ตอนที่ 1
ลูกชายเจ้าสัวฮ้ง
พลอยขวัญ ยกถาดกาดินเผาขนาดเล็กเข้ามาในห้องประธานใหญ่ของกลุ่มเศวตสิริ วันนี้ เจ้าสัวฮ้ง อลงเกียรติ เศวตสิริ เข้ามาที่สำนักงาน เพราะว่ามีโครงการใหญ่ที่จะทำร่วมกับพันธมิตรหลายเจ้า
ปกติเจ้าสัวฮ้งไม่ได้เข้าออฟฟิศบ่อยนัก ส่วนใหญ่จะสั่งการงานเกือบทุกอย่างอยู่ที่บ้านซอยยี่สิบแปด ด้วยตอนนี้ธุรกิจหลักๆ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ จะมีลูกชายคนโตคือ แทนไท เศวตสิริ เริ่มเข้ามาบริหารงานและรับช่วงต่อในหลายๆ ส่วน
"ขอบใจมากนะหนูพลอย"
คำบอกของเจ้าสัวฮ้ง ทำให้พลอยขวัญละสายตาจากภาพถ่ายขนาดใหญ่ที่ติดข้างผนัง ที่มีเจ้าสัวฮ้งกับลูกชายและลูกสาวอยู่ในนั้น
ความจริงเจ้าสัวฮ้งมีภรรยาและลูกหลายคนมาก แต่คนที่เจ้าสัวจดทะเบียนสมรสด้วยมีเพียงคนเดียว คือ คุณวิจิตรา และมีลูกด้วยกันสองคนคือ ช่อลดา และ แทนไท
คุณวิจิตราเสียชีวิตไปนานแล้ว จากนั้นเจ้าสัวก็มีภรรยาอีกหลายคน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับใครอีก เจ้าสัวรับผิดชอบลูกเมียทุกคนเป็นอย่างดี แม้จะไม่ได้ให้ออกหน้าออกตาเหมือนลูกสาวกับลูกชายทั้งสองคน
แต่ทุกคนก็ล้วนได้รับผลประโยชน์ตามความเหมาะสม
"พลอยต่างหากค่ะ ที่ต้องขอบคุณท่านในทุกสิ่งทุกอย่าง"
พลอยขวัญ ตอบอย่างนอบน้อมขณะรินชาร้อนใส่จอกเล็ก เลื่อนให้กับผู้สูงวัย
ตอนนี้เธอเข้ามาทำงานในตำแหน่งเลขาอีกคนของเจ้าสัว หลังจากที่เจ้าสัวฮ้งรับเธอเป็นลูกบุญธรรม และให้เธอเข้าไปอยู่ในบ้านใหญ่เศวตสิริ บ้านหลังเดียวกับที่เจ้าสัวอยู่
ด้วยเหตุผลและเงื่อนไขบางอย่าง ทำให้เธอเต็มใจที่จะทำเช่นนั้น นอกเหนือจากการตอบแทนผู้มีพระคุณ
"นั่นยังไม่ได้ถึงครึ่ง กับสิ่งที่พ่อเธอเคยทำเพื่อฉันเลยนะพลอย" น้ำเสียงของฮ้งอ่อนลง เมื่อมองใบหน้าเนียนใสของเด็กสาวรุ่นลูก
"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง? ลื้อทำไหวไหม?"
"สบายมากค่ะ เจ้าสัวไม่ต้องห่วงนะคะ พลอยสนุกกับงานมาก และแม้พลอยจะต้องทำงานส่วนเลขาด้วย พลอยก็มั่นใจว่าสามารถดูแลท่านเจ้าสัวได้เป็นอย่างดีทุกอย่าง"
ดวงตาของเธอวาวระยับสดใส จนฮ้งต้องอมยิ้มออกมา ร่างท้วมของชายวัยหกสิบสี่ปีลุกขึ้น แล้วเดินมาใกล้ก่อนจะยกมือลูบหัวเธอด้วยความเอ็นดู
"ฉันดีใจที่เธอยอมมาอยู่ที่นี่และดูแลฉัน ขอบใจเธอมากนะพลอยขวัญ"
ความอุ่นซ่านจากฝ่ามือหนาของเจ้าสัวฮ้ง ทำให้พลอยขวัญพลันนึกถึงสัมผัสจากผู้เป็นพ่อที่อยู่บนฟ้า เธอจึงซบใบหน้าพิงกับแขนของเจ้าสัวโดยอัตโนมัติ
ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออก
เสียงแหบห้าวดังขึ้น เมื่อร่างสูงเดินเข้ามา
"โทษทีครับ!"
พลอยขวัญชะงักเล็กน้อย เมื่อหันไปมองใบหน้าหล่อสะอาดและสบตากับดวงตาคู่สีนิลเข้ม
ที่มองเธออย่างเยือกเย็น
"ผมไม่รู้ว่าเตี่ยกำลังสวีทกับเด็กอยู่! จะให้ผมเดินออกไปข้างนอกก่อนไหมครับ?"
แทนไท แค่นเสียงสูง
ทำท่าเหมือนจะเดินหันหลังกลับออกไป
"อย่าให้มันมากนะไอ้แทน! ลื้อมีธุระอะไรกับอั๊วก็พูดมา?"
น้ำเสียงของเจ้าสัวเข้มขึ้น สีหน้าท่าทางเปลี่ยนจากเมื่อสักครู่ที่คุยกับเธอจากหน้ามือเป็นหลังมือ "อีกอย่างหนูพลอย ก็ถือว่าเป็นเหมือนคนในครอบครัวของเราและเป็นน้องแกอีกคน เพราะตอนนี้อั๊วให้เป็นลูกบุญธรรมของอั๊วแล้ว"
แทนไท หรี่ตาแคบลงเมื่อมองเรือนร่างอรชรในชุดแบรนด์เนมทั้งตัวที่คงซื้อจากบัตรเครดิตที่เตี่ยให้ ใบหน้าสวยจิ้มลิ้มนั้นเอียงคอมองเขาอย่างใสซื่อ
แต่ดูยังไงก็รู้ว่าแกล้งทำ
เขายักไหล่เล็กน้อย
"ครับ ลูกบุญธรรมก็ลูกบุญธรรม ผมไม่ได้ว่าอะไรเตี่ยนิ ปกติผมก็มีพี่น้องออกเยอะแยะ จนบางคนผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นน้องของผม"
ปกติเขาไม่ค่อยจะใส่ใจเลยด้วยซ้ำ
ว่าเตี่ยจะมีเมียหรือลูกกี่คน เพราะตั้งแต่แม่เสีย เตี่ยก็มีเมียสองสามสี่ห้าหก... ทั้งเอามาอยู่ในเขตรั้วบ้านเดียวกันและเลี้ยงดูไว้ด้านนอกก็อีกมาก
เขาไม่เคยมีปัญหาในจุดนั้น เข้าใจว่าเตี่ยก็มีความต้องการเป็นเรื่องปกติของผู้ชาย
และที่ผ่านมาเตี่ยเองมีการจัดสรรปันส่วนเรื่องผลประโยชน์ให้กับลูกเมียแต่ละคนอย่างเหมาะสม และไม่มีใครกล้าที่จะล้ำเส้นเลยสักครั้ง ด้วยมี สมชาย ทนายประจำตระกูลที่ดูแลเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด
และอย่างไรเสีย เขาเองที่เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของ แม่วิจิตรา ที่ได้รับผลประโยชน์เป็นอันดับหนึ่งของเศวตสิริเสมอ และตลอดมา
เขาจึงไม่ซีเรียส
ว่าเตี่ยจะมีเมียและลูกหรือจะรับเลี้ยงอีหนูอีกกี่คน
เพียงแต่กับ พลอยขวัญ ผู้หญิงวัยยี่สิบสี่ปี ซึ่งอายุน้อยกว่าเขาถึงเจ็ดปีนั้น มีบางอย่างที่เขารู้สึกตะขิดตะขวงใจ เพราะตั้งแต่เตี่ยรับมาเป็นลูกบุญธรรม ก็ให้เข้ามาอยู่ในบ้านใหญ่บ้านเดียวกับที่เตี่ยกับแม่วิจิตราเคยอยู่ ทั้งที่เมียคนอื่นแม้จะอยู่เขตรั้วบ้านเดียวกัน แต่เตี่ยก็จะสร้างให้อยู่คนละหลัง
ไม่เคยมีลูกเมียคนไหนได้มาพักอาศัยอยู่ในบ้านใหญ่หลังนี้ นอกจากเขาและพี่สาวช่อลดา
พลอยขวัญ เป็นคนแรก
และเตี่ยยังให้ผู้หญิงคนนี้มาทำงานในตำแหน่งเลขาส่วนตัวและดูแลชีวิตความเป็นอยู่ทุกอย่างของเตี่ย ในขณะที่เขาสืบทราบมาว่าเตี่ยกำลังจะเปลี่ยนพินัยกรรม
โดยเขาไม่รู้เรื่องราวในจุดนั้นเลย
ตอนนี้เขาจึงไม่ไว้ใจผู้หญิงคนนี้ที่สุด
"ลื้อมีอะไรก็พูดมา"
ฮ้ง รีบตัดบท ในบรรดาลูกทั้งหมดก็คงมีแต่ แทนไท คนเดียวที่กล้าต่อปากต่อคำกับตน
"เห็นเตี่ยบอกว่าโครงการทีปาร์คเจ้าพระยาจะไม่ให้ผมดูแล้ว ผมก็เลยสงสัยว่าเตี่ยจะให้ใครมาดูแทน เป็นไอ้เตหรือไอ้วิทย์หรือเปล่า?"
แทนไทถามอย่างสงสัย บางทีเตี่ยอาจจะมอบหมายให้น้องชายต่างมารดาของเขาคือ เตชิต กับ วิทย์ เป็นคนดูแล
แต่เจ้าสัวฮ้งส่ายหน้า
"ใช่ อั๊วเห็นว่าลื้อต้องไปดูโครงการใหญ่วายอาร์การ์เด้นท์ ไหนจะโครงการสัมปทานเหมืองแร่อีก อั๊วอยากให้ลื้อไปทุ่มเทตรงนั้น อีกอย่างโครงการนี้เป็นแค่โครงการคอนโดเล็กๆ ที่ขายใกล้จะหมดแล้ว ก็เลยว่าจะให้หนูพลอยขวัญมาดูแทน"
คิ้วหนาของ แทนไทกระตุกขึ้นทันที
ก่อนจะเหลือบมองคนตัวเล็กที่นั่งก้มหน้าอยู่ไม่ห่าง
"ให้พลอยขวัญดูแทน?"
แม้เขาจะมีพี่น้องหลายคนแต่ส่วนใหญ่พี่น้องผู้หญิงจะไม่ค่อยมีบทบาทในการบริหารโครงการสำคัญของเศวตสิริ ส่วนใหญ่จะเป็นการรับเงินปันผลและดูแลในภาคปฏิบัติมากกว่า แม้กระทั่ง ช่อลดา พี่สาวแท้ๆ ของเขาเอง ซึ่งตอนนี้ยังไปปั้นบริษัทตัวเองเกี่ยวกับธุรกิจพีอาร์เพื่อคอยซัพพอร์ตให้กับบริษัทในกลุ่มของเศวตสิริอีกที
แต่ทำไมจู่ๆ จึงให้ผู้หญิงคนนี้มาบริหารแทนเขา
แถมเป็นโครงการที่เขาคิดและทำอย่างทุ่มเทมาตั้งแต่แรก ให้มาชุปมือเปิบได้ไง
"ใช่ หนูพลอยจะมาดู แกก็จะได้เบาขึ้นไง หนูพลอยเขาเก่งนะเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเอาข้อมูลมาให้อั้วดู ตอนนี้ห้องขายเกือบหมดแล้ว ขนาดตอนนี้มีปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นในผลพวงของแผ่นดินไหวและดินทรุดนะเนี่ย หนูพลอยเขาสามารถชูจุดเด่นโครงการก่อสร้างที่ได้มาตรฐานสูงของเรา"
แววตาของเจ้าสัวฮ้งเปล่งประกายขึ้น แทนไท รู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาทันที แต่พยายามระงับความรู้สึกบางอย่างไว้ในใจ กรามของเขาบดเบียดเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูนเด่น
แม้ตอนนี้เขาอยากจะตะโกนด่ากราดสักแค่ไหนก็ตาม
แต่ก็พยายามข่มมันไว้อย่างที่สุด
"ถ้าอย่างนั้นคนเก่งของเตี่ยคงไม่เหมาะที่จะไปทำโครงการเล็กๆ ที่จะขายใกล้หมดแล้วมั้งครับ ผมว่าให้ทีมการตลาดไปดูดีกว่าไหมครับเตี่ย?”
“ลื้อจะพูดอะไร?”
“คือตอนนี้ผมเองก็งานล้นมือหลายอย่าง พี่อ้อยเลขาส่วนตัวผมก็งานโอเว่อร์โหลดมาก เตี่ยเองก็มีเลขาอยู่แล้วตั้งสามคนไหนจะมีสมชายกับพิเชษฐ์อีก ผมเลยอยากจะให้พลอยขวัญมาช่วยงาน ให้เป็นเลขาส่วนตัวผมจะได้ไหมครับ?"
ในเมื่ออวดเก่งดีนัก เขาก็จะดึงมาใช้ประโยชน์ซะเลย
.
.
พลอยขวัญ รู้ดีว่าลูกชายคนโปรดของเจ้าสัวไม่ได้ชื่นชมว่าเธอเก่งเหมือนอย่างที่เขาพูดกับพ่อของเขาเมื่อสักครู่นี้หรอก และที่เขาขอให้เธอมาเป็นเลขา เพื่อช่วยงานเขาก็เพียงเพราะไม่อยากให้เธอไปดูแลโครงการที่เขาเคยทำไว้ต่างหาก
ทำไมพลอยขวัญจะมองเขาไม่ออก
แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้ เพราะเจ้าสัวดันเห็นด้วย
ตอนนี้เธอจึงเข้ามานั่งอยู่ในห้องทำงานของรองประธานใหญ่เศวตสิริ เพื่อรับบรีฟงานบางส่วน
"ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะครับ? คุณไม่เต็มใจที่จะมาเป็นเลขาของผมเหรอครับ?"
แทนไทเอ่ยถามด้วยถ้อยคำสุภาพหลังจากพี่อ้อยเลขาคู่ใจของเขาเดินออกจากห้องไปแล้ว ชายหนุ่มพยายามซ่อนหน้ากากหมาป่าเจ้าเล่ห์ไว้ข้างใน ด้วยรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เสแสร้งยิ่งกว่าเขา ไม่งั้นระดับเจ้าสัวฮ้งที่เป็นพ่อของเขาคงไม่หลงกลง่ายๆ แบบนั้นแน่นอน
แต่เขาไม่มีทางจะหลงเล่ห์เหลี่ยมของเธอเด็ดขาด
"เปล่าค่ะ พลอยกำลังดูข้อมูลโครงการที่เขาใหญ่อยู่"
พลอยขวัญถอนหายใจ พยายามเบี่ยงสายตาหลบเขา แต่ร่างหนากลับเหยียดกายลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้ คล้ายต้องการกลั่นแกล้งเธอ
อยากรู้เหมือนกัน ว่าถ้าเขาดึงด้านมืดของเธอออกมา
จะเป็นยังไง?
ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม จึงโน้มลงใกล้เธอจนสันจมูกโด่งชนกับแก้มเนียนใสที่เริ่มแดงระเรื่อ แทนไทแสร้งพ่นลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดรินผิวอ่อนบริเวณนั้น
เขารู้สึกได้ว่าเธอขยับตัวเล็กน้อย
มุมปากของ แทนไท ยกยิ้มอย่างร้ายกาจ
ก่อนจะกระซิบชิดริมหูขาวด้วยน้ำเสียงต่ำพร่า
"ผมดีใจมากนะครับ ที่คุณยอมมาเป็นเลขาของผม ...เราจะได้ใกล้ชิดและรู้จักกันมากกว่านี้"
***************