-ผับแห่งหนึ่ง-
“อีเจสมึงมาไวจังวะ ผัวปล่อยมาแล้วหรือไง” หญิงสาวในชุดเกาะอกสีดำพร้อมกับเพื่อนอีกคนก้าวฉับ ๆ มาถึงโต๊ะที่เจสซี่นั่งอยู่ ซึ่งถือเป็นโต๊ะประจำสำหรับแก๊งเธอ
“ไม่ได้ปล่อยมา กูมาเอง” เจสซี่ตอบพลางเบ้หน้า แล้วยกแก้วขึ้นดื่ม
“นี่มึงกะจะกินจนเลือดกลายเป็นเหล้าเลยหรือไง เครียดอะไรมาวะ ปกติมึงไม่จัดหนักขนาดนี้” พิมพาเอ่ยถาม ก่อนจะยกแก้วเหล้าเข้าปากตามเพื่อน
“นิดหน่อยว่ะ แทนอยากมีลูก...”
“อ้าว แล้วทำไมมึงไม่มีกับผัวมึงไปซะล่ะ น่าดีใจออก มึงจะได้มีครอบครัวสักที” กิ่งก้อยมองหน้าเพื่อนอย่างไม่เข้าใจ การมีครอบครัว มีลูกน่ารัก ๆ ถือเป็นความฝันของผู้หญิงแทบทุกคน
“กูจะมีได้ยังไง ถ้าเกิดกูมีลูกขึ้นมา กูก็อดเที่ยว อดออกมาหาพวกมึง ไหนจะพี่ต่ออีก มึงอย่าลืมสิกูอยู่กับแทนแค่รอวันเปิดพินัยกรรมของพ่อแทน ถึงวันนั้นกูน่าจะได้อะไรติดตัวบ้าง” พูดจบก็ยกแก้วบรรจุน้ำสีอำพันเข้าปากรวดเดียวหมด
“แต่นั่นมันอีกตั้งเป็นปีเลยนะเว้ยมึง ส่วนเรื่องพี่ต่อ มึงจะเอายังไง สักวันเรื่องนี้ก็ต้องแดงขึ้นมา เขาสองคนเป็นลูกพี่ลูกน้องกันไม่ใช่หรอวะ... กูว่ามึงต้องเลือกระหว่างพี่ต่อกับแทน” พิมพาเสริม เธอและเพื่อนคนอื่นรู้ดีถึงความสัมพันธ์ของเจสซี่กับพี่ต่อที่เป็นความลับมานาน เธอเองก็ใช่ว่าจะเห็นด้วยกับเพื่อนแต่ก็ขัดไม่ได้ ชีวิตใครชีวิตมัน
“กูเลือกแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ มึงรู้ไหมแทนอยากมีลูกกับกูเพราะหวังจะผูกมัดกู กูอุตส่าห์บอกว่าไม่อยากท้อง ก็ยังจะหาแม่อุ้มบุญมา แล้วจะมาเอาไข่กูไปผสมเพื่อให้กูเป็นแม่เด็กให้ได้อีก” พูดพลางเอามือกุมขมับ แต่ก็ไม่วายยกแก้วต่อ
“คิดดี ๆ ละกันมึง มา ๆ ชนแก้วเว้ยยยย” ไม่พูดพร่ำทำเพลง แก๊งสาว ๆ ก็ยกแก้วขึ้น ส่งน้ำเมาเข้าปากอย่างพร้อมเพรียง
1 สัปดาห์ต่อมา
สองสาวต่างวัย ป้าเอมและผึ้งกำลังนั่งถักโครเชต์อยู่ที่ห้องนั่งเล่นกลางบ้าน ก่อนที่ผึ้งจะเงยหน้ามาพบกับแทนไทที่เพิ่งกลับจากทำงาน
“กลับมาแล้วหรือคะ วันนี้ฉันกับป้าเอมช่วยกันทำกับข้าวไว้ 2-3 อย่าง เดี๋ยวลงมาทานข้าวกันค่ะ” เธอว่าพลางทำท่าจะเก็บโครเชต์ที่ยังไม่เสร็จลงกล่อง แทนไทพยักหน้ารับก่อนจะเดินขึ้นห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า นึกฉงนในใจกับกิริยาที่ดูไม่กังวลเลยสักนิดของผึ้ง ทั้ง ๆ ที่เธอกำลังจะต้องตั้งท้องเด็กที่ไม่ใช่ลูกตัวเอง เธอควรจะดูเป็นกังวลมากกว่านี้ไม่ใช่หรือ
มื้อเย็นวันนั้นผึ้งทำกับข้าวง่าย ๆ อย่างแกงจืด น้ำพริก ปลาทูทอด แต่แทนไทกลับเจริญอาหารมากกว่าปกติ อาจจะเพราะเหนื่อย หรือตื่นเต้นไปกับรสชาติใหม่ที่ไม่คุ้นเคย
“คุณเจสเธอว่ายังไงบ้างคะ ตั้งแต่วันนั้นฉันไม่เจอเธอเลย” หลังจากจบมื้อเย็น ทั้งสองก็พากันออกมาเดินย่อยที่สนามหน้าบ้าน อย่าว่าแต่ผึ้งไม่เจอเลย เขาเองก็แทบไม่เจอเหมือนกัน มีบ้างที่นัดทานข้าวนอกบ้านก่อนที่จะแยกกันไปทำหน้าที่ตัวเอง แต่นั่นก็เมื่อ 3-4 วันที่แล้ว
“ผมขอโทษคุณผึ้งด้วยนะครับ ผมพยายามเกลี้ยกล่อมเจสแล้ว แต่เธอยังยืนยันคำเดิม ...ผมคงไม่มีลูกอย่างที่หวังแล้วล่ะครับ” แทนไทพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแต่นัยน์ตาร้อนผ่าว เขาผิดหวังมาก ๆ ทั้งที่วางแผนไว้ดิบดีก็ต้องมาล้มไม่เป็นท่า ผู้ชายคนอื่นอาจจะมองการมีลูกว่าเป็นภาระในชีวิต เป็นบ่วงผูกคอ แต่เขาไม่ใช่ เขามองว่าการมีลูกเป็นการเติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์แบบ เขาอยากจะเฝ้าดูสิ่งมีชีวิตน้อย ๆ เติบโตขึ้นอย่างงดงาม อยากเป็นพ่อที่คอยสนับสนุนทุก ๆ อย่างในชีวิตลูก แต่ดูเหมือนเขาจะไม่มีโอกาสนั้นเสียแล้ว
“แล้วใช้ไข่คนอื่นไม่ได้เหรอคะ ในเมื่อคุณเจสเธอไม่อยากมี ก็ไม่เป็นไร เด็กที่เกิดมาก็จะได้เป็นลูกของคุณคนเดียวด้วย”
“ผมก็คิดอยู่เหมือนกันครับ แต่ผมก็ไม่อยากให้ครึ่งนึงของลูกผมมาจากใครก็ไม่รู้ อย่างที่เรารู้ดีว่านิสัยใจคอของเด็กส่วนหนึ่งสามารถส่งต่อผ่านพันธุกรรมได้ ถ้าจะใช้ไข่ของใครไม่รู้ ผมคงต้องขอคิดเรื่องนี้ใหม่อีกหลาย ๆ รอบเลยครับ”
“คุณอยากมีลูกมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ” เมื่อกลางวันเธอบังเอิญเข้าห้องผิด ห้องของเธออยู่ทางซ้ายของห้องนอนแทนไท ซึ่งอยู่ติดกัน แต่กลับเข้าผิด ไปเข้าห้องที่อยู่ถัดไป ทำให้เธอเห็นว่าแทนไทเตรียมพร้อมสำหรับการมีลูกมากแค่ไหน ของใช้เด็กทุกสิ่งทุกอย่างกองรวมอยู่ในห้องนั้น ในสภาพพร้อมใช้งาน
“ครับ ผมชอบเด็ก ๆ ก็เลยอยากมีกับเขาบ้าง คุณคิดดูสิครับการที่เราได้เฝ้ามองใครสักคนที่มาจากเราครึ่งหนึ่งเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ มีชีวิตที่สวยงาม มันน่ามหัศจรรย์มาก” แววตาของเขาเปล่งประกายออกมา มันเป็นแสงประกายของคนที่มีความฝัน และอยากให้ฝันนั้นมาอยู่ตรงหน้า
“ถ้าคุณอยากมีมากจริง ๆ เอาอย่างนี้ไหมคะ” แทนไทหยุดเดินหันมามองคนตัวเล็กด้วยใบหน้าสงสัย
“ยังไงครับ”
“ฉันจะเป็นคนบริจาคไข่ให้คุณเองค่ะ แต่คุณไม่ต้องห่วงว่าฉันจะเรียกร้องสิทธิในความเป็นเจ้าของไข่ ทุกอย่างเป็นไปตามสัญญาของเราเหมือนเดิมค่ะ”
ถึงแม้ปากจะพูดไปแบบนั้น แต่ใจจริงแล้วเธอไม่มั่นใจเอาเสียเลยว่าจะทำได้อย่างที่ปากพูด แต่ที่พูดไปแบบนั้นเพราะเห็นแก่ความตั้งใจจริงของเขา และเขาเองก็ดูแลเธอดีมาตลอด การจะช่วยให้เขาสมหวังในเรื่องนี้คงไม่หนักหนามากกว่าเดิมสักเท่าไร
“คุณหมายถึง ให้ผมกับคุณ ...กันหรือครับ” แทนไทเว้นจังหวะพูดในสิ่งที่ไม่สมควรไว้
“ไม่ใช่ค่ะ ฉันจะบริจาคให้ เพื่อที่คุณจะเอาไปทำเด็กหลอดแก้วไงคะ” เขาคิดเป็นแบบนั้นได้ยังไงกันนะ เธอก็พูดชัดเจนแล้วนี่นาว่าจะบริจาคให้ แต่ทำไมใจมันถึงผิดหวังและน้อยใจเขาแปลก ๆ ตอนที่เขาทำหน้าราวกับไม่ต้องการมีความสัมพันธ์กับเธอกันนะ ทั้งที่มันก็ควรจะเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว เขาและเธออยู่ร่วมกันในฐานะนายจ้างกับลูกจ้าง ไม่ได้มากกว่านั้น แต่ก็อดน้อยใจไม่ได้อยู่ดี เธอน่ารังเกียจนักหรือไง
“ขอบคุณมากนะครับ ไว้ผมจะลองคิดดู”
“ค่ะ ถ้ายังไงฉันขอตัวก่อนนะคะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ” พูดจบเธอก็เดินเลี่ยงมา นึกย้อนไปถึงตอนที่เขาทำหน้าเหลอหลายามที่เธอบอกว่าจะบริจาคไข่ให้
แทนไทยังคงยืนอยู่ที่เดิม มองคนตัวเล็กเดินหายเข้าไปในตัวบ้าน พลางนึกคิดว่าตัวเล็กแบบเธอจะอุ้มท้องใครได้จริง ๆ หรือ แต่ก็นั่นแหละมหัศจรรย์ของมนุษย์ เธอไม่ใช่คนสวยแต่มีเสน่ห์ เสน่ห์หลาย ๆ อย่างที่เจสซี่ไม่มี... ตั้งแต่เธอเข้ามาอยู่ที่นี่ ตอนแรกเขาสั่งห้ามไม่ให้เธอเข้าครัว เพราะอยากให้เธอใช้เวลาสำหรับการเตรียมตัวเตรียมใจในการอุ้มบุญ แต่สุดท้ายก็ห้ามเธอไม่ได้ ทุก ๆ เช้าเธอจะเป็นคนเข้าครัวทำมื้อเช้าสำหรับเขาก่อนไปทำงาน ส่วนอาหารมื้อเย็นก็จะสลับกันว่าใครจะเป็นคนทำระหว่างป้าเอมกับเธอ เธอทำกับข้าวเก่งพอตัวเลยล่ะ แถมบางวันยังมีขนมหรือไม่ก็อาหารว่าง ให้เขาเอาไปทำงานด้วยอีก ซึ่งทั้งหมดนี้เธอบอกกับเขาว่า
“ฉันไม่อยากอยู่เฉย ๆ น่ะค่ะ มันน่าเบื่อ ฉันชอบทำอาหารทำขนม ก็เลยถือโอกาสทำให้คุณ จะได้ไม่ดูว่างจนเกินไป”
เขาก็ทำได้แค่รับอาหารและขนมพวกนั้นมา แรก ๆ ก็แบ่งให้ลูกน้องที่บริษัทบ้าง แต่พอได้ชิมเองก็ออกท่าหวงไว้กินคนเดียวจนลูกน้องแซว ...เธอช่างต่างกับเจสซี่ราวฟ้ากับดินอย่างที่ป้าเอมพูดจริง ๆ