Ep.12 มารผจญ

2036 Words
ยิปโซเลิกกับพอร์ชแล้ว ไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไรแต่ระยะหลังมานี้เธอมักจะโผล่ไปทุกที่ที่รัญดาอยู่ คล้ายว่าบังเอิญแต่ความจริงมันคือแผนการ เนื่องจากข้างกายรัญดามักจะมีเจ็ดหนุ่มหล่อแก๊งวายร้ายอยู่ด้วยเสมอ ยิปโซซึ่งกำลังเล็งหนึ่งในพวกเขาอยู่จึงไม่อาจทนนิ่งดูดายได้ เพื่อให้ตัวเองเป็นที่จดจำจึงต้องทำทุกวิถีทางแม้ต้องทนเห็นหน้าคนที่รังเกียจเดียดฉันท์ก็ตาม ทว่า... มันไม่ง่ายอย่างที่คิด พวกเขาไม่แม้แต่จะชายตาแลเธอแม้แต่น้อย ราวกับหญิงสาวไม่มีเสน่ห์ดึงดูดน่าสนใจมากพอ ‘เป็นเพราะยัยยาจกนั่นคนเดียว!’ ยิปโซและพรรคพวกโบ้ยความผิดไปให้รัญดาอย่างไม่ต้องสงสัย ในตอนนั้นดวงตาสี่คู่จับจ้องไปยังโต๊ะอาหารที่รัญดานั่งอยู่ด้วยสายตามุ่งร้าย “ไม่อยากเชื่อเลยนะว่าใสๆ ซื่อๆ แบบยัยนั่นจะทำให้หนุ่มฮอตรุมล้อมหน้าหลังกันแบบนี้” “พวกเขาก็แค่ยังไม่รู้ธาตุแท้ของยัยนั่นต่างหาก” “ฉันว่าไม่นะ ใครก็มองออกว่ายัยนั่นจน” “ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น” ยิปโซกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ “ฉันคบกับยัยนั่นมาตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงปีสอง เรื่องที่คนอื่นไม่รู้ฉันรู้ดีกว่าใคร” “งั้นเธอก็ไม่ควรเก็บเอาไว้คนเดียวนะ” “แต่ฉันจะเตือนพวกเขายังไงล่ะ ฉันไม่อยากดูเป็นนางร้ายในสายตาพวกเขาเลยจนพานทำให้เสียคะแนน” “เธอเคยได้ยินชื่อ ‘เฮียพฤกษ์’ เจ้าของไนต์คลับหรูไหม” “เคย” “นอกจากนี้ก็ยังมี ‘เฮียพัฒน์’ เจ้าของโฮสต์คลับอีกด้วย ฉันรู้มาว่าพวกเขาเกรงใจสองคนนี้มากๆ โดยเฉพาะเฮียพฤกษ์” “คิกๆ” ยิปโซหัวเราะอย่างมีเลศนัย รัญดาขมวดคิ้วยุ่งขณะมองโต้ตอบสายตามุ่งร้าย ‘เมื่อไรจะต่างคนต่างอยู่จริงสักที’ ไม่เข้าใจกับการตามตอแยของอีกฝ่าย ตัวเองจะชอบใครก็ชอบไปสิ ทำไมต้องดึงเอาเธอเข้าไปเกี่ยว ยิ่งกว่านั้นถ้ารู้ว่าผู้ชายไม่เล่นด้วยยิ่งต้องถอยไม่ใช่รุกจนน่ารำคาญ ดึกคืนนั้น “คุณเคียนครับ” “ว่าไง มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ” “ไม่มีปัญหาแต่มีผู้หญิงมาขอพบบอสครับ” “บอสไม่ได้เรียกผู้หญิงมาหาสักพักหนึ่งแล้วนี่” เคียนพึมพำกับตัวเองด้วยความฉงนก่อนเอ่ยถาม “เธอบอกชื่อหรือเปล่า” “ยิปโซครับ” “เหมือนคุ้นแต่ไม่คุ้น” “คุณเคียนไม่คุ้นก็ถูกแล้วละครับ อายุของเธอประมาณ 20 - 22 ปี เด็กขนาดนี้ไม่ใช่สเปกบอสอยู่แล้ว ดูเหมือนเธอจะมาที่นี่เพราะคุณๆ ทั้งเจ็ดและผู้หญิงที่ชื่อรัญดา” เคียนพยักหน้าเชิงรับทราบก่อนจะแก้ไขความเข้าใจผิด “คุณ นายต้องเรียกเธอว่าคุณรัญดา” “คุณรัญดา” “ใช่ คุณรัญดาเป็นแฟนของบอส” และที่ยิ่งกว่านั้นคือ “สเปกผู้หญิงของบอสเปลี่ยนไปแล้ว ยังไงนายก็กระจายข่าวบอกการ์ดคนอื่นด้วยล่ะ เผื่อเจอกันครั้งหน้าจะได้ไม่เผลอทำตัวเสียมารยาทจนได้เรื่อง” “ครับๆ ได้เลยครับ!” เคียนต่อสายหาพฤกษ์และได้รับอนุญาตให้ยิปโซเข้าพบได้ สิบนาทีต่อมา ยิปโซเข้ามานั่งหน้าเชิดดุจนางพญาอยู่ในห้องรับรอง ถึงแม้จะรู้สึกตื่นเต้นและประหม่า แต่เธอก็พกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยมเพื่อกระชากรัญดาลงมาจากสวรรค์ คนชั้นต่ำอย่างมันกล้าดียังไงมาเสนอหน้าอยู่กับคนชั้นสูง “คิกๆ คิกๆ” แผนการร้ายที่วาดฝันไว้ในใจเป็นฉากๆ ทำให้เธอปล่อยเสียงหัวเราะออกมาด้วยความขบขันระคนสะใจอย่างอดไม่ได้ แล้วทันใดนั้นประตูห้องรับรองก็ถูกเปิดออกจากด้านนอก หญิงสาวหันขวับมองโดยพลัน เจ้าของไนต์คลับหรู ‘ÉLITE’ ที่แปลว่าชนชั้นสูง เดินเข้ามานั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามของเธอ รูปร่างหล่อเหลาดุจเทพบุรุษทำให้เธอมองตาค้าง ทว่าเพียงครู่เดียวก็ต้องสั่นกลัวด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของชายหนุ่มจนเธอไม่กล้ากระดิกตัวซี้ซั้ว ความเงียบอันน่าอึดอัดปกคลุมทั่วห้องเมื่อไม่มีใครเปิดบทสนทนา “เวลาของฉันมีไม่มาก” เสียงทุ้มเย็นชาเอ่ยทำลายความเงียบ ยิปโซสะดุ้งพร้อมกับสติที่กลับคืนมา “สวัสดีค่ะ หนูชื่อ...” “ไม่จำเป็น” เขารู้ว่าเธอเป็นใครจึงไม่อยากรู้จักเธออีกให้รกพื้นที่ความจำในสมอง “พูดธุระของเธอมาได้เลย” พฤกษ์ทำให้ยิปโซเสียหน้า ทว่าพอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมาพบเขาด้วยจุดประสงค์อะไร ดวงตาของเธอเป็นประกายวาววับ สูดลมหายใจแล้วเชิดหน้าขึ้นพูดด้วยความมั่นใจ “น้องชายของคุณกำลังถูกรัญดาปั่นหัว” “...” “หนูเคยเป็นเพื่อนสนิทของรัญดา คุณจะไม่เชื่อหนูก็ได้ แต่เรื่องที่หนูพูดคือเรื่องจริง จึงอยากมาเตือนน้องชายของคุณที่เข้าไปพัวพันกับผู้หญิงแบบนั้นให้ระวังตัวก่อนจะถูกปอกลอก” “...” พฤกษ์นั่งฟังด้วยท่าทางเรียบเฉย พริบตานั้นความคับแค้นปะทุขึ้นในอกของเธอ อยากจะเอาชนะคนเย็นชาไร้ความรู้สึก เพื่อจะได้เห็นใบหน้าหล่อเหลานั้นขมวดคิ้วแม้เพียงเล็กน้อย “ครอบครัวของรัญดาเป็นพวกรากหญ้า หาเช้ากินค่ำ แม่ของเธอเป็นผู้หญิงเหลวแหลกที่ท้องไม่มีพ่อ และทิ้งเธอไปตั้งแต่อายุ 10 ขวบ พร้อมกับก่อหนี้ก้อนโตให้เธอชดใช้จนถึงทุกวันนี้” “...” “มองอีกมุมหนึ่งก็น่าสงสารนะคะ แต่เธอไม่ใช่คนดีใส่ซื่อขนาดนั้น เพราะผู้หญิงคนนี้ทำได้ทุกอย่างเพื่อเงิน ไม่เว้นแม้แต่ขายตัวให้ผู้ชายรวยๆ เอาไปเป็นของเล่น” “...” “คิกๆ คิกๆ” ยิปโซหัวเราะเยาะเย้ยแล้วพูดอย่างสนุกปาก “อย่างว่าละนะคะ คนจนต้องกระเสือกกระสนเพื่อมีชีวิตรอด แต่ตอนนี้เธอดันมาอยู่ผิดที่ผิดทาง คุณไม่คิดว่าควรจะกำจัดเธอออกไปจากชีวิตของน้องชายของคุณเหรอคะ” “เธอเป็นใคร” “...?” “ฉันถามว่าเธอเป็นใคร” “หนูชื่อยิปโซค่ะ” “ไม่ใช่” พฤกษ์มองหญิงสาวด้วยสายตาเฉียบคมดุจใบมีด “ฉันถามว่าเธอเป็นใคร ทำไมถึงกล้าดีมาวิจารณ์ผู้หญิงของฉันอย่างไม่กลัวตายแบบนี้” “!!” “รากหญ้า? คนจน? ผู้หญิงแบบนั้น? ขายตัว?” พฤกษ์ชักสีหน้าด้วยความโกรธเกรี้ยว “ให้ตายสิยัยนี่! อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้แต่ผู้หญิงไร้รสนิยมแบบเธอก็ไม่นับว่าอยู่ในระดับเดียวกันกับฉัน” “...” ยิปโซตะลึงงัน “แต่ก็ขอบคุณนะที่มาทำตัวเสร่อๆ ให้ฉันหมดความอดทนจนอยากจัดการกับผู้หญิงแพศยาแบบเธอให้ออกไปจากชีวิตของรัญดา” ทุกอย่างกลับตาลปัตร “...” ยิปโซหน้าซีดเผือดเพราะรู้ว่าพฤกษ์จะจัดการเธออย่างแน่นอน เขาไม่ได้มีแค่เงินแต่ยังมีอำนาจและเส้นสาย ชั่วขณะนั้นความหวาดกลัวคืนคลานเข้ามาเกาะกุมร่างกายเธอ ครั้นเมื่อจะเงยหน้าร้องขอความเมตตาจากเขา กลับได้รับสายตาดูถูกดูแคลนเธอราวกับเศษสวะชั้นต่ำ โอ้! หญิงสาวตกตะลึง ราวกับวินาทีนั้นเธอเข้าใจหัวอกคนที่ถูกเธอเหยียดหยาม พฤกษ์แสยะยิ้มมุมปากพลางเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจากไปว่า “รีบกลับไปนอนซะนะ เพราะหลังจากนี้…ต่อให้เธออยากนอนก็อาจจะข่มตาหลับไม่ลงเหมือนคืนนี้ หึ!” ** ** เช้าวันต่อมา เวลา 05.00 น. “อืมมมม~ เฮียกลับมาแล้วเหรอคะ” รัญดางัวเงียขึ้นมาฝันหวานเมื่อรับรู้ถึงไออุ่นและอ้อมกอดอันคุ้นเคยจากพฤกษ์ “กลับมาแล้ว” “อืม~” “แค่นี้?” “อืม~” “เช้าแล้วนะ ไม่คิดจะตื่นขึ้นมาทักทายกันหน่อยเหรอ” “หนูง่วง~” “อะไรจะง่วงขนาดนั้น” “ออเดอร์~ ลูกค้า~” เธอตอบก่อนผล็อยหลับไป พฤกษ์ยกศีรษะขึ้นจากหมอนแล้วชะโงกหน้าไปมองหน้าหญิงสาวซึ่งนอนตะแคงหันหลังให้เขาอยู่ในอ้อมกอด “หลับจริงเหรอ” “...” “หลับจริงสินะ” “...” พฤกษ์ถอนหายใจพร้อมกับปล่อยเสียงหัวเราะอย่างขมขื่น ‘อด’ เธอนอนนิ่งไม่ไหวติงแม้ถูกสะกิด ดวงตาคู่คมฉายความสิ้นหวัง นอนนับแกะดำแกะขาวจนถึงเวลา 07.00 น. เธองัวเงียขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวและทำอาหารเช้าอย่างเร่งรีบ “เฮียกลับมาตอนไหนเหรอคะ” “ตีห้า” “งั้นเฮียก็ได้หลับไปนิดเดียวเองน่ะสิคะ” “ยังไม่ได้หลับ” “เฮียรอหนูเหรอคะ” “กินข้าวเช้าด้วยกันอร่อยกว่ากินคนเดียวไม่ใช่เหรอ” “ค่ะ” เธอตอบด้วยรอยยิ้มเขินอายระคนดีใจที่เขาเอาใจใส่เธอแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ “เมื่อคืนยิปโซมาขอพบฉัน” พฤกษ์พูดขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย “ถ้าไม่ใช่เพราะยัยนั่นเอาชื่อของเธอมาอ้างฉันคงไม่ให้ค่า” “ค่ะ” รัญดาไม่แปลกใจเพราะคาดเดาเอาไว้แล้วว่ายิปโซจะทำแบบนี้ในสักวันหนึ่ง แต่ที่น่าสนใจมากกว่าคือความคิดและความรู้สึกของพฤกษ์หลังจากได้พบกับยิปโซต่างหาก “เธอคงไม่ได้พูดถึงหนูในแง่ดีใช่ไหมล่ะคะ” “ใช่” พฤกษ์ตัดสินใจเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้รัญดาฟังทั้งหมด ยกเว้นเรื่อง ‘เอาคืน’ เนื่องด้วยรู้นิสัยของแฟนสาวว่าเธอเป็นคนจิตใจดี ถึงแม้จะถูกทำร้ายก็ไม่อยากให้เขาเอาคืนถึงขนาดทำลายชีวิตของอีกฝ่ายจนป่นปี้ ทว่า... สันติและการปล่อยวางแบบคนดีไม่ใช่วิธีการของเขา “ที่ยิปโซพูดมาก็มีเรื่องครอบครัวที่ถูกต้อง” “ฉันรู้” รัญดาไม่สามารถปั้นยิ้มได้อีกต่อไป หัวใจเหมือนหล่นไปอยู่ตาตุ่ม ข้างในหัวคิดไปต่างๆ นานาอย่างไม่สู้ดี ทว่าสุดท้ายแล้วรัญดาก็เงยหน้าขึ้นสบตาเขาแล้วถาม “รู้แบบนั้นแล้วเฮียยังจะอยากคบหนูเป็นแฟนอยู่อีกไหมคะ” “ทำไมเธอถึงคิดว่าฉันจะเปลี่ยนใจเพราะคำพูดของคนอื่นล่ะ” “บางทีหนูอาจจะรักเงินของเฮียมากกว่ารักหัวใจของเฮียก็ได้ เฮียไม่คิดแบบนั้นบ้างเหรอคะ” “ไม่” คำตอบของเขาสั้นแต่หนักแน่น รัญดาข่มหัวใจที่เริ่มกลับมาเต้นระริกระรี้อีกครั้งถามต่อ “ทำไมล่ะคะ” “เพราะฉันหล่อและมีเสน่ห์จนเธอต้านทานไม่ไหว” พฤกษ์กล่าวด้วยความมั่นใจเต็มร้อย “ที่สำคัญคือฉันฉลาดมากพอที่จะรู้ว่าผู้หญิงที่เข้ามาปอกลอกกับรักมันแตกต่างกันยังไง” หลงตัวเองเกินไปแล้วผู้ชายคนนี้ ทว่า... “เฮียพฤกษ์~” คำพูดหลงตัวเองเหล่านั้นกลับกระแทกใจคนฟังอย่างรุนแรง รัญดาขบริมฝีปากกลั้นเสียงสะอื้นไห้จากความรู้สึกตื้นตันใจ พฤกษ์คลี่ยิ้มพลางยื่นมือมาลูบศีรษะเล็ก “อย่ากังวลกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง” “เฮียคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอคะ” “จริง” “เฮียดีกว่าที่คิดจริงๆ ด้วยค่ะ” เธอจับมือเรียวราวกับมือผู้หญิงของเขาที่ลูบศีรษะของเธอมาจูบ “เดี๋ยวนะ ไอ้ที่บอกว่าดีกว่าที่คิดนั่นคือคำชมใช่ไหม” “ใช่สิค่ะ” เธอยืนยันพลางพยักหน้าแรงๆ ถึงแม้พฤกษ์จะรู้สึกตะขิดตะขวงใจแต่ก็คร้านจะมีปัญหาด้วยจึงเออออไปกับรัญดาเพื่อตัดบท “โอเค ชมก็ชม” “จริงด้วยค่ะ! เย็นนี้พวกพี่ๆ จะมากินมื้อเย็นกับเรานะคะ หนูตั้งใจจะทำหมูกระทะเป็นเมนูหลัก และอาจมีดื่มแอลกอฮอล์ด้วยนิดหน่อย” ดวงตาที่ฉายความอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นดุดันฉับพลัน “พวกมันบังคับเธอใช่ไหม” “ไม่ใช่นะคะ! ไม่ใช่นะคะ!” เธอส่ายหน้าพลางโบกมือเป็นพัลวัน “คือว่าหนูขอให้พวกพี่ๆ ใส่สร้อยข้อมือของหนูโปรโมตใน IG แล้วสัญญาว่าถ้าออเดอร์เข้า 200 หนูจะทำอาหารเลี้ยง” “งั้นเหรอ” “ใช่ค่ะ ขอโทษนะคะที่ไม่ได้บอกเฮียก่อน พอดีตอนนั้นหนูคิดแต่เรื่องกอบโกยรายได้อย่างเดียวเลยไม่ทันคิด” “ไม่เป็นไร แต่ทีหลังต้องบอกฉันก่อน” “สัญญาค่ะ” เธอเกี่ยวก้อยทำสัญญากับพฤกษ์ ** **
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD