CHAPTER 01 คนครอบครองใจ

2209 Words
บรรยากาศหน้าร้อนยามเช้าในเวลาเจ็ดโมงกว่าๆ แสงแดดอ่อนลอดผ่านม่านสีขาวลงมากระทบเปลือกตาของคนตัวเล็กที่นอนหลับพริ้มคล้ายต้องการปลุกให้เธอตื่นขึ้นมาจากภวังค์ หลินหลินค่อยๆ ลืมตาช้าๆ ให้ปรับรับแสงในวันใหม่ จากนั้นก็คิดขยับตัวเปลี่ยนท่าหวังให้คลายจากความเมื่อยล้า ทว่าแค่เอียงตัวเพียงนิดกลับปวดร้าวระบมไปทั่วทั้งร่าง “อ๊ะ” เธอส่งเสียงออกมาเบาๆ เจ็บแปลบ ภาพทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนฉายชัดเข้ามาในหัว เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาจนแทบนับครั้งไม่ถ้วน ทว่าตัวเองกลับไม่เคยชินเสียที คนตัวเล็กกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง เมื่อเห็นว่าไม่มีใคร ประกายความวูบไหวก็ค่อยๆ เคลื่อนถาโถม อีกแล้ว…เขาไม่อยู่อีกแล้ว หลินหลินเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่บนหัวเตียงขึ้นมากดเข้าแอปพลิเคชันไลน์ ตรวจเช็กว่าอีกฝ่ายได้ส่งข้อความเอาไว้บ้างไหม ทว่ามันกลับว่างเปล่า ไร้วี่แววการเอาใจใส่จากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี น้ำตาเม็ดใสหยดร่วงลงมาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ หลินหลินไม่ได้อยากร้องไห้ และที่ต้องมาเจ็บแบบนี้ก็เพราะตัวเธอเอง เธอยอมที่จะอยู่ข้างๆ เขา แม้ว่าเขาจะชัดเจนตั้งแต่แรก ‘ฉันไม่มีทางรักเธอ และที่ทำก็เพราะสนองให้ในสิ่งที่เธอต้องการ’ …ใจกล้าหน้าด้านอยู่ข้างๆ เขา ตอนนี้ได้มายืนอยู่ตรงนี้แล้ว เธอจะมานั่งคร่ำครวญเสียใจเพื่อทำไม มันไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก หลินหลินรีบปาดน้ำตาทิ้งลวกๆ เมื่อได้ยินเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือที่พึ่งได้วางลงไปบนที่นอนเพียงครู่ รีบหยิบมันขึ้นมา หน้าจอโชว์ให้เห็นว่าเป็นเบอร์ของเพื่อนสนิท กดรับนำขึ้นมาแนบหู “ว่าไงเฟย์” พยายามกรอกเสียงให้นิ่ง ปกปิดไม่ให้เพื่อนของตัวเองรู้ว่าพึ่งจะร้องไห้มาหมาดๆ (ใกล้ถึงมอหรือยัง) “ยังอยู่บนที่นอนอยู่เลย” ลืมไปเสียสนิทว่าวันนี้มีเรียนเช้า อย่างว่าเธอระบมเสียขนาดนี้จะลุกยังไงไหว ต้องโทษฉัตรเดชานั่นแหละที่รังแกกันจนเกือบรุ่งสาง ทั้งที่เตือนแล้วว่ามีเรียน (อีกแล้วนะหลิน) “เจอกันตอนบ่ายนะ ฝากจดที่อาจารย์สอนด้วย” (เฮ้ย เอางั้นจริงดิ ใกล้สอบแล้วนะ) “อือ ไม่ทันจริงๆ” หากรีบไปก็คงจะทัน แต่เธอคงไม่แบกสังขารไปทั้งอย่างนี้ เฟย์นิสน่ะสังเกตเก่งจะตาย นี่ก็เปรยๆ ถามตลอดว่าช่วงนี้ทำไมแปลกไป ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน (ยอมก็ได้ แต่คราวหลังห้ามทำอีก) ตอนแรกเพื่อนก็มีท่าทีโอดครวญเพราะกลัวว่าเธอนั้นจะขาดเรียนบ่อยไป ทว่าก็ต้องจำใจเพราะหลินหลินบอกว่าวันนี้ปวดหัวอยากนอนพักอีกสักหน่อย เมื่อวางสายจากเพื่อนรักเรียบร้อยเธอจึงพยุงตัวเอง เดินไปยังตู้เสื้อผ้า หยิบผ้าขนหนูตรงเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย “คนใจร้าย” คิดถึงภาพการร่วมรักที่ดิบเถื่อนเมื่อคืนก็น่าบ่นเขาอยู่หรอก สำหรับฉัตรเดชาเขาไม่เคยออมมือเรื่องนี้เลยสักครั้ง จะว่าไปก็คิดถึงเมื่อก่อน…เฮียลี่ที่เธอเคยรู้จัก น่ารัก อบอุ่น แตกต่างจากตอนนี้ที่เฉยชาและมักจะทำหน้าไร้ความรู้สึกใส่กัน เป็นอย่างนั้นตั้งแต่ก่อนแต่งงาน หลินหลินรีบสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป จัดการธุระส่วนตัวให้เสร็จแล้วออกมาเปลี่ยนเสื้อผ้าด้านนอก ปีนี้เป็นปีสุดท้ายแล้วที่ได้เป็นนักศึกษา อีกไม่นานหลินหลินก็เรียนจบอย่างที่หวัง เมื่อใกล้เวลาหลินหลินนั่งแท็กซี่มาลงที่มหาลัย ยกมือขึ้นมองนาฬิกา อีกนานกว่าจะถึงเวลาเข้าเรียนคาบบ่าย เธอรีบตรงไปยังม้าหินอ่อนข้างตึกคณะ ตรงนี้เป็นที่ประจำที่เธอกับเพื่อนมักจะมานั่งเล่นก่อนเข้าเรียนเสมอ “เฟย์ กินไรหรือยัง” เมื่อเดินตรงมาหาเพื่อนแล้วหย่อนตัวนั่ง ถามคำถามประจำ “เรียบร้อย หลินอะ” “กินขนมไปหน่อย” ขนมที่ตุนไว้ฮีลใจในตู้เย็นบ้านของเธอกับเฮีย “ช่วงนี้มีแฟนเหรอ” ไม่รู้ว่านี่คือคำถามครั้งที่เท่าไหร่แล้วในเดือนนี้ และทุกครั้งหลินหลินก็ตอบโดยเลือกที่จะปฏิเสธเสมอ “จะมีได้ไง ใครจะมาจีบ” ไม่ได้โกหก เธอนั้นไม่มีแฟนจริงๆ ส่วนเฮียลี่น่ะต่อให้เป็นสามีภรรยากันก็ไม่นับหรอก เป็นแฟนก็ต้องรักกัน เธอรักเฮียลี่ส่วนเฮียลี่ไม่เคยคิดที่จะรัก “หลินดูแปลกไปนะ ขาดเรียนบ่อย แถมช่วงนี้ชวนไปไหนก็ไม่ไป แอบมีแฟนแน่ๆ เลย” ว่าจบก็คว้าหมับที่แขนของเพื่อนเขย่าเร่งเร้าเอาคำตอบ “บอกมาเลย” “ไม่มีจริงๆ “ ฉีกยิ้มพยายามทำตัวให้แนบเนียน จนเมื่อเห็นว่าเธอไม่ยอมบอก เฟย์นิสเลยท้อใจที่จะถาม “พร้อมเมื่อไหร่ก็บอกแล้วกัน จะได้ช่วยสแกน” รู้ดีว่าอีกคนนั้นห่วงเธอมากแค่ไหน ขอให้ได้สถานะนอกจากเมียระบายความใคร่จากเขาก่อนก็แล้วกัน จะไม่ปกปิดอะไรเลย “แล้วหลังเลิกเรียนหลินมีไปไหนไหม” “น่าจะกลับบ้านเลย” “เรารู้จักกันมาตั้งสี่ปีแล้ว ยังไม่เคยไปบ้านหลินเลยเนอะ” น้ำเสียงติดน้อยใจเล็กๆ หลินหลินไปบ้านเธอบ่อย เพราะพ่อและแม่ของเธอชักชวนให้ไป มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าท่านอยากได้หลินหลินเป็นลูกสะใภ้ ยัดเยียดพี่ชายของเธอให้ขนาดนั้น “หลินเกรงใจคุณลุงคุณป้า เอ่อ…เฮียลี่ด้วย” ตอนแรกเธออยู่บ้านใหญ่ อาศัยบ้านเฮียลี่มาตั้งแต่เด็กเพราะแม่ของเขารับอุปการะ แต่ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว ย้ายออกมาอยู่อีกหลังกับเขาเพียงสองคน …อยู่สองคนแต่ความโดดเดี่ยวก็มีมาให้รู้สึกเป็นระยะ “แล้วเฮียลี่ เขามีเมียหรือยัง” เฟย์นิสจำได้ว่าหลินหลินเคยเล่า คนที่ไม่ชอบให้พาใครเข้าบ้านน่ะคือเขาเลย เขาดุแถมยังใจร้ายกับเพื่อนสนิทของเธอ เคยเจอครั้งหนึ่งทำหน้าอย่างกับจะกินหัวหลินหลินอย่างไรอย่างนั้น หล่อเสียเปล่า ยิ้มบ้างก็คงไม่เสียหายอะไรหรอกมั้ง “เอ่อ…มีแล้ว” “งั้นเมียเขาก็อยู่ที่บ้านใหญ่ด้วยใช่ปะ หลินบอกคนเยอะไม่ใช่เหรอ อึดอัดแทน” เฟย์นิสยกมือขึ้นมากุมขมับทำท่าหนักใจ “ก็…ไม่อึดอัดหรอก” “เป็นเฟย์อยู่ไม่ได้แน่ หรือนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้หลินปวดหัวบ่อย” ต้องใช่แน่ๆ เพื่อนของเธอน่ะปวดหัวบ่อยมากๆ น่าจะเป็นเพราะความวุ่นวายภายในบ้าน “ย้ายออกมาไหม” “ฮะ” เธออยากจะบอกความจริงว่าตอนนี้ก็ย้ายออกมาใหม่ได้สองเดือนแล้ว แต่ก็ไม่กล้าเพราะกลัวความลับที่ว่าเธอและเฮียแต่งงานกันแล้วนั้นจะหลุดออกไป เฮียลี่น่ะกำชับเอาไว้ว่าไม่ต้องการให้ใครรู้นอกจากคนในบ้าน “เฟย์ยังออกมาอยู่คอนโดบ้างตอนที่เบื่อบ้านเลย เฟย์ว่าถ้าหลินออกมาบ้างจะสบายใจขึ้นนะ” “เราไม่มีเงินมากแบบเฟย์หรอกนะ” เรื่องนี้ต้องโทษพ่อของเธอเลยที่ทำให้ลูกสาวเหมือนคนถังแตก ถึงแม่ทุกวันนี้พ่อแม่ของฉัตรเดชาจะตามใจให้ใช้เงินได้ไม่จำกัดแต่เธอก็เกรงใจ เธอพึงระลึกเสมอว่าท่านคือผู้มีพระคุณไม่ใช่คนที่เธอจะไปผลาญเงิน “ย้ายมาอยู่กับเฟย์ไหมล่ะ” “ไม่เอา เกรงใจ” เป็นอย่างนั้นจริงๆ เธอไม่อยากรบกวน ต่อให้สนิทกันมากแค่ไหนก็ตาม หากอยากช่วยกันจริงๆ เอาไว้ให้ช่วยตอนที่เธอหย่ากับฉัตรเดชาดีกว่า “แบบนี้ทุกทีเลย หลินก็เกรงใจไม่เข้าเรื่อง” ยู่หน้าใส่เล็กๆ กอดอก “ว่าแต่หลินจะไปบ้านเฟย์เมื่อไหร่ นี่พ่อแม่ก็บ่นคิดถึงหลินอีกแล้วเนี่ย” “อีกไม่กี่วันหรอก ขอทำงานอาจารย์ไก่เสร็จก่อนนะ” “ได้ ว่างเมื่อไหร่ก็บอก ยินดีต้อนรับเสมอ” “อื้ม แต่ตอนนี้เราไปเรียนกันเถอะ ใกล้เวลาแล้ว” ทั้งสองคนเก็บของ จากนั้นเดินเข้าตึกเรียน ใช้เวลาเรียนไปสักพักเสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ดังขึ้นมาในตอนที่หลินๆ กำลังตั้งใจเรียนอย่างใจจดใจจ่อ มือเล็กรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ก็พบว่าเป็นข้อความจากคนที่เธอกำลังรอเขาส่งมาทั้งวัน เฮีย : เลิกเรียนแล้วเดี๋ยวไปรับ วันนี้จะต้องไปบ้านป๊าม้า ตอนแรกก็คิดว่าเขามีอะไร เรื่องนี้เฮียลี่บอกหลินหลินเอาไว้แล้วว่าจะต้องไปบ้านพ่อและแม่ของเขา กินระยะเวลามาเกือบสองเดือนแล้วที่เธอไม่ได้ไปเยี่ยมเยือน ท่านทั้งสองคงจะคิดถึงมาก ก็อย่างว่าแม่ของฉัตรเดชานั้นรับเลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็ก ตัวติดกันแจไม่ห่าง หลินหลิน : ไม่เป็นไรค่ะหลินกลับเองได้ เธอจะให้เขามารับที่มหาวิทยาลัยไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นความลับที่ปิดบังเพื่อนสนิทของตัวเองเอาไว้ แตกแน่ๆ “หลินเป็นไรปะเนี่ยสีหน้าไม่ดีเลย” “เปล่าไม่มีอะไร” บอกเพื่อนแค่นั้น แล้วก็รีบจัดการนำโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋า หันกลับไปตั้งใจเรียนต่อ พยายามจดตามสิ่งที่อาจารย์บอก ถึงแม้ว่าจะไม่ไหวแต่ก็อดทน ใจจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อาจารย์พูด ถ้าไม่ตั้งใจมีหวังเธอเรียนไม่รู้เรื่องแน่ เนื่องจากกำลังกังวลว่าความลับจะแตกและรู้สึกปวดหัวจนแทบไม่มีสมาธิ “เราเห็นหน้าซีดตั้งแต่มาถึงมอแล้วอะ” เฟย์นิสถามอีกครั้งในขณะที่ทั้งสองคนเดินออกมาจากห้องเรียน “แค่ปวดหัวนิดหน่อยไม่มีอะไร” ปวดหัวน่ะใช่แต่ที่พูดว่านิดหน่อยกลับตรงกันข้าม ตอนนี้เธอปวดหัวแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ อยู่แล้ว “ให้ไปส่งไหม เฟย์รถมานะ” “ไม่เป็นไรเสียเวลาวนรถไปมา เดี๋ยวเรานั่งแท็กซี่กลับ แป๊บเดียวถึงแล้ว” บ้านของเธอและบ้านของเฟย์นิดนั้นอยู่คนละทาง ไม่อยากให้เพื่อนจะต้องมาลำบาก อีกอย่างเธอก็ไม่ได้บอกว่าออกมาอยู่กับเฮียอีกบ้าน “ไปส่งได้ แค่นี้เอง” “ไม่เป็นไรหรอก กลับไปนอนพักก็หายเป็นปกติแล้ว” “มั่นใจนะ” ถามย้ำเพื่อความมั่นใจ รู้ว่าหลินหลินน่ะติดเกรงใจมากไป แต่นี่ทั้งสองเป็นเพื่อนกัน ไม่อยากให้คิดอย่างนั้นเลย “มั่นใจ หลินแข็งแรงจะตาย เฟย์ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” “ไม่ให้เป็นห่วงได้ยังไง มีเพื่อนคนเดียวนะ” เพื่อนรักทำสีหน้าละห้อย หลินหลินก็ได้แต่ฉีกยิ้มเบาๆ “หลินก็มีเฟย์เป็นเพื่อนคนเดียว เพราะฉะนั้นหลินไม่อยากให้เฟย์ลำบาก” ว่าจบก็เดินอ้อมไปข้างหลังของเพื่อน จากนั้นก็หมุนตัวเธอหันหลังกลับ ดันให้เดินไปข้างหน้าเบาๆ “ไปได้แล้วนัดที่บ้านไว้ไม่ใช่หรือไง หลินกลับเองได้” “โอเคถึงห้องแล้วบอกด้วยนะ” ทำเสียงดุ แม้อยากไปส่งแต่อีกคนยืนกรานขนาดนั้นก็ไม่อยากขัดใจ “ได้” เมื่อแยกจากเพื่อนมาแล้ว หลินหลินก็ไปเรียกแท็กซี่เพื่อนั่งกลับไปยังบ้าน…บ้านของเธอกับเขาที่เป็นเรือนหอ ใช้เวลาอยู่ประมาณยี่สิบนาทีก็มาถึง หลินหลินปลดเข็มขัดพร้อมกับยื่นเงินให้คนขับ เมื่อเสร็จแล้วก็รีบตรงขึ้นบ้านเพื่อเตรียมอาบน้ำแต่งตัวอย่างเร่งรีบ สำหรับเฮียลี่แล้วนัดก็ต้องเป็นนัด เธอไม่อยากช้าในตอนที่เขาบอกว่าจะไปไหน เวลาสำคัญกับเขามากๆ เพราะแบบนี้เขาถึงไม่ค่อยมีเวลาให้ แต่พอคิดในอีกมุม ที่เขาไม่มีเวลาเพราะเขาไม่เคยคิดจะเจียดมันมาให้เลยต่างหาก หลินหลินลากสังขารของตัวเองเข้ามายังห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย เมื่อเสร็จก็รีบออกมาแต่งตัวเลือกชุดที่เหมาะสมในการไปเจอพ่อและแม่ของฉัตรเดชา เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย นั่งรออยู่นาน เฮียลี่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะมาสักที หากเธอจะงีบสักหน่อยก็คงจะไม่เป็นอะไร เพราะสภาพร่างกายของเธอก็เริ่มจะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน คิดได้อย่างนั้นสองเท้าเล็กก้าวตรงไปยังเตียงที่เธอและเฮียลี่ใช้ร่วมหลับนอนกันอยู่ทุกคืน หย่อนตัวลง ห่มผ้าหลับตาเข้าสู่นิทรา หากเขามาเขาก็คงจะปลุกให้ตื่น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD