ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปอย่างราบรื่น
ในขณะที่เธอนั่งขัดตะหมาดบนพื้นที่ปูด้วยพรมนุ่มโดยใช้โต๊ะกลางโซฟารับแขกเป็นโต๊ะทำงานชั่วคราว ชายหนุ่มก็ต่อแถวกันเข้ามาโอนเงินพร้อมกับแจกแจงรายละเอียดของงานให้เธออย่างเป็นระเบียบ ‘ช่างโชคดีจริงๆ’ เธอคิดอย่างนั้นโดยไม่รู้ตัวเลยว่า ‘หายนะ’ กำลังจะมาเยือนที่นี่ในอีกไม่ช้า
“ปกติเธอรับงานแบบนี้ประจำเลยเหรอ”
“ใช่ค่ะ”
“เป็นเด็กขยันจังเลยนะ”
“ถ้าไม่ขยันก็จะไม่มีกินค่ะ” รัญดาไม่อายเลยที่จะพูดความจริง และในสถานการณ์แบบนี้เธอยังสามารถยิ้มได้ “หนูไม่เกี่ยงงานอยู่แล้ว ต่อไปก็จะขยันให้มากกว่านี้จะได้ร่ำรวย”
“ไม่เป็นไรนะ ต่อไปนี้เธอคงไม่ลำบากแบบนั้นอีกแล้วละ”
“เอ๋?”
“ช่างเถอะ อีกเดี๋ยวเธอก็รู้” ไคโรพูดด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย
หรือนั่นจะเป็นวิธีการให้กำลังใจสไตล์ผู้ชายหล่อรวย รัญดาที่เอียงคอมองไคโรด้วยความงุนงง คลี่ยิ้มแล้วพยักหน้าเห็นด้วย
“ค่ะ”
และทันใดนั้นมีใครบางคนเดินมาทางนี้
น้ำหนักและจังหวะเดินบ่งบอกได้ถึงอารมณ์ที่เดือดพล่าน เจ็ดหนุ่มหันมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย รัญดาไม่เข้าใจสถานการณ์ แต่รับรู้ได้ว่าพวกเขากำลังรู้สึกสนุกจนกระทั่งคนผู้นั้นปรากฏตัว
“นึกว่าเฮียพฤกษ์ของเราจะไม่มาซะแล้ว”
“เออ! พ่อของพวกมึงมาแล้ว!” พฤกษ์แสยะยิ้มแล้วพูดด้วยท่าทางเหี้ยมเกรียม “อยู่ในความสงบ ถ้าพวกมึงหนีโดนหนักสองเท่า”
คนถูกขู่หลับตาลงกลั้นหายใจราวกับมันจะช่วยทำให้พวกเขาหายตัวได้
ไร้ประโยชน์สิ้นดี!
“เคียน ลากพวกมันออกไปนั่งคุกเข่ารอฉันข้างนอก”
“ได้ครับ”
แก๊งวายร้ายถูกกำจัดไปอย่างรวดเร็ว
“!!” รัญดาสะดุ้งตัวโหยงเมื่อดวงตาคมกริบราวกับอาวุธสังหารจับจ้องมาที่เธอเหมือนจะเอาชีวิต
น...น่ากลัวจังเลย
“ไง?”
“...”
“เธอคงไม่ได้ลืมผู้ชายคนแรกที่นอนกับเธอไปแล้วหรอกใช่ไหม”
“...”
ลืม?
ไม่มีทาง!
เธอจะลืมคนหล่อขั้นเทพและร้อนแรงแบบเขาเนี่ยนะ มันเป็นไปไม่ได้! แม้แต่เรื่องอัปยศที่เธอทำเอาไวกับเขาก่อนชิ่งหนียังจำได้ขึ้นใจจนถึงวันนี้
“ทำไมถึงเอาแต่เงียบล่ะ”
“...”
“วันนั้นเธอยังกล้ามากกว่านี้”
เอาอะไรมากล้ากับเขาล่ะ
สถานการณ์ตอนนั้นกับตอนนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิง
รัญดารู้สึกละอายใจจนไม่กล้าสู้หน้า และหวาดกลัวจนอยากหายตัวออกจากตรงนี้ ทว่าชายหนุ่มกลับเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกที กระทั่งหยุดยื่นตรงหน้าในระยะห่างเพียงเอื้อมมือ มันทำให้เธออยากร้องไห้แต่ต้องกลั้นเอาไว้
ต้องอธิบายให้เขาเข้าใจก่อน
“หนู... หนูขอโทษค่ะ” ยกมือไหว้อย่างขอความเมตตา “หนูจน วันนั้นหนูมีเงิน 1,500 บาท สาบานได้...ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแค่นั้นและต้องใช้ให้ถึงสิ้นเดือน หนูไม่ได้จะกดค่าแรงคุณหรือเหยียดหยามศักดิ์ศรี แต่หนูมีแค่นั้นจริงๆ หนูขอโทษ~ ฮึก! ฮึก! …ฮือๆ”
ช้าก่อน!
