Ep.1 จุดเริ่มต้น

1749 Words
“นี่ นังผึ้ง เมื่อไรแกจะหาเงินมาเคลียหนี้ให้ฉันซะที ฉันกับน้องแกลำบากกันจะตายอยู่แล้วนะ หางานที่มันได้เงินมากกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง แกจะจมปลักกับโรงงานนี้ไปถึงเมื่อไรวะ เงินก็ไม่เคยพอ !” เสียงแหลมลอดออกมาจากโทรศัพท์ นิรชาที่นั่งอยู่อีกมุมหนึ่งของห้องยังสามารถได้ยินเสียงนั้นอย่างชัดเจน ทุก ๆ วันแม่ของผึ้งมักจะโทรมาโวยวายใส่ผึ้งเสมอ เกี่ยวกับเรื่องหนี้สินที่ผึ้งไม่ได้รู้เห็นด้วยแต่กลับต้องตามชดใช้ให้ “แม่ ผึ้งก็ทำงานเก็บเงินให้อยู่นี่ไง ส่วนเรื่องเรียนต่อของภพ แม่ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผึ้งจัดการให้แน่ ๆ ทุกวันนี้ผึ้งก็แทบไม่ได้ใช้เงินตัวเองเลย” เธออยากจะบอกมารดาเหลือเกินว่าเงินที่เธอให้มันจะพอใช้จนเหลือเก็บแน่นอน ถ้าแม่ไม่เอาไปปรนเปรอลูกชายสุดที่รักจนหมดตัวแบบนี้ “นี่แกยอกย้อนเหรอ ฉันเลี้ยงแกมาแต่อ้อนแต่ออก อยากใช้เงินตัวเองมากนักก็ไม่ต้องมาสนใจฉัน ! มีลูกอย่างแกนี่นะ เป็นภาระฉันไม่รู้เท่าไร พอโตเข้าหน่อยก็ปีกกล้าขาแข็ง คิดจะเนรคุณแม่ตัวเอง” ปลายสายแผดเสียงใส่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะตัดสายไป ผึ้งได้แต่ถอนหายใจพร้อมกับน้ำตาที่คลอหน่วย ตั้งแต่ผึ้งเริ่มโต เธอทำงานทุกอย่างเพื่อช่วยแบ่งเบาแม่เสมอ แทนที่เธอจะเป็นที่รักของแม่แต่เปล่าเลย... แม่กลับรักและเอาใจใส่น้องชายของเธอมากกว่า ตรงกันข้ามแม่จะดุด่าและโทษทุกสิ่งทุกอย่างว่าเป็นเพราะเธอ โดยที่เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพราะอะไร แม่ถึงเกลียดเธอนัก “ไม่เอาน่าผึ้ง เลิกทำหน้าเป็นหมาหงอยได้แล้ว แม่แกก็แบบนี้แหละ ยังไม่ชินอีกเหรอ” นิรชาเดินมาตบบ่าเพื่อนรักเพียงคนเดียวที่นั่งกอดเข่า เอาคางเกยเข่าอยู่ตรงมุมห้อง “ฉันก็แค่ไม่เข้าใจแม่เลยว่าทำไมต้องโยนทุกอย่างมาที่ฉัน ทำไมถึงไม่ว่าภพมันบ้างที่เอาแต่ผลาญเงินไปวัน ๆ แทนที่จะช่วยกันทำงานใช้หนี้” มือบางปาดน้ำตาที่ไหลออกมาช้า ๆ ด้วยความน้อยใจในโชคชะตา เธอทำงานสายตัวแทบขาด นอกจากจะไม่ได้ใช้เงินตัวเองแล้ว ยังต้องมาทนฟังผู้เป็นแม่สาดเสียเทเสียใส่ไม่เว้นแต่ละวัน “เฮ้อ ฉันก็ไม่รู้แม่แกว่ะ แกรออยู่นี่ละกัน ฉันจะไปตลาดซื้อกับข้าว อย่าคิดอะไรบ้า ๆ ขึ้นมาล่ะ” หญิงสาวเอ่ยเตือนสติเพื่อน เพราะเธอเองก็กลัวว่าเพื่อนจะคิดสั้นเพื่อจะหนีปัญหาอันหนักหน่วงนี้ เพราะหากเป็นเธอ เธอก็ไม่รู้จะใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุขเหมือนกัน ผึ้ง หรือ คนางค์ มีชีวิตที่ไม่สมบูรณ์แบบนัก พ่อทิ้งไปตั้งแต่เธอยังเรียนประถม แม่ก็เอาแต่เล่นการพนันจนเป็นหนี้มากมายให้เธอคอยตามล้างตามเช็ด ตั้งแต่อายุ 15 ปี ส่วนน้องชายก็เอาแต่เล่นเกมออนไลน์ ขอเงินแม่ไปเติมเกมอยู่เป็นประจำ แต่แม่ก็ไม่เคยต่อว่าลูกชายเลยสักครั้ง ต่างกับเธอ... ที่แม้จะไม่ได้ขอเงินมารดาแล้ว ก็ยังไม่วายถูกต่อว่าเรื่องการใช้เงินเป็นประจำแทบทุกวัน ทั้งที่เธอใช้เงินวันละไม่ถึงร้อยด้วยซ้ำ ‘จะนั่งคิดไปทำไมให้เสียเวลา เข้าเว็บหางานเสริมดีกว่า ดูซิว่ามีอะไรเพิ่มมาจากเมื่อวานบ้าง’ ผึ้งคิด พลางกดมือถือรุ่นเก่าที่คนทั่วไปเลิกใช้ไปนานแล้ว และเข้าสู่เว็บไซต์หางานเสริม เลื่อนดูทุกงานที่พอจะทำได้ ก็ไม่มี เพราะส่วนใหญ่รับวุฒิปริญญาตรีทั้งนั้น “เฮ้อ มีแต่เดิม ๆ สิน่า” นิ้วเรียวเลื่อนอย่างรวดเร็วจนอ่านตัวหนังสือไม่ทันแม้แต่ตัวเดียวจนมาหยุดอยู่ที่ประกาศสุดท้ายของหน้าเวบ ‘ประกาศ รับสมัครหญิงสาวอายุระหว่าง 20-25 ปี สัญญาจ้างหนึ่งปี ค่าตอบแทนหนึ่งล้านบาท สนใจติดต่อ 098xxxxxxx’ ด้วยตัวเงินมหาศาลภายในเวลาแค่หนึ่งปี ทำเองผึ้งตาโตราวกับไข่ห่าน เงินหนึ่งล้านนั้นถ้าจะให้เธอทำงานเก็บเงิน 10 ปีจะได้หรือเปล่ายังไม่รู้ หวังว่าอย่าเป็นงานที่ไม่ดีเลยนะ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นเธอคงไม่ทำแน่      เธอยอมรอ 10 ปี ดีกว่ารวยเพราะทำงานผิดกฎหมาย แต่ถึงอย่างนั้นผึ้งก็รีบติดต่อไปที่เบอร์นั้นทันที เสียงสัญญาณรอสายดังขึ้นไม่กี่ครั้ง ก่อนจะแทนที่ด้วยเสียงของผู้ชายคนหนึ่ง “สวัสดีครับ แทนไทพูดสายครับ” ปลายสายเสียงดูยังหนุ่ม ทำเอาผึ้งไปต่อไม่ถูกเพราะคิดว่าน่าจะเป็นคนมีอายุแล้วหรือไม่ก็เป็นผู้หญิงด้วยกัน “ค่ะ สวัสดีค่ะ ฉันโทรมาติดต่อเรื่องงานที่คุณลงไว้ในเว็บหางานน่ะค่ะ ยังรับอยู่ไหมคะ” “คุณแน่ใจใช่ไหมครับที่จะรับงานนี้ ถ้ายังไงพรุ่งนี้คุณมาพบผมที่ร้านอาหาร AAA เวลาบ่ายโมงตรง เราจะได้คุยถึงรายละเอียดงานกัน” “ได้ค่ะ แต่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ” “ครับ” “งานนี้ถูกกฎหมายหรือเปล่าคะ หวังว่าจะไม่เกี่ยวกับพวกค้าประเวณีหรือยาเสพติดนะคะ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นฉันคงไม่โอเค” “ไม่ถึงขนาดนั้นครับ ผมแค่ต้องการแม่อุ้มบุญ แต่งานนี้จะมีการเซ็นสัญญาอย่างถูกต้องแน่นอนครับ รายละเอียดค่อนข้างเยอะ ไว้พรุ่งนี้ผมจะอธิบายให้ฟังนะครับ ว่าแต่คุณสะดวกหรือเปล่า” “อ… เอ่อ สะดวกค่ะ ถ้าอย่างนั้นบ่ายโมงเจอกันค่ะ” พูดจบปลายสายก็ตัดสายทันที หัวใจดวงน้อยของผึ้งเต้นกระหน่ำเมื่อนึกถึงจำนวนเจ็ดหลักที่จะได้หลังจากทำงานแค่หนึ่งปี แต่ก็กังวลไม่น้อยเหมือนกันเพราะตั้งแต่เกิดจนโตมาเธอยังไม่เคยมีแฟน แล้วอยู่ ๆ จะมารับจ้างท้องก็คงจะดูแปลก ๆ อยู่เหมือนกัน -บ้านแทนไท- “คิดอะไรอยู่คะแทน” หญิงสาวผมบลอนด์โดยธรรมชาติในชุดเดรสสีแดงเพลิงเข้ารูปนั่งลงบนพนักโซฟาตัวเดียวกับที่ชายหนุ่มนั่งอยู่ “เจสซี่ แทนว่าเจสลองคิดดูใหม่ไม่ดีหรอ เกี่ยวกับเรื่องลูกของร...” “อะไรกันคะแทน เจสก็บอกไปแล้วไงว่าเจสไม่อยากท้อง แทนจะอะไรนักหนากับอีแค่การที่เจสจะไม่ท้องเอง เรามีเงินก็จ้างไปสิคะ จะให้เจสทนกับสภาพท้องโตตั้งเก้าเดือน เจสไม่เอาด้วยหรอก เจสไม่อยากเป็นคนอ้วน” หญิงสาวสวนทันควัน เธอไม่อยากท้อง ไม่อยากมีลูกด้วยซ้ำ แต่แทนไทอยากมีทายาทไว้สืบสกุลมาก เพราะฉะนั้นมันเป็นความต้องการของแทนไทฝ่ายเดียว ทำไมเธอต้องเสียสละตัวเองขนาดนั้นด้วย เธอยังอยากสวย ยังอยากปาร์ตี้ทุกคืน ไม่ได้อยากเป็นอีเพิ้งเลี้ยงลูกอยู่บ้านซะหน่อย !! “โอเคเจส แทนแค่อยากให้เจสคิดใหม่อีกทีน่ะ แทนอยากให้ลูกของแทนเกิดมาจากเจส แต่ไม่เป็นไร ตอนนี้มีคนติดต่อมาแล้วนะ แทนนัดคุยที่ร้าน AAA พรุ่งนี้บ่ายโมง เจสจะไปด้วยกันไหม” “ไม่ล่ะค่ะ แทนจะให้เจสไปทำอะไรล่ะคะ ก็แค่คุยงาน แต่อย่าให้รู้นะคะว่าแอบมีนอกรอบกัน” พูดจบเจสซี่ก็เดินสะบัดออกไปโดยไม่หันกลับมามองแทนไทอีกเลย น่ารำคาญจริง ! แทนไทและเจสซี่ เป็นคู่รักหัวสมัยใหม่ ทั้งคู่ยังไม่ได้แต่งงานกัน มีแค่ความสัมพันธ์ทางพฤตินัยเท่านั้นที่บ่งบอกว่าทั้งคู่เป็นมากกว่าแฟน แทนไทอยากมีลูกมาก ในทางกลับกันเจสซี่กลับเกลียดเด็กจนเข้าไส้ แต่ไม่เคยแสดงอาการให้แทนไทเห็นแม้แต่น้อย เจสซี่เป็นสาวสังคม เคยมีความสัมพันธ์มามากมาย แต่ที่มาอยู่กับแทนไทได้ เพราะเธอหวังบางสิ่งจากที่นี่ -ห้องเช่า- “พรุ่งนี้ฉันมีธุระตอนบ่ายโมง จะไปคุยงาน แกลางานให้ฉันหน่อยสิ บอกว่าฉันไปธุระเฉย ๆ ก็พอ” ผึ้งพูดขึ้นขณะเก็บจานล้างอยู่ในครัวที่แคบแสนแคบ ซึ่งเป็นห้องพักที่ทางโรงงานจัดหาให้ “งานอะไรของแก” นิรชาเงยหน้าจากโทรศัพท์มือถือด้วยความสงสัย “อุ้มบุญน่ะ หนึ่งปีได้หนึ่งล้าน ...ฉันต้องการเงินส่วนนี้จริง ๆ” ผึ้งเดินคอตกมานั่งข้างเพื่อน ใช่ว่าเธอไม่คิด ไม่เครียด เธอก็คิดสภาพตัวเองตอนท้องกับใครก็ไม่รู้ไม่ออกจริง ๆ แต่เธอจำเป็นต้องได้เงินส่วนนี้มาโปะหนี้ให้แม่และส่งน้องชายเข้ามหาวิทยาลัยตามที่หวังไว้ เธอจะได้ไม่ต้องหาเงินจนหัวฟูแบบนี้  “แก… คิดดี ๆ นะเว้ย สิ่งที่แกกำลังจะทำ คือการมีลูกนะ ถึงจะมาจากคนอื่นก็เถอะ เด็กคนนั้นจะต้องมาเติบโตในท้องแก อยู่กับแกทุกที่ทุกเวลา แล้วแกก็ต้องดูแลเขา แกไม่คิดบ้างเหรอว่าถ้าแกผูกพันกับเด็กคนนั้นไปแล้วจะทำยังไง ถึงจะไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขแก แต่แกคือคนอุ้มท้องตลอด 9 เดือนนะไหนจะตอนคลอดอีก แกจะทำใจได้เหรอถ้าแกจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเด็กคนนั้น ทั้ง ๆ ที่แกเป็นคนอุ้มท้องและคลอดมาเอง” สิ่งที่นิรชาพูดเป็นจริงทุกอย่าง เธอจะทำใจได้หรือ แต่ต้องได้สิ ก็แค่ทำหน้าที่เหมือนพี่เลี้ยงเด็กนั่นแหละ ต่างก็แค่เด็กยังไม่มีตัวตนให้ดูแล และต้องดูแลผ่านตัวเธอเองเท่านั้น คิดแล้วเธอก็ได้แต่ลูบท้องตัวเองเบา ๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD