ตอนที่ 3
อย่าบอกนะว่าจูบแรก?
วันต่อมา
ที่คณะสัตวแพทย์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
กุมภาเป็นนักศึกษาปีสามของที่นี่ เธอเดินออกมาจากตึกคณะหลังคลาสสุดท้าย ตั้งใจมุ่งหน้าไปที่ป้ายรถเมล์เพื่อกลับหอตามปกติ แต่ยังไปไม่ถึงก็มีรถยนต์คันหรูคันหนึ่งมาจอดริมทางห่างจากเธอไม่ไกล ตอนแรกเธอไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก ทว่าพอสายตาเหลือบไปเห็นร่างที่กำลังก้าวลงจากรถ ก็ถึงกับต้องชะงักเท้า ตาเบิกโพลง ก่อนจะอุทานออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ
“หมอนั่นมาทำไรที่นี่วะเนี่ย?”
หญิงสาวรีบหันหลังกลับ ทำทีเป็นไม่รู้จักแล้วเดินหนีเสียก็จบ แต่ถึงตาจะไม่เห็น เสียงกลับดังเข้าหูชัดเจน นักศึกษาแถวนั้นพากันตื่นเต้นเมื่อเห็นชายหนุ่มหน้าตาดี แต่งตัวเนี้ยบ ก้าวลงมาจากรถแบบนั้น แถมยังเป็นรถยี่ห้อแพงราคาหลายล้านบาท มีหรือพวกนักศึกษาจะไม่สนใจ ยิ่งเป็นพวกสาว ๆ ด้วยแล้ว
กุมภาสะบัดหน้าสองสามที ก่อนจะเดินจ้ำอ้าวไปข้างหน้าราวกับไม่อยากให้สติว่อกแว่ก แต่เสียงพูดคุยก็ยังดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทเป็นช่วง ๆ
“กุมภาเหรอคะ หนูรู้จัก เพิ่งออกคลาสมาพร้อมกัน”
พอได้ยินแบบนั้น กุมภาก็ยิ่งเร่งฝีเท้าหนี เพราะรู้จุดประสงค์ของผู้ชายคนนั้นแล้วว่ามาถามถึงเธอ แต่เหมือนโชคจะไม่เข้าข้างนัก เพราะยังไปไม่ถึงไหน เสียงหนึ่งก็เรียกขึ้นจากด้านหลัง
“กุมภา กุมภา มีคนมาหาแน่ะ”
เจ้าของชื่อหันหลังกลับไปแล้วพูดว่า "น่าจะคนละกุมภากันแล้วแหละ" จากนั้นก็รีบสาวเท้า
เพื่อนคนเดิมหันกลับมามองหน้าคนตัวโตด้วยสีหน้างุนงง ก่อนจะพูดว่า "คนละกุมภาอะไร ทั้งคณะก็มีคนชื่อกุมภาแค่คนเดียว"
คำพูดนั้นทำเอาชายหนุ่มถึงกับหัวเราะพรืดออกมา เพียงแค่เห็นสีหน้าลำบากใจของเด็กคนนั้นแวบเดียวก็อดขำไม่ได้ เขาพูดอีกว่า
"ขอบคุณนะครับ เธอน่าจะกำลังงอนผมอยู่ เดี๋ยวผมไปตามเองดีกว่า"
พูดจบก็ก้มหัวเล็กน้อยให้อีกฝ่ายอย่างมีมารยาท ใบหน้าคมคายกับรอยยิ้มนั่น ต่อให้ไม่ตั้งใจก็คงยากจะไม่สะดุดสายตา
"กุมภา กุมภา นี่หยุดก่อน!"
ร่างสูงกึ่งเดินกึ่งวิ่งเรียกตามคนในชุดนักศึกษา ถึงแม้เธอจะออกตัวก่อน แต่ด้วยช่วงขาที่สั้นกว่า ต่อให้พยายามจ้ำเท้าหนีแค่ไหนก็ไม่พ้น ไม่นานนักชายหนุ่มก็ไล่ทัน เขาคว้าข้อมือเธอไว้ได้ในจังหวะเดียว จากนั้นก็เอ่ยเสียงหอบเล็กน้อย
“นี่ จะหนีพี่ทำไม?”
หญิงสาวหันหน้ากลับมา สีหน้าแสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากเจอสักนิด เธอพูดสวนกลับทันที
“พี่ก็รู้เหตุผลดี จะถามทำไม”
จากนั้นเธอก็สะบัดมือออก แล้วยกแขนขึ้นกอดอก ท่าทีแข็งกร้าวนั้นเองที่ทำให้หัวใจของชายหนุ่มเต้นแรงขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว วินาทีสั้น ๆ ที่เธอแสดงความไม่พอใจออกมา กลับเป็นวินาทีเดียวกันที่ทำเขาเสียอาการ
ยิ่งเมื่อสายตาไล่มองชุดรัดรูปกับรองเท้าส้นสูงที่เธอสวมอยู่ ความคิดก็เผลอไหลไปไกล จนลืมเหตุผลที่ตั้งใจมาหาเธอไปเสียสนิท
“อะไร? เงียบทำไมล่ะ ถ้าไม่มีอะไรจะพูด ฉันจะกลับแล้วนะเสียเวลา” พูดจบเธอก็ขยับตัว ทำท่าจะสะบัดหนีไปอีกครั้ง
“เดี๋ยวก่อน คือ...พี่มาถามว่าเมื่อวานเธอไปที่บ้านทำไม คงจะมีธุระใช่ไหม?”
พอหญิงสาวได้ยินแบบนั้น ก็นึกออกในทันที เธอไปเก็บของที่พี่สาวสั่งเอาไว้ก่อนเสีย แล้วก็เผลอไปเจอเหตุการณ์บ้า ๆ นั่นเข้า ยิ่งคิดถึงตรงนั้น ใบหน้าของกุมภาก็ร้อนวาบขึ้นมาโดยไม่อาจห้าม ดวงตาคู่งามหลุบต่ำลงอย่างลืมตัว
ชายหนุ่มเห็นท่าทีเช่นนั้นก็รับรู้ได้ทันทีว่าเธอกำลังนึกถึงเรื่องไหน เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแฝงแววหยอกเย้าไว้ชัดเจนว่า...
“หืม หน้าแดงแบบนี้กำลังคิดถึงเรื่องอะไรอยู่เด็กดี”
จากนั้นก็เอื้อมมือไปเชยคางอีกฝ่ายให้เงยหน้าขึ้นมาสบตา เพราะถึงแม้เธอจะสวมรองเท้าส้นสูง แต่ความสูงของเขาก็ยังทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นอยู่ดี หากอยากสบตากันให้ถนัด
“คิดอะไร ฉันไม่คิดเรื่องที่พี่ทำนิสัยหมา ๆ แบบนั้นหรอก”
เธอเกรี้ยวกราดสวนกลับ ราวกับกำลังหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาใช้เป็นเกราะบังความรู้สึกที่ไม่อยากยอมรับจากใจจริง
“โกรธที่พี่นิสัยหมาเหรอ? ว่าแต่หมาเรื่องอะไร เรื่องที่พาผู้หญิงอีกคนเข้าบ้าน หรือเรื่องที่พี่จูบ...”
เพียะ
คำพูดยังไม่ทันจบ ฝ่ามือเล็ก ๆ ก็ประเคนเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลาจนศีรษะของเขาหันไปตามแรงตบ แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้แสดงท่าทีใส่ใจนัก เขาเพียงใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มเหมือนกำลังควานหาความเจ็บปวดที่ควรจะมี ทว่ากลับแทบไม่รู้สึกอะไรเลย
เบาแรงนัก...
“ต้องโมโหอะไรขนาดนั้น ทำยังกับว่าโดนขโมยจูบแรก”
พูดจบเขาก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นสีหน้าอีกฝ่ายถอดลงฉับพลัน ราวกับว่าคำที่เขาเพิ่งเอ่ยออกไปนั้นดันไปตรงกับความจริงเข้าอย่างจัง
“เดี๋ยวนะ นี่อย่าบอกนะว่านั่นจูบแรกของเธอ?”
เขาพูดพร้อมกับยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง เลือดในกายแล่นพล่านอย่างห้ามไม่อยู่ ดวงตาจับจ้องใบหน้าไร้เดียงสานั่นเขม็ง บอกไม่ถูกว่าตอนนี้ความรู้สึกไหนกำลังนำหน้า ระหว่างความรู้สึกผิดกับความรู้สึกดีใจที่ผุดขึ้นมาอย่างไม่สมควร
"พี่มันโคตรเฮงซวยพี่กฤตย์"
พอเธอรู้ตัวว่าถูกจับได้ กุมภาก็รีบสะบัดหน้า หันหลังให้ทันที ราวกับกลัวว่าสีหน้าของตัวเองจะเผลอแสดงอะไรที่ไม่ควรออกมามากไปกว่านี้
“ฉันมีธุระที่บ้านของพี่ก็จริง แต่ไม่คิดจะกลับไปเหยียบอีกแล้ว ไหน ๆ พี่ปรางค์ก็เสียไปแล้ว ก็ถือว่าพวกเราไม่ได้เป็นอะไรกันอีก ฉันเลิกเคารพพี่ในฐานะพี่เขยตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”
เธอว่าพลางขยับตัว ทำท่าจะเดินหนีออกไปจากตรงนั้นอีกครา แต่เสียงที่ไล่หลังมาก็ทำให้ต้องหยุดเท้ากึก
“งั้นถ้าเธอไม่คิดว่าพี่เป็นพี่เขยแล้ว พี่จะทำอะไรกับเธอก็ได้ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งกับผู้หญิงคนหนึ่งใช่ไหม?”
***