ประตูห้องน้ำถูกปิดลงเบา ๆ ขนมหยุดยืนอยู่หน้ากระจก มือแตะบริเวณลำคอของตัวเองโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะถอนหายใจยาวเหมือนพยายามไล่ความวุ่นวายในใจออกไป
“เกือบเสียตัวแล้วไหมล่ะ… ไอขนมเอ๊ย” เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พร้อมยกมือขึ้นเคาะหน้าผากตัวเองเบา ๆ อย่างหงุดหงิด
เธอส่ายหน้ารัว ๆ เหมือนจะเรียกสติกลับมา ก่อนจะรวบผมลวก ๆ แล้วค่อย ๆ แง้มประตูห้องน้ำออกช้า ๆ
ภายในห้องเงียบกว่าที่คิด ร่างสูงของเขาไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น
ขนมก้าวออกมาอย่างระแวงเล็กน้อย
แต่ทันใดนั้น…
กึก
เสียงลูกบิดประตูห้องดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้เธอสะดุ้งและหันกลับไปมองทันที
ธาวินยืนอยู่ตรงนั้นพอดี สายตาของทั้งคู่สบกันเพียงครู่เดียว ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“คืนนี้เธอนอนในห้องนี้แล้วกัน เดี๋ยวฉันออกไปนอนข้างนอก”
พูดจบเขาก็เดินเข้าไปที่ตู้เสื้อผ้า เปิดออกแล้วหยิบผ้าห่มออกมาอย่างเป็นเรื่องปกติ
ขนมยืนนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นอย่างเกรงใจ
“จริง ๆ เราไปนอนข้างนอกก็ได้นะ เราเป็นแขก”
“นอนในนี้แหละ ข้างนอกมันหนาว อย่าเรื่องมาก” เขาตอบเรียบ ๆ
เธอเม้มปากนิดหนึ่ง
“แล้วนายจะนอนได้เหรอ มันหนาวนะ…”
เขาหันมามองเธอแวบหนึ่ง
“กำลังจะชวนให้นอนด้วย?”
ขนมหน้าแดงทันที
“ก็… ปกตินอนกับยาย มันชินแล้ว”
ธาวินหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“ก็ดี… จะได้ไม่ปวดหลัง”
คำตอบของเขาทำให้เธอพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“หิวไหม” ธาวินเอ่ยถามขึ้นขณะขณะพับผ้าห่มในมือ น้ำเสียงเรียบเหมือนถามเรื่องธรรมดา
ขนมชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า
“ก็นิดหน่อย”
เขาพยักหน้ารับสั้น ๆ เหมือนคาดไว้อยู่แล้ว จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนดูอะไรบางอย่าง
“อืม… ออกไปนั่งรอข้างนอกก่อน เดี๋ยวสั่งข้าวให้”
คำพูดของเขาไม่ได้แข็งหรืออ่อนเป็นพิเศษ แต่กลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกดูแลอยู่แบบไม่ทันตั้งตัว
ขนมยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ เดินออกไปยังโซฟาตัวใหญ่กลางห้อง ฝีเท้ายังดูเกรง ๆ เพราะไม่คุ้นกับสถานที่และเจ้าของห้องเท่าไร
เธอนั่งลงอย่างระมัดระวัง สายตามองไปรอบ ๆ ห้องกว้างที่ตกแต่งเรียบหรู แล้วเผลอถอนหายใจเบา ๆ
ไม่นานนัก เวลาก็ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เสียงกดกริ่งหน้าห้องดังขึ้นเบา ๆ ธาวินเป็นฝ่ายเดินไปเปิดประตูเอง เขารับถุงอาหารจากพนักงานส่งของ พลางควักเงินจ่ายอย่างไม่ลังเล ก่อนจะปิดประตูแล้วเดินกลับเข้ามาด้านใน
ในมือของเขามีกล่องไก่ทอดขนาดกลางกับกล่องสปาเก็ตตี้สองกล่อง กลิ่นอาหารลอยหอมฟุ้งไปทั่วห้องกว้าง
เขาวางมันลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอ
“อ่ะ กินซะ”
ขนมมองอาหารตรงหน้าอย่างแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าถาม
“แล้วนายไม่กินด้วยกันเหรอ”
ธาวินส่ายหน้าเบา ๆ
“เธอกินก่อนเลย”
พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องนอนทันที ทิ้งให้เธอนั่งอยู่ตรงนั้นกับอาหารที่ยังไม่ถูกแตะต้อง ขนมนั่งมองตามแผ่นหลังของเขาอย่างงง ๆ ก่อนจะก้มลงมองกล่องอาหารอีกครั้ง
เธอถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง
“ยังไงเราก็เป็นแขกอะเนอะ… รอเจ้าของห้องก่อนแล้วกัน คงเข้าไปไม่นานหรอกมั้ง”
ขนมเอนตัวพิงพนักโซฟา มือยังถือโทรศัพท์ไว้หลวม ๆ สายตาเหม่อมองกล่องอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า กลิ่นไก่ทอดยังลอยอวลอยู่ในอากาศ แต่เธอกลับไม่กล้าลงมือกินก่อน
เวลาเงียบ ๆ ค่อย ๆ ผ่านไป
เสียงนาฬิกาดิจิทัลที่ตั้งอยู่บนชั้นวางของเปลี่ยนตัวเลขไปทีละนาที บรรยากาศในห้องกว้างกลับนิ่งจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานสม่ำเสมอ
ขนมเริ่มขยับตัวนอนเล่น พลิกตัวไปมาบนโซฟาอย่างคนไม่รู้จะทำอะไรดี ความเหนื่อยจากทั้งวันค่อย ๆ แทรกเข้ามาโดยไม่รู้ตัว
เปลือกตาหนักขึ้นทีละนิด
ในที่สุด เธอก็เผลอฟุบหลับไปทั้งอย่างนั้น มือยังวางอยู่ใกล้กล่องอาหารที่ยังไม่ได้เปิด
.
.
อีกด้าน…
กึก…
เสียงประตูห้องนอนเปิดออกพร้อมกับร่างสูงของธาวินที่กำลังถือโทรศัพท์แนบหูเดินออกมา สีหน้าเคร่งขรึมเล็กน้อยเหมือนกำลังคุยธุระสำคัญ
“เออ รู้แล้ว” เขาตอบสั้น ๆ ขณะก้าวออกมาที่โซนรับแขก
แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นภาพตรงหน้า เขาก็ชะงัก
ขนมนอนฟุบอยู่บนโซฟาอย่างหมดแรง เส้นผมบางส่วนปกหน้าผากอย่างไม่เป็นระเบียบ กล่องอาหารที่เขาสั่งมายังวางอยู่ตรงหน้าโดยที่ไม่มีอะไรถูกแกะออกเลย
“ไอวิน ได้ยินกูไหมเนี่ย!” เสียงเพื่อนจากปลายสายดังขึ้นอย่างหงุดหงิด
ธาวินเงียบไปเสี้ยววินาที ก่อนจะพูดกลับไปเรียบ ๆ
“แค่นี้ก่อน กูมีธุระ”
พูดจบเขาก็ตัดสายทันทีโดยไม่รอฟังอะไรต่อ
เขาเดินไปนั่งลงข้างโซฟาอย่างช้า ๆ สายตาคมมองหญิงสาวที่กำลังหลับสนิทอยู่ตรงหน้า แสงไฟในห้องสะท้อนให้เห็นใบหน้าที่ดูอ่อนโยนลงเมื่อไร้การป้องกัน
เขานั่งมองเธอหลับอยู่แบบนั้นพักหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ เอื้อมมือไปแตะที่แขนแล้วเขย่าเบา ๆ
“ขนม… ขนม”
เสียงเรียกต่ำ ๆ ดังอยู่ใกล้หู ทำให้หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อย เปลือกตาค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างงัวเงีย
“อะ… อืมม~ อ้าว… ออกมาแล้วเหรอ” เธอพึมพำพลางยกมือขยี้ตาเบา ๆ
ธาวินมองเธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามตรง ๆ
“ทำไมไม่กินข้าว”
ขนมชะงักไปเล็กน้อยเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเผลอหลับไป เธอนั่งตัวตรงขึ้นช้า ๆ ก่อนจะตอบเสียงเบา
“ก็… เรารอนาย คิดว่านายจะเข้าไปแป๊ปเดียวแล้วออกมากินด้วยกัน”
คำพูดนั้นทำให้เขานิ่งไปเสี้ยววินาที
ก่อนจะพ่นลมหายใจออกเบา ๆ แล้วพูดเสียงต่ำ
“ดื้อ”
น้ำเสียงไม่ได้ดุจริง แต่เหมือนปนความเอ็นดูบางอย่างที่เจ้าตัวเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะแสดงออก เขาเลื่อนกล่องอาหารเข้ามาใกล้เธออีกนิด ราวกับบอกเป็นนัยให้เธอเริ่มกินเสียที
“เราไปเอาน้ำให้นะ ครัวอยู่ตรงนี้ใช่ไหม” ขนมถามขึ้นพลางชี้ไปทางเคาน์เตอร์ด้านใน
ธาวินเพียงพยักหน้ารับเบา ๆ โดยไม่พูดอะไร
หญิงสาวจึงรีบลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในโซนครัวอย่างเกรง ๆ สายตากวาดมองหาของใช้รอบตัวอย่างไม่คุ้นเคย เธอยืนมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเห็นแก้วน้ำวางเรียงอยู่บนชั้นข้างที่คว่ำจานและช้อน
ขนมก้าวเข้าไปหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
แต่เพราะมือยังรู้สึกเกร็งและลื่นเล็กน้อยจากความตื่นเต้น เธอจึงพลาดทำแก้วหลุดจากมือ
เพล้ง!
เสียงกระแทกแตกกระจายดังขึ้นในห้องครัวเงียบ ๆ
“โอ๊ย…” เธอร้องออกมาเบา ๆ พลางชะงักยืนอยู่กับที่ ใจหายวาบเมื่อเห็นเศษแก้วกระจัดกระจายอยู่บนพื้น
ความตกใจทำให้เธอไม่กล้าขยับตัวต่อในทันที ได้แต่ยืนมองผลงานตัวเองอย่างรู้สึกผิดอย่างแรง
“ขนม!”
เสียงเรียกของธาวินดังขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงแก้วแตก ก่อนที่ร่างสูงจะรีบก้าวเร็ว ๆ เข้ามาทางห้องครัว
ขนมที่ยังยืนชะงักอยู่กับที่รีบยกมือห้าม
“อย่าเพิ่งเข้ามานะ เดี๋ยวเหยียบแก้ว!”
น้ำเสียงของเธอฟังดูตกใจและลนลาน เพราะกลัวว่าเขาจะวิ่งเข้ามาแล้วโดนเศษแก้วบาด
ธาวินชะลอฝีเท้าลงทันที สายตามองพื้นแล้วประเมินสถานการณ์เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะก้าวเข้ามาอย่างระวังมากขึ้น
“ยืนอยู่นั่นแหละ อย่าขยับ” เขาพูดเสียงนิ่ง แต่จริงจัง
ขนมเม้มปากแน่น รู้สึกผิดจนไม่กล้าเงยหน้ามอง
เขาเดินเข้ามาใกล้โดยไม่พูดอะไร ก่อนจะก้มตัวลงแล้วออกแรงอุ้มเธอขึ้นอย่างกะทันหัน
ขนมร้องอุทานเบา ๆ ด้วยความตกใจ ร่างเล็กถูกยกตัวลอยขึ้นจากพื้นเพียงชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะพาไปวางนั่งบนเคาน์เตอร์ครัวอย่างระมัดระวัง
“ซุ่มซ่าม” เขาบ่นเสียงต่ำ ขณะกวาดสายตามองเศษแก้วที่กระจายอยู่บนพื้น
น้ำเสียงเหมือนตำหนิ แต่ท่าทีที่รีบพาเธอออกจากตรงนั้นกลับดูเหมือนความเป็นห่วงมากกว่า
ขนมนั่งนิ่งอยู่บนเคาน์เตอร์ มือกำชายเสื้อแน่นด้วยความเก้อเขิน ใบหน้าเริ่มร้อนวูบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เธอมองลงไปที่เขาซึ่งกำลังก้มเก็บเศษแก้วอย่างเงียบ ๆ ภาพนั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอย่างประหลาด