เล่าความจริง

1009 Words
" ไม่จริงเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าจะเล่าตั้งแต่ที่ท่านพ่อนั้นนำอนุหน้าไม่อายเข้ามาในบ้าน ความสุขสงบของข้ากับท่านพ่อท่านแม่ก็ไม่สงบสุกอีกเลย ท่านพ่อคงเข้าใจว่าข้านั้นอยู่สุขสบาบแต่ข้านั้นกลับถูกใช้เยี่ยงทาส แม้กระทั้งเงินเดือนที่ท่านพ่อส่งให้ข้า ข้านั้นไม่เคยรับแม้แต่สลึงเดียว ท่านคิดดูว่าลูกสาวคนโตของท่านอยู่ยากลำบากเพียงใด" "ไม่จริง ข้าสั่งให้สาวใช้นำเงินไปให้เจ้าทุกๆเดือน เจ้าจะมาบอกว่าขัดสน เป็นไปไม่ได้" ท่านพ่อตะคอกเสียงแข็ง ท่านพ่อลุกขึ้นยืนด้วงท่าทางดุดัน เฟิ่งจูที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กลัววว่าความจริงจะเปิดเผยจึงพูดขัดคอขึ้นมากะทันหัน " ท่านพ่อ..ช่างเถิดเจ้าค่ะครั้งนี่ข้าไม่ถือษาพี่สาว อย่างไรเสียนางก็คือพี่สาวของข้า" ท่านพ่อถอนหายใจบ่นในใจว่าบุตรสาวคนเล็กนั้นใจดีเกินไป ไม่เหมือนพี่สาวคนโตที่เอาแต่สร้างเรื่อง "เอาละ ซูเหยาข้าจะไม่ลงโทษเจ้า กลับไปทีพักของเจ้าเสียเถิด" ท่านพ่อกล่าวแต่ไม่มองและสบตากับชูเหยามีแต่ฝ่ามือที่โบกให้อออกไป แต่ชูเหยานั้นไม่ยอมแพ้นางจึงยืนยันว่าจะไม่ไปไหนถึงแม้ว่า น้องสาวจะไม่ถือษาแต่นางนั้นถือษา นางจึงเอ่ยให้ท่านพ่อไปดูที่พักที่นางนั้นอาศัยอยู่ แต่เฟิ่งจูก็ลุกขึ้นยืนพูดขัดคออีกครั้ง "ท่านพ่อ..พี่สาวชอบโกหก ที่พักนางนั้นสวยมากของตกแต่งด้านในก็ล้วนราคาสูง ท่านพ่ออย่าไปเลยเจ้าค่ะ" เมื่อเฟิ่งจูกล่าวจบท่านพ่อก็เริ่มอยากรู้เสียแล้วว่ามันเป็นยังไงกันแน่ แต่ทว่าน้องสาวนั้นเกราะแขนท่านพ่อแน่นเหมือนปลิงไม่ยอมปล่อย ชูเหยาเห็นแล้วขัดตายิ่งนัก จึงเดินเข้าไปตรงแล้ว ผลักไหล่น้องสาวล้มลงกับพื้น "โอ๊ย..พี่สาวข้าเจ็บนะ" "ชูเหยาเจ้าชักจะเหิมเกริมมากขึ้นแล้ว" ท่านพ่อกำลังจะยกแขนขึ้นตบชูเหยาแต่ชูเหยานั้นหลบทันจึงตบไปโดนหน้าน้องสาวแทน ปัง... "เฟิ่งจู ลูกเจ็บมากหรือไม่ พ่อไม่ได้ต้งใจ" ท่านพ่อรีบพยุงตัวน้องสาวขึ้นมาพร้อมส่งแววตาดุดันมาที่ชูเหยา ชูเหยาเลยเอ่่ยขึ้นอีกครั้งหากเรื่องนี่ข้าเเพร่งพรายออกไปว่าน้องสาวนั้นรังแกข้าผู้คนจะมองท่านยังไรถึงได้ลำเอียงทั้ง ๆ ที่ข้านั้นเป็นบุตรสาวภรรยาหลวง ท่านพ่อทำไมถึงปฏิบัติกับลูกไม่เท่าเทียมกัน ทันใดนั้นชูเหยาก็รีบออกไปหน้าที่พักกระกูลสามเรียกชาวบ้านทุกคนให้เข้ามาฟังในสิ่งที่นางนั้นจะเล่าทั้งน้ำตา " ฮืออ ๆ เหตุใดหนอข้านั้นช่างอาภัพ แม้แต่ท่านพ่อก็ลำเอียงกับข้าปล่อยให้น้องสาวทำร้ายร่างกายมานานหลายปี ดูสิทุกท่านรอยแผลที่แขนทั้งแผลเก่าแผลใหม่ยังไม่หายดีเลย ส่วนเสื้อผ้าพวกนี้ก็เป็นเสื้อผ้าเก่า ๆ ทุกท่านดูเอาเถิดข้าเป็นถึงคุณหนูตระกูลสามแต่กลับถูกรังแกเช่นนี่ช่างไม่สมเหตุสมผลเลย " ชูเหยาร้องไห้สะอื้นให้ทุกคนนั้นเห็นใจ "แย่มากตระกูลสาม ลูกอนุดีกว่าลูกเมียหลวง " "ใช่ ๆ ไม่คิดว่าลูกอนุจะต่ำตมเช่นนี่" "หึ นางก็ไม่ได้สวยมากหนัก ไม่มีราศรีเป็นคุณหนูเลยสักนิด ก็อย่างว่าแหละแม่นางนั้นหน้าด้านเหลือทนกล้านักที่เข้ามาทำลายความสัมพันธ์ครอบครัว หึ..หึ ท่านพ่อและเฟิ่งจูได้ยินคำครหา ถึงกับแก้ตัวไม่ทันเพราะชาวบ้านได้พูดแทนชูเหยาไปหมดแล้ว การประจานครั้งนี่ทำให้สองพ่อลูกอับอาบขายขี้หน้าจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน "หยุดได้แล้ว..ว่างนักรึที่มาวิจารณ์ข้ากับลูกสาว...มันไม่ใช่เรื่องจริง " ท่านพ่อโมโหไล่ชาวบ้านกลับไปแต่ก็ไม่วายคำพูดนินทาต่อเนื่อง ตนจึงหันมาต่อว่าชูเหยาบุตรสาวคนโตพร้อมตำหนินางให้ชาวบ้านทุกคนได้ยินไปเลย "นางลูกเนรคุณ ทำให้ข้าอับอายนัก ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าจะให้เจ้าแต่งงานออกเรือนไปสะ ข้าจะหาเจ้าบ่าวให้ หากเจ้าขัดขืนข้าจะทำลายป้ายวิญญานของแม่เจ้า หึ " พูดจบท่านพ่อก็เดินกลับเข้าไปที่พักพร้อมเฟิ่งจู ส่วนชูเหยานั้นที่รู้ว่าตนนั้นจะได้แต่งงานก็ดีใจจนยิ้มแก้มป่อง จะได้หลุดออกจากนรกเสียที แล้วเหตุใดนางถึงดีใจ ก็เพราะว่าชาติก่อนท่านพ่อบังคับให้นางแต่งกับชายยากจนแต่หารู้ไม่ว่าชายยากจนกลับเป็นถึงฝ่าบาท ชูเหยาชาติก่อนแต่งงานได้เพียงสามวันก็ถูกน้องสาวนั้นฆ่าตาย คนที่อยู่คนสุดท้ายที่เศร้าใจก็คือฝ่าบาทที่เฟิ่งจูนั้นมองว่าต่ำต้อย "คุณหนูจ้าคะ... คุณหนูคิดอะไรอยู่เจ้าคะ " จ้าวจ้าวเรียกชูเหยาสองรอบแต่นางนั้นไม่ได้ยินจึงเรียกอีกรอบเป็นครั้งที่สาม ทันใดนั้นชูเหยาสะดุ้งตัวเล็กน้อย "ว่าอย่างไรรึ" "เข้าไปด้านในเถิดเจ้าคะ" หลังจากนั้นชูเหยาก็กลับไปยังที่พัก เก็บข้าวของเก่ากองกันไว้เพื่อจะเผ่าให้มอดไหม้ทิ้งสิ่งไม่ดีไว้ก่อนที่จะออกเรือน ในขณะที่นางนั้นจะไปเปิดตู้เสื้อผ้าในตู้ที่ท่านแม่เก็บไว้ให้ แต่กลับเจอแต่ความว่างเปล่า "หายไปไหน" นางบ่นพลาง ๆ นึกไปนึกมานางก็สงสัยว่าเป็นฝีมือของน้องสาวตัวร้ายแน่ๆ "จ้าวจ้าวตามข้ามา"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD