Ep.12 เคสกรณีศึกษา

1842 Words
หลังจากนั้นไม่นาน แม่และน้องชายของผึ้งก็รู้ข่าวจากนิรชาว่าผึ้งจดทะเบียนสมรสและตั้งท้องจนคลอดลูกแล้ว ก็รีบมาเยี่ยมที่โรงพยาบาลทันที “แหม แกนี่ หนีแม่มามีครอบครัวจนท้องก็ไม่บอกกล่าวันสักคำ เป็นลูกยังไงเนี่ย ฮึ?” นางคนึงต่อว่าลูกสาว แม้จะไม่รักลูกสาวคนนี้เท่าลูกชายแต่ถึงอย่างไรความเป็นแม่เป็นลูกก็ตัดไม่ได้ “ใช่ พี่หนีมาแบบนี้ ผมไม่มีเงินจะใช้แล้วนะ” ต่อภพเสริมทัพบ้าง “พอเลยไอ้ลูกคนนี้ พี่แกก็ส่งมาใช้หนี้ให้แล้ว แกยังจะเอาอะไรอีกวะ ...เออนี่ ผัวแกไปไหนซะล่ะ ไม่เห็นอยู่ดูแลแกเลยนะนังผึ้ง ได้ผัวทั้งทีหาให้มันดี ๆ ไม่ได้รึไง” ประโยคท้ายหันมาต่อว่าลูกสาว “น้าจ๊ะ ฉันว่าให้ผึ้งพักก่อนดีไหมจ๊ะ พอดีฉันมีเรื่องจะบอกน้าจ้ะ” นิรชาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าที่อ่อนล้าเต็มที่ของเพื่อน พลางเดินออกจากห้องเป็นสัญญาณให้นางคนึงและต่อภพเดินตามออกมา ทันทีที่ประตูปิดลงนางคนึงก็เอ่ยปากถามเพื่อนของลูกสาวอย่างไม่รีรอ “มีอะไร นังชา ข้าจะอยู่ดูนังผึ้งมัน เอ็งก็เรียกข้าออกมาออยู่ได้” “น้าจ๊ะ ฉันอยากจะอธิบายแทนผึ้งมันน่ะ ฉันเห็นมันเหนื่อย ๆ คงอธิบายอะไรไม่ไหว” “เรื่องอะไร” “สามีและลูกของผึ้ง เอ่อ หลานน้าน่ะจ้ะ” แม้จะไม่สะดวกใจนักแต่เธอก็จำเป็นที่จะต้องบอกเรื่องลูกอีกคนของเพื่อน “เออว่าไง” “สามีของผึ้งไม่ใช่คนไม่ดีหรอกจ้ะน้า เงินที่โอนไปให้น้าใช้หนี้ก็สามีผึ้งนี่แหละจ้ะ ไหนจะเงินซื้อบ้าน ค่าเทอมเจ้าภพ เขารักผึ้งมากนะ ที่เขาไม่อยู่วันนี้เพราะกำลังสืบหาคนที่มาทำร้ายผึ้งจนตกเลือด คลอดก่อนกำหนด และร้ายสุดคือเสียลูกไป” “อะไรวะ ใครมาทำนังผึ้ง มันเป็นลูกข้า ข้าตีมันได้คนเดียวโว้ย” นางคนึงลุกขึ้นยืนด้วยความโมโหสุดขีด แม้จะไม่รักสักเท่าไร แต่ก็ใช่ว่าจะยอมให้ใครมาทำอะไรได้ง่าย ๆ “ใจเย็นจ้ะน้า คุณแทนเขากำลังสืบอยู่ ตอนนี้ฉันอยากให้น้าอย่าเพิ่งว่าอะไรผึ้งได้ไหม แค่นี้มันก็เครียดพอแล้ว ไหนจะเสียลูก ไหนจะต้องเลี้ยงลูกที่เหลือแค่คนเดียว…” นิรชากุมมือนางคนึงที่เธอนับถือเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งอย่างวอนขอ “เออ ๆ ข้าจะยังไม่ว่าไรมันก็ได้ มีอะไรอีกไหม ข้าจะไปดูหลานข้าซะหน่อย อยู่ไหนก็ไม่รู้” ว่าแล้วนางคนึงก็หมุนตัวกลับเข้าห้องไป ปล่อยให้ต่อภพและนิรชายืนอยู่ตรงนั้น “พี่ชาฝากบอกแม่ที ภพจะกลับไปรอที่บ้าน ขี้เกียจอยู่ที่นี่” พูดจบเด็กหนุ่มก็เดินก้มหน้าเล่นเกมในมือถือจากไป ทำไมนะ เพื่อนเธออย่างผึ้งจะต้องมาเจอแต่เรื่องร้าย ๆ ตลอดเวลา ไม่ทันได้คิดอะไรต่อ ตำรวจนอกเครื่องแบบสองคนก็เดินตรงมาหาเธอด้วยท่าทีไม่เป็นมิตร “มีอะไรหรือคะ” “ผมได้รับคำสั่งให้มาเฝ้าคุณคนางค์ภรรยาคุณแทนไท คุณเป็นอะไรกับเธอหรือเปล่าครับ” “ฉันเป็นเพื่อนเขาค่ะ มาตั้งแต่เช้าแต่เพิ่งเห็นพวกคุณ” ตำรวจสองนายไม่ซักถามอะไรต่อ และหลีกทางให้นิรชาได้กลับเข้าไปหาผึ้ง “เออนี่ เมื่อไรพยาบาลจะเอาหลานมาให้ฉันชื่นใจสักที เอ็งไปถามซินังชา” ทันทีที่เห็นนิรชาก็เอ่ยปากสั่ง “อีกสักพักค่ะแม่ พยาบาลจะเอายัยหนูมาให้ตอนบ่ายโมงทุก ๆ วัน” ผึ้งเปล่งเสียงที่แหบแห้งออกมา ร่างกายเธออ่อนล้าเหลือเกิน ทว่าจิตใจกลับอ่อนล้ายิ่งกว่า ตั้งแต่เมื่อวานแทนไทไม่มาหาเธออีกเลย มีแต่โทรมาเท่านั้น เขาบอกเพียงว่าจะต้องหาตัวคนทำให้ได้ ให้เธอดูแลตัวเองและลูกให้ดีเพียงเท่านั้น แล้วตอนนี้เกิดปัญหาน้ำนมไม่พอให้ลูกได้กินอีก ลูกแค่คนเดียวยังจะมีนมไม่พอ แล้วถ้าสองคนล่ะ เธอจะทำอย่างไร คิดแล้วก็ได้แต่เครียด ไม่นานพยาบาลก็เข็นทารกน้อยในห่อผ้าสีชมพูเข้ามา ร่างเล็กกระจิริดดิ้นไปมาอย่างไม่รู้เหนื่อย “หลานยายนี่หว่า ฮะ ๆ ๆ” นางคนึงลืมสิ้นความโกรธที่ลูกสาวหนีมามีครอบครัวโดยไม่บอก สนใจเพียงแต่เด็กน้อยตรงหน้า ผึ้งรับทารกน้อยมาอุ้มไว้พยายามป้อนนมเข้าปากลูก แต่ทารกน้อยดูดเพียงครู่ก็หยุด ไม่ดูดต่อเพราะไม่มีน้ำนมออกมา ทำให้หัวใจคนเป็นแม่อย่างผึ้งแทบแหลกสลาย เธอไม่มีแม้กระทั่งน้ำนมจะให้ลูก เธอช่างไร้ค่าเหลือเกิน “ลูกแกเป็นอะไรน่ะ ทำไมไม่ยอมกินนม” นางคนึงถามด้วยความสงสัย “ผึ้ง... ไม่มีน้ำนมให้ลูก” หยาดน้ำตาร่วงเผาะ ถ้าให้นมไม่ได้ก็เท่ากับเธอทำหน้าที่แม่ได้ไม่สมบูรณ์แบบ ทั้ง ๆ ที่ความตั้งใจของเธอคืออยากเลี้ยงลูกด้วยนมของเธอเท่านั้น แต่มันกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า “แค่นี้เอง จะร้องไห้ทำไม เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันทำแกงเลียงมาให้แกกิน ทีนี้แกก็จะมีน้ำนมเหลือเฟือแล้ว” นางคะนึงทำท่าบีบนมอย่างทะลึ่งทะเล้นให้ลูกสาวดู คำปลอบโยนของผู้เป็นแม่ แม้ไม่ไพเราะเสนาะหูนักแต่ก็ทำให้หัวใจของเธอมีความหวังขึ้นมาบ้าง “จริงนะแม่ พรุ่งนี้แม่มาเช้า ๆ เลยนะ ผึ้งอยากให้นมลูกเองได้” ใบหน้าขาวนวลปาดน้ำตาทิ้ง ก้มมองเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอเองอย่างแสนรัก นี่สินะ ความรู้สึกของคนเป็นแม่ “แล้วลูกอีกคนของแก เอาไว้ไหนล่ะ” นางคนึงถามเสียงเบา ไม่อยากถามให้ลูกช้ำใจแต่ต้องถามเพราะเป็นห่วงหลานอีกคนที่ไม่มีโอกาสลืมตาดูโลก “ทางโรงพยาบาลขอไว้เป็นเคสกรณีศึกษาจ้ะ” คำตอบนั้นทำเอาคนหัวโบราณฉุนกึก “ได้ยังไง แกให้เขาเอาลูกแกไปทำอย่างนั้นได้ยังไง เป็นแม่ภาษาอะไรของแก แทนที่จะเอาลูกไปให้พระท่านทำพิธีให้ ลูกแกจะได้มาเกิดใหม่ทำแบบนี้ลูกแกคงจะได้เกิดอีกหรอก ฉันจะไปเอาหลานฉันคืนมา” นางคนึงลุกขึ้นยืนหมายจะไปต่อว่าหมอและพยาบาลที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่ทันได้ก้าวขาออกนอกห้อง ร่างของนางพยาบาลคนหนึ่งก้โผล่พรวดเข้ามาในห้องพักพร้อมกับรถเข็นผู้ป่วยแบบนั่ง “คุณคนางค์คะ เชิญทางนี้ด่วนค่ะ” ผึ้งก้าวลงจากเตียงช้า ๆ ด้วยความงุนงง “มีอะไรหรือคะ” “เชิญก่อนค่ะ ไปถึงแล้วคุณจะรู้เอง เชิญญาติด้วยนะคะ” ผึ้งจึงนั่งลงที่รถเข็นผู้ป่วยพร้อมกับอุ้มทารกน้อยไว้แนบอก สร้างความมึนงงสับสนให้ทุกคนมาก นางพยาบาลเข็นเธอมาถึงห้องเด็กแรกเกิดที่มีทั้งเด็กที่คลอดก่อนกำหนดและตามกำหนดอยู่รวมกัน เธอถูกเข็นมาที่โซนเด็กคลอดก่อนกำหนดที่มีตู้อบวางเรียงราย ในใจพาลนึกไปว่าทารกน้อยในอ้อมแขนเธอเป็นอะไรหรือ ถึงต้องพากลับมาเร็วขนาดนี้ “มีอะไรกันแน่คะ” งงเข้าไปอีกเมื่อหมอและพยาบาลอีกสองสามคนยืนยิ้มให้เธอ แม่ และนิรชา “คุณคนางค์ คุณจำลูกชายของคุณได้ใช่ไหมครับ” หมอหนุ่มเอ่ยถาม “จำได้ค่ะ เขาเป็นลูกดิฉันทำไมจะจำไม่ได้” เธอกล่าวพลางก้มหน้าซ่อนน้ำตา ทุกครั้งที่เอ่ยถึงลูกชายเธอร้องไห้แทบทุกครั้ง “งั้นคุณลองมองตู้ทั้งสามใบนี้ดูสิครับ ว่ามีลูกคุณไหม” หมอเอ่ยท้าทายด้วยใบหน้าเปื้อนสุข “หมายความว่าไงคะ” ทั้งเธอ แม่ และนิรชาต่างตกใจและสับสนกับคำพูดของหมอ แต่กระนั้นสองเท้าก็รีบลุกขึ้นจากรถเข็นผู้ป่วยเดินมองทีละตู้ พร้อมกับอุ้มทารกน้อยไว้ด้วย ในที่สุด... “ลูกชายฉันอยู่นี่ค่ะหมอ แม่... ชา... เขาอยู่ในนี้ เขายังมีชีวิต เขาหายใจได้” ร่างบางปล่อยโฮออกมาเมื่อเห็นว่าลูกชายของเธอยังไม่จากไปไหน แต่นอนชูมือไม้ไปมาอย่างร่าเริงในตู้อบนี้ นางคนึงและนิรชาต่างรีบมาเกาะตู้ดูเด็กชายตัวน้อย “เกิดอะไรขึ้นคะหมอ” ผึ้งปาดน้ำตาแห่งความสุขที่ไหลออกมา แล้วจ้องมองลูกชายของเธอไม่วางตา “หลังจากที่เราขออนุญาตคุณเก็บเขาไว้ทำเป็นกรณีศึกษา เราได้พาเขามาที่นี่ หลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาที ก็มีเสียงอ้อแอ้ดังขึ้น พวกเราคิดว่าหูฝาดแต่ไม่ใช่... น้องร้องเสียงดังจนตัวที่เริ่มซีดกลับมามีเลือดฝาดอีกครั้ง เราจึงทำการรักษาต่อไป โดยที่ยังไม่บอกคุณเพราะกลัวว่าหากการรักษาไม่ประสบผลสำเร็จ คุณจะต้องเสียใจซ้ำสอง เรารอวันที่การรักษาประสบผลสำเร็จ และมั่นใจ 100% ว่าเขารอดแล้วจริง ๆ ถึงได้เชิญคุณมา เราต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้แจ้งคุณแต่แรก” ดวงตาเอ่อล้นด้วยน้ำตาแห่งความดีใจ ในชีวิตของเธอครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกได้ว่าดีใจที่สุดในชีวิต เหลือก็เพียงแต่แทนไทที่ยังไม่รู้ข่าวนี้เท่านั้น “ลูกชายลูกสาวของแม่” นางคนึงก็พลอยดีใจน้ำตาไหลไปด้วย เมื่อเห็นภาพนั้นนางคนึงก็รู้ทันทีว่าควรทำอะไรต่อไป สองเท้าพาร่างที่เริ่มร่วงโรยออกมาจากห้องระหว่างที่ผึ้งกำลังดีใจ โดยบอกกับนิรชาว่าจะกลับไปซื้อของเตรียมทำแกงเลียงให้ผึ้ง ที่ผ่านมาเธอคิดเสมอว่าลูกสาวอย่างผึ้งไร้ประโยชน์ ทำงานก็ได้เงินเพียงน้อยนิด แถมยังต้องคอยห่วงอยู่ตลอดว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น ไม่เหมือนกับต่อภพที่แม้ไม่ได้ทำงานแต่ก็เล่นพนันได้เงินมาครั้งละหลายหมื่น มาวันนี้เธอรู้แล้วว่าลูกสาวและลูกชายของเธอต่างกันสุดขั้ว เป็นผึ้งที่คอยทำงานใช้หนี้อยู่ตลอด แต่ต่อภพนั่นแหละที่เป็นคนสร้างหนี้ เธอเป็นแม่ยังไงกันนะถึงมองลูกผิดไปทั้งสองคน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD