ยิปโซเลิกกับพอร์ชแล้ว
ไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไรแต่ระยะหลังมานี้เธอมักจะโผล่ไปทุกที่ที่รัญดาอยู่ คล้ายว่าบังเอิญแต่ความจริงมันคือแผนการ เนื่องจากข้างกายรัญดามักจะมีเจ็ดหนุ่มหล่อแก๊งวายร้ายอยู่ด้วยเสมอ ยิปโซซึ่งกำลังเล็งหนึ่งในพวกเขาอยู่จึงไม่อาจทนนิ่งดูดายได้ เพื่อให้ตัวเองเป็นที่จดจำจึงต้องทำทุกวิถีทางแม้ต้องทนเห็นหน้าคนที่รังเกียจเดียดฉันท์ก็ตาม
ทว่า...
มันไม่ง่ายอย่างที่คิด
พวกเขาไม่แม้แต่จะชายตาแลเธอแม้แต่น้อย ราวกับหญิงสาวไม่มีเสน่ห์ดึงดูดน่าสนใจมากพอ ‘เป็นเพราะยัยยาจกนั่นคนเดียว!’ ยิปโซและพรรคพวกโบ้ยความผิดไปให้รัญดาอย่างไม่ต้องสงสัย ในตอนนั้นดวงตาสี่คู่จับจ้องไปยังโต๊ะอาหารที่รัญดานั่งอยู่ด้วยสายตามุ่งร้าย
“ไม่อยากเชื่อเลยนะว่าใสๆ ซื่อๆ แบบยัยนั่นจะทำให้หนุ่มฮอตรุมล้อมหน้าหลังกันแบบนี้”
“พวกเขาก็แค่ยังไม่รู้ธาตุแท้ของยัยนั่นต่างหาก”
“ฉันว่าไม่นะ ใครก็มองออกว่ายัยนั่นจน”
“ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น” ยิปโซกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ “ฉันคบกับยัยนั่นมาตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงปีสอง เรื่องที่คนอื่นไม่รู้ฉันรู้ดีกว่าใคร”
“งั้นเธอก็ไม่ควรเก็บเอาไว้คนเดียวนะ”
“แต่ฉันจะเตือนพวกเขายังไงล่ะ ฉันไม่อยากดูเป็นนางร้ายในสายตาพวกเขาเลยจนพานทำให้เสียคะแนน”
“เธอเคยได้ยินชื่อ ‘เฮียพฤกษ์’ เจ้าของไนต์คลับหรูไหม”
“เคย”
“นอกจากนี้ก็ยังมี ‘เฮียพัฒน์’ เจ้าของโฮสต์คลับอีกด้วย ฉันรู้มาว่าพวกเขาเกรงใจสองคนนี้มากๆ โดยเฉพาะเฮียพฤกษ์”
“คิกๆ” ยิปโซหัวเราะอย่างมีเลศนัย
รัญดาขมวดคิ้วยุ่งขณะมองโต้ตอบสายตามุ่งร้าย
‘เมื่อไรจะต่างคนต่างอยู่จริงสักที’ ไม่เข้าใจกับการตามตอแยของอีกฝ่าย ตัวเองจะชอบใครก็ชอบไปสิ ทำไมต้องดึงเอาเธอเข้าไปเกี่ยว ยิ่งกว่านั้นถ้ารู้ว่าผู้ชายไม่เล่นด้วยยิ่งต้องถอยไม่ใช่รุกจนน่ารำคาญ
ดึกคืนนั้น
“คุณเคียนครับ”
“ว่าไง มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ”
“ไม่มีปัญหาแต่มีผู้หญิงมาขอพบบอสครับ”
“บอสไม่ได้เรียกผู้หญิงมาหาสักพักหนึ่งแล้วนี่” เคียนพึมพำกับตัวเองด้วยความฉงนก่อนเอ่ยถาม “เธอบอกชื่อหรือเปล่า”
“ยิปโซครับ”
“เหมือนคุ้นแต่ไม่คุ้น”
“คุณเคียนไม่คุ้นก็ถูกแล้วละครับ อายุของเธอประมาณ 20 - 22 ปี เด็กขนาดนี้ไม่ใช่สเปกบอสอยู่แล้ว ดูเหมือนเธอจะมาที่นี่เพราะคุณๆ ทั้งเจ็ดและผู้หญิงที่ชื่อรัญดา”
เคียนพยักหน้าเชิงรับทราบก่อนจะแก้ไขความเข้าใจผิด
“คุณ นายต้องเรียกเธอว่าคุณรัญดา”
“คุณรัญดา”
“ใช่ คุณรัญดาเป็นแฟนของบอส” และที่ยิ่งกว่านั้นคือ “สเปกผู้หญิงของบอสเปลี่ยนไปแล้ว ยังไงนายก็กระจายข่าวบอกการ์ดคนอื่นด้วยล่ะ เผื่อเจอกันครั้งหน้าจะได้ไม่เผลอทำตัวเสียมารยาทจนได้เรื่อง”
“ครับๆ ได้เลยครับ!”
เคียนต่อสายหาพฤกษ์และได้รับอนุญาตให้ยิปโซเข้าพบได้
สิบนาทีต่อมา
ยิปโซเข้ามานั่งหน้าเชิดดุจนางพญาอยู่ในห้องรับรอง ถึงแม้จะรู้สึกตื่นเต้นและประหม่า แต่เธอก็พกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยมเพื่อกระชากรัญดาลงมาจากสวรรค์
คนชั้นต่ำอย่างมันกล้าดียังไงมาเสนอหน้าอยู่กับคนชั้นสูง
“คิกๆ คิกๆ” แผนการร้ายที่วาดฝันไว้ในใจเป็นฉากๆ ทำให้เธอปล่อยเสียงหัวเราะออกมาด้วยความขบขันระคนสะใจอย่างอดไม่ได้
แล้วทันใดนั้นประตูห้องรับรองก็ถูกเปิดออกจากด้านนอก
หญิงสาวหันขวับมองโดยพลัน เจ้าของไนต์คลับหรู ‘ÉLITE’ ที่แปลว่าชนชั้นสูง เดินเข้ามานั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามของเธอ รูปร่างหล่อเหลาดุจเทพบุรุษทำให้เธอมองตาค้าง ทว่าเพียงครู่เดียวก็ต้องสั่นกลัวด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของชายหนุ่มจนเธอไม่กล้ากระดิกตัวซี้ซั้ว
ความเงียบอันน่าอึดอัดปกคลุมทั่วห้องเมื่อไม่มีใครเปิดบทสนทนา
“เวลาของฉันมีไม่มาก” เสียงทุ้มเย็นชาเอ่ยทำลายความเงียบ
ยิปโซสะดุ้งพร้อมกับสติที่กลับคืนมา
“สวัสดีค่ะ หนูชื่อ...”
“ไม่จำเป็น” เขารู้ว่าเธอเป็นใครจึงไม่อยากรู้จักเธออีกให้รกพื้นที่ความจำในสมอง “พูดธุระของเธอมาได้เลย”
พฤกษ์ทำให้ยิปโซเสียหน้า
ทว่าพอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมาพบเขาด้วยจุดประสงค์อะไร ดวงตาของเธอเป็นประกายวาววับ สูดลมหายใจแล้วเชิดหน้าขึ้นพูดด้วยความมั่นใจ
“น้องชายของคุณกำลังถูกรัญดาปั่นหัว”
“...”
“หนูเคยเป็นเพื่อนสนิทของรัญดา คุณจะไม่เชื่อหนูก็ได้ แต่เรื่องที่หนูพูดคือเรื่องจริง จึงอยากมาเตือนน้องชายของคุณที่เข้าไปพัวพันกับผู้หญิงแบบนั้นให้ระวังตัวก่อนจะถูกปอกลอก”
“...”
พฤกษ์นั่งฟังด้วยท่าทางเรียบเฉย
พริบตานั้นความคับแค้นปะทุขึ้นในอกของเธอ อยากจะเอาชนะคนเย็นชาไร้ความรู้สึก เพื่อจะได้เห็นใบหน้าหล่อเหลานั้นขมวดคิ้วแม้เพียงเล็กน้อย
“ครอบครัวของรัญดาเป็นพวกรากหญ้า หาเช้ากินค่ำ แม่ของเธอเป็นผู้หญิงเหลวแหลกที่ท้องไม่มีพ่อ และทิ้งเธอไปตั้งแต่อายุ 10 ขวบ พร้อมกับก่อหนี้ก้อนโตให้เธอชดใช้จนถึงทุกวันนี้”
“...”
“มองอีกมุมหนึ่งก็น่าสงสารนะคะ แต่เธอไม่ใช่คนดีใส่ซื่อขนาดนั้น เพราะผู้หญิงคนนี้ทำได้ทุกอย่างเพื่อเงิน ไม่เว้นแม้แต่ขายตัวให้ผู้ชายรวยๆ เอาไปเป็นของเล่น”
“...”
“คิกๆ คิกๆ” ยิปโซหัวเราะเยาะเย้ยแล้วพูดอย่างสนุกปาก “อย่างว่าละนะคะ คนจนต้องกระเสือกกระสนเพื่อมีชีวิตรอด แต่ตอนนี้เธอดันมาอยู่ผิดที่ผิดทาง คุณไม่คิดว่าควรจะกำจัดเธอออกไปจากชีวิตของน้องชายของคุณเหรอคะ”
“เธอเป็นใคร”
“...?”
“ฉันถามว่าเธอเป็นใคร”
“หนูชื่อยิปโซค่ะ”
“ไม่ใช่” พฤกษ์มองหญิงสาวด้วยสายตาเฉียบคมดุจใบมีด “ฉันถามว่าเธอเป็นใคร ทำไมถึงกล้าดีมาวิจารณ์ผู้หญิงของฉันอย่างไม่กลัวตายแบบนี้”
“!!”
“รากหญ้า? คนจน? ผู้หญิงแบบนั้น? ขายตัว?” พฤกษ์ชักสีหน้าด้วยความโกรธเกรี้ยว “ให้ตายสิยัยนี่! อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้แต่ผู้หญิงไร้รสนิยมแบบเธอก็ไม่นับว่าอยู่ในระดับเดียวกันกับฉัน”
“...” ยิปโซตะลึงงัน
“แต่ก็ขอบคุณนะที่มาทำตัวเสร่อๆ ให้ฉันหมดความอดทนจนอยากจัดการกับผู้หญิงแพศยาแบบเธอให้ออกไปจากชีวิตของรัญดา”
ทุกอย่างกลับตาลปัตร
“...” ยิปโซหน้าซีดเผือดเพราะรู้ว่าพฤกษ์จะจัดการเธออย่างแน่นอน
เขาไม่ได้มีแค่เงินแต่ยังมีอำนาจและเส้นสาย
ชั่วขณะนั้นความหวาดกลัวคืนคลานเข้ามาเกาะกุมร่างกายเธอ ครั้นเมื่อจะเงยหน้าร้องขอความเมตตาจากเขา กลับได้รับสายตาดูถูกดูแคลนเธอราวกับเศษสวะชั้นต่ำ
โอ้! หญิงสาวตกตะลึง
ราวกับวินาทีนั้นเธอเข้าใจหัวอกคนที่ถูกเธอเหยียดหยาม
พฤกษ์แสยะยิ้มมุมปากพลางเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจากไปว่า “รีบกลับไปนอนซะนะ เพราะหลังจากนี้…ต่อให้เธออยากนอนก็อาจจะข่มตาหลับไม่ลงเหมือนคืนนี้ หึ!”
** **
เช้าวันต่อมา เวลา 05.00 น.
“อืมมมม~ เฮียกลับมาแล้วเหรอคะ” รัญดางัวเงียขึ้นมาฝันหวานเมื่อรับรู้ถึงไออุ่นและอ้อมกอดอันคุ้นเคยจากพฤกษ์
“กลับมาแล้ว”
“อืม~”
“แค่นี้?”
“อืม~”
“เช้าแล้วนะ ไม่คิดจะตื่นขึ้นมาทักทายกันหน่อยเหรอ”
“หนูง่วง~”
“อะไรจะง่วงขนาดนั้น”
“ออเดอร์~ ลูกค้า~” เธอตอบก่อนผล็อยหลับไป
พฤกษ์ยกศีรษะขึ้นจากหมอนแล้วชะโงกหน้าไปมองหน้าหญิงสาวซึ่งนอนตะแคงหันหลังให้เขาอยู่ในอ้อมกอด
“หลับจริงเหรอ”
“...”
“หลับจริงสินะ”
“...”
พฤกษ์ถอนหายใจพร้อมกับปล่อยเสียงหัวเราะอย่างขมขื่น
‘อด’ เธอนอนนิ่งไม่ไหวติงแม้ถูกสะกิด ดวงตาคู่คมฉายความสิ้นหวัง นอนนับแกะดำแกะขาวจนถึงเวลา 07.00 น. เธองัวเงียขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวและทำอาหารเช้าอย่างเร่งรีบ
“เฮียกลับมาตอนไหนเหรอคะ”
“ตีห้า”
“งั้นเฮียก็ได้หลับไปนิดเดียวเองน่ะสิคะ”
“ยังไม่ได้หลับ”
“เฮียรอหนูเหรอคะ”
“กินข้าวเช้าด้วยกันอร่อยกว่ากินคนเดียวไม่ใช่เหรอ”
“ค่ะ” เธอตอบด้วยรอยยิ้มเขินอายระคนดีใจที่เขาเอาใจใส่เธอแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ
“เมื่อคืนยิปโซมาขอพบฉัน” พฤกษ์พูดขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย “ถ้าไม่ใช่เพราะยัยนั่นเอาชื่อของเธอมาอ้างฉันคงไม่ให้ค่า”
“ค่ะ” รัญดาไม่แปลกใจเพราะคาดเดาเอาไว้แล้วว่ายิปโซจะทำแบบนี้ในสักวันหนึ่ง แต่ที่น่าสนใจมากกว่าคือความคิดและความรู้สึกของพฤกษ์หลังจากได้พบกับยิปโซต่างหาก “เธอคงไม่ได้พูดถึงหนูในแง่ดีใช่ไหมล่ะคะ”
“ใช่”
พฤกษ์ตัดสินใจเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้รัญดาฟังทั้งหมด ยกเว้นเรื่อง ‘เอาคืน’ เนื่องด้วยรู้นิสัยของแฟนสาวว่าเธอเป็นคนจิตใจดี ถึงแม้จะถูกทำร้ายก็ไม่อยากให้เขาเอาคืนถึงขนาดทำลายชีวิตของอีกฝ่ายจนป่นปี้
ทว่า...
สันติและการปล่อยวางแบบคนดีไม่ใช่วิธีการของเขา
“ที่ยิปโซพูดมาก็มีเรื่องครอบครัวที่ถูกต้อง”
“ฉันรู้”
รัญดาไม่สามารถปั้นยิ้มได้อีกต่อไป หัวใจเหมือนหล่นไปอยู่ตาตุ่ม ข้างในหัวคิดไปต่างๆ นานาอย่างไม่สู้ดี ทว่าสุดท้ายแล้วรัญดาก็เงยหน้าขึ้นสบตาเขาแล้วถาม
“รู้แบบนั้นแล้วเฮียยังจะอยากคบหนูเป็นแฟนอยู่อีกไหมคะ”
“ทำไมเธอถึงคิดว่าฉันจะเปลี่ยนใจเพราะคำพูดของคนอื่นล่ะ”
“บางทีหนูอาจจะรักเงินของเฮียมากกว่ารักหัวใจของเฮียก็ได้ เฮียไม่คิดแบบนั้นบ้างเหรอคะ”
“ไม่” คำตอบของเขาสั้นแต่หนักแน่น
รัญดาข่มหัวใจที่เริ่มกลับมาเต้นระริกระรี้อีกครั้งถามต่อ
“ทำไมล่ะคะ”
“เพราะฉันหล่อและมีเสน่ห์จนเธอต้านทานไม่ไหว” พฤกษ์กล่าวด้วยความมั่นใจเต็มร้อย “ที่สำคัญคือฉันฉลาดมากพอที่จะรู้ว่าผู้หญิงที่เข้ามาปอกลอกกับรักมันแตกต่างกันยังไง”
หลงตัวเองเกินไปแล้วผู้ชายคนนี้
ทว่า...
“เฮียพฤกษ์~” คำพูดหลงตัวเองเหล่านั้นกลับกระแทกใจคนฟังอย่างรุนแรง รัญดาขบริมฝีปากกลั้นเสียงสะอื้นไห้จากความรู้สึกตื้นตันใจ
พฤกษ์คลี่ยิ้มพลางยื่นมือมาลูบศีรษะเล็ก
“อย่ากังวลกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง”
“เฮียคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอคะ”
“จริง”
“เฮียดีกว่าที่คิดจริงๆ ด้วยค่ะ” เธอจับมือเรียวราวกับมือผู้หญิงของเขาที่ลูบศีรษะของเธอมาจูบ
“เดี๋ยวนะ ไอ้ที่บอกว่าดีกว่าที่คิดนั่นคือคำชมใช่ไหม”
“ใช่สิค่ะ” เธอยืนยันพลางพยักหน้าแรงๆ
ถึงแม้พฤกษ์จะรู้สึกตะขิดตะขวงใจแต่ก็คร้านจะมีปัญหาด้วยจึงเออออไปกับรัญดาเพื่อตัดบท
“โอเค ชมก็ชม”
“จริงด้วยค่ะ! เย็นนี้พวกพี่ๆ จะมากินมื้อเย็นกับเรานะคะ หนูตั้งใจจะทำหมูกระทะเป็นเมนูหลัก และอาจมีดื่มแอลกอฮอล์ด้วยนิดหน่อย”
ดวงตาที่ฉายความอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นดุดันฉับพลัน
“พวกมันบังคับเธอใช่ไหม”
“ไม่ใช่นะคะ! ไม่ใช่นะคะ!” เธอส่ายหน้าพลางโบกมือเป็นพัลวัน “คือว่าหนูขอให้พวกพี่ๆ ใส่สร้อยข้อมือของหนูโปรโมตใน IG แล้วสัญญาว่าถ้าออเดอร์เข้า 200 หนูจะทำอาหารเลี้ยง”
“งั้นเหรอ”
“ใช่ค่ะ ขอโทษนะคะที่ไม่ได้บอกเฮียก่อน พอดีตอนนั้นหนูคิดแต่เรื่องกอบโกยรายได้อย่างเดียวเลยไม่ทันคิด”
“ไม่เป็นไร แต่ทีหลังต้องบอกฉันก่อน”
“สัญญาค่ะ” เธอเกี่ยวก้อยทำสัญญากับพฤกษ์
** **