ตอนที่ 1
หมามันยังดีกว่าพี่! NC
หน้าประตูรั้วสีขาวของบ้านสองชั้นทรงยุโรป ร่างบอบบางของหญิงสาวในชุดเดรสสีสดใสยืนจ้องมองตัวบ้านด้วยแววตาที่ปะปนไปด้วยอารมณ์หลากหลาย บ้านหลังนี้เป็นของพี่สาวเธอที่เพิ่งซื้อร่วมกับพี่เขยได้ไม่ถึงครึ่งปี ก่อนจะจากไปด้วยโรคประจำตัว
หากเป็นเมื่อสองสามวันก่อน เธอคงมาที่นี่ในชุดสีดำ แต่วันนี้การไว้ทุกข์ได้สิ้นสุดลง พี่สาวเธอเสียชีวิตครบหนึ่งเดือนแล้ว หล่อนเคยสั่งไว้ก่อนตายว่าไม่อยากให้ใครจมอยู่กับความเศร้า หากจะไว้ทุกข์ก็ขอให้ทำแต่พอดี
และยังเคยกำชับเธอด้วยรอยยิ้มว่า หากวันหนึ่งคิดจะหาผู้ชายสักคน ก็ขอให้หาให้ได้แบบ พี่กฤตย์
เพียงนึกถึงความรักของทั้งคู่ รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของ กุมภา โดยไม่รู้ตัว
กุมภาเป็นหญิงสาวในวัยยี่สิบเอ็ดปี ตัวเล็ก หน้าตาโดดเด่น กำลังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย ส่วนกฤตย์ที่พี่สาวเอ่ยถึง เขาคือพี่เขยของเธอ ชายหนุ่มที่แต่งงานกับปรางค์ พี่สาวของเธอมาได้สองปีเต็ม
เพราะพี่สาวมีโรคประจำตัว กฤตย์จึงไม่เคยปล่อยให้ภรรยาต้องลำบากหรือออกไปทำงาน ทุกอย่างภายในบ้านเขาเป็นคนรับผิดชอบเองทั้งหมด ปรางค์เป็นเพียงคุณนายอยู่บ้าน ใช้ชีวิตอย่างสบายใจภายใต้การดูแลของสามี
เรียกได้ว่า กฤตย์คือผู้ชายในอุดมคติที่ผู้หญิงหลายคนใฝ่ฝันถึง
อย่างน้อยกุมภาก็เคยคิดเช่นนั้น จนกระทั่งเธอเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องนอนของพี่เขย
บานประตูเปิดอ้าค้างไว้ ภายในห้องเปิดไฟสว่างจ้า และเพียงกวาดสายตาเข้าไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้หญิงสาวถึงกับปากอ้าตาค้าง
สิ่งที่เธอเห็นในวินาทีนั้น ได้ทำลายภาพของผู้ชายในอุดมคติลงจนไม่เหลือชิ้นดี
"ดูดแรง ๆ เอาเข้าไปให้สุดคอ"
ร่างสูงเปลือยกายเอนตัวพิงหัวเตียง แผ่นอกกระเพื่อมแรงตามจังหวะลมหายใจที่ถี่รัว ใบหน้าหล่อเหลาที่มักยิ้มอ่อนโยนบัดนี้มีหยาดเหงื่อผุดตามกรอบหน้า ริมฝีปากหยักแย้มออกเล็กน้อยก่อนจะปล่อยเสียงครางต่ำลอดออกมาทุกครั้งที่แรงขยับจากเบื้องล่างกระตุ้นเขา
"อมให้มิดสิ ได้แค่นี้เองเหรอ?"
ตรงช่วงระหว่างขาทั้งสองข้างของชายหนุ่ม มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังขยับหัวเข้าออก ท่าทางของหล่อนดูลำบากลำบนกับการพยายามรับสิ่งนั้นที่ดันลึกลงไปในโพรงปากให้หมด แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้ใส่ใจสักนิด ยังคงตั้งหน้าตั้งตากระทุ้งบั้นเอวใส่จนหล่อนต้องตีขาประท้วง
"มันใหญ่ขนาดอมเข้าไปไม่มิดเลยหรือไงหืม?"
ถึงจะไม่ได้อยู่ใกล้ขนาดนั้น แต่กุมภาก็พอจะนึกภาพออกว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังลำบากเพียงใด แค่ปรายตามองสิ่งที่หล่อนพยายามฝืนรับเข้าไป ก็รับรู้ได้ทันทีว่ามันใหญ่เกินกว่าปกติแค่ไหน คนตัวเล็กเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดฝืน ราวกับบางอย่างในกายถูกปลุกให้ตื่นขึ้นฉับพลัน
สายตาของเธอยังคงไม่อาจละไปจากใบหน้าพี่เขย ใบหน้าที่สะท้อนความต้องการอันหยาบกระด้างและดิบเถื่อน
ไม่ใช่เวลามายืนมองอยู่แบบนี้! ความคิดนั้นผุดขึ้นพร้อมกับการขยับตัวของกุมภา
แล้วเธอควรทำยังไงดี? จะเดินเข้าไปโวยวายก็ไม่ใช่เรื่อง ขณะเดียวกันจะหันหลังหนีก็เหมือนจะทำไม่ได้ สถานการณ์ตรงหน้าทำให้ร่างเล็กยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่อย่างนั้นพักใหญ่
กระทั่งคนในห้องเริ่มรู้สึกตัว
สายตาคมดุคมเลื่อนมาสบเข้ากับร่างบางในชุดเดรสสีสดใส ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นทันที ผมยาวสลวยสีดำขลับ ใบหน้างดงามที่แม้เห็นเพียงเสี้ยวเดียว เขาก็รู้ได้ไม่ยากว่าเป็นใคร
“กุมภา…นี่เธอมาได้ยังไง?”
สิ้นเสียงพูด ชายหนุ่มก็รีบขยับตัว ดันร่างผู้หญิงที่อยู่ระหว่างขาออกไปอย่างลุกลี้ลุกลน ก่อนจะคว้าผ้าห่มขึ้นมาปิดบังช่วงเอวของตัวเอง กุมภามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกปะปนกันไปหมด คำพูดมากมายไหลวนอยู่ในหัว ทว่ากลับไม่อาจเรียบเรียงออกมาเป็นประโยคได้สักคำ
หญิงสาวที่ถูกผลักออกมาเมื่อครู่หอบหายใจถี่ราวกับพยายามตักตวงอากาศเข้าปอด หลังจากถูกบังคับยัดของเข้าปากจนแทบขาดใจอยู่พักใหญ่ หล่อนเหยียดกายลุกขึ้น ก่อนจะก้าวลงจากเตียง ร่างเปลือยเปล่าไร้ความอายราวกับคุ้นชินกับสถานการณ์เช่นนี้ดี
“เมียพี่เหรอคะ อุ๊ยตาย โดนจับได้แบบนี้ พี่คงไม่คิดจะไล่หนูกลับแล้วโกงค่าตัวหนูใช่ไหม?”
มือของกุมภาสั่นอย่างเจ้าเข้าทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น หล่อนเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นระริก
“กะxรี่งั้นเหรอ พี่อดอยากขนาดต้องซื้อกะxรี่กินเลยเหรอ”
แววตาผิดหวังฉายชัดบนใบหน้าสวย จนชายหนุ่มอดถอนหายใจไม่ได้ เขาเลิกผ้าห่มออกแล้วเหยียดกายลุกขึ้น ทั้งร่างยังเปลือยเปล่าโดยไม่แสดงท่าทีอายสายตาใคร ก่อนจะเดินโดนโทงเทงไปยังโต๊ะมุมห้อง หยิบผ้าขนหนูขึ้นมาพันกายอย่างลวก ๆ
จากนั้นเขาคว้าบุหรี่ขึ้นมาจุด สูดควันเข้าปอดหนึ่งอึกด้วยสีหน้าเรียบเฉย แล้วจึงเอ่ยขึ้นว่า
“กะxรี่แล้วมันธุระอะไรของเธอไม่ทราบ”
มือหนาเอื้อมไปหยิบกางเกงยีนที่พาดอยู่บนเก้าอี้ ควานหากระเป๋าสตางค์จากกระเป๋าหลัง ก่อนจะดึงเงินสดออกมายื่นให้ผู้หญิงร่างเปลือยที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“ค่าตัวเธอ วันนี้กลับไปก่อน”
หญิงสาวรับเงินมาดวงตาเป็นประกายวาววับ ก่อนจะรีบคว้าเสื้อผ้าขึ้นมาแต่งตัวอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็สะบัดตัวออกไปจากห้องแบบไม่คิดหันหลังกลับ
งานลักษณะนี้เธอเจอมานักต่อนัก หลายครั้งที่รับงานแล้วถูกเมียของลูกค้าจับได้ เรื่องแทบไม่เคยจบลงดี หากไม่โดนตบจนช้ำ ก็ถูกไล่กลับมือเปล่าโดยไม่ได้ค่าตัว
ครั้งนี้ถือว่าโชคดีเกินคาด และเธอก็ไม่คิดจะเสี่ยงอยู่ให้นานกว่านั้น เผื่อว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจขึ้นมาเมื่อไหร่ ความซวยอาจตกมาที่เธอได้ทุกเมื่อ
กฤตย์ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้มุมห้อง ถอนหายใจยาวอีกครั้ง ขณะหน้าต่างห้องนอนยังเปิดค้างไว้เพื่อระบายควันบุหรี่ที่ลอยอ้อยอิ่ง สายตาคมทอดมองออกไปภายนอก ราวกับกำลังจมอยู่กับความคิดบางอย่าง
“พี่ปรางค์เพิ่งเสียไปแค่เดือนเดียว พี่กลับพาผู้หญิงคนอื่นเข้ามานอนด้วย แถมไม่พอ ยังมาทำบนเตียงพี่สาวฉันอีกเนี่ยนะ?” กุมภากัดฟันพูด ความเจ็บปวดเอ่อล้นขึ้นมาพร้อมกับท่าทีเย็นชาที่ได้รับจากพี่เขย
“มันไม่ใช่เรื่องของเด็ก เธอมาธุระเรื่องอะไรก็ทำให้เสร็จ ๆ เถอะ พี่ต้องการพักผ่อน” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ โดยไม่ยอมปรายตามองหน้าเธอแม้แต่น้อย
คำพูดนั้นยิ่งโหมให้ความขุ่นข้องในใจของกุมภาทวีขึ้นมากกว่าเดิม
ร่างเล็กก้าวเข้าไปในห้องด้วยอารมณ์ที่เดือดพล่าน ก่อนจะหยุดยืนตรงหน้าชายหนุ่ม ราวกับตั้งใจบีบให้เขาต้องหันมาสบตาเวลาพูด
“เวลาพี่พูด พี่ยังไม่มองหน้าฉันด้วยซ้ำ ทำไม? เห็นฉันแล้วคิดถึงพี่ปรางค์เหรอ รู้สึกผิดเหรอ”
ปั่ก!
เสียงฝ่ามือตบโต๊ะดังฉาด ชายหนุ่มลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ใบหน้าที่หันกลับมาดูบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด
“ปรางค์ตายไปแล้ว เธอไม่ได้อยากให้ถูกเอามาพูดถึงแบบนี้”
ในที่สุดสายตาของเขาก็ประสานเข้ากับดวงตาของเธอ
“ฉันผิดหวังในตัวพี่จริง ๆ พี่กฤตย์ ทั้ง ๆ ที่เคยฝันว่าสักวันต้องหาผู้ชายแบบพี่มาเป็นสามีให้ได้ ตอนนี้นะเหรอ หมามันยังดีกว่าพี่”
คำพูดนั้นตามมาด้วยเสียงหัวเราะหึเบา ๆ ร่างเล็กยกมือขึ้นกอดอก แววตาฉายความไม่ยอมแพ้ออกมาอย่างชัดเจนจนชวนให้หงุดหงิด
ทว่าแม้จะน่าหงุดหงิดเพียงใด เสน่ห์ในท่าทีทระนงนั้นกลับตรึงสายตาชายหนุ่มไว้ จนเขาไม่อาจหันหนีไปทางอื่นได้เลย
“อย่าประเมินกันสูงนัก พี่เขยเธอมันก็แค่ผู้ชายขี้เงี่ย*คนหนึ่ง ไม่ใช่พระเจ้า”
คำพูดนั้นถูกพ่นออกมาพร้อมกับสายตาดุจัด กุมภาขนลุกวาบ เพราะแววตาที่เห็นอยู่ตอนนี้คือสายตาเดียวกับเมื่อครู่บนเตียง สายตาที่แสดงความต้องการอันหยาบเถื่อนจนทำให้เธอต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว
“หึ”
เสียงหัวเราะต่ำหลุดออกมาจากลำคอของชายหนุ่ม ราวกับขบขันกับท่าทีของเธอที่เริ่มรู้ตัวว่าภัยกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ ร่างสูงก้าวออกจากตำแหน่งเดิม ก่อนจะมาหยุดยืนตรงหน้าเธอ
จากนั้นเขาก้มลงต่ำ จงใจกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงกดต่ำ
“กล้าดีนี่ เดินเข้าห้องผู้ชายที่เปลือยล่อนจ้อน แถมยังอารมณ์ค้างอยู่แบบนี้...”
***