ตอนที่ 5
ทายาทของตระกูล
"เยี่ยมมากเลยเจน ทางแอลเคเคบอกว่าประทับใจในการ พรีเซ้นต์งานวันนี้มากและเราน่าจะได้เซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ ขอบคุณมากเลยนะ ยังไงพี่คงต้องฝากเจนช่วยดูแลลูกค้าต่อด้วยละกัน ก็เหมือนทางโน้นระบุมาว่าจะดีลผ่านเจนเป็นหลัก"
อนุชิต เอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
เจนจิรา ยังรู้สึกจิตใจตัวเองไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ตั้งแต่ปลายนิ้วสากร้อนไล้บริเวณโคนขาอ่อน ที่เธอแทบไม่รับรู้ความเย็นจากน้ำแข็งก้อนนั้นเลยสักนิด
เขาเดินออกจากห้องครัวไป
และพูดคุยกับทีมงานต่อ คล้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่เธอแทบจะไร้เรี่ยวแรง
สัมผัสและถ้อยคำของเขา
ยังคงตราตรึงอยู่ในโสตประสาท
กระนั้นความน่ายินดีนี้ ก็ทำให้ทุกคนในออฟฟิศเคพีลิงโลดใจ ด้วยนี่ถือว่าเป็นอีกก้าวของบริษัทที่จะโตไปอีกขั้น ยกเว้นใครคนหนึ่งที่เป็นเซลล์ในแผนกของเธอเอง
"ความจริงแอลเคเคกรุ๊ป เป็นลูกค้าที่อยู่ในแผนของนิดนะคะ และนิดก็เคยเข้าไปพูดคุยทักทายกับฝ่ายจัดซื้อหลายครั้งแล้ว แต่แค่ยังปิดงานไม่ได้เท่านั้น นิดว่าที่เขาสนใจมาร่วมเป็นพันธมิตรกับเรา เพราะข้อมูลต่างๆ ที่นิดเคยไปสร้าง CRM ไว้ โครงการนี้นิดน่าจะเป็นคนได้ดูแลด้วยซ้ำ เพราะเป็นลูกค้านิดตั้งแต่ต้น"
นิตยา เซลล์เก่าแก่ของเคพี เอ่ยขึ้นยังไม่พอใจ ด้วยรู้สึกว่า ยัยเซลล์คนสวยมาแย่งผลงานของตน แถมผู้จัดการก็หนุนหลังอีกต่างหาก
หล่อนไม่ชอบ เจนจิรา
ที่เข้ามาทำงานทีหลัง แต่มียอดขายและผลงานแซงหน้าไปหลายเท่า แถมวันนี้ยังได้รู้ว่าลูกค้ารายใหญ่ที่ตนหมายปองมานาน ตกไปเป็นของเซลล์คนนี้
ทั้งที่หล่อนดีใจมาก ในตอนแรกที่อนุชิตแจ้งว่า ทางแอลเคเคต้องการเข้ามาคุยรายละเอียดเกี่ยวกับการเป็นซัพคอนแทรค แถมยังมี ลีออน แอนเดอร์สัน ประธานใหญ่แอลเคเคมาร่วมด้วย
แต่เมื่อการประชุมจบลง
อนุชิต กลับแจ้งว่า ผู้ดูแล project นี้ เป็น เจนจิรา คู่แข่งคนสำคัญของหล่อน
นิตยา เลยรีบนำผลงานที่หล่อนเคยเข้าไปนำเสนอมากางให้กับผู้จัดการดู
ทว่า อนุชิต โบกมือปราม
"ให้เจนเขาดูแลนั่นแหละเหมาะสมแล้ว เพราะทางประธานและผู้บริหารแอลเคเคระบุมาว่าต้องไปเจนเท่านั้น อีกอย่างเท่าที่พี่ดูแล้ว เหมือนนิดเองก็ยังไม่ค่อยได้ทำอะไร แค่เข้าไปแวะทักทายเท่านั้น ทางโน้นเองก็ไม่ได้เอ่ยถึงชื่อนิดเลยด้วยซ้ำ"
"แต่พี่ชิตคะ"
"ตามนั้น! นี่มันเป็นภาพลักษณ์ของบริษัท และเป็นความต้องการของลูกค้าเราขัดไม่ได้หรอก ยังมีลูกค้าอีกหลายเจ้าที่รอเราเข้าไปนำเสนอ ไม่ต้องมาแย่งงานกันเอง"
น้ำเสียงดุเข้มของผู้จัดการ
ทำให้นิตยาหน้าเจื่อนลง ขณะหันไปมองใบหน้าสวยผุดผาดของอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ แต่ก็จำต้องพยักหน้าตอบรับอย่างเสียไม่ได้
"ค่ะ"
.
.
บ้านทรงไทยประยุกต์บนเนื้อที่กว่าห้าไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในอำเภอบางไทร จังหวัดอยุธยา ดูร่มรื่น ด้วยมีต้นไม้หลากหลายพันธุ์อยู่โดยรอบ รถมินิแวนคันหรูมาจอดด้านหน้า ก่อนที่ร่างหนาของ ลีออน จะเดินลงจากรถ พร้อม เจค ผู้ช่วยคนสำคัญของเขา
"คุณท่านดูสดชื่นขึ้นนะครับ ตั้งแต่ย้ายจากสวีเดนมาอยู่ที่บ้านสวนหลังนี้ เหมือนจะเริ่มกลับมาพูดเป็นประโยคยาวๆ ได้แล้ว นายคิดถูกแล้วครับที่พาคุณท่านกลับมาที่ไทย"
เจค หมายถึง นวลพรรณ มารดาของเขา ซึ่งเจ็บป่วยออดแอดมานานแล้ว นับตั้งแต่พ่อของเขาจากเมื่อหลายปีก่อน แม่ก็พร่ำบอกอยู่เสมอว่าอยากจะกลับมาใช้ชีวิตบั้นปลายที่เมืองไทย
นั่นเป็นสาเหตุที่เขาให้คนมารีโนเวทบ้านหลังนี้ซึ่งเป็นบ้านเก่าแก่ของตากับยาย ที่ถูกทิ้งร้างไว้เนิ่นนานแล้ว กลิ่นอายของที่นี่ทำให้เขาหวนนึกถึงชีวิตวัยเด็กตอนเคยมาวิ่งเล่นอยู่รอบบ้าน
บรรยากาศและภาพความทรงจำเก่าๆ
ย้อนเข้ามาในโสตประสาททุกครั้งที่ได้เหยียบย่างเข้ามา
"วันนี้คุณท่านความดันปกติค่ะ พยาบาลแจ้งว่าให้ลดยาบางตัวลง ตอนนี้ท่านหลับไปแล้วค่ะตั้งแต่สองทุ่มครึ่ง"
ลีออน พยักหน้ารับทราบเมื่อคนของเขารายงาน ร่างสูงเดินไปยังห้องอีกฝั่ง ก่อนที่ เจค จะต่อสายวีดีโอคอลถึงลูกชายสุดที่รักให้
(ฮัลโหลแด๊ด ได้ยินเสียงผมมั้ยครับ?)
เสียงเอ่ยถามเป็นภาษาไทยอย่างชัดเจนสดใส พร้อมใบหน้ากลมบ้องแบ๊วของ อเล็กซ์ ลูกชายวัยห้าขวบที่ปรากฏอยู่บนจอสมาร์ทโฟน ทำให้มุมปากของ ลีออน ยกยิ้มขึ้น
ทว่าก็เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"ได้ยินครับ มีคนบอกแด๊ดว่าใครกันนะที่เกเรวันนี้ ไม่ยอมให้ครูสอนพิเศษสอน แถมยังเอาสมุดตัวเองไปซ่อนแล้วบอกครูว่าทำหาย"
ดวงตากลมโตเม็ดลำใยของเด็กชายวาววับขึ้น ก่อนจะทำเสียงออดอ้อน เมื่อตระหนักว่าผู้เป็นพ่อรู้ถึงวีรกรรมที่ตนได้ทำในวันนี้
(ก็ผมไม่อยากจะเรียนที่นี่แล้วนี่ครับแด๊ด อีกอย่างครูสอนพิเศษก็สอนแต่เรื่องเดิมๆ ง่ายๆ ที่ผมรู้และทำได้หมดแล้ว ผมอยากไปเรียนที่เมืองไทย อยากจะไปดูแลคุณยายครับ ให้ผมไปอยู่ที่นั่นนะครับแด๊ด)
ผู้เป็นพ่อนิ่งเงียบไปสักพัก
ด้วยประเด็นนี้บุตรชายเคยรบเร้าขอร้องเขามาหลายครั้งแล้ว แต่ลีออนอยากให้ลูกเรียนและใช้ชีวิตอยู่ที่สวีเดนมากกว่า แต่เมื่อลูกชายรู้ว่าเขาบินตามผู้เป็นยายมาไทย เด็กชายก็เริ่มงอแงและพาลเกเรประท้วงในหลายๆ เรื่อง จนพี่เลี้ยงหลายคนเริ่มจะบ่น
เขาจะเคยพาอเล็กซ์ มาไทยแค่ไม่กี่ครั้ง
แต่เด็กชายก็ผูกพันกับเมืองไทยมาก และอยากจะมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เสียให้ได้
จนเขาเริ่มจะคิดหนัก
"เดี๋ยวแด๊ดคิดดูก่อนนะครับ แต่หนูต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่เกเรและดื้อกับครูอีก"
เขาบอกลูกชายอย่างใจเย็น
ถึงยังไงการใช้ชีวิตในวัยเรียนของลูกก็เป็นสิ่งสำคัญที่เขาต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ และเขาต้องพิจารณาให้รอบคอบในทุกด้าน
(หมายความว่า ถ้าผมไม่ดื้อไม่เกเร แด๊ดจะให้ผมไปเรียนอยู่ที่เมืองไทยและไปดูแลคุณยายใช่มั้ยครับ งั้นโอเคตามนี้ครับแด๊ด)
อเล็กซ์ เอ่ยอย่างลิงโลด
ขณะที่ผู้เป็นพ่อถึงกับต้องเอานิ้วเคาะขมับ กับการพูดเองตอบเองของลูกชาย
เขาคุยต่ออีกสักพักก่อนจะตัดสาย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มครุ่นคิด แม้ความตั้งใจแรก ลีออน แค่จะให้มารดามาอยู่ที่นี่เพื่อพักฟื้น และอยากจะขยายงานของแอลเคเคกรุ๊ปในตลาดภูมิภาคเอเชียมากที่สุด แต่ตอนนี้เขาอาจต้องใจอ่อนกับความต้องการของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน
บุตรชายที่เขาเสกสรรปั้นแต่งและดูแลมาอย่างดี เพื่อที่จะให้เป็นทายาทคนต่อไปของตระกูลแอนเดอร์สัน
และ อเล็กซ์ ก็เป็นอย่างที่เขาตั้งใจ
ลูกชายเขาฉลาดเป็นกรด และเรียนรู้ทุกอย่างได้ไวมาก
"เบื้องต้นผมให้คนประสานเกี่ยวกับสถานที่เรียนในเมืองไทยไว้แล้วครับ รายชื่อโรงเรียนอินเตอร์ที่เหมาะสมกับ คุณหนูอเล็กซ์ ผมส่งให้นายเรียบร้อยแล้วครับ"
"อืม"
"แต่ยังไงการมีทายาทเพิ่มก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับตระกูลแอนเดอร์สันนะครับ เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกในอนาคต ทั้งเรื่อง...."
เกิดอะไรขึ้นอีกงั้นรึ?
ร่างหนาเอนกายกับพนักเก้าอี้นวมตัวใหญ่ นิ้วเรียวแข็งเคาะโต๊ะช้าๆ พลันใบหน้าสวยพริ้มเพราของใครคนหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในโสตประสาท ความนุ่มนิ่มจากผิวเนียนละเอียดของเธอ และกลิ่นหอมละมุนยังคงติดตรึงอยู่โสตประสาท
หากไม่เพราะ....
ความจำเป็นบางอย่าง
เขาคงไม่เลือกใช้วิธีนี้กับเธอในตอนแรก และตอนนี้เขาก็ไม่อยากจะใช้วิธีนั้นแล้ว
แต่อย่างไงก็ตาม
เขาจำเป็นต้องมีลูกเพิ่มอย่างน้อยสองคน และต้องเป็นลูกที่เกิดจากผู้หญิงคนนี้เท่านั้น
เจนจิรา วรเดชา
และไม่ว่ายังไง เธอก็ไม่มีทางจะหนีเขาพ้น
"ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น ยังไงฉันก็ต้องมีน้องให้อเล็กซ์ ...ตระกูลแอนเดอร์สันต้องมีทายาทเพิ่มอีกแน่นอน"
**********