ตอนที่ 3
ภารกิจที่ฝังใจ
รถยนต์สีบรอนซ์สัญชาติเยอรมัน มาจอดยังบ้านสวนที่แสนร่มรื่นในอำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี เจนจิรา หันไปขอบคุณ ทรงพล ที่เป็นเพื่อนสนิทมาตั้งแต่เด็ก และอยู่บ้านใกล้กันในละแวกนั้น เมื่อรู้ว่าเธอจะกลับบ้านสวนเลยอาสาไปรับเพื่อกลับมาด้วยกัน
"ขอบใจพลมากนะ ที่มาส่งถึงหน้าบ้านเลย"
"ไม่เป็นไรๆ เราก็จะกลับบ้านไทรน้อยพอดี แล้วรถเจนซ่อมเสร็จเมื่อไหร่อะ"
"น่าจะอีกหลายสัปดาห์เลย ต้องเปลี่ยนทั้งเกียร์และคอมเพรสเซอร์แอร์ สงสัยเราจะใช้งานสมบุกสมบันไป เข้าบ้านไปกินน้ำกินท่าก่อนไหม?"
หญิงสาว เอ่ยชวนเพื่อนเช่นทุกครั้ง
แต่อีกฝ่ายส่ายหน้าปฎิเสธ
"ไม่ดีกว่าดึกแล้ว คุณยายเจนน่าจะนอนแล้ว เดี๋ยวเราเข้าไปจะรบกวนเปล่าๆ ไว้วันหลังละกัน"
"เคๆ เดี๋ยวค่อยคุยกัน"
ร่างบางเดินเข้ามาด้านใน กลิ่นหอมของดอกแก้วที่ปลูกตามแนวรั้วทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นจนต้องยิ้มออกมา ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็น จิตตรี ผู้เป็นมารดา นั่งอยู่บนโซฟาและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"เจ้าพลมาส่งเหรอลูก? กลับไปแล้วเหรอ? แม่ว่าจะฝากมะม่วงไปให้ป้าหวันกินหน่อย"
"ใช่จ้ะ กลับไปแล้วค่ะแม่ เดี๋ยวพรุ่งนี้โทรบอกให้เข้ามาเอาก็ได้ค่ะ แล้วยายละหลับไปนานรึยังคะ?"
เธอเอ่ยถามผู้เป็นยายซึ่งตอนนี้อายุแปดสิบกว่าแล้ว
"หลับตั้งแต่ยังไม่สองทุ่ม ตั้งแต่ไม่มีเรื่องกลุ้มอกกลุ้มใจ ก็กินอิ่มนอนหลับสบาย"
"ดีแล้วค่ะ"
เรื่องกลุ้มใจที่แม่ของเธอเอ่ยถึง ก็คงจะเป็นบ้านและที่ดินของบรรพบุรุษกว่าห้าไร่แห่งนี้ ที่เคยติดจำนองอยู่กับธนาคาร
และเพราะภารกิจนั้น
ทำให้เธอสามารถไถ่ถอนบ้านหลังนี้คืนมาได้
เธอบอกว่าเป็นเพราะได้รับโปรเจคใหญ่ จากการไปทำงานต่างประเทศ ทำให้ได้เงินก้อนโตมาไถ่ถอนทรัพย์สินที่แสนสำคัญนี้คืนมา
"ไปอาบน้ำอาบท่าก่อนลูก แล้วค่อยมากินข้าว แม่ทำแกงเลียงกุ้งสดใส่ผักเยอะๆ ที่หนูชอบไว้ กับข้าวเหนียวมูนกะทิสด"
"ได้ค่ะแม่"
เจนจิรา เดินขึ้นยังชั้นสองห้องนอนของตัวเอง แล้ววางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะมุมหน้าต่าง ใบหน้าสวยถอนหายใจออกมา เมื่อหลุบมองลิ้นชัก เธอครุ่นคิดอยู่เพียงครู่ก่อนจะล้วงกุญแจไขเปิดออก ก่อนจะหยิบภาพถ่ายและข้อมูลของเด็กคนหนึ่งออกมา
เด็กคนที่เธอทำภารกิจไว้เมื่อหกปีที่แล้ว
แม้ข้อตกลงเธอจะไม่มีสิทธิ์ในตัวของเด็กชาย แต่เจนจิราก็อดไม่ได้ที่จะขุดคุ้ยหาข้อมูลเด็กขายคนนี้ ด้วยความห่วงใยและอยากรับรู้ ไม่รู้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำก็ตาม
เด็กชาย อเล็กซ์ แอนเดอร์สัน
บุตรชายของ ลีออน แอนเดอร์สัน
ผู้นำธุรกิจโลจิสติกส์และขนส่งรายใหญ่ของโลก ที่ไม่ค่อยมีข้อมูลเปิดเผยทางสื่อเท่าใดนัก คาดว่าอาจจะต้องการความเป็นส่วนตัวให้กับลูกชายของเขา
แต่เธอก็ยังมีความพยายามที่จะเสาะแสวงหาข้อมูลเหล่านี้มาจนได้
"น่ารักมาก"
ริมฝีปากอิ่มจิ้มลิ้มเม้มเข้าหากันแน่น ขณะมองภาพใบหน้ากลมบ้องแบ๊วของเด็กชายอเล็กซ์ ที่มีเรือนผมสีน้ำตาลเข้ม และดวงตากลมโตสุกสกาว เป็นภาพที่เธอมองยังไงก็ไม่มีวันเบื่อ
