Ep.6 รับผิดชอบ

1575 Words
ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปอย่างราบรื่น ในขณะที่เธอนั่งขัดตะหมาดบนพื้นที่ปูด้วยพรมนุ่มโดยใช้โต๊ะกลางโซฟารับแขกเป็นโต๊ะทำงานชั่วคราว ชายหนุ่มก็ต่อแถวกันเข้ามาโอนเงินพร้อมกับแจกแจงรายละเอียดของงานให้เธออย่างเป็นระเบียบ ‘ช่างโชคดีจริงๆ’ เธอคิดอย่างนั้นโดยไม่รู้ตัวเลยว่า ‘หายนะ’ กำลังจะมาเยือนที่นี่ในอีกไม่ช้า “ปกติเธอรับงานแบบนี้ประจำเลยเหรอ” “ใช่ค่ะ” “เป็นเด็กขยันจังเลยนะ” “ถ้าไม่ขยันก็จะไม่มีกินค่ะ” รัญดาไม่อายเลยที่จะพูดความจริง และในสถานการณ์แบบนี้เธอยังสามารถยิ้มได้ “หนูไม่เกี่ยงงานอยู่แล้ว ต่อไปก็จะขยันให้มากกว่านี้จะได้ร่ำรวย” “ไม่เป็นไรนะ ต่อไปนี้เธอคงไม่ลำบากแบบนั้นอีกแล้วละ” “เอ๋?” “ช่างเถอะ อีกเดี๋ยวเธอก็รู้” ไคโรพูดด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย หรือนั่นจะเป็นวิธีการให้กำลังใจสไตล์ผู้ชายหล่อรวย รัญดาที่เอียงคอมองไคโรด้วยความงุนงง คลี่ยิ้มแล้วพยักหน้าเห็นด้วย “ค่ะ” และทันใดนั้นมีใครบางคนเดินมาทางนี้ น้ำหนักและจังหวะเดินบ่งบอกได้ถึงอารมณ์ที่เดือดพล่าน เจ็ดหนุ่มหันมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย รัญดาไม่เข้าใจสถานการณ์ แต่รับรู้ได้ว่าพวกเขากำลังรู้สึกสนุกจนกระทั่งคนผู้นั้นปรากฏตัว “นึกว่าเฮียพฤกษ์ของเราจะไม่มาซะแล้ว” “เออ! พ่อของพวกมึงมาแล้ว!” พฤกษ์แสยะยิ้มแล้วพูดด้วยท่าทางเหี้ยมเกรียม “อยู่ในความสงบ ถ้าพวกมึงหนีโดนหนักสองเท่า” คนถูกขู่หลับตาลงกลั้นหายใจราวกับมันจะช่วยทำให้พวกเขาหายตัวได้ ไร้ประโยชน์สิ้นดี! “เคียน ลากพวกมันออกไปนั่งคุกเข่ารอฉันข้างนอก” “ได้ครับ” แก๊งวายร้ายถูกกำจัดไปอย่างรวดเร็ว “!!” รัญดาสะดุ้งตัวโหยงเมื่อดวงตาคมกริบราวกับอาวุธสังหารจับจ้องมาที่เธอเหมือนจะเอาชีวิต น...น่ากลัวจังเลย “ไง?” “...” “เธอคงไม่ได้ลืมผู้ชายคนแรกที่นอนกับเธอไปแล้วหรอกใช่ไหม” “...” ลืม? ไม่มีทาง! เธอจะลืมคนหล่อขั้นเทพและร้อนแรงแบบเขาเนี่ยนะ มันเป็นไปไม่ได้! แม้แต่เรื่องอัปยศที่เธอทำเอาไวกับเขาก่อนชิ่งหนียังจำได้ขึ้นใจจนถึงวันนี้ “ทำไมถึงเอาแต่เงียบล่ะ” “...” “วันนั้นเธอยังกล้ามากกว่านี้” เอาอะไรมากล้ากับเขาล่ะ สถานการณ์ตอนนั้นกับตอนนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิง รัญดารู้สึกละอายใจจนไม่กล้าสู้หน้า และหวาดกลัวจนอยากหายตัวออกจากตรงนี้ ทว่าชายหนุ่มกลับเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกที กระทั่งหยุดยื่นตรงหน้าในระยะห่างเพียงเอื้อมมือ มันทำให้เธออยากร้องไห้แต่ต้องกลั้นเอาไว้ ต้องอธิบายให้เขาเข้าใจก่อน “หนู... หนูขอโทษค่ะ” ยกมือไหว้อย่างขอความเมตตา “หนูจน วันนั้นหนูมีเงิน 1,500 บาท สาบานได้...ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแค่นั้นและต้องใช้ให้ถึงสิ้นเดือน หนูไม่ได้จะกดค่าแรงคุณหรือเหยียดหยามศักดิ์ศรี แต่หนูมีแค่นั้นจริงๆ หนูขอโทษ~ ฮึก! ฮึก! …ฮือๆ” ช้าก่อน! ทั้งๆ ที่เขาเป็นฝ่ายถูกเด็กกระทำแต่ทำไมถึงกลายเป็นฝ่ายกระทำเด็กซะเองล่ะ แบบนี้มันถูกต้องหรือไง!? “อย่าร้องไห้” “ฮือๆ ฮือๆ” รัญดาร้องไห้หนักกว่าเดิม ให้ตายสิ เดี๋ยวคนทั้งบ้านก็แห่มาหรอก! พฤกษ์คิดหาวิธีทำให้เธอหยุดร้องอย่างว้าวุ่นใจ และมันก็ไม่มีอะไรดีไปกว่าการข่มขู่ซึ่งทำอยู่เป็นประจำ “ถ้าเธอไม่หยุดร้องไห้ฉันจะฆ่าเธอ” “...” ได้ผลชะงัด รัญดากัดปากจนห้อเลือด นับ1-10ทำใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหน้าพฤกษ์ ด้วยใบหน้าที่มีน้ำตาไหลติงๆ ไม่หยุด แบบนั้นมันไม่ดูน่าสงสารไปหน่อยเหรอ? ดวงตาคมกริบดุจอาวุธสังหารมองหญิงสาวอย่างเชือดเฉือน “ถ้าเธอจะกลัวฉันมากขนาดนี้ ก็ไม่ควรลองดีกับฉันแบบนั้นสิ” “ฮึก...” เสียงสะอื้นและน้ำตาของเธอนี่มันน่าหงุดหงิดเป็นบ้า “อย่าเข้าใจว่าฉันเห็นใจเธอล่ะ” พฤกษ์พูดอย่างใจเย็น “ที่ฉันยอมอ่อนลงให้เธอเพราะฉันเป็นผู้ใหญ่และมีเหตุผลมากกว่าเด็กแบบเธอ” “ฮึก....” “เอาละ ตั้งสติแล้วเรามาคุยกัน” “ค่ะ” รัญดาเช็ดน้ำหูน้ำตาออกก่อนจะเล่าเรื่องราวตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้าไปในไนต์คลับ ซึ่งมันตรงกับภาพวงจรปิดทุกอย่าง ไม่มีตรงไหนเลยที่เธอโกหกเพื่อให้ตัวเองดูเป็นคนดีขึ้นในสายตาเขา “เรื่องทั้งหมดมันก็ประมาณนี้ค่ะ” “ชีวิตเธอน่าสงสารดีนะ” “ขอโทษค่ะ” “ช่างเรื่องนั้นเถอะ คนเราเลือกเกิดไม่ได้” ถึงขนาดมีเงิน 1,500 บาท แต่เลือกจะให้ค่าตัวเขา 1,000 บาท โดยไม่รู้เลยว่าวันข้างหน้าตัวเองจะกินจะอยู่ยังไงกับเงิน 500 บาท โทสะของพฤกษ์บางเบาลง “แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าเรื่องมันจะจบแค่นั้นหรอกนะ” “คุณต้องการเงินเท่าไรคะ? ผ่อนจ่ายเป็นงวดได้ไหมคะ?” “ไม่ ฉันต้องการให้เธอมาดูแลความเป็นอยู่ของฉันในฐานะคนรับใช้ส่วนตัว” หมายความว่าไม่ต้องเสียเงิน แบบนี้มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม อีกอย่างรัญดาก็รู้สึกผิดกับพฤกษ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย เมื่อวันนี้มีโอกาสได้รับผิดชอบก็อยากแสดงความรับผิดชอบให้สมกับโอกาสที่ได้รับมา ดังนั้น... “ได้ค่ะ” จึงตอบตกลงไปโดยไม่เสียเวลาคิด ** ** เปรี๊ยะ!! เปรี๊ยะ!! ไม้เรียวฟาดลงบนบั้นท้ายของแก๊งวายร้ายอย่างหนักหน่วง คนตัวเล็กหวาดผวาต่อเหตุการณ์อันน่าสะพรึงตรงหน้า ทุกครั้งที่ไม้เรียวฟาดลงบนบั้นท้ายเธอจะสะดุ้งโหยงและตัวสั่นระริก ‘มันคงเจ็บปวดมากน่าดู’ รัญดาคิดด้วยความสงสาร แต่ไม่สามารถยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือพวกเขาได้ เพราะแม้แต่ตัวเองก็ยังเอาไม่รอดและอาจโดนหางเลขไปด้วย หากทำอะไรไม่ระวังให้พฤกษ์รู้สึกไม่พอใจ “ขอโทษครับ!” “ผมสำนึกผิดแล้วครับ!” “ได้โปรดไว้ชีวิตก้นที่ฟิตเปรี๊ยะและงดงามของผมได้มีโอกาสเผยโฉมต่อหน้าสาวสวยในสภาพที่ดีอีกครั้งด้วยเถอะครับ พลีสสสส~” เสียงร้องโอดครวญดังระงม แต่ว่านะ... ตอนนี้เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าควรจะเห็นใจพวกเขาดีไหม ก็ดูสิ่งที่พวกเขาทำแต่ละอย่างสิ แทนที่จะขอร้องความเห็นใจดีๆ กลับพูดเรื่องไร้สาระชวนให้อารมณ์เดือด เช่นนั้นพฤกษ์จึงไม่ออมมือและออกแรงหนักมากกว่าเดิมจนไม้เรียวหัก แก๊งวายร้ายเป็นไท แต่สภาพดูอนาถมากจนต้องเบือนหน้าหนี ไม่อยากมองและไม่อยากทำให้พวกเขารู้สึกอับอาย เพื่อช่วยรักษาศักดิ์ศรีที่ถูกบดขยี้ด้วยเงื้อมมือของพฤกษ์ ดูเหมือนเรื่องจะจบแล้ว ‘ไชโย!’ รัญดาลิงโลดในใจเมื่อคิดว่าตัวเองจะได้กลับหอ ทว่ากลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อพฤกษ์ละสายตาจากแก๊งวายร้ายมองมาที่เธอด้วยจุดประสงค์บางอย่าง ทันใดนั้น “รัญดา” เธอรู้สึกเสียวสันหลังลงไปจนถึงบั้นท้ายเมื่อได้ยินเสียงของพฤกษ์ และภาวนาต่อพระเจ้าอย่างสุดซึ้งว่าเขาจะไม่... “มาตรงนี้” ไม่ไปได้ไหม? ไม่ได้สินะ รัญดาจำใจเดินไปหาพฤกษ์อย่างกล้าๆ กลัวๆ และทันใดนั้น โครกกกกก!!! ท้องเธอร้องด้วยความหิวโหย พวกเขาได้แต่ยืนตะลึง และพร้อมใจกันเงียบฟังเสียงท้องเธอร้องอีกครั้ง โครกกกกก!!! ทั้งที่พยายามกดท้องไม่ให้มันส่งเสียงแล้วแต่ก็ไร้ประโยชน์ “เธอ...” “หนูขอโทษค่ะ” รัญดาก้มหน้าลงซ่อนความอับอาย “หนูไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาท แต่วันนี้หนูกินข้าวกลางวันเร็วก็เลยหิว” คำพูดของเธอทำให้ทุกคนนิ่งงัน และตอนนั้นพฤกษ์ก็เป็นฝ่ายทำความเงียบ “หิวก็กิน” “คะ?” รัญดาเงยหน้าขึ้น “เดี๋ยวจะพาไปกินข้าว ตามฉันมา” “อ...เอ่อ คือว่าไม่ต้องก็ได้ค่ะ” “อีกแล้วเหรอ” เขาถามอย่างเอาเรื่องเมื่อเธอแสดงท่าทางอวดดีใส่คนที่เหนือกว่าแบบเขา “ขอโทษค่ะ” “บอกว่าจะไม่ทำอีก” “ค่ะ หนูจะไม่ทำอีก” “งั้นก็ตามมา” ด้วยเหตุนั้นรัญดาจึงเดินตามพฤกษ์ไปขึ้นรถ เขาพาเธอไปทานข้าวที่ร้านอาหารหรูและอนุญาตให้ห่อกลับอย่างใจดี ก่อนจะไปส่งที่หอแล้วสั่งเธออย่างเอาแต่ใจ “เธอต้องอยู่กับฉันตลอดเวลา เพราะงั้นย้ายออกจากหอโกโรโกโสนี่ซะ ฉันให้เวลาเธอถึงเย็นวันพรุ่งนี้” “ผู้ชายกับผู้หญิงอยู่บ้านเดียวกันจะไม่เป็นไรเหรอคะ” “เธอคิดว่าฉันจะพิศวาสคนรับใช้เหรอ” “แฮะๆ” เธอหัวเราะกลบเกลื่อนความเขินอายที่คิดอะไรไม่เข้าท่า “จริงด้วยค่ะ สมภารจะกินไก่วัดได้ยังไง หนูนี่โง่จริงๆ” “พรุ่งนี้โทรมา ฉันจะส่งคนมาช่วยขนของ” “ค่ะ” “อืม” “งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ” เธอยกมือไหว้เขา “ขอบคุณสำหรับอาหารอร่อยและยังใจดีขับรถมาส่งหนูมืดๆ ค่ำๆ” พฤกษ์ตอบด้วยการพยักหน้าเพียงเล็กน้อย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD