ปัง...ปัง เสียงเคาะประตูดังสนั่นอยู่หน้าที่พัก
น้องสาวต่างมารดานางมีนามว่า เฟิ่งจู หน้าตาสวยมีนิสัยกร้าวร้าวและหยิ่งผยอง
นางใช้ไม้ตีประตูบานใหญ่ด้วยแรงอารมณ์เดือด เพราะซูเหยากล้าดีนักที่มาทำร้ายสาวใช้ของตน
"พี่สาว พี่แน่จริงก็ออกมา" เฟิ่งจูพูดท้าทาย
เอี๊ยดด...เสียงประตูบานใหญ่เปิดออก ปัง!
"คุณหนู...เฟิ่งจูรอก่อนเจ้าคะตอนนี่คุณหนูซูเหยายังไม่วางเจ้าคะ"
จ้าวจ้าวคุกเข่าข้อร้องให้คุณหนูเฟิ่งจูอย่าเพึ่งเข้าไป
"นางทาสชั้นต่ำ....ออกไป"
เฟิ่งจูยกขาขึ้นถีบกระแทกไปที่ลำตัวจ้าวจ้าวจนล้มเอียงไปทางซ้าย
"โอ๊ย...อย่าเจ้าค่ะ"
จ้าวจ้าวยื่นมือสุดแขนคว้าชายกระโปรงคุณหนูเฟิ่งจู เฟิ่งจูนั้นรีบสะบัดมือที่จับชายผ้าอยู่
"นางบ้า...ออกไป"
เฟิ่งจูส่งสายตาข่มขู่อีกครั้ง แต่ในขณะที่เฟิ่งจูกำลังจะหันไปข้างหน้าพร้อมยกฝีเท้าก้าวเข้าไปด้านใน
แปะ... ผลั๋ว
ฝ่ามือไร้เงาตบจนรอยแดงบนใบหน้าเป็นเส้นรอยนิ้วมือ สาวใช้ทั้งห้าที่อยู่ด้านหลังยืนอึ้งไปชั่วขณะ ส่วนเฟิ่งจูนั้นก็เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าโดนตบเข้าจังๆ
"นี่..พี่สาวกล้าตบข้ารึ"
เฟิ่งจูถึงกับตะลึงว่าเหตุใดพี่สาวถึงกล้าตบนางต่อหน้าสาวใช้ เมื่อก่อนพี่สาวไม่สู้คนแต่ทำไมวันนี้ถึงเหมือนหมาบ้าไล่กัดคน
เฟิ่งจูข่มอารมณ์รวบรวมอาการโทสะพร้อมกับสีหน้าเสียรู้ไปพร้อม ๆ กัน
"พี่สาว...พี่ทำแค่นี่อย่าคิดว่าข้าจะกลัว"
" ข้าทำให้มากกว่านี่อีก"
" งันรึ "
ซูเหยาขมวดคิ้วยกขึ้นพร้อมกับก้าวเท้าช้าๆ เดินไปข้างหน้า
เฟิ่งจูถอยหลังแทบไม่ทัน เมื่อเห็นสายตาของซูเหยา แววตานั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เย็นชาแต่มั่นคงจนคนมองขนลุก
ความรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยทั้งสีหน้าแววตาดูราวเปลี่ยนไปกับคนละคน
เฟิ่งจูส่งสัญญานให้สาวใช้จับตัวซูเหยาไว้
สาวใช้ทั้งห้าก็เดินหน้าเข้ามาพร้อม ๆ กันหวังจะกดหัวซูเหยาให้แนบพื้นดินใต้เท้าคุณหนูเฟิ่งจู
ชูเหยานั้นกลับไม่ยืนรอให้พวกนางเข้ามา กลับเดินเข้าไปหาพร้อมกระชากคอเสื้อ ลากมาตบทีละคน เหตุการณ์นี่มันเกิดขึ้นเร็วมาก
ซูเหยาไม่ให้โอกาศให้สาวใช้ได้มีโอกาสโดนเนื้อตัวแม้แต่น้อย
"มานี่..."
ตุบ...ตับ !
"คุณหนูเฟิ่งจูช่วยด้วยเจ้าคะ"
เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังประสาน
ซูเหยาก็ยังตบต่อไปจนหน้าสาวใช้บวมแดงคนละข้างใบหน้าแต่ละคนเหมือนโดนผึ่งรุมตีจนมองไม่ได้
"บังอาจนัก" เฟิ่งจูตะโกนขู่จนเห้นเส้นเลือดใหญ่ที่ข้างลำคอนูนขึ้น
"ทำไม ข้าเป็นถึงบุตรสาวคนโตของตระกูลสาม ส่วนเจ้าเป็นแค่ลูกอนุที่มาทีหลังช่างบังอาจนักที่มาว่าร้ายข้า ต่อไปนี่ข้าจะไม่ทนให้ลูกอนุอย่างเจ้ามาทำร้ายได้อีกไม่ว่าจะทางกาย วาจา ข้าจะไม่ยอมอีกต่อไป หากเรื่องนี่แพร่งพรายออกไปให้ผู้คนนั้นรู้ ไม่เท่ากับว่าเจ้านั้นนำำความอับอายมาให้ตระกูลสามอย่างนั้นรึ"
เฟิ่งจูพูดไม่ออกแต่หายใจแรง ดวงตารี่หลุบตาลง เม้นริมฝีปากจนสั่น มือทั้งสองกำแน่นจนเส้นเลือดนูนเห็นได้ชัดว่านางนั้นเดือดจนสั่นไปทั้งตัว
"อย่าคิดว่าเรื่องมันจะจบแค่นี่"
เฟิ่งจูเห็นว่า ชูเหยานั้นเข้มแข็งขึ้นมากจึงไม่อาจใช้การทารุณทำร้ายได้เหมือนเมื่อก่อน จึงหันกลับไปด้วยความไม่พอใจ พร้อมกับสาวใช้ที่ใบหน้ายับเเยิน
"คุณหนูเจ้าค่ะ ไม่กลัวว่าพวกนางจะกลับมาล้างแค้นรึ" สาวใช้เอ่ยน้ำเสียงกลัวๆ
"ไม่กลัว เจ้าก็ไม่ต้องกลัว มือมีตีนเหมือนกันทุกอย่างเหตุใดต้องยอมให้นางมาข่มเหงรังแกไม่จบไม่สิ้น"
จ้าวจ้าวเงยหน้ามอง ชูเหยาด้วยความสงสัยคำพูดของ ชูเหยาทำให้จ้าวจ้าวมีกำลังฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้ง
"เจ้าคะคุณหนู"
"ไปกับข้าตามไปดูละครน้ำเน่ากัน"
ซูเหยาก้าวเดินอย่างมั่นใจมุ่งหน้าไปยังที่พักของท่านพ่อและมันก็เป็นอย่างที่นางนั้นคิดเอาไว้ เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ เฟิ่งจูได้ขี่ม้าสามศอก เล่าความเท็จแล้วโยนความผิดให้ชูเหยา ชูเหยาไม่ตื่นตระหนก กลับแอบยืนฟังหน้าประตูอยู่เงียบๆ ดูสิว่าเฟิ่งจูจะใส่ร้ายอะไรอีก
นิ้วมือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาที่อาบแก้มทั้งสองข้างร้องไห้สั่นระริกแสร้งเป็นผู้ถูกกระทำฝ่ายเดียว
"ท่านพ่อ อย่ามาว่าท่านพี่ ข้าผิดเองที่เข้าไปเตือนพี่สาวว่าอย่าทำอาหารทิ้งขวาง"
ปัง...เสียงฝ่ามือกระแทกโต๊ะจนน้ำชากระเด็นเล็กน้อย
"ไปเรียกตัวนางมา" ท่านพ่อชูเหยากล่าวเสียงแข็ง
ในขณะที่สาวใช้กำลังจะเดินหันหลังออกประตู จู่ ๆ เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาทันที
"ไม่ต้องเรียกข้ามาเอง"
อาภรณ์สีงาขาวเดินเข้ามาพร้อมกลิ่นกายที่สดชื่นจนทุกคนต้องหยุดมองนางนั้นทั้งสวยงดงามราวกับเทพธิดา
ดังเหมือนมนต์สะกดให้ทุกคนจ้องมาที่นางโดยไม่อาจจะเลี่ยงสายตาไปที่อื่นได้เลย
"นางบ้านี่ อยู่ ๆ คิดจะมาแข่งความงามกับข้ารึ"
เฟิ่งจูตลึงแต่ก้เอ่ยในใจว่านางนั้นก็แค่นั้นแหละ
"นี่เจ้าเปลี่ยนไปถึงขั้นนี่เชียวรึ" ท่านพ่อถาม
"แล้วจะให้ข้าเป็นเช่นไรรึ"
ชูเหยาตอบกลับพร้อมปรายตามองไปที่เฟิ่งจู
ท่านพ่อไม่รอช้าจึงอยากให้ชูเหยาพูดมา ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นอย่างไรเหตุใดสาวใช้จึงได้มีแผลเต็มใบหน้าเช่นนี้
แล้วท่านพ่อยังถามอีกว่า เหตุใดเจ้าถึงตบตีน้องสาวเหมือนทาส เมื่อท่านพ่อกล่าวจบ ซูเหยาก็ได้เล่าความจริงออกมา
นางเล่าว่าสาวใช้มาหาเรื่องนางก่อน เพราะแค่ทำกับข้าวช้าไป
ท่านพ่อที่ได้ฟัง จึงถามสาวใช้สองคนแรกที่เข้าไปยามเช้า แต่ไม่คิดว่าสาวใช้จะแก้กลับดำเป็นขาว
"ไม่จริงเจ้าค่ะ พวกข้าแค่บอกคุณหนูว่า อาหารอร่อยมากเจ้าค่ะ"
ชูเหยาได้ฟังเช่นนั้นก็อดที่จะหัวเราะออกมา
"งั้นรึ..ฮ่า ๆ เจ้านี่สันดานเหมือนนายเจ้าไม่มีผิด" เฟิ่งจูที่นั่งเรียบร้อยอยู่ข้างถึงกับแอบชักสีหน้าไม่พอใจลับๆ
"ตกลงเรื่องมันเป็นมาเช่นไร" ท่านพ่อถามอีกครั้ง