มหาวิทยาลัย…
ลานคณะในช่วงเย็นเต็มไปด้วยนักศึกษาที่เดินสวนกันไปมา เสียงพูดคุยจอแจปะปนกับเสียงล้อกระเป๋าลากบนพื้นทางเดิน
มีนาหันมามองเพื่อนอย่างสงสัย
“ขนม เดี๋ยวนี้แกไม่ได้อยู่หอแล้วเหรอ วันนั้นฉันจะแวะเข้าไปหา แต่ยามหน้าหอบอกว่าแกย้ายออกแล้ว”
ขนมชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้มกลบเกลื่อน
“อ๋อ… เออ ใช่ ๆ ลืมบอก ย้ายออกมาแล้ว กลับไปอยู่บ้าน ไปอยู่กับยาย”
“อ้าวเหรอ” มีนาทำหน้าคิด “งั้นแกส่งโลเคชั่นบ้านแกมาหน่อยสิ เผื่อวันไหนฉันจะเข้าไปหา”
ขนมรีบโบกมือทันที
“โอ๊ย… บ้านฉันมันไม่ค่อยสะดวกอะแก เล็กด้วย แล้วก็อยู่กับยาย แกอยากนัดก็ไปที่ห้องแกดีกว่าเนอะ”
มีนามองเพื่อนนิ่ง ๆ เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง ก่อนจะพยักหน้า
“อ่อ เอาแบบนั้นก็ได้”
บรรยากาศเงียบลงชั่วครู่ มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหวอยู่เหนือศีรษะ
ขนมหันมาถามต่อเหมือนอยากเปลี่ยนเรื่อง
“แล้วนี่แกจะกลับเลยป่ะ”
มือของเธอยังจับสายกระเป๋าแน่นโดยไม่รู้ตัว
เหมือนกำลังซ่อนบางอย่างเอาไว้… แม้แต่กับเพื่อนสนิทที่สุด
“อืม… ก็ว่าจะกลับเลย งั้นไปแล้วนะ” มีนาพูดพลางโบกมือ ก่อนจะหมุนตัวเดินแยกออกไปทันที
ขนมยืนมองแผ่นหลังเพื่อนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาวเหมือนยกภูเขาออกจากอก
ความโล่งใจแทรกเข้ามาเงียบ ๆ
ตอนนี้เพิ่งจะห้าโมงเย็น แสงแดดยังสว่างอยู่พอสมควร ถ้าเรียกรถกลับตอนนี้ อย่างน้อยก็คงไม่ต้องเดินในซอยตอนมืดเหมือนเมื่อคืน
เธอจึงรีบกดเรียกรถทันที
ไม่นานก็มีคนกดรับงาน
ระยะทางจากมหาวิทยาลัยไปบ้านเกือบชั่วโมง ทำให้เธอเอนตัวพิงเบาะรถอย่างอ่อนล้า ปล่อยสายตามองวิวข้างทางที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากตึกสูงเป็นบ้านเรือนเตี้ย ๆ
ทว่า…
“พี่คะ เดี๋ยวจอดตรงซอยข้างหน้าได้เลยค่ะ”
ตอนนี้รถก็มาถึงปากซอยบ้านเธอแล้ว ขนมหยิบเงินขึ้นมาจ่าย ก่อนจะกล่าวขอบคุณแล้วเปิดประตูลงจากรถ ลมเย็นยามเย็นพัดผ่านใบหน้า เธอหันไปมองทางเข้าซอยที่ทอดยาวเข้าไปด้านใน
แม้จะยังไม่มืดสนิท
แต่ความเงียบของที่นี่ก็ยังทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก ขนมกระชับสายกระเป๋า ก่อนจะเริ่มก้าวเดินเข้าไป
ทว่า…
“เลิกเรียนแล้วเหรอ?”
เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง ขนมหยุดชะงักทันที ก่อนจะหันกลับไปมองทหัวใจเธอเหมือนสะดุดวูบ เขายืนอยู่ตรงนั้นจริง ๆ
ธาวินในชุดเชิ้ตเรียบ ๆ กับกางเกงขายาวสีเข้ม ยืนพิงรถมอเตอร์ไซค์อยู่ใต้เงาต้นไม้ เหมือนเป็นภาพที่ไม่ควรมาอยู่ในซอยแบบนี้เลย
เขามาตั้งแต่เมื่อไร แล้วรู้ได้ยังไงว่าเธอจะกลับมาตอนนี้ คำถามมากมายแล่นเข้ามาในหัวพร้อมกัน
“นะ… นายมาทำอะไรที่นี่”
เธอถามออกไปอย่างงง ๆ
เขายักไหล่เล็กน้อย มือยังสอดอยู่ในกระเป๋ากางเกง
“ก็แค่แวะมา”
ขนมทำหน้าไม่เชื่อ
“แวะมา… แถวนี้เนี่ยนะ?”
“อืม” เขาตอบสั้น ๆ ก่อนจะพยักหน้าไปทางปากซอย “จะเข้าบ้านไหม เดี๋ยวเดินไปเป็นเพื่อน”
คำพูดธรรมดา แต่กลับทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอย่างประหลาด ขนมยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
ทั้งคู่เดินเข้าซอยมาได้ยังไม่ถึงสิบก้าว บรรยากาศยามเย็นเงียบกว่าตอนเมื่อวาน มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้กับเสียงฝีเท้าที่ก้าวไปพร้อมกัน
อยู่ ๆ ธาวินก็เอ่ยขึ้นมา
“ทำไมถึงมาเป็นพริตตี้”
ขนมชะงักนิดหนึ่ง ก่อนจะตอบเรียบ ๆ
“ก็… แค่อยากทำงานอะไรสักอย่าง แล้วพอดีหางานพริตตี้ได้ ก็เลยทำยาว”
เขาพยักหน้าเล็กน้อยเหมือนรับรู้ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เดินไปได้อีกสองสามก้าว จู่ ๆ เขาก็พูดขึ้นมาอีกแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
“เสาร์นี้ฉันมีแข่งรถ”
ขนมหันไปมองอย่างงง ๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ
“อ๋อ… เหรอ”
“มาเป็นพริตตี้ให้หน่อย”
ประโยคถัดมาทำให้เธอต้องหยุดเดินทันที
ขนมหันไปมองเขาเต็ม ๆ สีหน้าทั้งแปลกใจและไม่ทันตั้งตัว
“เรา… รับงานผ่านผู้จัดการ—”
เธอยังพูดไม่ทันจบ
เขาก็แทรกขึ้นมาอีกครั้ง น้ำเสียงนิ่ง แต่หนักแน่นกว่าเดิม
“ไม่ได้ถาม แล้วก็ไม่ได้ขอ… แต่บังคับ” คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบลงไปทันที
ขนมมองหน้าเขาอย่างอึ้ง ๆ
ทั้งหงุดหงิด
ทั้งงง
และลึก ๆ ก็มีความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก เธอเม้มปากแน่น ก่อนจะถามกลับเบา ๆ
“นาย… ชอบสั่งคนอื่นแบบนี้ตลอดเลยเหรอ”
ธาวินไม่ได้ตอบในทันที
เพียงมองเธอนิ่ง ๆ ก่อนจะยักไหล่เบา ๆ เหมือนไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องใหญ่
ขนมถอนหายใจเล็กน้อย รู้สึกเหมือนคุยกับกำแพงอยู่กลาย ๆ
“งั้น… เราจะลองคุยกับพี่จีจี้ก่อนแล้วกัน ปกติเขาไม่ให้เรารับงานนอก ถ้าไม่ผ่านพี่จีจี้ก่อน”
เธอพูดอย่างพยายามรักษาน้ำเสียงให้เป็นปกติ
ธาวินพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะพูดขึ้นเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา
“งั้นเอาเบอร์มา เดี๋ยวจัดการเอง”
ขนมหยุดเดินทันที คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน
“นายจะ… จัดการยังไง”
เขามองเธอเหมือนคำถามนั้นไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบาย
“ก็คุยให้”
ลมเย็นพัดผ่านทำให้ชายเสื้อเธอไหวเบา ๆ ความรู้สึกบางอย่างเริ่มปนกันยุ่งไปหมด ทั้งอึดอัด ทั้งขำ ทั้ง… ใจเต้นแรงอย่างน่าหงุดหงิด
“นายเนี่ยนะ จะไปคุยกับผู้จัดการเรา” เธอพึมพำ
“ถามมาก” ธาวินพูดสั้น ๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกจากมือของขนมไปอย่างหน้าตาเฉย นิ้วของเขากดหน้าจอไม่กี่ครั้ง จากนั้นก็ยกมันขึ้นมาตรงหน้าเธอ
ขนมยังไม่ทันตั้งตัว สายตาเผลอเหลือบมองหน้าจอ
ติ๊ด —
ระบบสแกนใบหน้าปลดล็อกทันที
เธอเบิกตากว้างเล็กน้อย
“เฮ้ย—!”
แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อ เขาก็กดโทรออกเรียบร้อยแล้ว เสียงรอสายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของซอย
ขนมยืนอึ้ง ทั้งตกใจ ทั้งหงุดหงิด ทั้งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกลากเข้าไปในอะไรบางอย่างโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
ไม่นาน ปลายสายก็รับ
ธาวินยกโทรศัพท์แนบหู สีหน้ายังคงนิ่งเหมือนเดิม
“สวัสดีครับ… ผมธาวิน” เขาพูดเรียบ ๆ ขณะที่ขนมยืนมองอยู่ข้าง ๆ หัวใจเต้นแรงแบบไม่มีเหตุผล
“คะ?” เสียงปลายสายตอบกลับมาอย่างงง ๆ
ธาวินพูดต่อทันที น้ำเสียงนิ่งเหมือนกำลังคุยเรื่องธุรกิจธรรมดา
“วันเสาร์นี้ ผมต้องการตัวขนมไปเป็นพริตตี้ส่วนตัว ผมต้องจ่ายเท่าไร”
ขนมที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับตาโต เธอรีบเอื้อมมือจะดึงโทรศัพท์คืน แต่ก็ไม่ทัน ปลายสายเงียบไปอึดใจ ก่อนจะตอบแบบยังไม่หายงง
“เอ่อ… จ้างขนมหรอคะ… ส่วนตัวหรอคะ”
“ครับ” เขาตอบสั้น ๆ
“เอ่อ… ถ้าเป็นคุณธาวิน คุณธาวินไม่ต้องจ่ายให้จีจี้ก็ได้ค่ะ คุณธาวินจ่ายกับน้องขนมโดยตรงได้เลยค่ะ”
ธาวินนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาที
“ครับ ขอบคุณครับ”
แล้วเขาก็กดตัดสายทันที ความเงียบเข้ามาแทนที่
ขนมหันไปมองเขาเต็ม ๆ สีหน้าทั้งอึ้งทั้งไม่พอใจ
“นี่นายทำอะไรของนายเนี่ย!”
ธาวินส่งโทรศัพท์คืนให้เธออย่างสบาย ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ก็เคลียร์ให้แล้ว”
คำตอบสั้น ๆ ของเขาทำให้ขนมยิ่งรู้สึกหงุดหงิดกว่าเดิม เธอยังไม่ทันจะเถียงอะไรต่อ
“วันเสาร์… เดี๋ยวมารับ”
เขาพูดเหมือนเป็นการสรุปเรื่องทั้งหมด จากนั้นก็เดินนำหน้าเธอไปเฉย ๆ
ขนมยืนมองแผ่นหลังกว้างของเขาอย่างอึ้ง ๆ เหมือนทุกอย่างถูกตัดสินไปแล้วโดยที่เธอแทบไม่ได้มีสิทธิ์ออกความเห็น
“นี่นาย…!” เธอเรียกตามอย่างไม่พอใจ ก่อนจะรีบเดินตามให้ทัน