ตอนที่ 4
คนที่นิสัยเสียที่สุด NC20+
“งั้นถ้าเธอไม่คิดว่าพี่เป็นพี่เขยแล้ว พี่จะทำอะไรกับเธอก็ได้ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งกับผู้หญิงคนหนึ่งใช่ไหม?”
ราวกับแพ้เสียงบางอย่างในหัว เขาเอ่ยออกไปทั้งที่ตัวเองก็อธิบายไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมต้องพูดแบบนั้น เห็นร่างเล็กหยุดชะงักไปเพียงครู่ แต่เธอกลับไม่หันมาโต้ตอบอะไร ก่อนจะก้าวเดินต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
นั่นทำเอาเขาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะหากเธอหันกลับมาเห็นท่าทีเสียอาการของเขาในตอนนี้ มันคงจะน่าอายไม่น้อย
ณ หอพักนักศึกษาแห่งหนึ่ง
เสียงบานประตูไม้ลั่นเอี๊ยดก่อนจะปิดลงเบา ๆ พร้อมกับเสียงล็อคกลอนที่ดัง ‘กริ๊ก’ กุมพายืนนิ่งพิงแผ่นหลังเข้ากับประตูห้องพักนักศึกษาอันเงียบสงบของเธอ ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่เพิ่งเปิดทำงานไม่ได้ช่วยให้อุณหภูมิในร่างกายที่กำลังร้อนรุ่มลดลงได้เลย
ภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่สิบนาทีก่อนหน้ายังคงฉายซ้ำอยู่ในหัวราวกับม้วนเทปที่ถูกกดรีเพลย์ไม่รู้จบ... สายตาคมกริบคู่นั้น... น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความท้าทาย... และคำถามที่สั่นคลอนโลกทั้งใบของเธอ
“พี่จะทำอะไรกับเธอก็ได้ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งกับผู้หญิงคนหนึ่งใช่ไหม?”
กุมภาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ภายในอก เธอควรจะโกรธ เธอควรจะตบหน้าเขาที่บังอาจพูดจาสามหาวแบบนั้นกับน้องเมียตัวเอง แต่ความจริงที่น่าละอายที่สุดคือ... ร่างกายของเธอกลับสั่นสะท้านเพียงแค่ได้ยินประโยคนั้น
หญิงสาวสะบัดศีรษะไล่ความคิดอกุศล พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายให้กลับคืนมา เธอเดินตรงไปที่ห้องน้ำ จัดการชำระล้างร่างกายด้วยน้ำเย็นจัด หวังจะให้ความเย็นช่วยชะล้างสัมผัสจาบจ้วงของกฤตย์ออกไปจากผิวเนื้อ แต่ทว่า ยามที่ฝ่ามือของเธอสัมผัสไปตามส่วนเว้าโค้งของตัวเอง จินตนาการร้ายกาจกลับปรุงแต่งว่ามันคือฝ่ามือสากระคายของพี่เขย
กุมภาเดินออกจากห้องน้ำในสภาพที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันกาย หยดน้ำยังคงเกาะพราวอยู่บนผิวเนียนละเอียด เธอทิ้งตัวลงนอนบนเตียงขนาดกลางอย่างคนหมดแรง การเรียนสัตว์แพทย์ที่หนักหน่วงมาตลอดทั้งวันดูจะเป็นเรื่องเล็กไปเลย เมื่อเทียบกับการต้องรับมือกับผู้ชายที่ชื่อ ‘กฤตย์’ เพียงแค่ไม่กี่นาที
เธอนอนมองเพดานห้องที่มืดสลัว ความเงียบสงัดทำให้เสียงหัวใจของเธอเต้นดังผิดปกติ ทุกครั้งที่หลับตา ภาพเหตุการณ์ในวันที่เธอแอบไปที่บ้านพี่สาวก็หวนกลับมา... ภาพแผ่นหลังกว้างที่ขยับไหวอยู่บนเตียง เสียงครางกระเส่าอย่างสุขสมของเขาที่แสดงถึงความเป็นชายอันเปี่ยมล้น ภาพเหล่านั้นมันช่างติดตาและคอยตามหลอกหลอนเธอราวกับปีศาจร้าย
“ทำไมต้องนึกถึงแต่เรื่องแบบนั้นด้วยนะกุมภา... นั่นพี่เขยเธอนะ” เธอดุด่าตัวเองในใจ แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ความทรงจำเกี่ยวกับ
‘ความใหญ่โต’ ของเขาที่เธอเห็นในวันนั้น มันกลับกลายเป็นภาพจำที่สลัดไม่หลุด มันทั้งน่ากลัวและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน
ความร้อนรุ่มเริ่มก่อตัวขึ้นที่จุดกึ่งกลางลำตัวอย่างไม่อาจควบคุม กุมภารู้สึกได้ถึงความวูบวาบที่แล่นพล่านไปตามแนวกระดูกสันหลัง ลมหายใจเริ่มติดขัดและหอบถี่ขึ้นเรื่อย ๆ มือเรียวที่วางอยู่ข้างตัวเริ่มจิกเข้ากับผ้าปูที่นอนจนยับย่น
กุมภากัดริมฝีปากล่างราวกับทนไม่ไหว ความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วอยู่ใต้ผิวหนังบีบคั้นให้เธอต้องหาทางระบาย มือเรียวที่สั่นเทากระชากผ้าขนหนูออกจากกายอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้มันหลุดล่วงลงไปกองกับพื้นห้องอย่างไร้ความหมาย ร่างเปลือยเปล่าท่ามกลางแสงไฟสลัวดูบอบบางแต่กลับเปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนาที่ซ่อนเร้น
เธอนอนหงายลงบนฟูกนุ่ม แยกขาออกจากกันช้า ๆ ความรู้สึกเย็นวาบของอากาศปะทะกับจุดอ่อนไหวทำให้เธอสะดุ้งเฮือก แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นอารมณ์ให้เตลิดไปไกล กุมภาเลื่อนมือลงไปคลึงเคล้ากลางหว่างขาของตัวเองเบา ๆ ในตอนแรก ก่อนจะค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนักขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูง
ความรู้สึกวาบไหวแล่นผ่านร่างกายไม่หยุด จนรู้ตัวอีกที ปลายนิ้วก็มาหยุดอยู่ในที่ที่ไม่สมควรเสียแล้ว... ตรงใจกลางความสาวที่บัดนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวานที่ร่างกายขับออกมาตามสัญชาตญาณ
"อ๊าส์..."
เสียงครางหวานหลุดออกมาทันทีที่เธอเริ่มเกลี่ยปลายนิ้วไล้ไปมาตรงความชื้นแฉะ สะโพกมนเริ่มบิดเร่าไปมาบนที่นอน ร่างกายค่อย ๆ เกร็งขึ้นจนเธอต้องชันขาขึ้นหนึ่งข้างเพื่อเปิดรับสัมผัสจากนิ้วตัวเองให้ถนัดถนี่ยิ่งขึ้น
ในหัวของเธอตอนนี้ไม่มีสิ่งอื่นใด นอกจากภาพใบหน้าคมคายและแววตาคุกคามของกฤตย์ เมื่อนึกถึงเสียงของกฤตย์ที่สูดปากครางอยู่บนเตียงวันนั้น วันที่เธอยืนตัวสั่นมองเขาจากหลังม่าน มโนภาพเหล่านั้นมันยิ่งปลุกเร้ากายสาวอย่างรุนแรง ภาพใบหน้าของเขาในยามที่กำลังลุ่มหลงในกามารมณ์แล่นวนไม่หยุด แรงปรารถนาในร่างกายก็ยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นทุกวินาที
แวบหนึ่งความคิดอกุศลผุดขึ้นมาอย่างไม่อาจห้าม... ว่าหากเขามาครางอยู่บนตัวเธอบ้าง หากอกแกร่งที่มีรอยสักนั้นบดเบียดลงมาบนอกนุ่มของเธอ และหากความเป็นชายที่ใหญ่โตนั้นไม่ได้อยู่แค่ในจินตนาการ แต่มันกำลังสอดประสานอยู่ในตัวเธอ... มันจะรู้สึกดีสักแค่ไหนกัน
“อื้อ...”
เธอครางเสียงเบาอยู่ในลำคอ พยายามเม้มปากแน่น ราวกับกลัวว่าความเงียบของห้องจะทำให้เธอเผลอหลุดเรียกชื่อเขาออกมาดัง ๆ แต่มันช่างยากเหลือเกิน มือเรียวอีกข้างยกขึ้นมากอบกุมเต้านมอิ่มของตัวเอง นิ้วเล็กบี้ขยี้ปลายยอดอกที่แข็งชูชัน ก่อนจะบีบขยำมันตามจังหวะที่เร็วขึ้น ราวกับต้องการระบายความอัดอั้นที่เอ่อล้นออกมาจนล้นอก
“อื้อ... ไม่ไหวแล้วพี่กฤตย์...”
ในที่สุดเธอก็เผลอเรียกชื่อเขาออกมาจนได้ เสียงสั่นพร่าที่เรียกหาอดีตพี่เขยทำให้เธอรู้สึกทั้งเสียวซ่านและละอายใจไปพร้อม ๆ กัน แม้จะพยายามห้ามใจเพียงใด แต่ส่วนลึกกลับเรียกร้องหาเขาจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป นิ้วเรียวเริ่มเคลื่อนไหวตามจังหวะที่หยาบและหนักแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ร่างเล็กแอ่นหยัดเข้าหานิ้วมือตัวเองอย่างโหยหา ไม่อาจฝืนทนต่อการเรียกร้องของสัญชาตญาณดิบได้อีก
ยิ่งเรียกชื่อเขา จินตนาการก็ยิ่งพรั่งพรูเป็นภาพชัดเจนจนน่ากลัว เล่นเอากุมภาเสียววาบตั้งแต่ปลายห***มไล่ลงไปถึงท้องน้อย ความรู้สึกด้านในยิ่งปั่นป่วน กระตุกไหวไม่หยุด แม้เธอจะสอดนิ้วเข้าไปเพียงครึ่งเดียวแต่มันก็รัดแน่นจนเธอต้องหอบหายใจรัว
“สะ... เสียวจัง”
ราวกับมีกระแสไฟฟ้าไหลวาบไปทั่วร่าง ยามนี้โสตประสาทของเธออื้ออึงเกินกว่าจะรับรู้สิ่งผิดชอบชั่วดี การรับรู้ทุกอย่างถูกกามารมณ์บดบังจนสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกที่ทั้งสองมือกำลังบดเบียดร่างกายบนล่างสอดประสานกันเป็นจังหวะรักที่เธอสร้างขึ้นเอง ปลายนิ้วบดขยี้จุดเสียวที่ชื้นแฉะซ้ำ ๆ ขณะที่มือข้างถนัดแยงนิ้วเข้าไปตามร่องเพื่อปรนเปรอตัวเองในเวลาเดียวกัน ยิ่งขยับ อารมณ์กระสันก็ยิ่งไต่ระดับสูงขึ้นจนใกล้จะถึงขีดจำกัด ก่อนจะเพิ่มจำนวนนิ้วจากหนึ่งเป็นสองโดยไม่ลังเล
“อื้อ... สะ…เสียวค่ะ”
ลมหายใจหอบกระชั้น หัวใจในอกซ้ายเต้นรัวขึ้นไม่เป็นจังหวะจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ปลายนิ้วที่ละเลงอยู่ด้านในพลันงอข้อเหมือนเบ็ดเกี่ยวสะกิดโดนจุดรวมประสาทซ้ำ ๆ ทุกการเคลื่อนไหวยิ่งเสียดเสียวจนร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน ขับสายน้ำฉ่ำออกมายันนอกปากถ้ำจนเปียกชุ่มไปทั้งฝ่ามือ
“อีกนิด... จะเสร็จแล้ว...”
เสียงหวานเอ่ยเร้าตัวเองด้วยความทรมานที่แสนหวาน มือก็รีบเร่งสะกิดเกี่ยวรัวเร็ว ส่งร่างกายตัวเองให้พุ่งไปสู่จุดสูงสุดที่รออยู่เบื้องหน้า ริมฝีปากบางเผยอบิดเบี้ยวไปตามอารมณ์ที่สั่งสมมาถึงจุดพีค ช่องทางรักคับแคบตอดรัดนิ้วเรียวถี่ยิบ ราวกับมีบางสิ่งกำลังจะระเบิดออกมาจากภายใน
“อ๊าส์!!!”
กลุ่มก้อนความปรารถนาของหญิงสาวแตกกระจายกลายเป็นความซ่านสยิวที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย เมื่อถึงจุดหมายที่ต้องการ เธอจึงค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจหอบโยนทิ้งร่างลงกับเตียงอย่างหมดแรง นิ้วเรียวที่เคลือบไปด้วยน้ำหล่อลื่นใสถูกถอนออกมาอย่างเชื่องช้า ขณะที่สายตาพร่าเบลอจ้องมองมันด้วยความรู้สึกผิดจาง ๆ ที่ผุดขึ้นมาแทนที่ความกระสัน
บางที…คนที่นิสัยเสียจริง ๆ อาจเป็นเธอ ไม่ใช่ใครอื่นก็ได้ เพราะในขณะที่เธอด่าทอเขาว่าเลวทราม แต่เธอกลับใช้ชื่อของเขามาเติมเต็มความใคร่ของตัวเองบนเตียงนอนแห่งนี้...
***