ทั้งๆ ที่เขาเป็นฝ่ายถูกเด็กกระทำแต่ทำไมถึงกลายเป็นฝ่ายกระทำเด็กซะเองล่ะ แบบนี้มันถูกต้องหรือไง!?
“อย่าร้องไห้”
“ฮือๆ ฮือๆ” รัญดาร้องไห้หนักกว่าเดิม
ให้ตายสิ เดี๋ยวคนทั้งบ้านก็แห่มาหรอก!
พฤกษ์คิดหาวิธีทำให้เธอหยุดร้องอย่างว้าวุ่นใจ และมันก็ไม่มีอะไรดีไปกว่าการข่มขู่ซึ่งทำอยู่เป็นประจำ
“ถ้าเธอไม่หยุดร้องไห้ฉันจะฆ่าเธอ”
“...” ได้ผลชะงัด
รัญดากัดปากจนห้อเลือด นับ1-10ทำใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหน้าพฤกษ์ ด้วยใบหน้าที่มีน้ำตาไหลติงๆ ไม่หยุด
แบบนั้นมันไม่ดูน่าสงสารไปหน่อยเหรอ?
ดวงตาคมกริบดุจอาวุธสังหารมองหญิงสาวอย่างเชือดเฉือน “ถ้าเธอจะกลัวฉันมากขนาดนี้ ก็ไม่ควรลองดีกับฉันแบบนั้นสิ”
“ฮึก...”
เสียงสะอื้นและน้ำตาของเธอนี่มันน่าหงุดหงิดเป็นบ้า
“อย่าเข้าใจว่าฉันเห็นใจเธอล่ะ” พฤกษ์พูดอย่างใจเย็น “ที่ฉันยอมอ่อนลงให้เธอเพราะฉันเป็นผู้ใหญ่และมีเหตุผลมากกว่าเด็กแบบเธอ”
“ฮึก....”
“เอาละ ตั้งสติแล้วเรามาคุยกัน”
“ค่ะ”
รัญดาเช็ดน้ำหูน้ำตาออกก่อนจะเล่าเรื่องราวตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้าไปในไนต์คลับ ซึ่งมันตรงกับภาพวงจรปิดทุกอย่าง ไม่มีตรงไหนเลยที่เธอโกหกเพื่อให้ตัวเองดูเป็นคนดีขึ้นในสายตาเขา
“เรื่องทั้งหมดมันก็ประมาณนี้ค่ะ”
“ชีวิตเธอน่าสงสารดีนะ”
“ขอโทษค่ะ”
“ช่างเรื่องนั้นเถอะ คนเราเลือกเกิดไม่ได้” ถึงขนาดมีเงิน 1,500 บาท แต่เลือกจะให้ค่าตัวเขา 1,000 บาท โดยไม่รู้เลยว่าวันข้างหน้าตัวเองจะกินจะอยู่ยังไงกับเงิน 500 บาท โทสะของพฤกษ์บางเบาลง “แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าเรื่องมันจะจบแค่นั้นหรอกนะ”
“คุณต้องการเงินเท่าไรคะ? ผ่อนจ่ายเป็นงวดได้ไหมคะ?”
“ไม่ ฉันต้องการให้เธอมาดูแลความเป็นอยู่ของฉันในฐานะคนรับใช้ส่วนตัว”
หมายความว่าไม่ต้องเสียเงิน
แบบนี้มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม อีกอย่างรัญดาก็รู้สึกผิดกับพฤกษ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย เมื่อวันนี้มีโอกาสได้รับผิดชอบก็อยากแสดงความรับผิดชอบให้สมกับโอกาสที่ได้รับมา
ดังนั้น...
“ได้ค่ะ” จึงตอบตกลงไปโดยไม่เสียเวลาคิด
** **
เปรี๊ยะ!! เปรี๊ยะ!!
ไม้เรียวฟาดลงบนบั้นท้ายของแก๊งวายร้ายอย่างหนักหน่วง
คนตัวเล็กหวาดผวาต่อเหตุการณ์อันน่าสะพรึงตรงหน้า ทุกครั้งที่ไม้เรียวฟาดลงบนบั้นท้ายเธอจะสะดุ้งโหยงและตัวสั่นระริก ‘มันคงเจ็บปวดมากน่าดู’ รัญดาคิดด้วยความสงสาร แต่ไม่สามารถยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือพวกเขาได้ เพราะแม้แต่ตัวเองก็ยังเอาไม่รอดและอาจโดนหางเลขไปด้วย หากทำอะไรไม่ระวังให้พฤกษ์รู้สึกไม่พอใจ
“ขอโทษครับ!”
“ผมสำนึกผิดแล้วครับ!”
“ได้โปรดไว้ชีวิตก้นที่ฟิตเปรี๊ยะและงดงามของผมได้มีโอกาสเผยโฉมต่อหน้าสาวสวยในสภาพที่ดีอีกครั้งด้วยเถอะครับ พลีสสสส~”
เสียงร้องโอดครวญดังระงม
แต่ว่านะ...
ตอนนี้เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าควรจะเห็นใจพวกเขาดีไหม
ก็ดูสิ่งที่พวกเขาทำแต่ละอย่างสิ แทนที่จะขอร้องความเห็นใจดีๆ กลับพูดเรื่องไร้สาระชวนให้อารมณ์เดือด เช่นนั้นพฤกษ์จึงไม่ออมมือและออกแรงหนักมากกว่าเดิมจนไม้เรียวหัก
แก๊งวายร้ายเป็นไท
แต่สภาพดูอนาถมากจนต้องเบือนหน้าหนี ไม่อยากมองและไม่อยากทำให้พวกเขารู้สึกอับอาย เพื่อช่วยรักษาศักดิ์ศรีที่ถูกบดขยี้ด้วยเงื้อมมือของพฤกษ์
ดูเหมือนเรื่องจะจบแล้ว
‘ไชโย!’ รัญดาลิงโลดในใจเมื่อคิดว่าตัวเองจะได้กลับหอ ทว่ากลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อพฤกษ์ละสายตาจากแก๊งวายร้ายมองมาที่เธอด้วยจุดประสงค์บางอย่าง
ทันใดนั้น
“รัญดา” เธอรู้สึกเสียวสันหลังลงไปจนถึงบั้นท้ายเมื่อได้ยินเสียงของพฤกษ์ และภาวนาต่อพระเจ้าอย่างสุดซึ้งว่าเขาจะไม่... “มาตรงนี้”
ไม่ไปได้ไหม?
ไม่ได้สินะ รัญดาจำใจเดินไปหาพฤกษ์อย่างกล้าๆ กลัวๆ
และทันใดนั้น
โครกกกกก!!!
ท้องเธอร้องด้วยความหิวโหย พวกเขาได้แต่ยืนตะลึง และพร้อมใจกันเงียบฟังเสียงท้องเธอร้องอีกครั้ง
โครกกกกก!!!
ทั้งที่พยายามกดท้องไม่ให้มันส่งเสียงแล้วแต่ก็ไร้ประโยชน์
“เธอ...”
“หนูขอโทษค่ะ” รัญดาก้มหน้าลงซ่อนความอับอาย “หนูไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาท แต่วันนี้หนูกินข้าวกลางวันเร็วก็เลยหิว”
คำพูดของเธอทำให้ทุกคนนิ่งงัน
และตอนนั้นพฤกษ์ก็เป็นฝ่ายทำความเงียบ “หิวก็กิน”
“คะ?” รัญดาเงยหน้าขึ้น
“เดี๋ยวจะพาไปกินข้าว ตามฉันมา”
“อ...เอ่อ คือว่าไม่ต้องก็ได้ค่ะ”
“อีกแล้วเหรอ” เขาถามอย่างเอาเรื่องเมื่อเธอแสดงท่าทางอวดดีใส่คนที่เหนือกว่าแบบเขา
“ขอโทษค่ะ”
“บอกว่าจะไม่ทำอีก”
“ค่ะ หนูจะไม่ทำอีก”
“งั้นก็ตามมา”
ด้วยเหตุนั้นรัญดาจึงเดินตามพฤกษ์ไปขึ้นรถ
เขาพาเธอไปทานข้าวที่ร้านอาหารหรูและอนุญาตให้ห่อกลับอย่างใจดี ก่อนจะไปส่งที่หอแล้วสั่งเธออย่างเอาแต่ใจ
“เธอต้องอยู่กับฉันตลอดเวลา เพราะงั้นย้ายออกจากหอโกโรโกโสนี่ซะ ฉันให้เวลาเธอถึงเย็นวันพรุ่งนี้”
“ผู้ชายกับผู้หญิงอยู่บ้านเดียวกันจะไม่เป็นไรเหรอคะ”
“เธอคิดว่าฉันจะพิศวาสคนรับใช้เหรอ”
“แฮะๆ” เธอหัวเราะกลบเกลื่อนความเขินอายที่คิดอะไรไม่เข้าท่า “จริงด้วยค่ะ สมภารจะกินไก่วัดได้ยังไง หนูนี่โง่จริงๆ”
“พรุ่งนี้โทรมา ฉันจะส่งคนมาช่วยขนของ”
“ค่ะ”
“อืม”
“งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ” เธอยกมือไหว้เขา “ขอบคุณสำหรับอาหารอร่อยและยังใจดีขับรถมาส่งหนูมืดๆ ค่ำๆ”
พฤกษ์ตอบด้วยการพยักหน้าเพียงเล็กน้อย