EP 4 | เธอคะ

1455 Words
“ไอ้ปั่น!” นำทัพหันไปจ้องหน้าน้องสาวของตัวเองด้วยสายตาดุดัน เขารู้ได้ทันทีว่าไอโกะคงจะถูกสอนคำศัพท์ที่ผิดมาอีกเยอะแน่ๆ เมื่อเช้าตอนที่น้ำหวานบอกว่าไอโกะนอนห้องเดียวกับน้ำปั่นเขาก็เอะใจแล้วเชียว น้ำปั่นเป็นคนที่โลกส่วนตัวสูงพอๆ กับเขา ไม่ชอบให้ใครเข้าไปวุ่นวายในห้องแม้กระทั่งน้ำหวานที่เป็นฝาแฝดก็ยังต้องขออนุญาตก่อนทุกครั้งแต่เมื่อคืนกลับชวนไอโกะไปนอนด้วย เพราะมีแผนการร้ายอยู่นี่เอง “อะไรเฮีย ปั่นก็แค่สอนเอาฮาใครจะรู้ว่ายัยสายไหมจะพูดขึ้นมาตอนนี้” น้ำปั่นแก้ตัวในขณะที่เธอยังคงพูดปนขำแต่เมื่อหันไปสบตาสายกับผู้เป็นพ่อเธอก็รีบเม้มปากตัวเองแน่นทันที “ปั่นทำไมแกล้งไอโกะแบบนี้ล่ะ ถ้าเค้าเอาไปพูดที่อื่นจะทำยังไง” น้ำหอมเอ็ดลูกสาวขี้แกล้งของตัวเองในขณะที่คนต้นเรื่องยังไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้เธอพูดอะไรผิดไป เมื่อเช้าเธอจะขอยืมที่ดัดขนตาของน้ำปั่นมาใช้แต่ไม่แน่ใจว่าภาษาไทยเรียกว่าอะไรและน้ำปั่นก็เป็นคนสอนเธอ แต่ทำไมคำศัพท์ของน้ำปั่นถึงทำให้ทุกคนบนโต๊ะอาหารมีอาการแตกตื่นขนาดนี้ “หม่าม้าคะ ดูหน้ายัยสายไหมใครๆ ก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนไทยพูดผิดพูดถูกไปบ้างไม่มีใครถือสาหรอกค่ะ” น้ำปั่นยังคงแก้ตัวด้วยท่าทางไม่ยี่หระแต่เมื่อเห็นสายตาของทุกคน เธอจึงถอนหายใจออกมาแรงๆ “เฮ้อ! ไม่สนุกเลยไปดีกว่า” รีบลุกขึ้นหนีความผิดไปอย่างไว นำทัพส่ายศีรษะกับพฤติกรรมปั่นประสาทของน้องสาวก่อนจะหันกลับมาสบตาเด็กสาวตรงหน้าพลางมองเธออย่างอ่อนใจ เขาคิดว่าภาษาไทยของเธอจะแข็งแรงมากกว่านี้เสียอีก แต่ก็เข้าใจว่าปกติเธอไม่ค่อยจะได้ใช้มัน ••××××ו• “ตอนนี้ไอโกะเรียนอะไรอยู่ลูก” น้ำหอมเอ่ยถามไอโกะซึ่งกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ข้างกันในห้องนั่งเล่น น้ำหวานกับน้ำปั่นขอตัวกลับไปคอนโดก่อนเพราะมีนัดกับเพื่อน ส่วนนำทัพยุ่งอยู่กับการต่อเติมรถบ้านของเขา “ไอโกะเรียนคณะสื่อสารมวลชนอยู่ที่มหาลัยวะเซะดะค่ะ เรียนออนไลน์” Waseda University เป็นมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่องคณะสื่อสารมวลชลไอโกะพยายามเป็นอย่างมากเพื่อสอบเข้าคณะนี้และโชคดีที่เธอสามารถเรียนออนไลน์ได้จึงทำให้ไม่ส่งผลกระทบด้านการเรียนในระหว่างที่ย้ายมาอยู่ไทยชั่วคราว “แล้วมาอยู่ที่ไทยหนูอยากทำอะไรบ้าง” “หนูอยากเรียนภาษาไทยค่ะ” ไอโกะหยิบโทรศัพท์ของเธอขึ้นมาเพื่อเปิดหน้าแฟนเพจสถาบันสอนภาษาที่เธอหาข้อมูลเอาไว้ยื่นให้ผู้เป็นป้าดู จากสถานการณ์เมื่อเช้าน้ำหอมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าเด็กสาวควรไปเรียนภาษาไทยเพิ่ม “อยากลองไปดูมั้ย” “ได้เหรอคะ อยากค่ะๆๆ” คนตัวเล็กพยักหน้ารัวๆ ด้วยความตื่นเต้น ดวงตาคู่สวยเป็นประกายขึ้นมาทุกครั้งเวลาดีใจและนั้นก็ยิ่งทำให้เธอดูน่ารักน่าเอ็นดูจนน้ำหอมอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มตาม “ได้สิจ๊ะ เดี๋ยวป้าให้พี่ทัพพาไปแล้วกันนะ” คราวนี้นอกจากดวงตาจะเป็นประกายแล้วริมฝีปากบางยังยกยิ้มจนเห็นฟันครบสามสิบสองซี่อีกด้วย น้ำหอมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาลูกชายที่ทุ่มเทเวลาว่างทั้งหมดของตัวเองในการสร้างรถบ้าน เมื่อได้ยินว่านำทัพตอบตกลงแต่ขอเวลาอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนไอโกะจึงขอตัวขึ้นไปเปลี่ยนชุดข้างบนบ้าง ตอนนี้เธอมีห้องนอนเป็นของตัวเองแล้วและเมื่อเช้าแม่บ้านก็ขนกระเป๋าเสื้อผ้าของเธอเข้ามาจัดใส่ตู้ให้เรียบร้อย “ชุดนี้ดีมั้ยนะหรือชุดนี้ดี” มือเรียวทั้งสองข้างจับไม้แขวนเสื้อมาทาบทับตัวเองอยู่หน้ากระจกหลายต่อหลายชุด ถ้าแค่ไปสมัครเรียนสถาบันสอนภาษาไทยเธอคงไม่ซีเรียสเท่านี้หรอกแต่นี่คนที่พาไปคือนำทัพคนที่เธอตั้งใจว่าจะเดินหน้าจีบเขาตามคำแนะนำของน้ำปั่นเพราะฉะนั้นเธอจะต้องสวยและดูดีตลอดเวลาในสายตาของเขา ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นหลังจากที่เวลาผ่านไปประมาณยี่สิบนาที ไอโกะสวมชุดมินิเดรสยีนสีเข้มรีบเดินมาเปิดประตูอย่างรวดเร็วเพราะคิดว่าน้ำหอมคงมาตาม “มาแล้วค่ะคุณ...พี่” ชื่อเรียกถูกเปลี่ยนไปทันทีเมื่อคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องกลับเป็นร่างสูงของนำทัพแทนที่จะเป็นน้ำหอม “เสร็จหรือยัง” เสียงเข้มเอ่ยถามพลางไล่สายตามองชุดที่คนตัวเล็กกำลังสวมใส่ ดีเทลเสื้อคล้องคอและกระโปรงที่ยาวเหนือเข่าขึ้นมาเกือบคืบทำให้นัยน์ตาคนตัวโตดุดันขึ้นอัตโนมัติจนไอโกะรู้สึกขนลุกขนชัน “เสร็จแล้วค่ะ ไอโกะขอเข้าไปเอากระเป๋าสะพายก่อนนะคะ” “รอที่รถ” พูดจบร่างสูงก็หมุนตัวเดินกลับไปทางบันไดทิ้งให้ไอโกะมองตามด้วยความสงสัยว่าเขาไปอารมณ์เสียจากที่ไหนมาหรือเปล่า นิ้วแกร่งเคาะบนพวงมาลัยระหว่างนั่งรอคนตัวเล็ก นำทัพไม่รู้ว่าเขากำลังคันยุบยิบในใจด้วยเรื่องอะไรหรืออาจจะเป็นเพราะการแต่งตัวของไอโกะที่ดูขัดกับวัฒนธรรมไทย ใช่! ต้องเป็นเพราะเรื่องนี้แน่ๆ เมื่อหยิบกระเป๋าสะพายและเตรียมเอกสารของตัวเองเรียบร้อยไอโกะก็รีบวิ่งตามลงไปทันที Honda Accord สีดำสนิทแล่นออกจากบ้านสินธปกรณ์ไปตามถนนด้วยความเงียบ ไอโกะได้แต่ลอบมองร่างสูงในตำแหน่งคนขับที่ไม่ปริปากพูดสักคำตั้งแต่เธอขึ้นมานั่งบนรถหรือว่าเขาไม่อยากจะไปส่งเธอ ไอโกะคิดว่านำทัพอาจจะพาเธอออกมาเพราะเกรงใจผู้เป็นแม่ “ถ้าคุณพี่มีธุระต้องไปทำส่งไอโกะไว้แถวนี้ก็ได้นะคะ” นำทัพขมวดคิ้วพลางปรายตามองร่างบางเล็กน้อย ประโยคของเธอสร้างความสงสัยให้เขาเต็มไปหมด “ไม่มี…แล้วทำไมเรียกคุณพี่” “ก็เป็นคำสุภาพในภาษาไทยไม่ใช่เหรอคะ เหมือนคุณลุง คุณป้า คุณน้า คุณพี่” ไอโกะตอบพร้อมรอยยิ้มหวานแต่คนฟังกลับส่ายศีรษะไปมาเบาๆ อย่างอ่อนใจ เธอควรไปสมัครเรียนที่สถาบันสอนภาษาไทยนี่แหละดีที่สุดแล้ว “ไม่ต้องเรียกคุณ” “แล้วให้เรียกอะไรเหรอคะ หรือเรียกเหี้ยเหมือนน้ำหวานน้ำปั่น” “หยุด!” นำทัพจอดรถติดไฟแดงก่อนจะหันมาจ้องคนตัวเล็กพลางหลับตาลงช้าๆ อย่างข่มอารมณ์ เขาไม่เข้าใจเลยว่าเธอพูดไทยไม่ค่อยชัดแต่คำทะลึ่งหรือคำด่าทำไมถึงชัดเจนทุกวรรณยุกต์ “งั้นอยากให้ไอโกะเรียกว่าอะไรเหรอคะ” ไอโกะยื่นหน้าเข้าไปถามตาแป๋ว เธออาศัยจังหวะนี้พิจารณาใบหน้าหล่อเหลาของเขาใกล้ๆ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำของตัวเองกำลังปลุกเสือจำศีลให้ตื่นตัว ใบหน้าจิ้มลิ้มของไอโกะทำให้นำทัพเกิดอาการมันเขี้ยวอย่างบอกไม่ถูก เขาอยากจะตะปบแก้มป่องๆ ของคนตรงหน้า ยิ่งริมฝีปากบางสีชมพูที่กำลังระบายยิ้มยิ่งทำให้เขาอยากจะดึงเธอเข้ามาฟัด ‘เป็นอะไรของมึงวะไอทัพ!’ “เธอ...” ปรี๊น! เริ่มพูดได้แค่คำแรกเสียงแตรที่ดังมาจากรถคันข้างหลังก็ทำให้นำทัพรีบหันกลับมามองถนนข้างหน้า ตอนนี้ไฟเขียวแล้วและรถคันอื่นก็ออกตัวไปหมดแล้วด้วย “ได้ค่ะ ไอโกะจะเรียกว่าเธอ” คนตัวเล็กพยักหน้ารับอย่างใสซื่อโดยไม่รู้เลยว่าประโยคเมื่อสักครู่นำทัพยังพูดไม่จบ “แต่มันฟังดูไม่ค่อยสุภาพเลยนะคะ งั้นไอโกะจะเรียกว่าเธอคะ ดีมั้ยคะ” คำว่า ‘เธอคะ’ ที่เปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงสดใสของไอโกะทำให้นำทัพรู้สึกหายใจสะดุดขึ้นมา แม้จะเป็นคำเรียบง่ายที่สามารถได้ยินได้ทั่วไปแต่เขากลับรู้สึกชอบที่มันดังออกมาจากปากของเธอ “ตามใจ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD