เจอสวน

1145 Words
ปัง...ปัง เสียงเคาะประตูดังสนั่นอยู่หน้าที่พัก น้องสาวต่างมารดานางมีนามว่า เฟิ่งจู หน้าตาสวยมีนิสัยกร้าวร้าวและหยิ่งผยอง นางใช้ไม้ตีประตูบานใหญ่ด้วยแรงอารมณ์เดือด เพราะซูเหยากล้าดีนักที่มาทำร้ายสาวใช้ของตน "พี่สาว พี่แน่จริงก็ออกมา" เฟิ่งจูพูดท้าทาย เอี๊ยดด...เสียงประตูบานใหญ่เปิดออก ปัง! "คุณหนู...เฟิ่งจูรอก่อนเจ้าคะตอนนี่คุณหนูซูเหยายังไม่วางเจ้าคะ" จ้าวจ้าวคุกเข่าข้อร้องให้คุณหนูเฟิ่งจูอย่าเพึ่งเข้าไป "นางทาสชั้นต่ำ....ออกไป" เฟิ่งจูยกขาขึ้นถีบกระแทกไปที่ลำตัวจ้าวจ้าวจนล้มเอียงไปทางซ้าย "โอ๊ย...อย่าเจ้าค่ะ" จ้าวจ้าวยื่นมือสุดแขนคว้าชายกระโปรงคุณหนูเฟิ่งจู เฟิ่งจูนั้นรีบสะบัดมือที่จับชายผ้าอยู่ "นางบ้า...ออกไป" เฟิ่งจูส่งสายตาข่มขู่อีกครั้ง แต่ในขณะที่เฟิ่งจูกำลังจะหันไปข้างหน้าพร้อมยกฝีเท้าก้าวเข้าไปด้านใน แปะ... ผลั๋ว ฝ่ามือไร้เงาตบจนรอยแดงบนใบหน้าเป็นเส้นรอยนิ้วมือ สาวใช้ทั้งห้าที่อยู่ด้านหลังยืนอึ้งไปชั่วขณะ ส่วนเฟิ่งจูนั้นก็เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าโดนตบเข้าจังๆ "นี่..พี่สาวกล้าตบข้ารึ" เฟิ่งจูถึงกับตะลึงว่าเหตุใดพี่สาวถึงกล้าตบนางต่อหน้าสาวใช้ เมื่อก่อนพี่สาวไม่สู้คนแต่ทำไมวันนี้ถึงเหมือนหมาบ้าไล่กัดคน เฟิ่งจูข่มอารมณ์รวบรวมอาการโทสะพร้อมกับสีหน้าเสียรู้ไปพร้อม ๆ กัน "พี่สาว...พี่ทำแค่นี่อย่าคิดว่าข้าจะกลัว" " ข้าทำให้มากกว่านี่อีก" " งันรึ " ซูเหยาขมวดคิ้วยกขึ้นพร้อมกับก้าวเท้าช้าๆ เดินไปข้างหน้า เฟิ่งจูถอยหลังแทบไม่ทัน เมื่อเห็นสายตาของซูเหยา แววตานั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เย็นชาแต่มั่นคงจนคนมองขนลุก ความรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยทั้งสีหน้าแววตาดูราวเปลี่ยนไปกับคนละคน เฟิ่งจูส่งสัญญานให้สาวใช้จับตัวซูเหยาไว้ สาวใช้ทั้งห้าก็เดินหน้าเข้ามาพร้อม ๆ กันหวังจะกดหัวซูเหยาให้แนบพื้นดินใต้เท้าคุณหนูเฟิ่งจู ชูเหยานั้นกลับไม่ยืนรอให้พวกนางเข้ามา กลับเดินเข้าไปหาพร้อมกระชากคอเสื้อ ลากมาตบทีละคน เหตุการณ์นี่มันเกิดขึ้นเร็วมาก ซูเหยาไม่ให้โอกาศให้สาวใช้ได้มีโอกาสโดนเนื้อตัวแม้แต่น้อย "มานี่..." ตุบ...ตับ ! "คุณหนูเฟิ่งจูช่วยด้วยเจ้าคะ" เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังประสาน ซูเหยาก็ยังตบต่อไปจนหน้าสาวใช้บวมแดงคนละข้างใบหน้าแต่ละคนเหมือนโดนผึ่งรุมตีจนมองไม่ได้ "บังอาจนัก" เฟิ่งจูตะโกนขู่จนเห้นเส้นเลือดใหญ่ที่ข้างลำคอนูนขึ้น "ทำไม ข้าเป็นถึงบุตรสาวคนโตของตระกูลสาม ส่วนเจ้าเป็นแค่ลูกอนุที่มาทีหลังช่างบังอาจนักที่มาว่าร้ายข้า ต่อไปนี่ข้าจะไม่ทนให้ลูกอนุอย่างเจ้ามาทำร้ายได้อีกไม่ว่าจะทางกาย วาจา ข้าจะไม่ยอมอีกต่อไป หากเรื่องนี่แพร่งพรายออกไปให้ผู้คนนั้นรู้ ไม่เท่ากับว่าเจ้านั้นนำำความอับอายมาให้ตระกูลสามอย่างนั้นรึ" เฟิ่งจูพูดไม่ออกแต่หายใจแรง ดวงตารี่หลุบตาลง เม้นริมฝีปากจนสั่น มือทั้งสองกำแน่นจนเส้นเลือดนูนเห็นได้ชัดว่านางนั้นเดือดจนสั่นไปทั้งตัว "อย่าคิดว่าเรื่องมันจะจบแค่นี่" เฟิ่งจูเห็นว่า ชูเหยานั้นเข้มแข็งขึ้นมากจึงไม่อาจใช้การทารุณทำร้ายได้เหมือนเมื่อก่อน จึงหันกลับไปด้วยความไม่พอใจ พร้อมกับสาวใช้ที่ใบหน้ายับเเยิน "คุณหนูเจ้าค่ะ ไม่กลัวว่าพวกนางจะกลับมาล้างแค้นรึ" สาวใช้เอ่ยน้ำเสียงกลัวๆ "ไม่กลัว เจ้าก็ไม่ต้องกลัว มือมีตีนเหมือนกันทุกอย่างเหตุใดต้องยอมให้นางมาข่มเหงรังแกไม่จบไม่สิ้น" จ้าวจ้าวเงยหน้ามอง ชูเหยาด้วยความสงสัยคำพูดของ ชูเหยาทำให้จ้าวจ้าวมีกำลังฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้ง "เจ้าคะคุณหนู" "ไปกับข้าตามไปดูละครน้ำเน่ากัน" ซูเหยาก้าวเดินอย่างมั่นใจมุ่งหน้าไปยังที่พักของท่านพ่อและมันก็เป็นอย่างที่นางนั้นคิดเอาไว้ เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ เฟิ่งจูได้ขี่ม้าสามศอก เล่าความเท็จแล้วโยนความผิดให้ชูเหยา ชูเหยาไม่ตื่นตระหนก กลับแอบยืนฟังหน้าประตูอยู่เงียบๆ ดูสิว่าเฟิ่งจูจะใส่ร้ายอะไรอีก นิ้วมือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาที่อาบแก้มทั้งสองข้างร้องไห้สั่นระริกแสร้งเป็นผู้ถูกกระทำฝ่ายเดียว "ท่านพ่อ อย่ามาว่าท่านพี่ ข้าผิดเองที่เข้าไปเตือนพี่สาวว่าอย่าทำอาหารทิ้งขวาง" ปัง...เสียงฝ่ามือกระแทกโต๊ะจนน้ำชากระเด็นเล็กน้อย "ไปเรียกตัวนางมา" ท่านพ่อชูเหยากล่าวเสียงแข็ง ในขณะที่สาวใช้กำลังจะเดินหันหลังออกประตู จู่ ๆ เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาทันที "ไม่ต้องเรียกข้ามาเอง" อาภรณ์สีงาขาวเดินเข้ามาพร้อมกลิ่นกายที่สดชื่นจนทุกคนต้องหยุดมองนางนั้นทั้งสวยงดงามราวกับเทพธิดา ดังเหมือนมนต์สะกดให้ทุกคนจ้องมาที่นางโดยไม่อาจจะเลี่ยงสายตาไปที่อื่นได้เลย "นางบ้านี่ อยู่ ๆ คิดจะมาแข่งความงามกับข้ารึ" เฟิ่งจูตลึงแต่ก้เอ่ยในใจว่านางนั้นก็แค่นั้นแหละ "นี่เจ้าเปลี่ยนไปถึงขั้นนี่เชียวรึ" ท่านพ่อถาม "แล้วจะให้ข้าเป็นเช่นไรรึ" ชูเหยาตอบกลับพร้อมปรายตามองไปที่เฟิ่งจู ท่านพ่อไม่รอช้าจึงอยากให้ชูเหยาพูดมา ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นอย่างไรเหตุใดสาวใช้จึงได้มีแผลเต็มใบหน้าเช่นนี้ แล้วท่านพ่อยังถามอีกว่า เหตุใดเจ้าถึงตบตีน้องสาวเหมือนทาส เมื่อท่านพ่อกล่าวจบ ซูเหยาก็ได้เล่าความจริงออกมา นางเล่าว่าสาวใช้มาหาเรื่องนางก่อน เพราะแค่ทำกับข้าวช้าไป ท่านพ่อที่ได้ฟัง จึงถามสาวใช้สองคนแรกที่เข้าไปยามเช้า แต่ไม่คิดว่าสาวใช้จะแก้กลับดำเป็นขาว "ไม่จริงเจ้าค่ะ พวกข้าแค่บอกคุณหนูว่า อาหารอร่อยมากเจ้าค่ะ" ชูเหยาได้ฟังเช่นนั้นก็อดที่จะหัวเราะออกมา "งั้นรึ..ฮ่า ๆ เจ้านี่สันดานเหมือนนายเจ้าไม่มีผิด" เฟิ่งจูที่นั่งเรียบร้อยอยู่ข้างถึงกับแอบชักสีหน้าไม่พอใจลับๆ "ตกลงเรื่องมันเป็นมาเช่นไร" ท่านพ่อถามอีกครั้ง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD