" ไม่จริงเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าจะเล่าตั้งแต่ที่ท่านพ่อนั้นนำอนุหน้าไม่อายเข้ามาในบ้าน ความสุขสงบของข้ากับท่านพ่อท่านแม่ก็ไม่สงบสุกอีกเลย
ท่านพ่อคงเข้าใจว่าข้านั้นอยู่สุขสบาบแต่ข้านั้นกลับถูกใช้เยี่ยงทาส แม้กระทั้งเงินเดือนที่ท่านพ่อส่งให้ข้า ข้านั้นไม่เคยรับแม้แต่สลึงเดียว ท่านคิดดูว่าลูกสาวคนโตของท่านอยู่ยากลำบากเพียงใด"
"ไม่จริง ข้าสั่งให้สาวใช้นำเงินไปให้เจ้าทุกๆเดือน เจ้าจะมาบอกว่าขัดสน เป็นไปไม่ได้" ท่านพ่อตะคอกเสียงแข็ง
ท่านพ่อลุกขึ้นยืนด้วงท่าทางดุดัน เฟิ่งจูที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กลัววว่าความจริงจะเปิดเผยจึงพูดขัดคอขึ้นมากะทันหัน
" ท่านพ่อ..ช่างเถิดเจ้าค่ะครั้งนี่ข้าไม่ถือษาพี่สาว อย่างไรเสียนางก็คือพี่สาวของข้า"
ท่านพ่อถอนหายใจบ่นในใจว่าบุตรสาวคนเล็กนั้นใจดีเกินไป ไม่เหมือนพี่สาวคนโตที่เอาแต่สร้างเรื่อง
"เอาละ ซูเหยาข้าจะไม่ลงโทษเจ้า กลับไปทีพักของเจ้าเสียเถิด"
ท่านพ่อกล่าวแต่ไม่มองและสบตากับชูเหยามีแต่ฝ่ามือที่โบกให้อออกไป
แต่ชูเหยานั้นไม่ยอมแพ้นางจึงยืนยันว่าจะไม่ไปไหนถึงแม้ว่า น้องสาวจะไม่ถือษาแต่นางนั้นถือษา นางจึงเอ่ยให้ท่านพ่อไปดูที่พักที่นางนั้นอาศัยอยู่ แต่เฟิ่งจูก็ลุกขึ้นยืนพูดขัดคออีกครั้ง
"ท่านพ่อ..พี่สาวชอบโกหก ที่พักนางนั้นสวยมากของตกแต่งด้านในก็ล้วนราคาสูง ท่านพ่ออย่าไปเลยเจ้าค่ะ"
เมื่อเฟิ่งจูกล่าวจบท่านพ่อก็เริ่มอยากรู้เสียแล้วว่ามันเป็นยังไงกันแน่ แต่ทว่าน้องสาวนั้นเกราะแขนท่านพ่อแน่นเหมือนปลิงไม่ยอมปล่อย ชูเหยาเห็นแล้วขัดตายิ่งนัก จึงเดินเข้าไปตรงแล้ว ผลักไหล่น้องสาวล้มลงกับพื้น
"โอ๊ย..พี่สาวข้าเจ็บนะ"
"ชูเหยาเจ้าชักจะเหิมเกริมมากขึ้นแล้ว"
ท่านพ่อกำลังจะยกแขนขึ้นตบชูเหยาแต่ชูเหยานั้นหลบทันจึงตบไปโดนหน้าน้องสาวแทน
ปัง...
"เฟิ่งจู ลูกเจ็บมากหรือไม่ พ่อไม่ได้ต้งใจ"
ท่านพ่อรีบพยุงตัวน้องสาวขึ้นมาพร้อมส่งแววตาดุดันมาที่ชูเหยา
ชูเหยาเลยเอ่่ยขึ้นอีกครั้งหากเรื่องนี่ข้าเเพร่งพรายออกไปว่าน้องสาวนั้นรังแกข้าผู้คนจะมองท่านยังไรถึงได้ลำเอียงทั้ง ๆ ที่ข้านั้นเป็นบุตรสาวภรรยาหลวง ท่านพ่อทำไมถึงปฏิบัติกับลูกไม่เท่าเทียมกัน
ทันใดนั้นชูเหยาก็รีบออกไปหน้าที่พักกระกูลสามเรียกชาวบ้านทุกคนให้เข้ามาฟังในสิ่งที่นางนั้นจะเล่าทั้งน้ำตา
" ฮืออ ๆ เหตุใดหนอข้านั้นช่างอาภัพ แม้แต่ท่านพ่อก็ลำเอียงกับข้าปล่อยให้น้องสาวทำร้ายร่างกายมานานหลายปี ดูสิทุกท่านรอยแผลที่แขนทั้งแผลเก่าแผลใหม่ยังไม่หายดีเลย
ส่วนเสื้อผ้าพวกนี้ก็เป็นเสื้อผ้าเก่า ๆ ทุกท่านดูเอาเถิดข้าเป็นถึงคุณหนูตระกูลสามแต่กลับถูกรังแกเช่นนี่ช่างไม่สมเหตุสมผลเลย "
ชูเหยาร้องไห้สะอื้นให้ทุกคนนั้นเห็นใจ
"แย่มากตระกูลสาม ลูกอนุดีกว่าลูกเมียหลวง "
"ใช่ ๆ ไม่คิดว่าลูกอนุจะต่ำตมเช่นนี่"
"หึ นางก็ไม่ได้สวยมากหนัก ไม่มีราศรีเป็นคุณหนูเลยสักนิด ก็อย่างว่าแหละแม่นางนั้นหน้าด้านเหลือทนกล้านักที่เข้ามาทำลายความสัมพันธ์ครอบครัว หึ..หึ
ท่านพ่อและเฟิ่งจูได้ยินคำครหา ถึงกับแก้ตัวไม่ทันเพราะชาวบ้านได้พูดแทนชูเหยาไปหมดแล้ว การประจานครั้งนี่ทำให้สองพ่อลูกอับอาบขายขี้หน้าจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน
"หยุดได้แล้ว..ว่างนักรึที่มาวิจารณ์ข้ากับลูกสาว...มันไม่ใช่เรื่องจริง "
ท่านพ่อโมโหไล่ชาวบ้านกลับไปแต่ก็ไม่วายคำพูดนินทาต่อเนื่อง ตนจึงหันมาต่อว่าชูเหยาบุตรสาวคนโตพร้อมตำหนินางให้ชาวบ้านทุกคนได้ยินไปเลย
"นางลูกเนรคุณ ทำให้ข้าอับอายนัก ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าจะให้เจ้าแต่งงานออกเรือนไปสะ ข้าจะหาเจ้าบ่าวให้ หากเจ้าขัดขืนข้าจะทำลายป้ายวิญญานของแม่เจ้า หึ "
พูดจบท่านพ่อก็เดินกลับเข้าไปที่พักพร้อมเฟิ่งจู ส่วนชูเหยานั้นที่รู้ว่าตนนั้นจะได้แต่งงานก็ดีใจจนยิ้มแก้มป่อง
จะได้หลุดออกจากนรกเสียที แล้วเหตุใดนางถึงดีใจ ก็เพราะว่าชาติก่อนท่านพ่อบังคับให้นางแต่งกับชายยากจนแต่หารู้ไม่ว่าชายยากจนกลับเป็นถึงฝ่าบาท ชูเหยาชาติก่อนแต่งงานได้เพียงสามวันก็ถูกน้องสาวนั้นฆ่าตาย คนที่อยู่คนสุดท้ายที่เศร้าใจก็คือฝ่าบาทที่เฟิ่งจูนั้นมองว่าต่ำต้อย
"คุณหนูจ้าคะ... คุณหนูคิดอะไรอยู่เจ้าคะ "
จ้าวจ้าวเรียกชูเหยาสองรอบแต่นางนั้นไม่ได้ยินจึงเรียกอีกรอบเป็นครั้งที่สาม
ทันใดนั้นชูเหยาสะดุ้งตัวเล็กน้อย
"ว่าอย่างไรรึ"
"เข้าไปด้านในเถิดเจ้าคะ"
หลังจากนั้นชูเหยาก็กลับไปยังที่พัก เก็บข้าวของเก่ากองกันไว้เพื่อจะเผ่าให้มอดไหม้ทิ้งสิ่งไม่ดีไว้ก่อนที่จะออกเรือน ในขณะที่นางนั้นจะไปเปิดตู้เสื้อผ้าในตู้ที่ท่านแม่เก็บไว้ให้ แต่กลับเจอแต่ความว่างเปล่า
"หายไปไหน" นางบ่นพลาง ๆ นึกไปนึกมานางก็สงสัยว่าเป็นฝีมือของน้องสาวตัวร้ายแน่ๆ
"จ้าวจ้าวตามข้ามา"