ตอนที่ 6
ลูกบุญธรรม
พลอยขวัญ รีบกลับเข้าห้องด้วยใจที่เต้นระะส่ำไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าของเธอแดงก่ำไปถึงใบหู หญิงสาวมองตัวเองในกระจก เห็นใบหน้าและริมฝีปากตัวเองที่บวมเจ่อเพราะแรงจูบจากเขาเมื่อกี้ ความวาบหวามก็แผ่เข้ามาในใจของเธออีกรอบ
เมื่อสักครู่เขาพูดถึงครั้งแรกที่เจอเธอ....
หญิงสาวรู้สึกได้ว่าหัวใจของเธอเต้นระส่ำ
วันที่เจอหน้าเขาครั้งแรกเมื่อสามเดือนที่แล้ว วันนั้นที่ตึกเศวตสิริเธอนั่งอยู่ในห้องทำงานของเจ้าสัว ร่างหนาของ แทนไท เดินเข้ามา พลอยขวัญเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างตื่นเต้น
ตัวจริงของ แทนไท เศวตสิริ ดูดีกว่าในรูปถ่ายและสื่อโซเชียลที่เธอเฝ้าติดตามมาตลอด เขาเป็นคนรูปร่างสูงโปร่งสมส่วน ใบหน้าหล่อเหลาคมสะอาดนั้นเป็นกรอบเด่นชัด ด้วยดวงตากลมโตที่มีขนตาเป็นแผง เรียงเป็นระเบียบแสนมีเสน่ห์ พาดด้วยคิ้วหนาดำเข้ม และจมูกโด่งเป็นสันราวดอกงารับกับริมฝีปากหยักได้รูปสวยแดงระเรื่อเหมือนผู้หญิง ผิวของเขาขาวออกเหลือง พอทราบว่าแม่ของเขามีเชื้อสายลูกเสี้ยว เขาถึงได้มีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาราวพระเจ้าสร้างเช่นนี้
เขาใส่เพียงเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้ม ไม่ได้ใส่สูทผูกไท กระดุมเม็ดบนเหมือนจะหลุดลงมาหนึ่งเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกำยำแน่นเครียด และมีรอยสักรูปมังกรโผล่ออกมา
คิ้วหนาเลิกสูงเมื่อมองสบตาเธอ ประกายบางอย่างปรากฏอยู่ในดวงตาคมเข้มคู่นั้น ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อเขาหันไปมองหน้าเจ้าสัวฮ้งผู้เป็นพ่อ
"นี่หนูพลอยขวัญ เป็นน้องบุญธรรมของแก พลอยจะเข้ามาอยู่ในบ้านคอยดูแลอั๊วและดีลงานบางอย่างของเศวตศิริร่วมกับคุณกุ้งเพื่อกลั่นกรองข้อมูลและประสานงาน ให้อั้วตัดสินใจอะไรได้ง่ายขึ้น"
พลอยขวัญ สังเกตว่าใบหน้าของเขาอึมครึมลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อหันกลับมามองเธออีกครั้ง
"ครับ ผมจะต้องทำอะไร?"
เขาถามชัดๆ ตรงประเด็น
เธอสังเกตออกว่าเขาดูไม่ค่อยพอใจเธอเท่าใด ไม่ต่างจากที่เจ้าสัวแนะนำเธอกับคุณเกศราและคุณสารินี แต่สองคนนั้นแสดงท่าทีออกมาอย่างชัดเจน ต่างจากคุณแทนไท
"อั๊วต้องการบอกให้ลื้อรู้ไว้ เพราะยังไงลื้อก็คือรองประธานใหญ่ของเศวตสิริ อะไรที่สำคัญเกี่ยวกับเรื่องของบริษัท ต่อไปนี้หนูพลอยจะเข้าไปมีส่วนรับรู้เกือบทั้งหมด"
ดวงตาคู่สีนิลเข้มขุ่นมัวลงอย่างชัดเจน
พลอยขวัญหลบสายตาเขาและทอดมองต่ำยังพื้นห้อง
เธอได้ยินเขาเอ่ยว่า "ครับ" คำเดียว ก่อนที่ร่างหนานั้นจะหันหลังเดินออกจากห้องไป
"เจ้าแทนมันเป็นคนทำงานเก่งมีสมอง แต่มันก็ดื้อมาก ฉันหวังว่าหนูจะไม่ถือสามัน"
เจ้าสัวฮ้ง หันมาบอกเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง ทว่าก็ยังฉายแววกังวลอยู่ในนั้น
"ฉันอยากให้หนูเปิดใจในทุกอย่างที่นี่ หากต่อจากนี้จะต้องเจออะไรต่างๆ เพราะลึกๆ แล้วเจ้าแทนเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนโยน แต่หลังจากเกิดเรื่องตอนนั้น....."
ฮ้งชะงักคำพูดไว้เพียงแค่นั้น
และพลอยขวัญก็เข้าใจได้ดี
ด้วยเรื่องนี้เจ้าสัวฮ้งเคยเล่าให้เธอฟังแล้วเกี่ยวกับเรื่องราวแสนสะเทือนใจ ของ คุณวิจิตรากับทัศนัย แฝดผู้พี่ของคุณแทนไท ที่ประสบอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวตกขณะกลับจากโรงแรมที่พักของเครือเศวตสิริที่เวียดนาม
ตอนนั้นแทนไทอายุสิบห้าปีเขากับเจ้าสัวฮ้งและช่อลดาพี่สาวไปตรวจงานที่นั่น และรอแม่กับพี่อยู่ที่โรงแรม
เหตุการณ์ตอนนั้นสร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับเจ้าสัวฮ้งและครอบครัวเศวตสิริอย่างมาก ทว่าคนที่เหมือนจะขาดใจมากที่สุดก็คือแทนไท ที่เขาดูเหมือนจะเสียอีกตัวตนของตัวเองไปแล้ว
หลังจากนั้นแทนไทเปลี่ยนจากเด็กหนุ่มที่เคยร่าเริงสดใส เป็นเงียบขรึมปลีกตัวเองจากผู้คน แม้เขาจะมีเพื่อนสนิทแต่ก็มีอยู่แค่สองคนคือ จักรกริช และ ศิลา
เขาพูดคุยสื่อสารกับเจ้าสัวฮ้งน้อยลง และไปอยู่โรงเรียนประจำที่อังกฤษ เมื่อกลับมาบริหารที่นี่เขาก็เปลี่ยนไปเหมือนเป็นคนละคน
ไม่ใช่ แทนไท เศวตสิริ ผู้ที่เคยมีรอยยิ้มสดใสอีกแล้ว
"ไม่ว่ามันจะพูดหรือทำอะไร หนูพลอยก็อย่าได้ไปถือสามันเลย ให้คิดว่าลึกๆ แล้วมันเป็นคนจิตใจดี ที่เหงาอ้างว้างคนหนึ่งเท่านั้น"
ผู้เจนโลกเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ตลอดชีวิตที่ต้องล้มลุกคลุกคลาน กว่าจะก่อร่างสร้างตัวทำธุรกิจจนเติบใหญ่ ฮ้งผ่านอะไรมาเยอะจนชาชินกับความเจ็บปวดและสูญเสีย แต่สิ่งเหล่านั้นเทียบไม่ได้เลยกับการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนั้น
แม้เวลาจะผ่านมานานเท่าใด ทุกสิ่งก็ยิ่งเด่นชัดมากขึ้น แต่ฮ้งเลือกที่จะกลืนเก็บทุกสิ่งเหล่านั้นไว้ในห้วงลึกของหัวใจ และเลือกที่จะมองไปข้างหน้า
ชีวิตของเขาคือพรุ่งนี้เสมอ
"ท่านเจ้าสัวอย่ากังวลเรื่องนั้นเลยค่ะ พลอยรู้ว่าควรต้องวางตัวยังไง พลอยเข้าใจคุณแทนค่ะ"
คำบอกของเด็กสาวคราวลูก ทำให้ดวงตาสีหม่นเทาของ ฮ้ง ทอแสงอ่อนลง
พลอยขวัญ วโรทัย เป็นลูกสาวคนเดียวของ มุ่งมั่น เพื่อนสนิทที่เคยมีบุญคุณกับเขาอย่างเหลือล้นในวัยหนุ่มกลัดมัน ชีวิตเตลิดเปิดเปิง หนีเข้าป่าตอนเหตุการณ์วุ่นวายของบ้านเมืองคราวนั้น และมุ่งมั่นคือคนที่มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้เขามีชีวิตรอดกลับมายืนอยู่ตรงนี้ได้
ด้วยต่อมาเพื่อนสนิทคนนี้เป็นคนชักจูงเขาเข้าสู่วงการอสังหาริมทรัพย์ด้วยการเก็งกำไรจากที่ดินไม่กี่ผืนบริเวณภูเขาที่เขาค้อสถานที่ที่พวกเขาเคยหนีไปกบดานครานั้น
การจะเติบโตในธุรกิจใดนั้นไม่เพียงต้องมึสมองมองกำไรที่อยู่ในอากาศเป็น แต่ต้องมีโอกาสเพื่อหาทางสร้างจังหวะที่ดี และสิ่งที่สำคัญที่สุดนั้น คือต้องมีพันธมิตรที่ดี
ฮ้ง มีโอกาสรู้จักกับ วิจิตรา ไฮโซเมืองเหนือ เขาตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็น และนั่นคงเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขาใช้คำว่า รัก ได้อย่างเต็มปาก เธอเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังในความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้
ทั้งเรื่องเงินทุนและกำลังใจอันมากมายมหาศาล
ในชีวิตนี้ ฮ้ง ระลึกไว้ในใจอยู่เสมอว่า นอกจากมิตรมากมายที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จและเติบใหญ่ได้ คนสองคนในชีวิตที่เขาไม่เคยลืมเลย
...คือ วิจิตราเมียรัก และ มุ่งมั่นเพื่อนรัก
นกจะขึ้นสูงย่อมมีปีกที่แกร่งกล้า
คนก็เช่นกัน จะขึ้นสูงได้เพื่อนและคนรอบตัวคือปีกอันใหญ่
เมื่อขึ้นอยู่จุดสูงสุดของพีระมิดในวงการอสังหาฯ แล้ว นอกจากจะดูแลเมียรักเป็นอย่างดี ฮ้งก็ยังคอยพยายามตอบแทนบุญคุณกับ มุ่งมั่น อยู่เสมอ
แต่ทว่า มุ่งมั่น นั้นหยิ่งยโสยิ่งนัก ไม่ยอมรับเงินหรือความช่วยเหลืออะไรจากเขาง่ายๆ มั่นทำธุรกิจรีสอร์ทขนาดกลางอยู่ที่เขาค้อ และมีลูกสาวหนึ่งคน แต่เมื่อลูกสาวอายุได้ประมาณสิบกว่าขวบ ภรรยาของมั่นก็เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ
เขาและมุ่งมั่น ต่างเผชิญชะตากรรมที่ไม่ต่างกัน..
ต่างกันเพียงว่า ธุรกิจของเขาเติบใหญ่ไปเรื่อยๆ และขึ้นมาอยู่ในจุดสูงสุดในแวดวงธุรกิจ
โดยหลังจากภรรยาเสียชีวิตแล้ว ฮ้ง ก็รับเมียมาเพิ่มอีกหลายคน เพื่อปิดบังความรู้สึกอ้างว้าง สูญเสีย และเศร้าสร้อย ที่กำลังเกาะกินจิตวิญญาณลึกๆ อยู่ในใจของตน แต่กระนั้น ฮ้งก็ยังมีขอบเขตที่จะไม่ให้เมียแต่ละคนเข้ามาวุ่นวายในบ้านใหญ่ที่เขาเคยอยู่กับวิจิตราและลูก
ฮ้งดูแลทุกคนเป็นอย่างดี เพื่อให้คอยช่วยการช่วยงานในแต่ละด้าน เพราะธุรกิจของเศวตสิริขยายใหญ่และเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกวัน กระนั้นเขาก็บริหารจัดการเกี่ยวกับผลประโยชน์และทรัพย์สินโดยให้ สมชาย ทนายส่วนตัวดูแลในเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด
แต่แล้ว ฮ้ง ก็ได้สูญเสียบุคคลที่เป็นคนสำคัญของเขาก็อีกคน…
มุ่งมั่น ได้เสียชีวิตในบ้านพักอย่างสงบด้วยอาการหัวใจล้มเหลว
เขาตระหนักได้ว่า ชีวิตคนมันแสนสั้นและเปราะบางยิ่งนัก
เขาจึงยึดคติไว้ในใจเสมอว่า
การทำธุรกิจนั้น ให้ทำเหมือนดั่งว่าเราจะมีชีวิตยืนยาวไปตลอดไม่มีวันจากโลกนี้ไป
แต่การใช้ชีวิต เราต้องใส่ใจกับคนในครอบครัวและคนรัก ให้ถือเสมือนว่าเราจะมีชีวิตอยู่อีกแค่วันสุดท้ายบนโลกนี้เท่านั้น
นั่นหมายถึงว่า
สำหรับเรื่องธุรกิจเราควรทำด้วยความทุ่มเท แทนคำสัญญาว่าเราจะรับผิดชอบดูแลลูกค้าและพันธมิตรไปชั่วกาลนาน
แต่สำหรับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวนั้น เราควรทุ่มเทอย่างเต็มที่ให้เหมือนดั่งว่าเราจะมีชีวิตอยู่เป็นวันสุดท้ายของโลกใบนี้
รักและรู้สึกยังไงก็ควรจะแสดงออกตรงๆ ในตอนนี้
เพราะพรุ่งนี้คนๆ นั้นที่เราอยากบอก
....อาจจะไม่ได้อยู่ให้เราเอ่ยคำนี้แล้ว
คิดได้ดังนั้นฮ้งจึงได้ตัดสินใจ
รับพลอยขวัญมาเป็นลูกบุญธรรมของตน
และตั้งใจที่จะดูแลลูกสาวของเพื่อนสนิทเป็นอย่างดีที่สุด
**************