ชูเหยาเร่งฝีเท้าไปที่พักของเฟิ่งจู แล้วก็เป็นอย่างที่นางคิดเอาไว้เสื้อผ้านั้นอยู่กับนาง ทั้งที่แม่มอบให้ลูกสาวตัวจริง แต่เฟิ่งจูนั้นกลับแย่งไปอย่างอย่างไม่รู้สึกผิด
ปัง! ชูเหยาดันประตู สาวใช้ที่อยู่ด้านในสะดุ้งออกมา
"คุณหนูของเจ้าอยู่ที่ใด" ชูเหยาถามเสียงเเข็ง
"บังอาจเจ้ามีสิทธิอะไรถึงกล้าบุกเข้ามาที่นี่"
ชูเหยาไม่รออีกต่อไป กระชากหัวสาวใช้ขึ้นมาตบสั่งสอนทีละคนจนไม่มีนางใดลุกขึ้นมาต่อต้าน
ส่วนทางฝั่งของ เฟิ่งจูนั้นกำลังเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้ พอดี ชูเหยามาทันเวลาจึงกระชากนางออกมาแล้วถามว่า เสื้อผ้าที่ท่านแม่มอบให้ข้าไว้อยู่ที่ใด
แต่เฟิ่งจูกลับตอบว่า ไม่รู้เรื่องอะไร เสื้อผู้ใดไม่รู้จัก ชูเหยาเห็นว่านางนั้นปากแข็งนัก จึงเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วสั่งให้ จ้าวจ้าว นำออกมาต่อหน้า
"คุณหนู...มีจริงเจ้าคะ"
จ้าวจ้าวก็รีบคว้าเสื้อผ้าออกจากตู้ไปต่อหน้าคุณหนูเฟิ่งจู ส่วนคุณหนูเฟิงจูที่ทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่พูดว่า
"เอาของข้าคืนมานะ"
"เจ้าพูดอีกทีสิ" ซูเหยาท้า
" ของมันอยู่ในเรือนข้ามันก็ต้องเป็นของข้าจะเป็นของเจ้าได้อย่างไร"
แปะ...ผลั๋ว..
เสียงตบดังสนั่นซูเหยาไม่ไหวแล้วขอตบหน้านางสักทีสองทีให้หายแค้น ตบไปบ่นไปว่าไปมันสะใจดี
"กล้าพูดได้อย่างไรว่ามันเป็นของของเจ้า"
" โอ๊ยข้าเจ็บนะ" แปะ...!
" ไม่อายทั้งแม่ทั้งลูก"
" ปล่อยข้านะ" แปะ...!
ซูเหยาก็ปล่อยมือที่จับกระชากท้ายทอยไว้ พร้อมถอนหายใจเหนื่อยหอบแล้วพูดขึ้นว่า
"จำไว้อย่ามายุ่งกับของของข้า"
ซูเหยาเดินสะบัดชายกระโปรงออกไปพร้อมกับเสื้อผ้าของแม่ที่ทิ้งไว้ให้ ส่วนนางสาวใช้ที่บาดเจ็บก็ไม่กล้าลุกมาต่อสู้กับซูเหยาได้แต่ยืนก้มหน้าปล่อยให้เดินออกไป
ซูเหยาได้สังเกตเห็นว่านางกำนัลเหตุใดถึงมีกำไรที่ราคาแพงนักไปเอาเงินพวกนี้มาจากไหน ความสงสัยถูกเก็บไว้ในใจ ไว้ไปถามจ้าวจ้าวเป็นการส่วนตัวจะดีกว่า
ที่พัก
"คุณหนูเฟิงจูต้องกลับไปฟ้องท่านพ่ออีกแน่" จ้าวจ้าวกล่าวพร้อมมีสีหน้ากังวล
"เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไปมีข้าอยู่ทั้งคนจะไปกลัวอะไร"
ซูเหยาย่อตัวนั่งลงบนโต๊ะพร้อมกับนั่งคิดถึงอนาคตว่าจะมีชีวิตรอดอย่างไรให้ถึงวันสิ้นอายุขัยนางคิดว่านางนั้นจะต้องมีชีวิตที่ดีขึ้นและตัดขาดจากตระกูลสาม แต่ตอนนี้นางไม่มีเงินสักบาทจะทำอย่างไรเล่า
"คุณหนูมีเรื่องไม่สบายใจหรือเจ้าคะ"
ซูเหยาถอนหายใจแล้วตอบกลับ
" ใช่ ข้าอยู่ได้ยังไงนะทั้ง ๆ ที่ไม่มีเงินเลยแล้วที่เจ้าบอกข้าว่าเงินที่ท่านพ่อให้ค่าทุกเดือนไม่เคยถึงมือข้าแล้วมันไปถึงมือผู้ใดกัน"
จ้าวจ้าวเริ่มเล่าให้ฟังว่าเงินเดือนนั้นคุณหนูเฟิ่งจูมักจะให้สาวใช้ที่อยู่ข้างกายนาง ประมาณครึ่งหนึ่งเจ้าคะ
พวกนางได้เงินเดือนมากกว่าสาวใช้ทั่วไป ส่วนมากจะเป็นสาวใช้ที่ชอบกลั้นแกล้งคุณหนูตามคำสั่งที่ได้รับจากคุณหนูเพิ่งจู
"ออ..เป็นเช่นนี้นี่เอง" ซูเหยายิ้มมุมปากเหมือนมีแผนการบางอย่างในใจ นางนั่งคิดรอยู่พักใหญ่จึงตัดสินใจได้แล้วว่าควรจะทำเช่นไรต่อไป
ซูเหยากวักมือเรียกให้จ้าวจ้าวเข้ามาใกล้ ๆ นางกระซิบเบา ๆ ในขณะที่จ้าวจ้าวตั้งใจฟัง ในเสี้ยววินาทีนั้นจ้าวจ้าวถึงกับตาโตลุกวาว ราวกับเหมือนเห็นผี
จ้าวจ้าวขมวดคิ้วไม่เห็นด้วยที่ ซูเหยาจะทำเรื่องใหญ่เช่นนี่หากถูกจับได้มีกี่ชีวิตสวรรค์ก็ช่วยไม่ได้
"คุณหนู...ข้ากลัวว่าท่านจะเดือดร้อนในภายหลัง"
จ้าวจ้าวข้อร้องเขย่าแขน ซูหยาเบาๆ
" เจ้าเชื่อข้าเถิด..." พูดสั้นๆอย่างมั่นใจ
ซูเหยาไม่รอช้ารีบเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ปิดหน้าปิดตาไม่ให้ใครนั้นเห็นแล้วค่อยไปที่พักสาวใช้ นางเปิดประตูโดยการสะเดาะกุญ ส่วนจ้าวจ้าวที่ยืนอยู่ด้านหลังได้แต่มองช้ายมองขวากลัวจับได้
เมื่อประตูเปิดออก ชูเหยารีบค้นหาข้าวของมีค่าในเวลาเพียงห้านาที
"เงินของข้า ของพวกนี่มันย่อมเป็นของข้า จะไม่ใจดีต่อผู้ที่คิดร้าย"
ดวงตาวาวแวว จับไปลูบไป นางคิดว่าถ้าเอาไปขายได้ ก่อนจะแต่งงานออกเรือนอย่างน้อยต้องมีเงินติดไม้ติดมือไปบ้าง
จ้าวจ้าว ดูหน้าทางประค่อยมองเข้ามาด้านในด้วยความตื่นเต้น มือไม้นางสั่นไปหมดนี่เป็นครั้งแรกที่คุณหนูซูเหยาพาทำเรื่องท้าทายเช่นนี้
"ไป..ข้าเอาออกมาหมดแล้ว" ชูเหยาสะกิดไหล่จ้าวจ้าวเบา ๆ
ทั้งสองย่องเบาออกไปอยู่ด้านหลังที่พักสาวใช้ นั่งพักหายใจเพียงชั่วคราว ในจังหวะนี้แหละนางนั้นได้นำน้ำมันมาหนึ่งถังพร้อมที่กับไฟจุดเพลิงให้มอดไหม้
หาที่เหมาะ กับการติดเชื้อไฟง่าย แล้วบังเอิญนางก็เจอตรงด้านหลังที่พักเก่าสาวใช้ข้าง ๆ ติดกันเป็นห้องเล็กไม่มีสาวใช้ผู้ใดอาศัยอยู่ ดูจากไม้ที่สร้างมันก็เก่ามาเหลือเกิน ปลวกน้อยเริ่มทยอยกัดกินที่ต้นเสาร์
"ตรงนั้แหละ"
ซูเหยาแบ่งน้ำมันให้จ้าวจ้าวไปเททิ้งไว้อีกฝั่ง นางดึงคอเสื้อปิดจมูกไว้แล้วราดน้ำเดินวนรอบ ๆ ที่พัก ไม้ขีดไฟเฉียดสีกับกระดาษเชื้อไฟ ลุกพรวด เปล่งประกายแสงสีส้มสะท้อนดวงตา ซูเหยา
นางส่งสัญญานให้จ้าวจ้าว