รูปทอดมองตรงไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ กลิ่นอายความเหนื่อยล้าจากการแข่งขันกลับยิ่งทำให้เขาดูมีเสน่ห์อย่างอธิบายไม่ถูก
ขนมรู้สึกว่ามือที่ประคองพานอยู่เริ่มเกร็งขึ้นเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะ
เธอได้แต่บอกตัวเองในใจว่า…
นี่มันหน้าตาที่ฟ้าประทานมาให้ชัด ๆ