และทุกครั้งที่ได้มอง ได้เห็น
ความรู้สึกมากมายก็ปะทุขึ้นมาในจิตใจ ทั้งอิ่มเอม โหยหา และคิดถึงอยากโอบกอด ชิดใกล้กับพวงแก้มยุ้ยนั่นยิ่งนัก
จนตัวเองรู้สึกเหมือนตัวเองจิตตก
ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้
ก็ทำให้เธอไม่อยากจะมีความสัมพันธ์ทางกายและใจกับใคร เหมือนใจเธอผู้ติดอยู่กับเด็กน้อยที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตน แม้จะไม่มีสิทธิ์นั้นเลยก็ตาม
นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอไม่อยากจะรับทำภารกิจนี้อีก ต่อให้จะได้เงินเยอะแค่ไหนก็ตาม เพราะเงินก้อนแรกที่เธอได้มานั้น เอามาไถ่ถอนบ้านและที่ดินแห่งนี้เรียบร้อยแล้ว
และในชีวิตนี้เธอก็ไม่อยากจะได้อะไรอีก
แต่อยากจะเยียวยาหัวใจตัวเอง
ให้หลุดพ้นกับเรื่องนี้เสียที
.
.
"เยี่ยมมากเลยเจน ปิดดีลกับลูกค้ารายล่าสุดได้ตามเป้า สมแล้วที่เป็นเซลล์โคเบอร์หนึ่งของบริษัท"
อนุชิต ผู้จัดการทั่วไป ของบริษัทเคพีชิปปิ้ง ซึ่งเป็นหัวหน้าของเธอเอ่ยชม แม้ เจนจิรา จะจบมาทางด้านขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งเหมาะกับตำแหน่งเกี่ยวกับพิธีการด้านศุลกากรนำเข้าส่งออก แต่เธอเลือกที่มาเป็นเซลล์แทนฝ่ายปฎิบัติการ ด้วยผลประโยชน์ของคอมมิชชั่นที่มากกว่า และเบื่อกับการต้องทำงานกับเอกสารจุกจิก
และก็ตระหนักได้ว่าตัวเองเลือกถูก
แม้ฝ่ายขายจะมีเรื่องตัวเลขยอดเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ก็คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้ทุ่มเทไป เมื่อเห็นคอมมิชชั่นที่เข้าพร้อมกับเงินเดือน
อย่างน้อยก็ทำให้เธอได้ใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการ และหากเวลาเกิดปัญหาอุปสรรคขึ้นในชีวิต เงินจะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์และช่วยให้เธอหลุดพ้นจากเรื่องที่เธอไม่ต้องการได้ดีที่สุด
เธอรู้ดีว่า เงิน สำคัญเพียงใด
และมันสามารถซื้อชีวิตและจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์ได้
ซึ่งเธอก็เคยทำมาแล้ว
ดังนั้นเธอต้องกอบโกยเงินไว้เยอะๆ ตราบเท่าที่ยังมีแรงทำงาน และการเป็นเซลล์จะตอบโจทย์เธอได้มากที่สุด
"ขอบคุณพี่ชิตเช่นกันค่ะ ที่ทำให้ทุกออเดอร์ลื่นไหลได้ เจนขอบคุณมากค่ะ"
อนุชิต เป็นรุ่นพี่ที่เรียนทางด้านโลจิสติกส์จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน และคอยช่วยเหลือจุนเจือเธอมาตลอด เขาแนะนำให้เธอมาสมัครงานที่นี่ หลังจากที่เจนจิรากลับมาจากต่างประเทศ เพราะเขาเป็นหลานชายของเจ้าของบริษัท
แต่แม้จะใช้เส้นสายเข้ามาทำงาน เจนจิรา ก็ถือว่าเป็นพนักงานที่ทำผลงานได้เป็นอย่างดีเยี่ยมตลอดมา
"เออนี่ เรื่องเอกสารเสนอลูกค้าให้ admin จัดการให้แล้วกัน เดี๋ยวเจนเข้าไปคุยลูกค้ากับพี่ช่วงบ่ายสองนี้ มีลูกค้าเจ้าใหม่ที่เขาอยากจะให้เราเป็นพันธมิตรทางด้าน Shipping และโลจิสติกส์ในภูมิภาคเอเชียให้"
คำบอกของหัวหน้า ทำให้เจนจิราเงยหน้าขึ้น
"ลูกค้าใหม่?"
"ใช่ เห็นว่าบริษัทแม่อยู่ฟินแลนด์หรือสวีเดนนี่แหละไม่แน่ใจ วันนี้เขาจะเข้ามาคุย พี่อยากให้เจนเข้าด้วย แล้วถ้าปิดยอดได้เจนก็จะได้เปอร์เซ็นต์ด้วย"
หญิงสาวตาวาววับขึ้นทันที
นานๆ จะเจอลูกค้าเข้ามาคุยงานที่ออฟฟิศ
มีหรือที่เธอจะไม่คว้าโอกาสนั้นไว้
"ได้ค่ะ เดี๋ยวเจนเตรียมข้อมูลไว้เลยค่ะ"
เจนจิรา ใช้เวลาเตรียมข้อมูลในการพรีเซ้นต์ด้วยเวลาอันรวดเร็ว พร้อมแจ้งแม่บ้านให้เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องประชุมด้านล่างให้เรียบร้อย หญิงสาวลงมารอที่ห้องก่อนเวลาเพื่อดูข้อมูลของลูกค้า ก่อนที่คิ้วเรียวสวยจะขมวดเข้าหากัน เมื่อเห็นรายละเอียดว่าบริษัทที่จะเข้ามาคุยคือ LAA shipping & logistic เป็นบริษัทในเครือของ LAA Group
"พี่เองก็แปลกใจเหมือนกันนะ ปกติบริษัทใหญ่แบบนี้เขาจะมีเครือข่ายที่ครบวงจรอยู่แล้ว แต่กลับต้องการมาดีลกับบริษัทเล็กๆ อย่างเรา สงสัยโชคจะเข้าข้างเราแล้วละ"
อนุชิต บอกกับเธอด้วยรอยยิ้ม
ขณะที่เซลล์คนสวยหน้ายู่ขึ้นยิ่งกว่าเดิม
"....."
"ทำไมเหรอ? เจนไม่ดีใจหรือไงที่จะได้ดีลงานกับที่นี่ ถึงเขาจะไม่เลือกเราแต่ก็ถือว่าเรามีโอกาสที่ดีนะพี่ว่า"
"ค่ะ"
หญิงสาวพยักรับ ได้แต่บอกตัวเองว่า คงเป็นแค่เรื่องบังเอิญ เพราะถึง LAA จะต้องการเป็นพันธมิตรกับบริษัทชิปปิ้งเล็กๆ แบบเคพีจริงๆ คนอย่าง ลีออน ก็คงไม่มาคุยงานในเรื่องขี้ประติ๋วแบบนี้แน่นอน
"เชิญด้านในครับ"
ทีมของเธอเปิดประตู ก่อนพาคนของ LAA เข้ามา เจนจิรา ถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อเห็นคนที่เข้ามา เป็นผู้หญิงหนึ่งคนและผู้ชายสามคน ซึ่งน่าจะเป็นทีมฝ่ายจัดซื้อและผู้บริหารของที่นั่น
"ขอบคุณมากเลยนะครับที่ให้ความสนใจในการดำเนินธุรกิจของเคพี วันนี้ทีมงานของเราอยาก นำเสนอการบริการสำหรับลูกค้าขนาดเล็กและกลาง ที่เราดำเนินการมาตลอด..."
อนุชิต เอ่ยอย่างเป็นมืออาชีพ ขณะเตรียมจะส่งข้อมูลให้เธอพรีเซ้นต์ต่อดั่งเช่นทุกครั้ง
ทว่าผู้บริหารของแอลเคเค เอ่ยขึ้น
"รอสักแป๊บนะครับคุณอนุชิต พอดีนายใหญ่ของเราที่มาจากสำนักงานใหญ่สวีเดน ต้องการจะเข้าฟังข้อมูลด้วย เห็นว่ามาถึงแล้ว"
ทุกคนต่างหันมองหน้ากัน
ด้วยไม่อยากจะเชื่อว่าการดีลงานครั้งนี้ จะมีนายใหญ่ของ LAA เข้าร่วมด้วย
แต่ความสงสัยนั้นก็อยู่ไม่นาน
เมื่อร่างหนาสูงโปร่งในชุดสูทสีน้ำเงินเข้ม เดินเข้ามาในห้องเพราะผู้ช่วยอีกสองคน
และสิ่งที่ เจนจิรา กังวลใจก็เกิดขึ้นจริง
เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นแล้วสบตา กับนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจากใบหน้าหล่อเหลาราวพระเจ้าสร้าง เขามองเธออยู่ก่อนแล้ว และเธอสังเกตเห็นมุมปากของอีกฝ่ายยกยิ้มขึ้น เมื่อผู้บริหารของแอลเคเคเอ่ยบอกเขาเป็นภาษาอังกฤษ
"เชิญครับคุณลีออน"
**************